ตอนที่ 20 จอมอหังการ
ศิษย์ใหม่ทั้งยี่สิบเจ็ดคนได้รับศาสตราวุธประจำกายคนละชิ้นครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้าุโหลีเหว่ยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เ้าควรจะออกไปได้แล้ว ไปฝึกซ้อมเตรียมตัวสำหรับพิธีในอีกเจ็ดวันข้างหน้า”
เฟยอวี่ขมวดคิ้วมุ่น ตลอดเส้นทางเดินเท้า ศิษย์ใหม่คนอื่นต่างพูดถึงพิธีไม่ก็เทพธิดา และก็สำนักกระบี่ดารา์ ชื่อสำนักนี้ได้ยินบ่อยมากั้แ่อยู่ระหว่างการคัดเลือก แน่นอน ชายหนุ่มรู้จักสำนักกระบี่ดารา์ หนึ่งในหกสำนักใหญ่แห่งทวีปั ถึงกระนั้น เขาไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องกันยังไงกับสำนักกระบี่คู่์ สืบเนื่องมาจาก สำนักกระบี่ดารา์เป็สำนักของสตรีล้วน
“ผู้าุโ ในอีกเจ็ดวันข้างหน้ามีพิธีอันใดหรือ? แล้วสำนักกระบี่ดารา์เกี่ยวข้องยังไงกับสำนักกระบี่คู่์?”
ผู้าุโหลีเหว่ยตระหนักได้ในทันทีจากความสงสัยของเฟยอวี่ ช่างเป็เื่น่าประหลาดใจ คำถามที่เด็กผู้นี้เอ่ยถามออกมาต่างเป็สิ่งที่คนทั่วไปทราบโดยทั่วกัน สังเกตจากสีหน้าและน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งการเสแสร้ง เขาคงไม่ได้ล่วงรู้อะไรเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของทวีปัเลย ชายชราตัดสินใจจะไม่อธิบายให้ฟัง เพียงพูดไปส่งๆ
“อีกเจ็ดวันมีงานพิธีต้องไปฝึกซ้อมที่สำนักกระบี่ดารา์”
“มันเกี่ยวข้องอันใดกับการปกป้องเทพธิดา?” เฟยอวี่ไม่ปักใจเชื่อ ในกลุ่มของศิษย์ใหม่มีการพูดถึงการปกป้องเทพธิดา ถ้าเพียงฝึกซ้อม เหตุใดที่พวกเขาถึงแสดงสีหน้าเบิกบานเช่นนั้น เพียงเพราะได้ฝึกร่วมกับสตรีจริงๆน่ะหรือ?
“สำนักกระบี่ดารา์เป็หนึ่งในหกสำนักใหญ่แห่งทวีปั เด็กสาวที่เข้าร่วมกับที่นั่นต่างมีหน้าตาและพร์ที่ดีกันทั้งนั้น อีกเจ็ดวันจะมีการฝึกร่วมกันกับพวกนาง เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับเ้าส่วนใหญ่แค่เห็นโฉมงามก็เนื้อเต้นกันแล้ว หรือเ้าไม่เห็นด้วย?” ผู้าุโหลีเหว่ยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เฟยอวี่หัวเราะเบาบาง คำกล่าวของผู้ชราไม่นับว่าผิดเพี้ยน เมื่อลองนึกถึงครั้งแรกที่เขาพบกับเยว่ชิง เขาล้วนรู้สึกตื่นเต้นอยู่มาก โฉมงามสามารถมอบความรู้สึกเช่นนั้นแก่บุรุษได้จริงๆ! ความตื่นเต้น ความอยากและแรงปรารถนาที่คิด หากนั่นไม่ใช่พวกที่มีจิตใจสงบหรือกามารมณ์เสื่อม ต่อหน้าความงดงามที่แท้จริง ไม่มีบุรุษใดต่อต้านความเย้ายวนเบื้องหน้าได้
“ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวผู้าุโหลีเหว่ย” เฟยอวี่ประสานฝ่ามือเคารพอำลา มือข้างขวาถือง้าวขนาดใหญ่ไว้มั่น เขาแทบไม่เชื่อคำพูดของผู้าุโหลีเหว่ย ผู้ชราบอกว่าอาวุธเล่มนี้หนักมาก แต่ทว่า ความรู้สึกของเฟยอวี่คือความเบาบางประหนึ่งขนนก สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เขายังคงมิอาจทำใจเชื่อได้ว่าง้าวเล่มนี้มีน้ำหนักมากดังที่ผู้าุโได้กล่าวไว้
ผู้าุโหลีเหว่ยจับจ้องแผ่นหลังของชายหนุ่ม จวบจนกระทั่ง เรือนร่างของเฟยอวี่ได้หายไปจากครรลองสายตา ผู้ชรากล่าวขึ้นเสียงแ่เบา “ไว้เ้าไปรู้เองในอีกเจ็ดวันแล้วกันเด็กน้อย ข้าอยากให้ความปรารถนาที่หมายจะแข็งแกร่งของเ้าเกิดจากความประสงค์ของเ้าเอง มิใช่ปรารถนาจะแข็งแกร่งเพื่อไขว่คว้าสิ่งมายาตรงหน้า ทันทีที่บรรลุเป้าหมายสุดตื้นเขินที่วางกันเอาไว้ จิตใจจะเคว้งคว้างเพราะไร้จุดหมายในชีวิต …นั่นช่างเป็การกำหนดจิตที่ไร้สาระสิ้นดี”
……..
ในขณะนี้ภายในห้องโถงใหญ่ชั้นแรกของตำหนักหลัก เสียงเฮฮายังคงมาจากแท่นประลองไม่ขาดสาย คราวแรกมีผู้าุโสามคนนั่งชมการประลองของศิษย์สายนอก แต่ตอนนี้กลับเหลือผู้าุโเพียงคนเดียว นี่สืบเนื่องจากหมดสิ้นความสนใจในเดือนนี้ ไม่มีศิษย์สายนอกคนไหนที่มีพัฒนาการโดดเด่น ส่วนผู้าุโที่นั่งประจำการอยู่เพื่อเป็สักขีพยานต่อผู้ชนะที่แท้จริง มีหน้าที่มอบรางวัลให้สามอันดับแรกตามธรรมเนียมปฏิบัติของการประลอง
“…ลูกไม้ซ้ำซาก บางคนพัฒนาการไม่ได้ดีขึ้นเลย ติดขั้นใดย่อมอยู่ขั้นนั้น” ผู้าุโมู่กวาแค่นเสียงแ่เบา กวาดสายตามองการประลองท่าทางเบื่อหน่าย อันดับคงไม่แตกต่างไปจากเดือนที่แล้วเท่าไหร่นัก
นับว่าน่าเสียดายอยู่บ้าง ในหนึ่งเดือนจะมีการประลองในสำนักขึ้นหนึ่งครั้ง นี่รวมทั้งศิษย์ภายนอกและศิษย์ภายใน คงเป็เพราะศิษย์ภายในนั้นเย่อหยิ่งเกินกว่าจะยอมออกมาประลองกันอย่างเปิดเผย แม้ผู้าุโตั้งรางวัลไว้หน้าตื่นตาตื่นใจเพียงใดล้วนมิอาจดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้ ยกเว้น ศิษย์ภายในบางคนจะเกิดติดอยู่ขั้นใดขั้นหนึ่งถึงยอมออกมาประลองเพื่อเอารางวัลเป็โอสถสมุนไพรสำหรับเร่งการฝึกปรือ แน่นอน เดือนนี้ไม่มีศิษย์ภายในคนไหนมาร่วมการประลองของสำนักเลย
การเก็บตัวมิให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าตนเองทะลวงไปถึงขั้นไหนหรือเคล็ดวิชายุทธกล้าแกร่งขึ้นเพียงใด มีความสำคัญมากกว่ารางวัลการประลองประจำเดือนของสำนักอย่างมาก นี่คือความคิดของเหล่าศิษย์ภายใน พวกเขาเตรียมตัวสำหรับการประลองที่จะจัดขึ้นเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น
“…ย๊าก” ชายผู้หนึ่งกู่คำรามเสียงต่ำ บนแท่นประลองปรากฏบุรุษสองคนกำลังประชันหน้ากัน เขาทะยานร่างเข้าใส่อีกฝ่ายด้วยกำปั้นข้างขวาที่กำแแ่ ทันใดนั้น การสวนกลับที่รวดเร็วยิ่งกว่าได้จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว …อึก หมัดข้างหนึ่งจู่โจมเข้าใส่ตรง่ท้องของเขาและจมลึกลงไป เรือนร่างของชายหนุ่มที่ถูกกระแทรกกระเด็นไกลจนพลัดตกจากแท่นประลอง นอนสิ้นสภาพอย่างน่าอนาถ ปรากฏโลหิตสายหนึ่งที่ไหลออกจากมุมปาก
“สมแล้วที่เป็ฮุ่ยเหอ! ความสามารถมันต่างชั้นกันจริงๆ!”
“เหอะ ระดับพลังต่างกันเด่นชัด ผู้มีระดับพลังน้อยกว่าพ่ายแพ้นั้นถูกต้องแล้ว ฮุ่ยเหอสุดยอดที่ใดกัน?”
“แพ้สิประหลาดแล้ว! พลังยุทธของฮุ่ยเหอเหนือกว่าชัดๆ”
สุ้มเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นไม่ขาดสาย การต่อสู้ในครั้งนี้ไม่ต้องคิดก็พอเดาได้ว่าใครเป็ผู้ชนะ การจู่โจมของฮุ่ยเหอเป็การปล่อยหมัดธรรมดาไร้วิชายุทธ เป็การใช้เปรียบตรงพลังปราณเซียนที่หนาแน่นกว่ามาก มันมากพอจะทำให้หมัดธรรมดาของเขากุมชัยเหนืออีกฝ่ายที่ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาได้อย่างง่ายดาย ฮุ่ยเหอเผยรอยยิ้มบาง เป็เวลาเกือบปีแล้วที่อันดับการประลองไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง และปีนี้ก็เช่นกัน ยืนอยู่ลำดับที่สามอีกครั้ง
เป็ความจริงที่ฮุ่ยเหอได้ลำดับที่สามจากการประลองประจำเดือน โดยจบคู่ต่อสู้ลำดับที่สี่ได้ด้วยหมัดเดียว และเป็หนึ่งหมัดที่ปราศจากวิชายุทธ อย่างไรก็ตาม เขามิอาจเอาชัยจากลำดับที่สองได้อย่างแท้จริง มันมีความห่างชั้นกันเกินไป หากเขาจบลำดับที่สี่ด้วยหนึ่งหมัด ลำดับที่สองก็สามารถจบเขาด้วยหนึ่งหมัดเช่นกัน
“ฮุ่ยเหอ ลำดับที่สามของการประลองยุทธประจำเดือนในสำนัก” ผู้าุโมู่กวาประกาศอย่างไม่รีรอ ตามกฎธรรมเนียมดั้งเดิม ผู้าุโจึงกล่าวต่อว่า “สิทธิ์พิเศษสำหรับคนที่คัดค้านในลำดับจงก้าวขาขึ้นแท่นประลอง”
“ผู้าุโมู่กวา ท่านล้วนทราบดีว่ารูปแบบอันดับนี้ซ้ำซากมาจนเกือบจะปีเต็มแล้ว ต่อให้ท่านไม่ประกาศธรรมเนียมสิทธิ์การคัดค้านย่อมไม่มีศิษย์ใดตำหนิท่าน นี่สืบเนื่องจากไม่มีผู้ใดคิดคัดค้านผลการประลอง!”
“ใช่แล้ว! เสียเวลา! อยากเห็นคู่รอบชิงแล้ว!”
“ซีห่าวทิ้งห่างจากห่าวซวนสอง่ขั้น การประลองยังดุเดือดน่าชม เดือนนี้ยิ่งดุเดือดขึ้นมาก ในเมื่อห่าวซวนอยู่ในระดับเริ่มต้นขั้นเก้าแล้ว!”
สีหน้าของผู้าุโมู่กวามองเหยียดหยามไปทางเหล่าศิษย์ภายนอก …นี่ดุเดือดหรือ? งานประลองรุ่นเยาว์แห่งทวีปัไม่กลายเป็ทะเลเพลิงเลยหรืออย่างไร?
กฎการประลองของสำนักกระบี่คู่์เป็การจับคู่ประลอง แน่นอน นี่ต้องส่งรายชื่อสมัครของตนเองล่วงหน้าถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันได้ ทว่า รอบคัดเลือกครั้งสุดท้ายถือเป็กรณีพิเศษยิ่ง ในกรณีที่ประกาศลำดับที่สาม,สอง,หนึ่ง ได้แล้ว มีสิทธิ์พิเศษที่เรียกว่าคัดค้านผลลัพธ์การประลอง ทั้งนี้เพื่อให้โอกาสในการแก้ตัว
ใน่เวลานั้นเองที่ผู้คนพากันเงียบลงอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย สุ้มเสียงของเหล็กกระทบพื้นกลายเป็เสียงที่ดังที่สุด …เพล้ง …เพล้ง …เพล้ง ทันใดนั้นเองที่ปรากฏเรือนร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินออกมาจากฝูงชนอย่างเชื่องช้า รูปร่างสูงใหญ่สะดุดสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัตถุประหลาดข้างกายของเขา มันสูงเหนือศีรษะของเด็กหนุ่มผู้นั้นไปอีกมากโข ทุกสายตาภายในห้องโถงต่างจ้องจับมายังเฟยอวี่เป็ภาพเดียว
ชายหนุ่มะโขึ้นแท่นประลองพร้อมกับง้าวที่กำแน่นในฝ่ามือ
“ข้าคัดค้านในผลลัพธ์นี้” เฟยอวี่เอื้อนเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ หากแต่โลหิตภายในร่างกำลังเดือดพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้นสุดขีด นี่ล้วนเป็เวลาหนึ่งเดือนเศษที่ไม่ได้ประมือกับใครผู้ใดเลยั้แ่ฝึกวิชายุทธ คราวแรกที่คิดประมือกับสัตว์อสูรขณะเดินทางมาล้วนประสบกับความผิดหวัง ในเมื่อมีโอกาสเข้ามาประเคนถึงที่ ข้าคงต้องขอรับไว้ด้วยความยินดี!!
เหล่าศิษย์พี่ต่างเผยสีหน้าตกตะลึงลานชั่วขณะหนึ่ง เป็ชั่วขณะเดียวจริงๆ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นในจิตใจของพวกเขาคือความผันผวนครั้งใหญ่ พวกเขาต่างทึ่งในรูปร่างที่สูงใหญ่ของเฟยอวี่และศาสตราวุธที่ใหญ่โตประหลาด ไม่ทราบชนิดของมัน ไม่มีใครเคยพบเห็นมันด้วยซ้ำ มันเป็ครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกได้ว่าอันดับอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งได้สำรวจมองพลังปราณเซียนของมัน ทุกคนในที่นี่ต่างมองเห็นระดับพลังของมันชัดเจน …พลังยุทธระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่ง อ่อนแอมาก! นี่ถือว่าอ่อนแอมากสำหรับศิษย์พี่ที่อยู่ภายในสำนักมาเกือบปี บ้างก็ปีกว่า บ้างสามปี ห้าปีก็มี นี่นับเป็ระดับขั้นพลังที่ต่ำต้อยสุดๆ ตามหลักความเป็จริงแล้ว หากมันไม่ได้ตาบอดหรือเป็บ้าคงไม่มีความกล้าพอจะลงสมัครด้วยระดับพลังแค่นั้นเป็แน่ นี่คงเป็เื่ที่น่าตลกที่สุด เด็กหนุ่มระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่งกำลังท้าทายอีกฝ่ายผู้มีระดับพลังเริ่มต้นขั้นหก? ช่างน่าขันยิ่งนัก!
ภายในตำหนักหลักตอนนี้ไม่มีศิษย์ใหม่คนไหนอยู่เลยนอกจากเฟยอวี่ พวกเขาต่างออกไปเดินสำรวจเขตสำนัก แต่ส่วนใหญ่ต่างลงทะเบียนบ้านส่วนตัวเสร็จแล้วและกลับไปที่บ้านพักกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเขาต่างเตรียมตัวฝึกปรืออย่างหมั่นเพียรพร้อมสำหรับพิธีในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
“อะไรกันเ้านั่น ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา …เด็กใหม่?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าควรจะเจียมตัวสุนัขน้อย นี่มันเวทีสำหรับผู้แข็งแกร่ง!”
เสียงโห่ร้องดังมาจากบริเวณข้างล่างแท่นประลอง สีหน้าของผู้คนจับจ้องมาทางเฟยอวี่อย่างดูิ่เหยียดหยาม ผู้าุโมู่กวาเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจขณะมองไปทางศาสตราวุธของชายหนุ่ม อาวุธนั่นมันอะไร? นี่ไม่ใช่เื่น่าแปลกประหลาดแต่อย่างใด ผู้าุโมู่กวามีอายุเพียงร้อยปีเศษเท่านั้น เขาไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า “ง้าว”
“อนุญาตให้ประลองได้” ผู้าุโมู่กวาเอ่ยตอบออกไปด้วยสีหน้าที่ดูดีขึ้นเล็กน้อย ความเบื่อหน่ายหลงเหลืออยู่บ้างแต่ปรากฏร่องรอยของความตื่นเต้นขึ้นมา เด็กหนุ่มนี่ต้องเป็ศิษย์ใหม่ปีนี้อย่างแน่นอน สังเกตจากการตอบสนองรอบข้างแท่นประลอง …คงได้เห็นเื่น่าสนุกเกิดขึ้น อย่างเช่น การทรมานเด็กใหม่
สีหน้าของศิษย์พี่ต่างพาดผ่านด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ เหตุใดผู้าุโมู่กวาถึงอนุญาตให้ประลองได้?
“…เอาเถอะ ในเมื่อผู้าุโอนุญาต ข้าคงต้องลงไม้ลงมืออยู่บ้าง กระดูกหักสักสองสามซี่คงไม่ถือเป็อะไร” ฮุ่ยเหอเผยรอยยิ้มบาง ถึงกระนั้น คู่ต่อสู้คือเด็กใหม่ที่ไม่รู้จักโลกแท้จริงของสำนักกระบี่คู่์ เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนประหลาดขึ้น “ข้าต่อให้เ้าสามกระบวนท่า”
ไม่ใช่แค่เพียงประสบการณ์ต่อสู้ที่แตกต่าง ระดับพลังยุทธล้วนต่างชั้นถึงห้า่ขั้น! มีอยู่บ้างที่ผู้ฝึกยุทธสามารถเอาชนะผู้มีระดับพลังที่ต่างชั้นราวครึ่งชั่วขั้น ทันทีที่ความต่างชั้นขยายเป็หนึ่ง่ขั้น นั่นคือความยากราวปีนูเาไท่ซาน ทันทีที่เป็สอง่ขั้น นั่นราวกับปีนป่าย์ ทันทีที่มากยิ่งกว่านั้น ประหนึ่งให้ภูติผีจากขุมนรกที่ลึกที่สุดได้ขึ้น์ชั้นที่หกในชั่วพริบตาเดียว
ฉะนั้นแล้ว คำกล่าวของฮุ่ยเหอจึงไม่มีผู้ใดรู้สึกว่าเป็การโอ้อวดถือดีและปราศจากซึ่งมูลความจริงแม้แต่น้อย แม้เขาต่อให้อีกสักสิบสักร้อยกระบวนท่า มันล้วนมิอาจลบความต่างชั้นของระดับขั้นพลังที่ต่างกันอยู่ถึงห้าขั้น! เริ่มต้นขั้นหนึ่งปะทะเริ่มต้นขั้นหก หากเล่าให้เด็กน้อยฟัง เด็กยังทราบถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเลย!
“หวังว่าคำพูดของศิษย์พี่คงไม่ใช่การผายลม” เฟยอวี่จับจ้องไปทางฮุ่ยเหอเขม็ง เขาพอทราบสถานภาพของตนเองในขณะนี้ ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ “กฎไม่ได้สั่งห้ามอาวุธ ข้าใช้อาวุธข้าได้หรือไม่?”
ฮุ่ยเหอผงกศีรษะรับ เขายืนยืดอกสง่าผ่าเผยไร้ความยำเกรง ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างเป็สักขีพยานในคำพูดของเขา
รอยยิ้มที่มิอาจถูกปกปิดได้อีกบนใบหน้า เป็รอยยิ้มธรรมดาของเฟยอวี่ที่ปรากฏขึ้นครู่หนึ่งแล้วหายไป รอยยิ้มที่มอบให้แก่ผู้หาญกล้าดูแคลนเขา ทันใดนั้น ง้าวขนาดั์ที่ดูยากจะถือขึ้นมาได้พลันถูกยกขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียว เฟยอวี่ควงง้าวอย่างรวดเร็วบังเกิดเสียงกู่คำรามต่ำของอากาศและคลื่นลมรุนแรง ก่อนทุบลงพื้นหนึ่งคราว …ตึก! กระแสอากาศกระจายออกจากทิศทั้งสี่โดยมีง้าวตัด์เป็ศูนย์กลาง
…ฮุ่ยเหอััได้ถึงแรงกดดันประหลาด เขาถึงกับชักกระบี่ที่พกไว้ข้างเอวออกมาอย่างไม่รู้ตัว