ตอนที่ 4 เพื่อนเก่า
หลังจากรออยู่ที่รถเป็เวลาครู่ใหญ่ อติพจน์ก็หันมองซ้ายมองขวาพลางก้มดูนาฬิกาข้อมือ
“เอ ทำไมคุณเรย์ไปทำธุระนานจัง” บ่นไปมือหนาก็ลูบท้องไปด้วยความหิว
ในขณะนั้นเอง เรวัตรที่กำลังชมการเล่นขิมของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเพลิดเพลินก็ต้องหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงมือถือของตนดังขึ้นมา
“ไง พจน์”
“คุณเรย์อยู่ไหนครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”
ตายจริงเขามัวแต่ดูการแสดงตรงหน้าจนลืมไปเลยว่าอติพจน์รอเขาอยู่ที่รถป่านนี้หิวข้าวตาลายไปแล้วล่ะมัง แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยคำใดออกไป หญิงสาวบนเวทีก็ได้ลงจากแท่นเวทีเล็ก ๆ นั้น ทำให้ตนเผลอจ้องมองตามร่างเล็กในชุดไทยประยุกต์นั้นอย่างไม่วางตาก่อนที่เสียงอติพจน์จะดังขึ้นมาอีก
“ฮัลโหล คุณเรย์ได้ยินผมไหมครับนี่”
“เดี๋ยวฉันไปแล้ว ขอโทษที”
ในห้องอาหารตอนนี้ เสียงปรบมือและสายตาชื่นชมนั้นดังเกรียวกราวไปทั่วถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกแต่รินนรีก็เขินทุกครั้งเธอไหว้ขอบคุณทุกคนก่อนจะเดินไปยังห้องแต่งตัวและในนั้นก็มีพี่ฤดียืนรอช่วยอยู่แล้ว
จนเมื่อแต่งตัวเสร็จ หญิงสาวก็เดินออกมาพร้อมกับพี่เลี้ยงสาวพร้อมกับถุงชุดไทยที่ฤดีเดินถือออกมาด้วย
“ไม่ลืมอะไรนะ พี่ฤดี”
“ค่ะ พี่ดูหลายรอบละ”
“งั้นเราก็กลับกันเถอะ”
แต่เมื่อมาถึงที่รถพลขับอย่างลุงยงค์กลับมีท่าทีดูเครียด ๆ อย่างเห็นได้ชัด
“เป็อะไรลุง ปวดท้องหรือ”
“ปัญหามันหนักกว่าปวดท้องน่ะสิ แม่ฤดี”
“อะไรล่ะ เดี๋ยวค่อยไปคุยกันที่บ้านไหมวันนี้คุณหนูวิวเหนื่อยมากแล้วนะ”
“คือว่า น้ำมันหมดน่ะสิ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น สองสาวก็ถึงกับอ้าปากค้างยืนอึ้งรินนรีเองที่กำลังจะเอ่ยปากถามอะไรบางอย่างก็ต้องหุบปากเมื่อฝีปากของพี่เลี้ยงสาวนั้นมาไวกว่า
“ทำไมลุงไม่รอบคอบแบบนี้ แล้วทีนี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย รถอีกคันก็เอาไปซ่อมอยู่ซะด้วย”
“ขอโทษด้วยจริง ๆ ลุงไม่รอบคอบเอง ขอโทษนะครับคุณหนู” ชายแก่ร่างเล็กขอโทษขอโพยยกใหญ่
“ใจเย็นก่อน พี่ฤดี”หญิงสาวเองก็ร้อนใจปนโกรธอยู่ไม่น้อยแต่เมื่อเห็นท่าทางของพี่เลี้ยงสาวเป็แบบนั้นเธอเลยต้องเย็นลงอัตโนมัติ แถมชายตรงหน้าก็อายุมากแล้วยิ่งทำให้เธอเหวี่ยงวีนใส่ไม่ลงอีก “ตายงค์ไปถามคนที่โรงแรมดูสิว่าแถวนี้มีร้านขายน้ำมันขวด ๆ เปิดอยู่ไหม”
“จริงด้วย คุณหนูของฤดีนี่ฉลาดเสียจริง เอ้าแล้วนี่มัวยืนนิ่งอยู่ทำไมลุง รีบไปถามเข้าสิ คุณหนูยืนรออยู่นะ”
เมื่อมาถึงบริเวณล็อบบี้ ชายแก่ร่างเล็กก็ได้แต่มองรอบด้านไปมาอย่างสับสนด้วยความที่ไม่เคยต้องพูดคุยกับพนักงานโรงแรมระดับนี้มาก่อนทำให้เขาประหม่าจนกระทั่งพนักงานสาวจากแผนกต้อนรับที่อยู่บริเวณนั้นพอดีเอ่ยทักขึ้น
“คุณลุงมีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ
ยงค์มีท่าทีเลิ่กลั่กเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกไป
“หนู รถลุงน้ำมันหมดพอมีน้ำมันให้ลุงบ้างไหมหรือแถวนี้มีร้านขายน้ำมันไหม”
“อ๋อ ถ้าอย่างงั้น ตามหนูมาค่ะ”หญิงสาวคนดังกล่าวเอ่ยน้ำเสียงใสแจ๋วก่อนจะลุกขึ้นเดินนำออกไปในขณะที่ชายชรารู้สึกโล่งอกเล็กน้อยที่เธอไม่ได้รังเกียจเขาจากการแต่งตัวธรรมดา ๆแบบชาวบ้านแบบนี้
“จะไปไหนหรือ หนู”
ทั้งรินนรีกับฤดีต่างก็รอคนขับรถของตนอยู่สักพักพี่เลี้ยงสาวนั้นก็คอยปรนนิบัติ พัดวีตามตัวของหญิงสาวไม่ให้ยุงกัด
“เราไปรอในโรงแรมไม่ได้หรือ พี่ยุงกัดคันไปหมดแล้วอ่ะ”
“รออีกแป๊บนึงนะคะถ้าลุงยงค์กลับมาไม่เห็นเราจะเสียเวลาไปอีก”
“เฮ้อ ตายงค์นะตายงค์”
ทันใดนั้นเอง รถตู้คันสีขาวคันหนึ่งก็ได้แล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ รถของเธอ ข้างรถมีสกรีนชื่อของโรงแรมแห่งนี้ชัดเจนทั้งสองสาวมองรถที่เข้ามาจอดด้วยความสงสัย
“ทำไมจู่ ๆ ถึงมีรถตู้มาจอดตรงนี้ล่ะ”หญิงสาวมองหน้าผู้เป็พี่เลี้ยงที่ส่งสายตาประหลาดใจเช่นกันกลับคืนมา
แล้วจู่ ๆ ประตูข้าง ๆของรถตู้คันดังกล่าวก็เปิดออก โดยคนที่เปิดนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
“อ้าว ลุงยงค์ไหงไปอยู่บนรถตู้โรงแรมได้ล่ะนั่น”
“ขึ้นมาเลย เดี๋ยวทางโรงแรมเขาจะไปส่งพวกเราเอง”
รินนรีลังเลเล็กน้อยยังไม่ขึ้นในทันทีในขณะที่พี่เลี้ยงสาวรีบขึ้นไปอย่างไว
“ทำไมจู่ ๆ ทางโรงแรมถึงทำแบบนี้ให้เรา”หญิงสาวอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้เพราะนี่พวกตนก็ไม่ใช่ลูกค้าเป็แค่ลูกจ้างมาเล่นดนตรี รับเงินจากทางโรงแรมด้วยซ้ำ
“เอาเถอะค่ะ คุณหนู ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว”
“แล้วรถยนต์ของเราล่ะ”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ทางเราจะเติมน้ำมันแล้วจะขับเอาไปคืนที่บ้านให้ครับ” คราวนี้คนขับรถหนุ่มเป็คนตอบ
“นี่เป็บริการพิเศษจากทางโรงแรมหรือคะ”หญิงสาวที่ยังยืนอยู่ข้างนอกยังคงสงสัย
“ผมเพียงแต่รับคำสั่งจากเ้านายเท่านั้นครับ”
หญิงสาวยืนกอดอก พยักหน้าอย่างเข้าใจ
‘อ่อ ที่แท้ก็รับคำสั่งมานี่เอง’
แต่เดี๋ยวนะ แล้วทำไมจู่ ๆ เ้านายของเขาถึงมาช่วยเธอแบบนี้ล่ะ
“คุณหนูคะ เร็ว ๆ เถอะค่ะเดี๋ยวคุณนายจะเป็ห่วงเอานะคะ”
ด้วยเหตุนี้ หญิงสาวจึงจำต้องขึ้นรถมาก่อนจะเอ่ยถามพลขับต่อ
“ทำไมเ้านายคุณถึงช่วยพวกฉัน”
“อันนี้ผมไม่ทราบจริง ๆ นะครับพอดีทางฝ่ายเขาประสานผมมา โดยได้รับคำสั่งจากเ้านายมาอีกที”
“เ้านายของคุณ เ้าของโรงแรมน่ะหรือ”ฤดีถามขึ้นบ้าง
“ครับ”
รินนรีนั่งไปด้วยความรู้สึกแปลกใจไม่หายและ้าที่จะรู้ให้ได้ว่าทำไมเ้าของโรงแรมนี้จู่ ๆ ถึงมาแสดงน้ำใจกับเธอแบบนี้
“น่าแปลกไม่ยักกะรู้ว่าทางโรงแรมมีบริการแบบนี้” หญิงสาวยังคงบ่นอุบ
“เขาคงเห็นตาเดินงก ๆ เงิ่น ๆ เข้าไปล่ะมั้งครับคุณหนู อีกอย่างที่ตาเคยได้ยินมา เ้าของที่นี่เขาใจดีด้วยนะครับ”
ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงเข้าใจแต่ก็ยังไม่หายข้องใจเท่าใดนักอยู่ดี
“แล้วเ้านายคุณชื่ออะไร” รินนรีเอ่ยถามกลับไป
“พอดีว่าท่านชอบทำงานแบบปิดทองหลังพระน่ะครับก็เลยไม่ให้ผมบอก”
เมื่อได้ฟังแบบนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“พิลึกคน”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เรวัตรก็แอบมองดูอยู่ห่างๆ จนกระทั่งรถของทางโรงแรมเคลื่อนตัวออกไปเป็ที่เรียบร้อย จึงได้คว้ามือถือขึ้นมา
“ขอบใจนะ พจน์ ที่ประสานงานทางเ้าหน้าที่โรงแรมให้ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ เดี๋ยวฉันจะไปที่หานายเดี๋ยวนี้ล่ะ”
จนกระทั่งนายหนุ่มมาถึงบริเวณลานจอดรถเลขาฯหนุ่มที่ยืนรออยู่ก็ได้เอ่ยถาม
“คุณเรย์รู้จักคนพวกนั้นหรือครับ”
“หึ ไม่รู้จักหรอก”
“อ้าว แล้วทำไม...”
แต่แล้วเลขาฯหนุ่มต้องชะงักการถามนั้นแทบจะในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดจากเ้านายหนุ่มในเวลาต่อมา
“นายหิวไม่ใช่หรือ พจน์ ป่ะ รีบไปกันเถอะ”
ตลอดระยะทางนั้นถึงสายตาคู่คมจะดูเหมือนมองอะไรไปตลอดทาง แต่ทว่าในใจนั้นกลับมีใบหน้าหญิงสาวคนนั้นวนไปมาไม่รู้จบ เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่เขากำลังจะเดินไปหาอติพจน์ที่ลานจอดรถก็ได้ยินว่ารถเธอน้ำมันหมดพอดี เขาเลยตัดสินใจช่วย นี่ถ้าไม่ติดว่าอติพจน์กำลังหิวข้าวเขาคงไปส่งเองแล้ว
‘เราเองก็อยากรู้จักเธอ แต่จะด้วยวิธีไหนนี่สิ’ ชายหนุ่มคิดไม่ตก โจทย์นี้มันยากยิ่งกว่าวิชาการบริหารที่เขาจบมาเสียอีก
เมื่อรถตู้โรงแรมมาถึงที่บ้าน ทั้งหมดยกเว้นรินนรีต่างก็เอ่ยขอบคุณจนกระทั่งรถตู้คันดังกล่าวขับออกไป
“โรงแรมนี้บริการดีจังนะคะ คุณหนู”
“ดีเกินไป แปลก ๆ”หญิงสาวยังคงว่าด้วยความรู้สึกไม่ไว้ใจ
“แต่นี่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่คะ คุณหนู ไปค่ะไปพักผ่อนกันดีกว่า”
โดยขณะที่กำลังเดินเข้าไปในบ้าน ต่างหูที่หนีบไว้ก็ร่วงหล่นไหลลงมาตรงเนินอกข้างในและด้วยความร้อนใจ หญิงสาวจึงปลดกระดุมมาสองเม็ดก่อนจะล้วงมือเข้าไปหยิบต่างหูออกมา
“ตายละ คุณหนูวิวคะ มาล้วงเลิ้งอะไรตรงนี้ไม่รอเข้าไปในบ้านก่อน”
“มืดแล้ว ไม่มีใครหรอก พี่”
โดยในตอนนั้นเองเธอไม่รู้เลยว่ากำลังถูกชายวัยกลางคนซึ่งเป็คนสวนคนใหม่ยืนจ้องตาเป็มัน
-----------------------------------------------------------------------------------------
รุ่งเช้าวันต่อมา เรวัตรก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นปานรุ้งนั่งรอเขาอยู่ที่ล็อบบี้
“คุณรุ้งมาเอาปิ่นโตคืนใช่ไหมครับเดี๋ยวผมบอกให้เลขาฯผมเอามาให้”
หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ก่อนจะชูปิ่นโตขึ้น
“ไม่ใช่ค่ะ” ทั้งยังกล่าวในสิ่งที่ทำให้เขาอึ้งต่อไปอีก“รุ้งจะมากินข้าวกับคุณเช้านี้ต่างหากล่ะคะ”
‘อะไรกันผู้หญิงคนนี้’ เขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความใไม่น้อยในขณะที่อติพจน์ถึงกับจ้องร่างเล็กตรงหน้าอย่างอึ้ง ๆ
‘รุกเองเลยด้วย ไม่ธรรมดาวุ้ย’
หญิงสาวหิ้วปิ่นโตเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรมก่อนจะจัดวางอาหารต่าง ๆ ลงบนโต๊ะ
“เดี๋ยวรุ้งป้อนนะคะ คุณเรย์”
“เอ่อ ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมกินเองได้” เขาเอ่ยปฏิเสธอ้อม ๆ ทันควัน ก่อนจะเริ่มลงมือกิน
“กินได้ไหมคะ คุณเรย์” เมื่อกินไปได้สักพัก คนตัวเล็กก็ได้เอ่ยถามขึ้น
“โห อร่อยมากเลยครับ”อติพจน์ที่นั่งเคี้ยวไข่เจียวหมูสับของเธออยู่นั้นเอ่ยขึ้นเสียงดัง “ไข่เจียวกรอบๆ แบบนี้ผมชอบมากเลย”
“เอ่อ ก็ดีนะคะที่คุณชอบ” ปานรุ้งกล่าวเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปหาเรวัตร “แล้วคุณเรย์ล่ะคะ ชอบไหมคะ”
“ครับ อร่อยดี”
“แต่จะอร่อยกว่านี้ถ้ารุ้งป้อนให้คุณนะคะ”
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถปฏิเสธได้เขาจึงจำต้องยอมให้หญิงสาวทำอะไรตามใจ
‘หญิงรุ่นใหม่ถ้าไม่รุกก็แห้ว’ คำพูดจากเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเธอแว่วเข้าในหัวและในตอนนี้เธอก็คิดว่าเหตุผลนั้นดูเข้าท่าไม่น้อย
ท่าทียิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่นทำให้เจษฎาที่ตามดูอยู่ไม่พอใจเอามากๆ มือหนานั้นได้แต่กำแน่น
เมื่อมาถึงบ้าน หญิงสาวก็ลงมาจากมอเตอร์ไซต์รับจ้าง โดยหลังจากจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยมือบางก็ควานหากุญแจบ้านในกระเป๋าผ้าสีเขียวอ่อนพลางฮัมเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกใครบางคนจ้องมองอยู่จากทางด้านหลัง
“เป็ไง รุ้ง”
เสียงนั้นช่างให้ความรู้สึกคุกคามแปลก ๆ ปานรุ้งชะงัก ก่อนจะหันไปมองต้นเสียงดังกล่าวโดยเมื่อหันไปเธอก็เห็นว่าเป็ชายหนุ่มใส่เสื้อยืดสีดำซีด ๆ กางเกงยีนส์เก่า ๆใบหน้ามีหนวดเคราเล็กน้อย สายตาคมนั้นจ้องมาที่เธอเขม็ง
“นี่คุณ...”ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นหน้าคนตรงหน้าแปลก ๆ “เจษ นี่นายใช่ไหม”
แต่ชายคนนั้นเพียงแค่ยิ้ม ๆ ที่ดูแล้วเหมือนจะเป็ยิ้มแบบเย้ยหยันแปลกๆ
เมื่อมั่นใจพอสมควรว่าคนตรงหน้าคือคนที่ตนคิดจริงๆ เธอจึงเอ่ยล้ออย่างอารมณ์ดีที่ได้เจอเพื่อนเก่า
“นี่กลับมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย แต่แหมั้แ่ไปชุบตัวที่กรุงเทพฯมา ดูเป็ผู้เป็คนมากขึ้นนะ นาย ไม่ดูเป็กุ๊ยเหมือนแต่ก่อนเลยนะ ไม่สิ เอาเป็ว่าดูกุ๊ยน้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะนะเนี่ย”
“เป็กุ๊ยก็ยังดีกว่าใครบางคนที่ยอมขายศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเงินนั่นแหละ” แต่เสียงที่ตอบกลับมาฟังก็รู้เลยว่าไม่ได้เล่นด้วยเลยสักนิด
“นี่นายว่าใคร” เมื่อเห็นสายตาดุที่ยังจ้องเขม็งมาแบบนั้นเธอก็นึกฉุน
“พูดขนาดนี้ยังต้องให้บอกอีกหรือไง”
“ตาบ้า ปากเสีย กลับบ้านนายไปเลยนะ”
“อ้าว จู่ ๆ ก็ขึ้นเสียง นึกว่าเป็ตัวเองหรือไง”เจษฎาตอบกลับอย่างยียวน
ปานรุ้งยิ่งโกรธจัดที่ถูกเขาพูดจากวนประสาทแบบนั้นใบหน้าหวานชักสีหน้าใส่เขา จากที่จะชวนคุยดี ๆ ตามประสาที่ได้เจอเพื่อนเก่า เธอจึงเดินไปโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกส่วนเจษฎาได้แต่ยิ้มหยัน
“คงต้องมาเตือนให้รู้สึกตัวบ่อย ๆจะได้เลิกทำงานบ้า ๆ แบบนั้นสักที”
บรรยากาศของตลาดเจริญทรัพย์ใน่เช้านั้นคึกคักเหมือนกับทุกทีรินนรีเดินทางมาตลาดกับแม่ของเธอพร้อมกับฤดี และที่เธอมาแต่เช้านั้นก็เพราะว่าเวลาเช้าๆ ผักสวย ๆ จะมีเยอะ เธอจะซื้อไปทำสลัด อาหารคลีนลดหุ่นและแตงกวาเอาไปโปะหน้าก่อนนอน
ขณะที่เลือกผักอยู่นั้นเองมือบางก็หยิบแตงกวามาจากมือพี่เลี้ยงสาว
“นี่พี่ฤดี เอาอันนี้ดีกว่าค่ะ อันนั้นไม่สวย”
“แต่พี่ว่าอันนี้ก็ดูอวบดีนะคะ”
“เอาเถอะค่ะ เชื่อหนูเถอะ”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เรวัตรได้ไปเดินตลาดกับอาชูที่ตอนนี้สูงวัยพอสมควร
“เหมือนหลายปีก่อนไม่ผิดเลยนะครับ คุณหนูเล่นพิเรนทร์ ๆ แบบนี้”
“ก็ย้อนอดีตนิดนึงน่ะครับ คุณอา”
ในขณะที่เดิน ๆ ไปนั้นเอง เมื่อไปถึงบริเวณแผงผักเขาก็เห็นหญิงสาวสองคน คนหนึ่งกำลังเลือกผัก ส่วนอีกคนนั้นถือตะกร้าอยู่ด้านหลัง หญิงสาวชุดเดรสชี้เลือกผักโน้นนี้ให้แม่ค้าหยิบอย่างคล่องแคล่วเหมือนกับมาสั่งประจำในขณะที่แม่ค้าก็ตามใจลูกค้าคนนี้อย่างเหลือเชื่อ
“จ้า ๆ เดี๋ยวหยิบให้นะคะเอาอันไหนอีกว่ามาได้เลยค่ะ”
เรวัตรยังคงทึ่งเพราะน้ำเสียงที่คุณป้าขายผักใช้กับลูกค้าคนดังกล่าวนั้นหวานปานน้ำผึ้งเลยทีเดียว
‘เอ ที่ตลาดนี้ดีนะ มีบริการหยิบของให้ด้วย’
โดยหลังจากเลือกเสร็จ รินนรีก็ได้หันมาพูดกับพี่เลี้ยงสาว
“กลับกันเถอะ พี่ฤดี”
และเมื่อหันมา หญิงสาวก็เจอเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่มายืนอยู่ข้างหลังเธอไม่ห่างนัก
‘ใครเนี่ย จู่ ๆ มายืนขวาง’
จนเมื่อเงยหน้าขึ้น ตาต่อตาก็ประสานกันในที่สุด ส่วนเขาได้แต่ยืนตะลึงที่ได้มาเจอกับเธออย่างคาดไม่ถึงแบบนี้พลันภาพที่เธอนั่งอยู่บนม้านั่งในชุดสีขาวสบาย ๆ รวมถึงตอนที่ใส่ชุดไทยประยุกต์ก็ได้เข้ามาซ้อนทับกับใบหน้านวลตรงหน้าจนเขาเผลอเอ่ยออกมาเบา ๆ ราวกับละเมอ
“นางฟ้า”
------------------------------------------------------