หลังเลิกงานท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มอมชมพูยามเย็นเอมกลับมาถึงบ้านพักด้วยความรู้สึกที่ยังคงหนักอึ้งในอกความเงียบงันและบรรยากาศรอบตัวช่างน่าอึดอัดจนเธอทนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนี้ไม่ไหว
เธอตัดสินใจออกมาจากบ้านพัก ขับรถมอเตอร์ไซต์ตรงดิ่งไปยังชายหาดเงียบสงบเบื้องหน้าปล่อยให้ผืนทรายเย็นเฉียบัักับปลายเท้าและปล่อยให้เสียงคลื่นซัดสาดช่วยกล่อมเกลาความฟุ้งซ่านในหัว
เธอยืนเหม่อมองเส้นขอบฟ้าไกลโพ้นลมทะเลยามเย็นพัดปะทะใบหน้า ช่วยบรรเทาความอัดอั้นตันใจลงได้บ้างแต่ความเหนื่อยล้าจากเื่ราวตลอดทั้งวันก็ยังคงเกาะกุมหัวใจไว้แน่นท่ามกลางความโดดเดี่ยวบนชายหาดลำพังนั้น มือถือในกระเป๋าของเธอก็มีสายโทรเข้า
"มึงงงงงงงงง !!!!!!"
เสียงของเจนเพื่อนรักทักทายมาทันทีที่กดรับด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความตื่นตระหนกและร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
"ว่าไง"
ฉันตอบกลับไปตามสาย
"กูมีเื่สำคัญจะบอก!"
น้ำเสียงของเจนดูตื่นเต้นจนแทบจะทะลุโทรศัพท์ออกมา
"ว่ามา"
"ฟิว...มันย้ายไปทำงานบนเกาะที่มึงอยู่!"
น้ำเสียงของเพื่อนสนิทที่หลุดออกมาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนโมโหขั้นสุดคล้ายกับเตรียมจะพุ่งตัวมาหยุมหัวใครสักคนแทนฉัน
"ว่าแล้วทำไม..."
ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งพลังงาน จนปลายสายถึงกับชะงักและแปลกใจ
"มึง...มึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือใเลยเหรอวะ?"
เจนถามกลับมาด้วยความงุนงง
"กะจะในั่นแหละ... แต่วันนี้ตอนเช้า ฟิวเขาส่งดอกไม้มาแสดงความยินดีกับกูที่โรงเรียนตอนแรกก็ยังสงสัยว่ารู้ได้ไงว่าอยู่ที่ไหน ตอนนี้เข้าใจละ"
ฉันตอบกลับด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่ายที่ฉาบทับอยู่ทุกพยางค์
"ง่ะ!!!! มัน้าอะไรวะ!"
น้ำเสียงของเจนสะท้อนความโกรธเกรี้ยวและเดือดดาลแทนอย่างชัดเจน
"ไม่รู้เหมือนกัน ตอนโทรมาก็ถามเื่ทั่วไป ไม่ได้คุยอะไรมากแล้วก็วางไป..."
"มันยังกล้าโทรมาอีกเหรอ 8ปีที่ผ่านมา มันลืมสิ่งที่มันทำกับมึงไปหมดแล้วสินะ!"
เจนพ่นคำพูดด้วยความคับแค้นใจแทนเพื่อนรัก
"เฮ้อออ....."ฉันถอนหายใจยาวเหยียดปล่อยให้ลมทะเลยามเย็นพัดพาความอึดอัดที่สุมอกให้ออกไปพร้อมกับสายลม
"มึงโอเคไหม"
น้ำเสียงของเจนเปลี่ยนเป็ความห่วงใยอย่างสุดซึ้งทันที
"ดิ่งทั้งวันแล้ววันนี้...แต่ตอนนี้โอเคขึ้นมาก ๆ แล้วล่ะ"
ฉันทอดสายตามองคลื่นซัดเข้าหาฝั่งพร้อมกับนึกถึงหน้าจอแชทของใครอีกคนที่คอยโอบกอดความรู้สึกพัง ๆ นี้ไว้
"มีอะไรก็โทรหาากูได้ตลอดนะกูพร้อมไปหาให้ตลอดเวลา!"
"ไม่เป็ไรเลยมึง กูโอเค กูไหวกูสบายมาก เื่มันผ่านมาตั้ง 8 ปีแล้ว กูต้องเข้มแข็งได้แล้ว"
ฉันฝืนบอกตัวเองและเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็เข้มแข็ง
"เออ ๆ เดี๋ยวกูไปสืบมาให้ก่อนว่ามันย้ายไปใกล้ ๆ มึงทำไม มันบังเอิญหรือตั้งใจ ยังไงเดือนหน้าเดี๋ยวกูไปหานะ"
เจนเอ่ยด้วยความห่วงใยที่ไม่เคยลดน้อยลง
"โอเค ไว้เจอกัน"
"ได้ ๆ อย่าลืมนะ มีอะไรโทรหากูได้ตลอดกูอยู่ข้างมึงเสมอ"
"ขอบคุณนะมึง"
แล้วเจนก็วางสายไป...ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความว่างเปล่าที่โอบล้อมตัวฉันไว้ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาดชายหาดยามค่ำคืนก่อนจะมีข้อความเด้งขึ้นมาจาก ชื่อที่คุ้น ‘Big Boss’ ที่ ณ.ตอนนี้ ทำหน้าที่เป็เซฟโซนเดียวของเธอ
[Big Boss] :มีคนอยู่ไหมครับ
ข้อความเด้งมาเป็ข้อความเชิงประชด เพราะข้อความล่าสุดเมื่อตอนเช้าตอนเขาทักมาฉันยังไม่ได้กดอ่านและตอบเขาเลย
[เอม] : ไม่มีค่ะ
[Big Boss] :อ้าว งั้นช่วยตามหาให้หน่อยได้ไหมครับฝากบอกเขามีคนรอแชทจากเขาทั้งวันเลย
ทั้งๆที่ความจริงผู้กองเอกในชีวิตจริงเพิ่งไปปลอบใจมาแต่ก็ยังคงค้างคาใจว่าเกิดอะไรขึ้น เลยต้องอาศัย Big Boss ในการถาม เผื่อจะไม่รู้ที่มาที่ไปของเื่
[เอม] : ขอโทษนะคะวันนี้รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยไม่ได้ตอบแชทไปค่ะ
[Big Boss] : เป็อะไรหรือเปล่าครับ
ผู้กองเอกเริ่มถามเข้าประเด็น
[เอม] : เอาจริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่อดีตที่เลวร้ายหวนกลับมาทำร้ายอีกครั้งทั้งๆที่ควรจะลืมไปได้นานแล้ว
[Big Boss] : “อดีตที่เลวร้าย ?”
[เอม]: "มันเป็เื่ราวความรักของเด็กน้อย ที่ยกความรักเหนือทุกสิ่งปกป้องเขาทุกอย่าง สุดท้ายโดนหักหลัง ทิ้งไปกับคนที่มีผลประโยชน์กับเขากลายเป็ฝันร้ายที่ตามติด เพราะต้องทำผิดต่อแม่และพี่ชายตัวเองที่รักน้องสาวตัวเองมากที่สุดคิดแล้วก็ขำตัวเองเหมือนกัน โดนหลอกใช้ยังไม่รู้ตัวยังทำให้แม่กับพี่ชายเสียน้ำตาอีก ความผิดบาปในใจ ยังตามหลอกหลอนไม่หายเลยพยายามลืมทุกอย่างแล้ว ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น เขาจะโผล่มาทำไมตอนนี้ก็ไม่รู้"
บรรทัดข้อความที่ยาวเหยียดถูกส่งออกไปพร้อมกับหยาดน้ำใสที่ร่วงหล่นลงกระทบหน้าจอสมาร์ทโฟนความเ็ปในอดีตไม่ได้เป็เพียงแค่รอยแผลเป็ แต่มันคือ "เงา"ที่ยังคงตามหลอกหลอน เสมือนเศษแก้วที่ฝังอยู่ใต้ิั ทุกครั้งที่นึกถึงมันแรงกระตุกวูบในอกก็ทำให้ลมหายใจสะดุดราวกับถูกดึงกลับไปยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนในวันที่โลกพังทลายลงต่อหน้าต่อตาความรู้สึกผิดที่เคยทำร้ายคนที่รักที่สุด (แม่และพี่ชาย)กลายเป็ตราบาปที่กัดกินหัวใจให้ผุกร่อนไปทีละน้อยในความมืดมิด
ทางด้านของผู้กองเอกที่ถือโทรศัพท์อยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าจอถึงกับหัวใจกระตุกวูบภาพความซึมเซาและดวงตาที่ไร้เรี่ยวแรงของเอมในตอนกลางวันซ้อนทับขึ้นมาในหัวความโกรธเกรี้ยวและเืทหารในกายพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่เขากำลังจีบต้องเผชิญกับเื่ราวบีบคั้นหัวใจและถูกผู้ชายสารเลวคนไหนก็ไม่รู้ทำร้ายจิตใจจนบอบช้ำขนาดนี้
มือหนารีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อโอบกอดและดึงสติคนตัวเล็กที่กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความรู้สึกผิด
[Big Boss] : "เอม...ฟังผมนะ มองหน้าจอผมตอนนี้..."
[Big Boss] :"คุณไม่ได้โง่ และคุณไม่ได้ผิดอะไรเลยคุณแค่มอบความรักให้คนผิดไปเท่านั้นเอง อย่าเอาแผลที่คนอื่นเป็คนทำมาลงโทษตัวเองแบบนี้เลยนะครับ"
[Big Boss] :"คนที่กล้าทำร้ายผู้หญิงที่จิตใจดีและรักใครรักจริงได้ลงคอ...มันเป็ไอ้สวะที่ไม่มีค่าอะไรให้คุณต้องเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว"
ฉันอ่านข้อความพลางปาดน้ำตา
[เอม] : ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ แต่ก็ยังแอบหวั่นหน่อยๆเพราะเมื่อกี้เพื่อนโทรมาบอกว่า เขาย้ายมาประจำการที่บนเกาะเมื่อไม่นานมานี้
[Big Boss] :มันอยู่บนเกาะ ?
[เอม]: ใช่ค่ะ ตอนนี้เขาเป็ทหาร สอบติดั้แ่ ม.4 ไปเรียนที่โรงเรียนทหาร แล้วก็ทำคะแนนสูงสุดติด 1 ใน 3 จนเข้าโรงเรียนระดับชั้นนายร้อยได้หลังจากนั้นก็ไม่ได้รู้ว่าเขาทำงานที่ไหน มารู้อีกทีตอนเพื่อนโทรมาบอกว่าเขาย้ายมาประจำกันที่นี่เมื่อไม่นานมานี้”
ผู้กองเอกกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนขึ้นที่สันมือ ร่างสูงนั่งนิ่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ด้วยแววตาแข็งขึ้นทีละน้อยความรู้สึกคุ้นเคยกับประโยคบอกเล่าเมื่อครู่มันตีรวนอยู่ในหัวของเขา สมองของนายทหารหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วจนภาพความทรงจำสมัยเรียนนายร้อยย้อนกลับมาฉายชัด...
สอบติดั้แ่ม.4... ทำคะแนนสูงสุดติด1 ใน 3... เข้าโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อย...
ในรุ่นของเขามีคนเดียวเท่านั้นที่ทำคะแนนหายใจรดต้นคอเขามาตลอดจนได้ที่ 2 ของรุ่นส่วนเขานั่งแท่นที่ 1มาตลอดกาล... คนที่ทั้งสุขุม นิ่งเงียบ เ็า และเคยเป็เ้าของหัวใจผู้หญิงคนนี้
ไอ้ฟิว... ร้อยเอกฟิว คู่ปรับตัวฉกาจสมัยเรียนนายร้อย!
ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความใปนกรุ่นโกรธระคนหมั่นไส้ให้ตายสิ... นี่ศัตรูหัวใจที่ทำให้คนของเขาต้องมานั่งร้องไห้จมดิ่งน้ำตานองหน้ากลายเป็ไอ้เพื่อนร่วมรุ่นที่เขาจำหน้าได้แม่นยำซะงั้น!
[Big Boss] :"ไม่ต้องกังวลนะครับ และก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น มีผมทั้งคนไม่มีใครหน้าไหนมาทำอะไรเอมได้แน่นอน"
เอมอ่านข้อความนั้นแล้วถึงกับหลุดขำออกมารอยยิ้มบางๆ ที่เจือความขบขันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบเหงาและหม่นหมองความมั่นใจที่ล้นปรอทผ่านตัวหนังสือของคนปลายทางช่างดูยิ่งใหญ่เสียจนเธออดไม่ได้ที่จะพิมพ์แซะกลับไปด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู
[เอม] :"พูดเหมือนตัวเองอยู่ใกล้ๆ ยังไงยังงั้นเลยนะ"
เอมพิมพ์ข้อความต่อด้วยความรู้สึกที่เบาสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดความอึดอัดที่เคยกดทับหัวใจมาตลอดทั้งวันค่อยๆมลายหายไปราวกับถูกสายลมทะเลพัดพาให้ลอยหายไปในความมืด
[เอม] :"ขอบคุณนะคะบิ๊กบอส... อ่านแล้วนึกว่ามีองครักษ์พิทักษ์ส่วนตัวซะอีก 5555555
[Big Boss] :"ต่อให้อยู่ไกลกันคนละฟากของเกาะ หรือต่อให้ผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น...แต่ถ้าคุณ้า ผมก็พร้อมจะพุ่งตัวไปหาคุณได้ตลอด 24ชั่วโมงเหมือนกันนะครับ"
ทางด้านของผู้กองเอกหรือบิ๊กบอสในโลกออนไลน์ หลังจากกดส่งข้อความนั้นออกไปร่างสูงในชุดทหารที่ยืนพิงระเบียงห้องพักของตัวเอง หัวเราะในลำคอเบาๆแววตาดุดันที่เคยฉายความกรุ่นโกรธเมื่อครู่เปลี่ยนเป็ความอบอุ่นและประกายความเ้าเล่ห์พราวระยับ
ให้ตายสิ...ยัยตัวแสบ ตอนเย็นทำเป็หงอยเหงาและซึมเซาจนเขาแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับแต่พอตอนนี้กลับมามีกะจิตกะใจพิมพ์ข้อความแซวเขาได้ซะนี่!
แต่ก็นั่นแหละ...อย่างน้อยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะผ่านตัวหนังสือเ่าั้ก็ยืนยันได้เป็อย่างดีว่าเขาทำสำเร็จแล้ว เขาดึงเธอกลับมาจากหลุมดำแห่งความทรงจำอันเ็ปได้สำเร็จ
ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าคมคายก็ค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อนึกถึงชื่อของ "ไอ้ฟิว"คู่ปรับเก่าขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างใช้ความคิดสมองของนายทหารหนุ่มเริ่มประมวลผลและวางแผนเงียบๆ ในความมืด
ในเมื่อแกกล้าโผล่หัวเข้ามาในอาณาเขตของฉันแถมยังกล้าทำให้ผู้หญิงที่ฉันหมายปองต้องเสียน้ำตา...แกเตรียมตัวรับมือกับการต้อนรับจาก 'เพื่อนเก่า'คนนี้ได้เลย
ผู้กองเอกสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะกดหน้าจอโทรศัพท์พิมพ์ตอบกลับเอมไปเป็ข้อความสุดท้ายของค่ำคืนนี้
[Big Boss]: "ดึกมากแล้วครับคนเก่ง เก็บแรงไว้ไปลุยงานต่อพรุ่งนี้เถอะส่วนเื่อื่น... ปล่อยให้เป็หน้าที่ของ 'องครักษ์' คนนี้จัดการเองนะฝันดีครับเอม"
เมื่อเห็นข้อความตอบกลับจากปลายทางขึ้นสถานะว่าอ่านแล้วและไม่มีข้อความโต้แย้งใดๆ กลับมาอีก ผู้กองเอกจึงยอมล็อกหน้าจอโทรศัพท์ร่างสูงทอดสายตามองออกไปข้างนอกผ่านความมืดของค่ายทหารแววตานิ่งสนิทเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น... พรุ่งนี้คงถึงเวลาที่เขาต้องไป"ทักทาย" เพื่อนรักร่วมรุ่นคนนี้ให้สมกับที่ไม่ได้เจอกันนานสักหน่อยแล้ว