เปลี่ยนองุ่นให้เป็นไวน์ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 8 ไม่จำเป็นต้องสนใจ

            “อีกสองวันก็จะถึงวันเกิดของแกแล้ว พ่อคิดว่าถึงตอนนั้นแกคงอยากไปฉลองกับหนูเถาเถาตามลำพัง พ่อก็เลยพาแกมาฉลองกันก่อนล่วงหน้า” เย่เฉิงกดลิฟท์เพื่อที่จะขึ้นไปร้านอาหารที่อยู่ชั้นดาดฟ้า “แกชอบกินอาหารร้านนี้ที่สุด โดยเฉพาะสเต็กเนื้อย่างสุกๆ แล้วก็สปาเกตตีราดซอสครีมเห็ด”

            “เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยชอบทานอาหารฝรั่งแล้ว พ่อจำไม่ได้เหรอว่าผมไปอยู่เมืองนอกมาตั้งห้าปี” เย่จื่อหานจำคำพูดของหลิงผูเถาได้ดี หากเขายังทำตัวเ๶็๞๰าเหมือนเดิม คุณพ่อของเขายังไม่เท่าไหร่ เพราะอย่างไรเขาก็เป็๞ลูกชายของท่าน ท่านก็คงไม่ถือสา แต่คุณน้าเจียงเป็๞สมาชิกใหม่ของครอบครัว ปกติเธอก็มักจะทำตัวต่ำต้อยและไม่ค่อยพูดกับใครอยู่แล้ว เขาไม่ได้ต่อต้านคุณน้าเจียง เพื่อที่จะให้บรรยากาศในบ้านดีขึ้น เขาก็ควรจะเป็๞ฝ่ายเริ่มเข้าหาเธอก่อน “คุณพ่อบอกว่าคุณน้าทำอาหารเก่งมาก ๻ั้๫แ๻่พรุ่งนี้เป็๞ต้นไป ผมจะลงมาทานมื้อเช้าด้วย รบกวนคุณน้าทำอาหารเผื่อผมด้วยนะครับ”

            “เอ่อ...น้า...น้าทำเป็๲แค่อาหารธรรมดาๆ เท่านั้น” เจียงหว่านไม่คิดว่าลูกเลี้ยงจะหันมาพูดกับเธอ

            “คุณน้าทำอะไรมาผมก็ทานได้ทั้งนั้นครับ ผมไม่ใช่คนเลือกกิน อ้อ...ผมกับคุณพ่อทานอาหารคล้ายๆ กัน”

            เย่เฉิงเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของลูกชายก็รู้สึกดีใจ “คุณทำอาหารที่คุณอยากทำได้เลย ดูอย่างหนูเถาเถาสิ แกก็ทำอาหารแบบที่คุณทำให้ผมทานทุกวันนั่นล่ะ คราวก่อนคุณก็เห็นแล้ว จื่อหานเติมข้าวไปตั้งสามครั้งเชียวนะ”

            “ถ้างั้นน้าจะทำอาหารให้คุณทานทุกวันนะคะ” เจียงหว่านยิ้มอย่างดีใจ

            “คุณน้าเรียกผมว่าจื่อหานเถอะครับ”

            สามพ่อแม่ลูกเดินออกจากลิฟท์ก็เห็นสุภาพสตรีสองคนยืนยิ้มให้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ 

            “สวัสดีค่ะคุณเย่ บังเอิญจังเลยนะคะที่ได้พบกันที่นี่” คุณแม่หานยื่นมือออกไปหวังจะทักทาย “ฉันหลี่ซูหว่าน สามีของฉันชื่อหานเฟิง ส่วนนี่คือลูกสาวของฉันค่ะ เธอชื่อหานซูฉี”

            เย่เฉิงมองมือนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้ยื่นมือออกไปทักทาย เขาเจอคนแบบนี้มาเยอะแล้ว และเขาก็ไม่คิดว่าการที่สองแม่ลูกมายืนรอเขาอยู่ที่นี่จะเป็๞เ๹ื่๪๫บังเอิญ

            “ผมอยากพบผู้จัดการของที่นี่” เย่เฉิงหันไปพูดกับพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่หน้าร้าน

            “รอสักครู่นะครับ” พนักงานต้อนรับถูกฝึกมารยาทมาอย่างดี อีกทั้งร้านอาหารแห่งนี้ก็เป็๞ร้านอาหารสุดหรูและราคาแพงที่สุดในประเทศ C ดังนั้นลูกค้าที่มาใช้บริการย่อมมีฐานะไม่ธรรมดา

            ไม่นานผู้จัดการร้านก็เดินออกมาทักทายเย่เฉิงอย่างสุภาพ “สวัสดีครับคุณเย่ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่ได้ออกมาต้อนรับ โต๊ะที่คุณจองไว้อยู่ด้านในสุด ผมจะพาไปเดี๋ยวนี้ครับ”

            “คุณพาคุณผู้หญิงสองคนนี้เข้าไปก่อนเถอะ ผมรอได้” เย่เฉิงตอบเสียงเรียบ

            ผู้จัดการร้านหันไปยิ้มให้หลี่ซูหว่าน “สวัสดีครับคุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าคุณได้จองโต๊ะไว้ไหมครับ”

            “เอ่อ...คือ...” หลี่ซูหว่านอึกอัก เธอไม่ได้จองโต๊ะไว้จริงๆ ความตั้งใจของเธอคือจะพาลูกสาวมา จากนั้นจะโยนความผิดไปให้สามีว่าเขาจองโต๊ะให้เธอผิดวัน เธอรู้มาว่าเย่เฉิงเป็๞สุภาพบุรุษมากๆ หากเขาเห็นเธอกับลูกสาวเจอสถานการณ์แบบนี้ เขาจะต้องชวนเธอกับลูกสาวร่วมโต๊ะด้วยแน่นอน แต่ไม่คิดว่าพอเอาเข้าจริง เธอกลับพูดไม่ออก

            “คุณพ่อโทรมาจองโต๊ะให้เราล่วงหน้าแล้วค่ะ เป็๲เวลาหนึ่งทุ่ม ผู้จองชื่อหานเฟิง รบกวนผู้จัดการช่วยตรวจสอบให้ได้ไหมคะ” หานซูฉียิ้มตอบ ระหว่างที่นั่งรถมา เธอได้ฟังแผนการนี้จากคุณแม่มาบ้างแล้ว ทีแรกเธอก็ไม่เห็นด้วย จะให้เธอมานั่งร่วมโต๊ะกับใครก็ไม่รู้ เธอไม่พอใจจริงๆ แต่พอได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาและหุ่นผอมสูงราวกับนายแบบของเย่จื่อหาน หานซูฉีรู้สึกว่าแผนการของคุณแม่ก็ไม่เลว

            ผู้จัดการหันกลับไปตรวจสอบกับพนักงานรับจองโต๊ะที่หน้าเคาน์เตอร์ จากนั้นเขาก็เดินกลับมา “ขอโทษด้วยนะครับ ในระบบไม่ได้บันทึกการจองโต๊ะของคุณไว้ อาจจะมีบางอย่างผิดพลาด รบกวนคุณผู้หญิงช่วยตรวจสอบกับสามีของคุณอีกทีได้ไหมครับว่าเขาโทรมาจองโต๊ะวันไหน หากเป็๞ความผิดพลาดของเรา ทางร้านจะยกเว้นค่าอาหารมื้อนี้ให้เป็๞กรณีพิเศษเลยครับ”

            “หรือว่าแม่จะเข้าใจผิด” หลี่ซูหว่านหันไปพูดกับลูกสาว “ฉีฉี หรือว่าแม่จะจำผิด คุณพ่อจองโต๊ะให้เราวันนี้หรือพรุ่งนี้นะลูก”

            ยังไม่ทันที่หานซูฉีจะตอบ ผู้จัดการร้านก็ตอบขึ้นมาก่อน “ผมได้ตรวจสอบทั้งย้อนหลังและล่วงหน้าแล้ว ไม่พบว่าคุณหานโทรมาจองโต๊ะกับทางร้านไว้เลยครับ”

            “เอ่อ...คุณเย่คะ จะเป็๲ไรไหมคะถ้าฉันกับลูก...”

            เย่เฉิงบอกกับผู้จัดการทันที “ก่อนหน้านี้ผมแค่เห็นว่าพวกเธอมาถึงก่อนก็เลยไม่อยากแซงคิว ในเมื่อธุระของพวกเธอเสร็จแล้ว คุณพาเราเข้าไปด้านในเถอะ นี่ก็เลยเวลามามากแล้ว”

            หลี่ซูหว่านกับหานซูฉีได้แต่มองตามหลังครอบครัวเย่

            “คุณแม่จะปล่อยให้คุณลุงเย่เดินเข้าไปโดยไม่สนใจเราอย่างนี้เหรอคะ” หานซูฉีทั้งโกรธทั้งอาย

            “ไม่ยอมแล้วจะทำยังไง พวกเขาเดินเข้าไปในร้านกันหมดแล้ว ตอนนี้เรารีบกลับกันก่อนดีกว่า” หลี่ซูหว่านก็รู้สึกอายไม่แพ้กัน ก็ไหนใครๆ ต่างก็บอกว่าเย่เฉิงเป็๲สุภาพบุรุษไม่ใช่เหรอ สุภาพบุรุษที่ไหนจะหักหน้าสุภาพสตรีได้อย่างเ๾็๲๰าแบบนี้

            เย่จื่อหานที่เดินรั้งท้าย เขาตั้งใจเดินให้ช้าลง ซึ่งก็นับว่าเขาคาดการณ์ถูก จากคำพูดของสองแม่ลูกคู่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกเธอมาดักรอครอบครัวของเขาอยู่ก่อนแล้ว นับว่าพวกเธอยังโชคดีที่โยนความผิดไปให้สามีไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นคุณพ่อของเขาคงได้เล่นใหญ่กว่านี้แน่ แต่คนที่กล้าเปิดเผยข้อมูลของคุณพ่อในวันนี้คงต้องตกงานอย่างไม่ต้องสงสัย

            พนักงานรับจองโต๊ะมองตามหลังหลี่ซูหว่านที่เดินเข้าไปในลิฟท์ทั้งตาแดงอย่างพยายามกลั้นน้ำตา วันนี้เธอต้องตกงานแน่แล้ว

            “ผู้หญิงคนเมื่อกี้คือใครเหรอครับพ่อ” เย่จื่อหานถาม จากการแนะนำตัวเมื่อครู่เขาก็พอจะรู้แล้วว่าสองคนนี้เป็๞ใคร แต่เขาอยากถามบิดาเพื่อให้แน่ใจเท่านั้น

            “แกหมายถึงคนตระกูลหานสองคนนั้นน่ะเหรอ”

            “ครับ ดูเหมือนพวกเธอตั้งใจมาดักรอเรา”

            “ก็คงเป็๲อุบายตื้นๆ ที่เพิ่งคิดกันขึ้นมาเพื่ออยากมาตีสนิทกับเราเท่านั้น” เย่เฉิงเห็นว่าอีกไม่นานลูกชายก็ต้องเข้าไปช่วยงานที่บริษัทแล้ว เขาจึงอธิบายให้ลูกชายฟัง “หานเฟิงเป็๲เพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพ่อ ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมายหรอก เคยทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยด้วยกันไม่กี่ครั้ง พ่อรู้มาว่าหลังจากเขาแต่งเข้าตระกูลหลี่ ไม่นานธุรกิจขนส่งของตระกูลหลี่ก็ตกมาเป็๲ของเขาทั้งหมด ทุกวันนี้เขาก็เลยเปลี่ยนมาใช้ชื่อหานทรานสปอร์ต”

            “ที่คุณพ่อบอกว่าพวกเขาพยายามมาตีสนิทกับเราก็เพราะเรามีกิจการน้ำมันใช่ไหมครับ”

            “นอกจากเหตุผลนี้ อย่างอื่นพ่อก็คิดไม่ออกแล้ว” เย่เฉิงยักไหล่อย่างไม่สนใจ “แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเข้ามาตีสนิทด้วยวัตถุประสงค์อะไร พ่อก็ไม่เห็นความจำเป็๲ที่เราต้องไปสนใจพวกเขา”

            “แต่...แต่วันนี้เขาพาลูกสาวมาดักรอเราด้วยนะคะ” เจียงหว่านพูดขึ้นอย่างไม่มั่นใจ เธอเห็นแม่สาวน้อยคนนั้นมองมาที่ลูกเลี้ยงของเธอแปลกๆ แววตานั้นไม่ได้ใสซื่อและบริสุทธิ์เหมือนหนูเถาเถา

            เย่เฉิงมองภรรยาแล้วยิ้ม “เริ่มหวงลูกชายขึ้นมาบ้างแล้วสิ ก็อย่างว่าล่ะนะ ลูกชายของเราหน้าตาดีไม่แพ้ดาราเลยนี่นา”

            “ฉันก็ต้องหวงสิคะ เพราะฉันชอบหนูเถาเถา ฉันไม่อยากให้จื่อหานมองคนอื่นนอกจากหนูเถาเถา” เจียงหว่านพูดออกไปก็รีบหันไปมองเย่จื่อหาน “น้าไม่ได้ตั้งใจจะยุ่งเ๹ื่๪๫ส่วนตัวของเธอนะ แต่น้า...น้าไม่ชอบสายตาที่เด็กผู้หญิงคนนั้นมองมาที่เธอจริงๆ น้าก็บอกไม่ได้เหมือนกัน แต่น้าสบายใจกับสายตาของหนูเถาเถามากกว่า”

            “ผมก็ชอบเถาเถาของผมมากกว่าใครเหมือนกันครับ และผู้หญิงคนที่คุณน้าพูดถึงเมื่อกี้ ผมบอกตามตรงว่าผมไม่ได้มองเธอเลยครับ เพราะเธอไม่ได้อยู่ในสายตาผม๻ั้๹แ๻่แรก ผมเลยไม่รู้ว่าสายตาที่เธอมองมาที่ผมอย่างที่คุณน้าพูดถึงมันหมายความว่าอะไร”

     

            “ทำไมกลับมาเร็วจังล่ะคุณ” หานเฟิงถามภรรยา “ไม่ใช่บอกว่าวันนี้จะกลับมาดึกหน่อยเหรอ”

            “ถ้าฉันรู้ว่าคุณเย่จะเป็๞คนแบบนี้ ฉันชวนคุณไปทานข้าวกับเราแล้วล่ะค่ะ” หลี่ซูหว่านบ่น “สุภาพบุรุษอะไร ปล่อยให้ฉันกับฉีฉียืนเสียหน้าอยู่หน้าร้านอาหาร จะชวนเราไปร่วมโต๊ะสักคำก็ไม่มี”

            “คุณหมายความว่าอะไร” หานเฟิงยังไม่เข้าใจ

            “คุณพ่อคะ คุณแม่บอกว่าคุณพ่อกับคุณลุงเย่เป็๞เพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันเหรอคะ วันหลังเราไปเยี่ยมคุณลุงเย่ที่บ้านดีไหมคะ” หานซูฉีถามบิดา

            “คุณอย่าบอกนะว่าที่คุณไปทานข้าววันนี้คือคุณไปดักรอเพื่อจะพบกับเย่เฉิง” หานเฟิงถามภรรยาอย่างไม่พอใจ

            “แล้วยังไงล่ะคะ ฉันพยายามช่วยคุณอยู่ไม่ใช่เหรอ ถ้าคุณกับคุณเย่สนิทกันขึ้นมาบ้าง มันก็จะดีกับบริษัทขนส่งของเรา”

            หานเฟิงได้ฟังเหตุผลของภรรยาก็โกรธเธอไม่ลง “เ๱ื่๵๹บริษัทเอาไว้เป็๲หน้าที่ผมก็พอ คุณกับลูกไม่ต้องลำบากมาช่วยผมหรอก”

            “แต่คุณพ่อคะ คราวนี้หนูเต็มใจช่วยนะคะ หนูอยากรู้จักกับเย่จื่อหาน ถ้าหนูกับเขาได้รู้จักกัน ไม่แน่ว่าวันหน้าพวกเราอาจจะพัฒนาความสัมพันธ์กันได้” หานซูฉีพูดอย่างมั่นใจ “หนูเชื่อว่าเย่จื่อหานคงไม่ปฏิเสธที่จะทำความรู้จักกับหนูหรอกค่ะ”