“พี่กรก็เห็นอยู่นี่คะว่าใครน่าจะเป็นคนปล่อยคลิป แสงจันทร์แค่แกล้งทำตัวอ่อนต่อโลก แต่ที่จริงแล้วทั้งเจ้าเล่ห์ทั้งร้ายไม่เบา ไม่อย่างนั้นคงไม่แย่ง...คะ คือ” หล่อนโกรธแค้นเสมอที่แสงจันทร์ไม่รักษาสัญญา แล้วยังเข้าพิธีวิวาห์เป็นภรรยาของทิวากรจนได้ แต่จะพูดความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดออกมาตรงนี้ได้อย่างไร โรสต้องรีบเปลี่ยนคำโดยด่วน
“แค่นี้ก็มองออกว่ายัยนั่นรับผิดแทนเจ้านาย” โรสคงจะทำให้แสงจันทร์รับผิดให้ได้
“จิ๋มก็สารภาพไปแล้วว่าเป็นคนทำ น้องโรสจะเอาอะไรอีก”
“โรสอยากจับตัวคนร้ายตัวจริงค่ะพี่กร โรสรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือถ้าทุกคนไม่เชื่อพรุ่งนี้โรสจะไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดในห้าง ฮึก” หล่อนพูดและร่ำไห้ไปพลาง สร้างภาพให้ทุกคนเห็นว่าการเป็นผู้ถูกกระทำนั้นน่าสงสารแค่ไหน
“จิ๋มไงคะคนร้ายตัวจริงคุณโรส” จุ๋มจิ๋มเองก็พร้อมถูกขังทุกเวลา ทำไมโรสยังพยายามยัดเยียดความผิดให้แสงจันทร์อยู่อย่างนั้น
“เลิกโกหกสักทีทั้งเจ้านายลูกน้อง! ไม่รู้แล้วค่ะพี่กรแต่โรสจะเอาเรื่องคนร้ายตัวจริง! โรสจะพิสูจน์ว่าคนของแสงจันทร์ไม่มีทางขโมยมือถือของเจ้านายแล้วปล่อยคลิปนั้นลงโซเชียลได้!”
"มาคุยกับพี่"
ทิวากรขัดขวางอารมณ์รุ่มร้อนของโรสด้วยการลากออกไปคุยข้างนอก เขาปล่อยแสงจันทร์และจุ๋มจิ๋มนั่งรออยู่ข้างในกว่าห้านาทีก่อนจะเดินกลับมา
“ผมคุยกับน้องโรสแล้วนะครับ”
“สรุปจะเอายังไงครับคุณหมอกร”
“เราเห็นเหมือนกันว่าอยากให้ขังจิ๋ม เป็นการแทนคำขอโทษครับ”
“ไม่ได้!” แสงจันทร์พูดเสียงดังแล้วด่วนเดินมาหยุดตรงหน้าสามี ได้อย่างไรกัน ทำไมสองคนนั้นถึงพากันไปตกลงลับหลัง แล้วกลับมาพร้อมคำตอบที่ว่าจะกักขังคนของเธอ
แสงจันทร์สบตาเขาด้วยความโกรธเคือง นัยน์ตาหยาดน้ำใสเปียกชุ่มอยู่ตลอดเวลา
“ถึงจะไม่ได้รักกันหรือไม่เคยรักกันก็ตาม แต่นายกำลังตามใจคนอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเองอยู่ รู้ไหมว่ามันผิด” น้ำเสียงที่แฝงความดุดัน เธอโกรธจนไม่อยากมองหน้าเขาด้วยซ้ำ
“แสงจันทร์ เธอทำตามที่พี่บอกถ้าไม่อยากให้เรื่องมันยิ่งวุ่นวายกว่านี้”
“มันวุ่นวายก็เพราะนายไม่ใช่เหรอ ฉันผิดอะไร คนของฉันผิดอะไร คนอย่างนายกับโรสก็สมควรแล้วที่จะถูกวิจารณ์” มันเหลืออดจริงๆ สิ่งที่เธอทำมันผิด แต่แล้วสิ่งที่เขาทำมันถูกต้องตรงไหน
“ที่พี่ทำผิดพี่รู้ แต่ที่คนของเธอถูกลงโทษก็เพราะทำผิดไม่ใช่เหรอ อีกอย่างหนึ่งในผู้เสียหายไม่ได้มีแค่พี่คนเดียว พี่ช่วยเธอได้แค่นี้เข้าใจไหม”
แสงจันทร์ยิ่งร่ำไห้เสียใจ หยาดน้ำใสไหลเป็นทางไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ทิวากรไม่ใช่คนของเธอ เขาไม่อยู่ข้างเธอด้วยซ้ำ
“ถ้าอยากลงโทษคนที่ทำผิดนักก็จับจะ...”
พึ่บ!
มือหนาครอบปิดปากเรียวไม่ให้พูดต่อคล้ายเขารู้อยู่แล้วว่าแสงจันทร์จะพูดอะไร
“พาจิ๋มไปได้เลยครับ ขั้นตอนที่เหลือไว้ผมจะมาจัดการ”
“จิ๋มฝากคุณหนูด้วยนะคะคุณหมอกร” สายตาวิงวอนของจุ๋มจิ๋ม ต่อจากนี้หล่อนคงไม่ได้อยู่ข้างๆ เจ้านายไปสักพัก
“อืม”
เสร็จทิวากรก็หันมายกร่างของแสงจันทร์เดินออกมา เธอพยายามดิ้นแต่ก็ใช่ว่าจะหลุดพ้น จนมาถึงรถหรูที่จอดอยู่ด้านหน้าโรงพัก พอวางตัวเธอลงเท่านั้น หญิงสาวใจร้อนไม่รอช้ารีบสาวเท้าหมายจะกลับเข้าไปช่วยจุ๋มจิ๋ม
“แสงจันทร์หยุด!!”
สองเท้าชะงักลงเพราะเสียงดุดัน ทิวากรเดินมาหยุดตรงหน้าเพราะทราบว่าแสงจันทร์คิดจะทำอะไร
“พี่ผิด พี่ขอโทษที่เป็นต้นเหตุทุกอย่าง พี่ไม่โทษเลยที่เธอจะโกรธจนถ่ายภาพหรือวิดีโอพี่ไปประจานยังไง”
“นายรู้ว่าเป็นฉัน” เขารู้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม
“แค่มาถึงแล้วเห็นสายตาเธอพี่ก็รู้แล้วแสงจันทร์ เดี๋ยวนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมอีกแล้วนี่ เธอเข้มแข็งเกินกว่าจะมานั่งกังวลว่าใครจะวิจารณ์พี่ยังไง เธอก็เลยกล้าทำมันลงไป”
“ทำไมไม่ให้ตำรวจเอาตัวฉันไป”
“พี่จะปล่อยให้เธอเข้าไปอยู่ในคุกได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ได้ นายเกลียดฉันมากไม่ใช่เหรอ”
“แสงจันทร์...ตอนนี้เป็นเธอไม่ใช่เหรอที่เอาแต่บอกว่าเกลียดพี่”
สิ่งที่เขาพูดแทบทำให้ทุกอย่างรอบตัวหยุดเคลื่อนไหวลงเดี๋ยวนี้ ไม่ทราบหรอกว่าเพราะอะไร แค่เพียงหัวใจมันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ คล้ายว่าร่างกายนี้สูบฉีดเลือดไม่เพียงพอ เธอไม่พูดอะไรเอาแต่ก้มหน้าลงสำนึก
“จิ๋มรักเธอมากเลยนะถึงได้กล้ารับผิดแทน เธออย่าทำให้ทุกอย่างยิ่งยากขึ้นได้ไหม พี่เชื่อว่าจิ๋มเองก็เต็มใจทำอย่างนี้ ถ้าเธอจะสารภาพแล้วเข้าไปอยู่ในนั้นอีกคนเธอไม่สงสารคนของเธอเหรอ จิ๋มเต็มใจช่วยไม่ให้เธอลำบากอยู่ จิ๋มดูจะทำทุกอย่างให้เธอไร้มลทิน”
แสงจันทร์พยายามสงบสติอารมณ์ลง จริงด้วยที่ลูกน้องพยายามขนาดนั้น คิดย้อนคำพูดของจุ๋มจิ๋มที่บอกว่าจะรับผิดแทนทุกอย่าง สาวใช้ไม่ต้องการให้แสงจันทร์เสื่อมเสียเพราะถูกดำเนินคดี
“เอาเรื่องนี้มาเตือนสติทุกครั้งที่จะทำอะไร อารมณ์ไม่ควรอยู่เหนือสติปัญญา”
“ควรบอกตัวเองไหม” เธอพูดเสียงพึมพำทว่าเขากลับได้ยิน ทิวากรเพียงแต่ชำเลืองมองเธอ
“แสงจันทร์” พูดไม่พอเขายังยื่นฝ่ามืออุ่นขึ้นมาปาดน้ำตาบนแก้มนุ่มนิ่ม แต่แล้วก็เป็นเธอที่ปัดมือของเขาออก
“มีอะไร” เธอแสดงออกว่ายังหงุดหงิดอยู่ ถึงจะสงบลงแต่ก็ยังหัวเสียไม่หาย
“เมื่อคืนเธอไม่ได้ร้องไห้เพราะพี่จริงๆ ใช่ไหม”
“...” เขาจะมาถามคำถามแบบนี้ทำไมกัน ปล่อยให้ความเงียบกัดกินเวลาไปเธอคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องตอบคำถามนี้
เขาสัมผัสมันได้แล้วจริงๆ ว่าพักหลังหัวใจของแสงจันทร์เปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง ยิ่งเรื่องที่เธอพยายามอธิบายว่าเมื่อคืนไม่ได้เสียใจเพราะการกระทำของเขา ตอนนี้ทิวากรทราบแล้วว่าแสงจันทร์ไม่ได้พูดปด
“เธอไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ กับพี่เหมือนเมื่อก่อนแล้วใช่ไหม”
ทั้งคู่สบตากัน ท่ามกลางตะวันที่คล้อยลงจากเส้นขอบฟ้า บรรยากาศเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความมัวหมอง
“ต้องการคำตอบไปทำไม ในเมื่อนายเองไม่เคยต้องการความรู้สึกดีๆ จากฉันตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นจะเอาผู้หญิงที่เคยเป็นเพื่อนกับภรรยามาเดินเล่น ทานข้าว ดูหนังกลางห้างขนาดนั้นเหรอ”
เขาขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะลั่นวาจาเป็นคำถามกลับ
“หลังฟื้นขึ้นมาเธอคงลืมอีกเรื่องหนึ่งไปด้วย”
“เรื่องอะไร?”
ทิวากรถอนหายใจก่อนจะพูด
“เธอเคยขอร้องหลายต่อหลายครั้ง ขอให้พี่พาโรสไปทานข้าว ไปดูหนังบ้าง ตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่มัธยม แต่พี่เพิ่งจะตัดสินใจทำตามคำขอของเธอ”
“ฮะ?” ถ้าอย่างนั้นภาพที่เห็นทิวากรกับโรสอยู่ด้วยกัน เขาทำไปเพราะแสงจันทร์คนเดิมเคยขอไว้อย่างนั้นหรือ แล้วเหตุใดถึงเพิ่งมาทำตามคำขอเอาตอนนี้กันเล่า
“ไม่เคยเข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรเธอถึงขออย่างนั้นอยู่ตลอด แต่ตอนนี้พี่ก็ทำให้เธอแล้วไงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะพี่ไม่ได้ชอบน้องโรส”
ทุกอย่างดูจะผิดเพี้ยนไปหมด ทิวากรจะสับสนมากแค่ไหน ในเมื่อแสงจันทร์คนเดิมเคยขอให้เขาพาโรสไปเดต แต่แสงจันทร์คนใหม่กลับถ่ายคลิปเขาประจานลงโซเชียล
“แต่คำขอนั้นก็นานมาแล้วพี่คงคิดน้อยไป ตอนนี้เราก็แต่งงานกันแล้วด้วย เธอคงไม่ต้องการให้พี่พาน้องโรสไปไหนมาไหนอีก เธอก็คงโกรธพี่มาก”
แสงจันทร์เงียบไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา
“ฉันโกรธ แต่โกรธที่นายไม่ช่วยคนของฉัน” เธอพูดด้วยความรู้สึกน้อยอกน้อยใจ
"แล้วก็โกรธมากที่นายไม่อยู่ข้างฉัน!"