บทที่ 22
รีออนเดินมาตามพวกเขาทั้งหมด ไม่นานนักก็เดินมาถึงโรงประมูลที่มีผู้คนกำลังยืนรอกันอยู่หลายคน และหนึ่งในนั้นก็เป็นผู้จัดการก็รีบวิ่งเข้ามาเพื่อขอโทษเขาเป็นการใหญ่ และมันก็เป็นการยืนยันแล้วว่า บลูรันเนอร์ตัวนี้คือสมบัติของรีออน ทำให้กลุ่มของการ์ดโรงประมูลเดินถอยออกไปเล็กน้อย“ต้องขออภัยท่านลูกค้าผู้ทรงเกียรติด้วยขอรับ ..ที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น...” ผู้จัดการกล่าวขึ้นมาในทันที เพราะการที่ลูกค้าจะต้องกลับมาจับสินค้าที่โรงประมูลทำผิดพลาดมันเป็นเรื่องที่น่าอายมาก และถ้าหากเรื่องนี้มันหลุดออกไป มันอาจจะทำให้ชื่อเสียงของโรงประมูลเสียหายได้ แต่เขายังไม่ได้พูดข้อเสนอใดๆ รีออนก็กล่าวออกมาว่า“ทีนี้ข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่.. ส่วนใบนี้ข้าขอคืนมันให้กับพวกเจ้าก็แล้วกัน.. และข้าไม่ต้องการเงินคืนด้วย ถือซะว่าข้าซวยเองที่ไว้ใจโรงประมูลแห่งนี้มากจนเกินไป..” รีออนโยนบัตรของโรงประมูลออกไปให้กับผู้จัดการ และเตรียมที่จะเดินหันหลังกลับไปทันที“เดี๋ยวก่อนซิครับ คุณลูกค้า.. ทางเราต้องขออภัยจริงๆขอรับ.. เพื่อเป็นการชดเชยให้กับท่านลูกค้าผู้ทรงคุณวุฒิ เราจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการประมูลในครั้งนี้ และยังจะมอบบัตรสมาชิกระดับเงินให้ในทันทีขอรับ... เดี๋ยวก่อนขอรับ” มาตินเรียกร้อง และยื่นข้อเสนอให้กับรีออน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สนใจมันเลยสักนิดรีออนเดินไปอย่างไม่สนใจ เสียงเรียกนั้น ไม่ว่าจะยื่นข้อเสนอมาอย่างไรเขาก็ไม่มีทางที่จะกลับมาใช้บริการโรงประมูลแห่งนี้เด็ดขาด ถึงยังไงเจ้านกนี่ก็มีคนอื่นๆที่ยินดีจะซื้อมันอยู่แล้ว มันอาจจะน้อยกว่าการประมูลแต่มันก็ยังถือว่าได้ แต่รีออนก็ต้องชะงักเมื่อพบเจอกับหญิงสาวคนที่ประเมินสินค้าให้กับเขา ยืนขวางด้านหน้าเขาอยู่“ข้าต้องขออภัยท่านลูกค้าจริงๆเจ้าค่ะ มันเป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ได้ตรวจสอบกรงขังดีๆ เจ้านกตัวนี้มันฉลาดมาก มันสามารถใช้เล็บเท้าของมันในการสะเดาะกุญแจของเราได้.. แล้วมัน.... มันเป็นความผิดพลาดของข้าเอง” เฟริน เธอก้มหัวให้กับรีออนอย่างจริงใจ แต่หารู้ไม่ว่าในใจเธอกำลังแสดงละครอยู่ ไม่ว่าใครในความคิดของเธอ จะทนเห็นน้ำตาของหญิงสาวได้กันล่ะ ผู้จัดการมาตินที่ได้เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมคุณหนูถึงได้พูดอย่างนั้น ทั้งๆที่คุณหนูเป็นคนปล่อยมันออกมา เพื่อที่จะได้ขี่มันเล่นเท่านั้นไม่ใช่หรือไงกัน แต่มันก็ทำให้ชายคนนั้นที่เป็นลูกค้าชะงักไปได้ มันก็เลยทำให้เขาเลือกที่จะเงียบเอาไว้ก่อน และรอดูว่าเรื่องนี้มันจะจบอย่างไร“แล้วไง....” ประโยคสั่นๆได้หลุดมาจากปากของรีออน แต่มันกลับสร้างความประหลาดใจให้กับทุกๆฝ่ายที่อยู่ตรงนั้น เหตุผลที่รีออนรู้ว่าเธอคนนี้แค่โกหกมันก็เป็นเพราะว่าความสามารถของอลิสที่สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ ว่าใครกำลังพูดความจริงมากน้อยแค่ไหน และมันยิ่งทำให้รีออนเริ่มมองโรงประมูลนี้แย่ลงไปทุกทีๆ รีออนเริ่มก้าวเดินหน้าต่อไปอย่างไม่สนใจอีกครั้ง ภายในใจเลิกคิดที่จะหวังพึ่งโรงประมูลนี้แล้ว แต่หญิงสาวเจ้าปัญหากลับไม่ยอมให้เขาจากไปอย่างง่ายๆ เธอเข้ามาเกาะที่แขนของเขาก่อนจะใช้ลูกอ้อนอีกครั้ง“ท่านลูกค้าเจ้าคะ... ให้อภัยข้าเถอะนะเจ้าคะ ข้าผิดไปแล้ว...” เฟรินนำหน้าอกหน้าใจของเธอเข้ามาถูที่ขาของเขาก่อนจะพูดอ้อนอย่างยั่วยวน รีออนเหล่ตามองไปที่เธอเล็กน้อย เขาเห็นว่าเธอกำลังทำหน้าตาบ้องแบ๊วอย่างน่ารักน่าเอ็นดู แต่ในใจของเขากลับไม่ชอบคนที่โกหกหลอกลวงไปวันๆอย่างนี้ ถึงเธอคนนี้จะมีลักษณะตามสเป็คของเขาก็ตาม ผมดำยาวสวย ส่วนสูงที่พอเหมาะไม่สูงไม่เตี้ยจนเกินไป ถ้าดูจากสายตาก็น่าจะประมาน 165 เซนติเมตร ใบหน้าที่โอบอิ่ม รูปหน้าไปทรงสัดส่วนที่พอเหมาะ ผิวพรรณงดงามราวกับนางฟ้า ทุกอย่างที่ว่ามานี้มันดีหมด ยกเว้นนิสัยที่มันไม่ผ่านจริงๆ เขาจึงกะว่าจะสะบัดแขนของเธอทิ้งไปแต่ในจังหวะนั้นเอง หญิงสาวคนที่เขาหลงแอบเผลอไปมีใจให้กับเดินเข้ามาทางพวกเขา“เกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นรึ” แคทเทอรีนกล่าวออกมาอย่างมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า และเหตุที่เธอมายืนอยู่ตรงนี้ได้ มันก็เป็นเพราะเธอจะมาตามหาชายคนนี้นี่แหละ แต่เมื่อมาเจอสภาพอย่างนี้มันทำให้เธอจับต้นชนปลายไม่ถูก รีออนที่หันมามองก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เพราะว่าโรงประมูลนี้มันเป็นโรงที่แคทเทอรีนเป็นคนแนะนำมา แต่ยังไม่ทันที่จะได้อธิบายใดๆ เฟรินก็รีบวิ่งเข้าไปหาแคทเทอรีน ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า“แคทเทอรีน เจ้ารู้จักกับเขาด้วยอย่างงั้นรึ.. เจ้าช่วยพูดคุยกับเขาให้หน่อยซิ... พอดีมันเกิดอุบัติเหตุนิดๆหน่อยๆน่ะ” เฟรินลากแขนของแคทเทอรีนให้เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากนั้นแคทเทอรีนก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันคงจะเป็นความผิดพลาดที่มาจากเพื่อนของเธออย่างแน่นอน เธอหันไปกล่าวกับรีออน และทำหน้าในเชิงขอร้องในทันที“ท่านรี...” เธอยังไม่ทันได้เรียกชื่อของเขา รีออนก็ได้ทำท่าทางประมาณว่าอย่าพึ่งพูดอะไรประมาณนั้น และเขาก็ค่อยๆเอ่ยขึ้นมา“ตอนนี้ให้เรียกข้าว่าปีเตอร์..” แคทเทอรีนเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็เข้าใจได้ในทันที เพราะสถานการณ์ในตอนนี้การใช้ชื่อรีออนนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย บางทีมันอาจจะทำให้คนที่ได้ยินนั้นเข้าใจผิดได้เลยทีเดียว มันก็ยังดีที่เธอเป็นคนหัวไว“ท่านปีเตอร์เจ้าคะ... ข้าต้องขออภัยในความผิดพลาดของนางด้วย แต่ได้โปรดรับข้อเสนอของทางโรงประมูลสักครั้งเถอะเจ้าค่ะ ไม่ใช่ว่าทำเพื่อเพื่อนข้า แต่ขอให้ท่านช่วยรักษาหน้าข้าสักครั้งเถิด ยังไงข้าก็เป็นคนที่แนะนำให้ท่านนำบลูรันเนอร์ตัวนี้มาประมูลที่แห่งนี้” แม้ว่าคำพูดมันจะดูแปลกๆ แต่ก็ต้องช่างมันไว้ก่อน เพราะมันก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่เธอว่ามานั่นแหละ รีออนถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกไปว่า“ก็ได้ๆ ข้าจะใช้บริการของโรงประมูลนี้.. แต่ถ้ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกครั้งล่ะก็... แม้แต่เจ้าที่เป็นคนแนะนำข้ามา ก็อย่าหวังว่าจะมาขอร้องข้าอย่างนี้อีก” รีออนที่ไม่ได้หลงตัวเอง เขาเชื่อในความสามารถในตัว และสมองของเขา ถ้าหากโรงประมูลไหนทำให้เขาได้ใจไปล่ะก็ โรงประมูลนั้นน่าจะมีผลกำไรอีกเป็นหลายเท่าตัวเลย จากสินค้าของเขาที่จะนำมาประมูลในอนาคตก่อนที่เขาจะยื่นนกตัวนี้ให้กับคนของโรงประมูลเพื่อที่จะให้จัดการต่อไป ผู้จัดการอย่างมาตินก็รีบเอ่ยกับเขาเกี่ยวกับเรื่องบัตรในทันที โดยที่จะอัปเกรดให้เป็นถึงระดับทองโดยที่ไม่เสียเงินเพิ่มเลยสักเหรียญทองแดงเดียว รีออนไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่กับแคทเทอรีนแล้วมันไม่ใช่ เธอรีบกล่าวขอบคุณเขาในทันที“ขอบพระคุณท่านปีเตอร์มากด้วยนะเจ้าคะ ที่ยอมลดเกียรติให้กับข้าในครั้งนี้” ก่อนที่เธอจะกดหัวเพื่อนของเธอให้ขอโทษตามลงไป รีออนที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว ก็กล่าวออกมาว่าไม่เป็นไร จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็คุยเพื่อปรับความเข้าใจกันสักเล็กน้อย ก่อนที่จะเข้าไปภายในโรงประมูล เพราะมันก็ใกล้จะได้เวลาประมูลแล้วส่วนตัวของเฟรินก็ต้องไปเตรียมแต่งตัว เพราะว่าเธอจะต้องทำหน้าที่เป็นพิธีกรงานประมูลที่กำลังจะเกิดขึ้น