บทที่ 25
ข้อเสนอ
“ ข้อเสนออย่างงั้นรึ? ”
“ ใช่แล้ว แน่นอนว่าของที่จะให้ไปก็ย่อมมีข้อสอบแทน เพราะแบบนั้นไม่จำเป็จะต้องกังวลหรือว่าสงสัยอะไรเกี่ยวกับเื่พวกนั้น ” ลู่เฟิ่งแสดงรอยยิ้ม
หลัวเซียนเป็ผู้ที่ระวังตัวเป็อย่างมาก การที่แสดงตัวตนออกไปว่าจะมอบของล้ำค่าเช่นนั้นให้ ถ้าเกิดว่าไม่มีของตอบแทนที่คาดหวังเอาไว้อีกฝ่ายก็คงจะไม่เลิกสงสัย
แม้ว่าหลัวเซียนจะอยากได้มุกจีบอสูรมากขนาดไหน แต่ก็คงจะไม่กล้าเสี่ยงกับคนที่ไม่รู้ว่าที่มาที่ไปหรออก
แต่ว่าถ้ามีผลตอบแทนที่ มันจะทำให้อีกฝ่ายนั้นคลายความสงสัยและกังวลเกี่ยวกับเื่นี้น้อยลง
“ แสดงว่าเ้ามีข้อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเื่นี้ ”
“ ใช่แล้วข้ามีข้อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเื่นี้ ”
“ ว่าอย่างไรล่ะอยากจะลองฟังหรือไม่? ” ลู่เฟิ่งแสดงรอยยิ้มออกมา
“ ถ้าเช่นนั้นก็ลองพูดออกมาข้อแลกเปลี่ยนอะไรที่มากพอขนาดที่จะให้ตัวของเ้ามอบของล้ำค่าอย่างมุกจิตอสูรมา ”
ลู่เฟิ่งแสดงรอยยิ้ม “ หลังจากนี้ตลอดสิบปีข้าอยากจะให้เ้าสนับสนุนข้า”
“ สนับสนุน? ”
“ ใช่แล้วหลังจากนี้ตลอด 10 ปีเ้าจะต้องทำการสนับสนุนข้าในเื่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ในเื่ทรัพยากรหรือแม้กระทั่งในเื่ข่าวสาร ”
“ ข้าอยากจะให้เ้าสนับสนุนค่าในทุกๆเื่ไม่ว่าจะเื่อะไร ”
“ ตลอด 10 ปีต่อจากนี้ข้าจำเป็จะต้องได้รับการสนับสนุน ว่าอย่างไรการสนับสนุนตลอด 10 ปีเ้าคิดว่ามันพอสมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่เ้าจะได้รับหรือไม่ ”
หลัวเซียนก้มหน้าคิดบางอย่างภายในใจอยู่สักพัก “ ขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่าตัวของเ้า้าอะไร ”
“ การสนับสนุนที่เ้านั้นกล่าวถึงจำเป็จะต้องให้ค่านั้นไปฆ่าผู้ใดหรือเปล่า”
“ หรือว่าจะให้ข้าทำเื่ราวที่ผิดต่อคุณธรรมหรือไม่? ”
หลัวเซียนแม้ว่าจะเป็พ่อค้าที่เห็นแก่ผลประโยชน์ แต่ตัวของเขาเองก็ไม่ใช่พวกที่เห็นแก่ผลประโยชน์มากกว่าคุณธรรม
เพราะแบบนั้นจึงถามเกี่ยวกับเื่คุณธรรมก่อนเป็อันดับแรก ถ้าเกิดว่ารับปากไปแล้วเขาต้องไปทำเื่ราวที่ผิดคุณธรรมท่านเองก็จะเป็สิ่งที่แก้ไขไม่ได้
ลู่เฟิ่งส่ายหน้าของตนไปมา “ ไม่เลยแม้แต่น้อย ”
“ ข้าไม่ให้เ้าไปฝากผู้ใดและก็ไม่ได้ให้ทำเื่ผิดคุณธรรมด้วย ”
“ ขอพูดตามตรงตอนนี้ข้ากำลังฝึกฝนร่างกายอยู่ เพราะแบบนั้นจำเป็จะ้าทั้งทรัพยากรเวลารวมไปถึงการสนับสนุนในทุกๆด้าน ”
“ เพื่อที่ว่าจะให้ตัวของข้านั้นสามารถพัฒนาระดับของตนเองเพิ่มขึ้นไปได้อีก ”
“ การสนับสนุนตลอด 10 ปีข้าคิดเองก็คิดว่ามันน่าจะเป็การแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าสำหรับการที่ให้ของล้ำค่าอย่างมุขจิตอสูรกับเ้า ”
“ ว่าอย่างไรเล่าการแลกเปลี่ยนเช่นนี้ถือว่าคุ้มค่าดีหรือไม่ ” ลู่เฟิ่งยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก
มั่นใจว่าอีกฝ่ายน่าจะตอบรับข้อเสนอของเขาอย่างแน่นอน หลัวเซียนกลับไปนั่งคิดอีกครั้ง หลังจากคิดอยู่ภายในใจสักพักนึงบุ้นหลุดหนุ่มเงยหน้าของตนขึ้นมา
“ เ้าชื่อว่าอะไร ”
“ ลู่เฟิ่ง.. ”
เมื่อได้ยินชื่อนั้นหลัวเซียนเขาชมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากัน แล้วก็คิดในใจของตนเอง ‘ แซ่ลู่อย่างนั้นหรอ ’
‘ ไม่น่าจะใช่แซ่ลู่จากราชวงศ์ คนจากราชวงศ์ไม่น่าจะสวมใส่ชุดที่ขาดรุ่ยเช่นนี้ ไม่เพียงเท่านั้นถ้าเกิดว่าเป็คนจากราชวงศ์จริงๆก็น่าจะมีผู้คุ้มกันติดตามมาบ้าง ’
‘ แต่ในตอนนี้รอบร่างกายกับไม่มีผู้คุ้มกันติดตามมาเลยแม้แต่คนเดียว เพราะแบบนั้นก็น่าจะเป็แซ่ลู่อื่น ’
ด้วยสถานะของลู่เฟิ่งในตอนนี้มันจึงทำให้อีกฝ่ายนั้นคิดว่าเขาไม่ใช่คนจากราชวงศ์ พ้นจากราชวงศ์ที่ใดจะเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ด้วยตัวคนเดียว
ไม่มีผู้คุ้มกันอยู่รอบกาย ไม่เพียงเท่านั้นยังแต่งกายราวกับว่าเป็ขอทาน
หลัวเซียนหลังจากที่คิดในใจอยู่สักพักก็เงยหน้าและแสดงใบหน้าจริงจัง ใบหน้าของคนผู้นี้ที่แสดงออกมาพร้อมที่จะให้คำตอบ
“ เข้าใจแล้ว.. ”
“ ถ้าแบบนั้นข้าเองก็จะตอบรับข้อเสนอในครั้งนี้ ”
“ ถึงแม้ว่าพวกเราจะรู้จักกันไม่นานแต่ว่าดูเ้าไม่ได้เป็คนที่มีจุดประสงค์มุ่งร้ายอะไร ”
“ ข้าขอสัญญาด้วยฐานะของข้าถ้าเกิดว่าเ้าสามารถนำเอามุกจิตอสูรมาให้ข้าได้จริงๆ ข้าเองก็จะให้การสนับสนุนแก่เ้าตลอด 10 ปีต่อจากนี้ ”
ลู่เฟิ่งยกยิ้มไม่เห็นอีกฝ่ายตอบรับเช่นนั้น เขาพยักหน้าตอบรับกลับไป “ ถ้าเช่นนั้นก็ดี ว่ามุกจิตอสูรจำเป็จะต้องใช้เวลาสักหน่อย ”
“ ข้าอาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนให้การเดินทางไปเอามันมาหวังว่าเ้าจะไม่รีบร้อน ”
“ แน่นอนของเช่นนั้นข้ารู้ดีการจะได้มันมาไม่ใช่เื่ที่ง่ายดาย เพราะแบบนั้นตัวของข้าเองก็จะไม่รีบเร่งกับเ้าเช่นเดียวกัน ”
ลู่เฟิ่งหลังจากสนทนาเสร็จรีบลุกขึ้นแล้วออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว เมื่อขอทานน้อยออกไปจากห้อง
หลัวเซียนที่กำลังนั่งอยู่หันไปมองผู้คุ้มกันของตนเองที่กำลังอยู่ในท่าทางคุกเข่า “ เป็อย่างไรบ้าง? ”
ผู้คุ้มกันหนุ่มที่สวมใส่ชุดสีดำค่อยๆลุกขึ้นมา มันรวบรวมสติของตนเอง “ ข้ารู้สึกเหมือนคอของตัวเองถูกตัดออกไปเลยขอรับ ”
“ รู้สึกเหมือนถูกตัดออกไปเลยอย่างนั้นหรือ ”
“ แต่ว่าขอบเขตของเ้าอยู่ในขอบเขตสร้างพลังขั้นที่ 8 เลยไม่ใช่หรือ ” หลัวเซียนแววตาสงสัย
“ ใช่ขอรับ ข้ามีขอบเขตสูงกว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นอย่างแน่นอนแต่อยู่ๆทันทีที่ข้าปล่อยจิตสังหารไปหาเขา ข้าเองก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ”
“ แววตาที่จ้องมองตรงกลับมาค่าััได้ถึงความเย็นะเื ดวงตาเช่นนั้นเป็ดวงตาของผู้ที่สามารถสังหารคนได้อย่างไร้ความรู้สึก กล่าวได้ว่าเหมือนกับคนที่ผ่านการฆ่าคนมาแล้วหลายร้อยหลายพันคน ”
“ แม้คนผู้นั้นจะมีระดับที่ต่ำกว่าแต่ค่าสามารถบอกเราได้เพียงอย่างเดียวว่าเขาอันตราย ” ผู้คุ้มกันหนุ่มััถึงความอันตรายของเด็กหนุ่มผู้นั้นได้อย่างชัดเจน
มันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองนั้นตายไปแล้วั้แ่ปล่อยจิตสังหารออกไป และก็โดนลู่เฟิ่งตอบโต้กลับมาด้วยจิตสังหารเช่นเดียวกัน
เมื่อได้ยินว่าผู้คุ้มกันของตนเองพูดออกมาแบบนั้น หลัวเซียนยิ่งสงสัยในตัวตนของลู่เฟิ่งมากขึ้นไปอีก
“ เขาเป็ผู้ใดกันแน่? ”
“ ตัวตนลึกลับและน่าสงสัยจริงๆ ”
“ แต่ว่านายท่านขอรับเื่ที่คนผู้นั้นพูดเราจะสามารถเชื่อได้อย่างนั้นเดี๋ยวขอรับ มุกจิตอสูรนายท่านหามาเป็เวลานานท่านเองก็ไม่เคยพบเจอมัน ”
“ แต่ในตอนนี้เด็กหนุ่มผู้นั้นมาจากที่ไหนไม่รู้มาบอกว่าจะสามารถหามาให้ท่านได้ มันดูน่าสงสัยเกินไปนะขอรับ ” ผู้คุ้มกันหนุ่มแสดงใบหน้าวิตกกังวล
“ พวกเราจำเป็จะต้องเข้าดูเอาไว้ถ้าเกิดว่าเขาหามาได้จริงๆข้าถึงจะให้ค่าสนับสนุนตามสัญญา ”
“ เข้าใจแล้วขอรับ ”
หลังจากนั้นราตรีภายในสถานที่แห่งนี้ก็จบลง ลู่เฟิ่งไปนอนพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่เช่าเอาไว้ในเมืองไป๋จี้
จบบท