ตอนที่ 8
ฝันร้าย
“คุณหนูจะเข้านอนแล้วหรือเ้าคะ” เสี่ยวอี้เดินเข้ามาในห้องของคุณหนู เพื่อที่จะจุดเทียนเพิ่ม แต่เห็นว่าคุณหนูขึ้นไปนอนบนเตียงแล้ว
“อืม เ้าเองก็ไปพักเถอะ” มี่จื่อล้มตัวลงนอนไม่สนใจสาวใช้ เพราะรู้สึกเหนื่อยมาก
เสี่ยวอี้จึงเข้าไปช่วยหยิบผ้าห่มมาคลุมกายให้กับคุณหนู และดับเทียนในห้องนอน ก่อนเดินออกจากห้องไป
ตกดึกบรรยากาศเงียบสงัดกอปรกับคืนนี้ไม่มีแสงจันทร์จึงดูมืดสนิท บนหลังคามีเงาดำสายหนึ่งยืนอยู่บนนั้น เขาเป็บุรุษสง่างามที่ไม่เคยกระทำเื่ที่น่าอับอายเช่นนี้มาก่อนและนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เขาทำตัวราวกับเป็โจรเด็ดบุปผาก็มิปาน รู้ถึงไหนอับอายถึงที่นั่น
เฟยหลิงในชุดสีดำสนิท ปล่อยผมสีน้ำหมึกยาวถึงกลางหลัง แอบเข้าห้องหญิงงามในยามค่ำคืน เพราะด้วยความสงสัยถึงที่มาของนาง คืนนี้จึงบุกเข้ามาพิสูจน์ด้วยตนเองถึงห้องนางให้กระจ่าง
ด้วยฝีเท้าล้ำเลิศบวกกับวรยุทธ์สูงส่ง ทำให้ไม่มีใครสามารถจับสังเกตได้ อีกทั้งเ้าของเรือนก็ยังหลับสนิทไม่รับรู้ถึงความเคลื่อนนี้เช่นกัน
เสียงบานหน้าต่างถูกผลักออกเบาๆ ผู้บุกรุกอาศัยเงามืดอำพรางตนเองได้เป็อย่างกลมกลืน ฝีเท้าที่แตะลงบนพื้นเบาหวิวราวกับย้ำอยู่บนปุยนุ่น สายตามองผ่านความมืดไปยังหญิงสาวที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอน
เขาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงนอนของนาง หัวคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากัน พลางมองดูท่านอนที่แสนพิสดารของนางด้วยสายตาที่นิ่งอึ้ง
หมอนและผ้าห่มตกลงมากองอยู่บนพื้น มุมปากมีน้ำลายไหลยืดออกมาเป็ทางยาว ท่านอนที่ไม่มีความเป็กุลสตรีหลงเหลืออยู่สักนิด ตกลงนี่คืออะไร....
ถึงแม้เขาจะไม่เคยเข้าห้องหญิงสาวที่ไหนมาก่อน แต่ก็มั่นใจว่าคงจะไม่มีหญิงสาวนางไหนนอนหลับได้น่าเกลียดเช่นนางมาก่อน
คราแรกเฟยหลิงคิดว่าจะโน้มตัวลงใกล้นางเล็กน้อยเพื่อพิสูจน์กลิ่นอายให้แน่ใจ แต่ตอนนี้เขาเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน จึงเปลี่ยนไปยืนมองหญิงสาวอยู่ห่างๆ แทน
หญิงงามเป็เช่นนี้ทุกคนหรือไม่? เฟยหลิงได้แต่ตั้งคำถามกับตนเองอยู่ในใจ
เป็เวลาเกือบเค่อที่เฟยหลิงยืนมองดูนาง และตัวนางเองก็เปลี่ยนท่านอนไปไม่ต่ำกว่าสิบครั้งแล้วเช่นกัน สรุปว่าวันนี้เขามาเพื่อพิสูจน์กลิ่นอายของนางหรือว่ามาดูนางนอนท่าพิสดารกันแน่
“เดี๋ยวก่อน...”
เฟยหลิงหันหลังเตรียมจากไป ทว่าร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงกลับลุกขึ้นนั่งพร้อมกับเอ่ยเรียกเขาไว้ ฝีเท้าที่กำลังก้าวเกิดชะงักกลางคัน เขาไม่คิดว่านางจะรู้สึกตัวเร็วเช่นนี้
เฟยหลิงหันหลังกลับไปหานางอย่างใจเย็น ในหัวคิดหาคำอธิบายดีๆ กับนางไว้มากมาย
“ท่านได้โปรดช่วยท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าด้วย ข้าขอร้อง ฮื้อ ฮื้อ”
นางเอ่ยทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ในน้ำเสียงมีความเหเว้าวอนเจือด้วยเสียงสะอื้นยามเอ่ยปากขอร้อง เฟยหลิงคิดว่านางคงกำลังฝันร้าย ขาที่กำลังก้าวเข้าไปใกล้นางหวังปลอบใจเกิดลังเล หากนางตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเขาอยู่ในห้องของนาง เื่จะไม่ไปกันใหญ่หรอกหรือ
เมื่อไตร่ตรองดีแล้ว จึงเลือกที่จะปล่อยให้นางละเมออยู่เช่นนี้ แล้วเตรียมจากไปอีกครั้ง
“ข้าขอร้อง”
ยังไม่ทันที่เฟยหลิงจะะโออกจากหน้าต่าง ก็ได้ยินเสียงของนางอีกครั้ง นี่มันเื่อะไรกัน ทำไมถึงสามารถทำให้คุณหนูในห้องหอเช่นนางถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นดูน่าสงสารได้ นางต้องฝันร้ายแบบไหนกันถึงได้แสดงท่าทางน่าสงสารถึงเพียงนี้
หัวใจที่เคยด้านชาของเฟยหลิงกลับไม่รู้วิธีที่จะปลอบใจนางเอาเสียเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่หญิงสาวร้องไห้เสียใจ ควรจะใช้วิธีไหนเพื่อทำให้นางสงบลง หากเป็เมื่อก่อนคงจะสั่งให้ลูกน้องตัดลิ้นของคนที่ทำให้เขารำคาญใจไปแล้ว คงไม่มาเสียเวลาครุ่นคิดให้ปวดหัวเช่นนี้
เขามีด้านที่อ่อนโยนเช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่ เหตุใดถึงใจดีถึงขั้นคิดหาวิธีปลอบคนที่ร้องไห้กัน
ในเมื่อคิดหาคำปลอบโยนดีๆ ไม่ได้ จึงเลือกที่จะขยับเข้าไปยืนอยู่ใกล้ๆ นางแทน เป็การปลอบในแบบฉบับของเฟยหลิง
มี่จื่อที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในห้องของตนเอง นางนอนฝันร้ายถึงเื่ราวเมื่อ่วัยเด็ก เป็เหตุการณ์ที่ฝังลึกอยู่ในใจเสมอมา
ในปีนั้น นางอายุเพียงสิบปี ท่านพ่อกับท่านแม่พานางเดินทางไปเยี่ยมท่านอาที่เมืองทางตอนใต้ ตอนขากลับพวกนางพบเจอกับโจรร้ายกลุ่มหนึ่ง
ทีแรกนางเข้าใจว่าเป็เพียงโจรธรรมดาที่ดักปล้นผู้คนสัญจรผ่านไปผ่านมาในละแวกนั้น แต่มาทราบในภายหลังว่ากลุ่มโจรที่นางคิดเพียงว่าเป็กลุ่มโจรธรรมดา แต่ดันไม่ธรรมดาก็ตรงที่มีผู้ว่าจ้างให้กลุ่มโจรพวกนั้นฆ่าครอบครัวของนางทุกคน ไม่ใช่แค่ปล้นเอาทรัพย์สินเหมือนเช่นทั่วไป
สาเหตุนั้นเกิดจากพวกพ้องของพวกมันสูญเสียผลประโยชน์จำนวนมหาศาล จากคำตัดสินคดีที่ท่านพ่อเป็ผู้พิพากษาในคดีหนึ่งเมื่อ่สามเดือนก่อนเกิดเหตุการณ์ร้ายนี้ คาดว่าพวกมันคงเฝ้าดูมาระยะหนึ่งแล้วและคงรอเวลาลงมือที่เหมาะสม
นับเป็่เวลาที่นางหวาดกลัวที่สุดในชีวิต กระบี่ด้ามยาวอาบย้อมด้วยเืสดๆ สีแดงฉานกำลังพุ่งมาที่ร่างของนาง มี่จื่อกรีดร้องสุดเสียงด้วยความกลัวสุดขีด เสียงสะท้อนของเด็กสาววัยสิบขวบดังสะท้อนไปทั่วบริเวณหุบเขาลูกนั้น
นางต้องตายแล้วแน่ๆ ความสิ้นหวังในตอนนั้นถูกเปล่งออกมาเป็เสียงกรีดร้อง ฟังดูน่าเวทนาต่อผู้ที่ได้ยิน
คงจะเป็ความโชคดีของนางในครั้งนั้นที่ยังไม่ถึงคราวตาย ์ยังคงมีเมตตาต่อนางอยู่บ้าง จึงส่งบุรุษขี่ม้าขาวมาช่วยเด็กสาวได้ทันเวลา เขาคือผู้มีพระคุณ เป็คนที่ยื่นมือมาดึงมือนางออกจากประตูผี
ก่อนที่กระบี่เล่มนั้นจะแทงทะลุอกเด็กสาว กระบี่ของผู้มีพระคุณก็แทงเข้าจากทางด้านหลังของโจรผู้นั้น ความแรงของพลังกระบี่แทงทะลุอกออกมาถึงด้านหน้า อีกนิดเดียวก็จะทะลุมายังร่างของมี่จื่อเช่นกัน
เพราะมัวแต่หลับตากรีดร้อง เตรียมรับความตายตรงหน้า จึงไม่ทันได้ลืมตามองดูภาพตรงหน้า จนกระทั่งผู้มีพระคุณเอ่ยเรียกสติ เด็กสาวถึงได้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามอง
“เด็กน้อย เ้าปลอดภัยแล้ว”
บุรุษคนนี้เอ่ยปลอบโยนนาง พร้อมกับคว้าเอาท่อนแขนเล็กของเด็กสาวให้ลุกขึ้นยืน พาไปหลบยังอีกด้านที่ปลอดภัย หากฟังดูดีๆ จะรู้ว่าในบริเวณแห่งนี้ไม่ได้มีแค่โจรกลุ่มนี้ที่ดักปล้นครอบครัวของมี่จื่อ เพราะไม่ไกลออกไปก็ยังมีกลุ่มโจรอีกกลุ่มที่กำลังปะทะกับเหล่าทหารฝีมือดีอยู่เช่นกัน
“รออยู่ตรงนี้ ห้ามออกไปไหน”
ผู้มีพระคุณกำชับกับนางเสียงนิ่งขรึม ก่อนจะจากไป
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ” มี่จื่อเอ่ยรั้งเอาไว้ พร้อมกับนั่งลงคุกเข่าตรงหน้าผู้มีพระคุณ “ท่านได้โปรดช่วยท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าด้วยนะเ้าคะ” มี่จื่อมองไปยังผู้มีพระคุณอย่างมีความหวัง “ข้าขอร้อง” แม้จะยังหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เมื่อครู่นี้แค่ไหน แต่เด็กสาวก็ยังเป็ห่วงบิดามารของตนมาก
ผู้มีพระคุณพยักหน้าให้กับเด็กสาวแทนคำตอบ เดินไปยังทิศที่ยังมีการต่อสู้กัน
กลุ่มคนสองกลุ่มที่มีการต่อสู้ในบริเวณใกล้เคียงกัน ถูกกวาดต้อนเข้ามารวมอยู่เป็กลุ่มใหญ่กลุ่มเดียวกัน โดยมีทหารตีวงล้อมกลุ่มโจรเหล่านี้เอาไว้ทุกทิศทาง
ผู้มีพระคุณสั่งการทหารเข้าจัดการกับกลุ่มโจร ใช้ระยะเวลาไม่นานก็สามารถจัดการกลุ่มโจรทั้งหมดได้ มี่จื่อสังเกตเห็นที่แขนของผู้มีพระคุณมีเืไหลเป็ทางยาว แต่สีหน้ากลับดูนิ่งเฉยราวกับเืที่หยดลงมาจากท่อนแขนแกร่งนี้ไม่ใช่เืของเขา
“ท่านาเ็” ด้วยความไร้เดียงสา เด็กสาวชี้มือไปยังแขนข้างที่มีเืสีดำไหลออกมา ส่งผลให้บรรยากาศเปลี่ยนเป็ตึงเครียด
ทุกคนดูห่วงใยต่อผู้มีพระคุณของนางเป็อย่างมาก โดยเฉพาะบิดากับมารดาของนาง แสดงออกชัดเจนว่าเป็ห่วงผู้มีพระคุณของนางไม่ต่างจากกลุ่มคนเหล่านี้
เฮือกกกกก
มี่จื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบรุ่งสาง ทั้งเม็ดเหงื่อ คราบน้ำตา คราบน้ำลายปะปนกันบนใบหน้างาม หญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดเบาๆ ไปทีหนึ่ง มองออกไปทางหน้าต่าง เห็นว่าถูกเปิดเอาไว้ จึงเดินไปปิดเข้ามาเช่นเดิม พร้อมกับจุดเทียนให้แสงสว่างภายในห้อง ก่อนกลับมานั่งบนเตียงนอนเช่นเดิม
นานแค่ไหนแล้วที่นางไม่ได้ฝันถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น นางเกือบลืมไปแล้วว่าตนเองเกือบตายมาหนหนึ่ง
“พี่เยว่ฉี”
มี่จื่อพึมพำเรียกชื่อบุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ผู้มีพระคุณของนาง ก่อนจะมาทราบในภายหลังว่าเขาเป็ถึงพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ตอนนี้รับตำแหน่งเป็แม่ทัพใหญ่ประจำอยู่ทิศเหนือ
หนึ่งปีแล้วที่พี่เยว่ฉีจากเมืองหลวงไปอยู่ที่นั่น นานๆ ทีถึงจะมีจดหมายส่งถึงนางสักฉบับ เขาเป็อีกคนที่นางให้ความสนิทสนมมากเป็พิเศษ ถึงกับยกตำแหน่งพี่ชายให้เขาเลยอีกคน
เฟยหลิงยังไม่ได้จากไป ตอนนี้เขานั่งอยู่บนหลังคาเรือนของหญิงสาว ดังนั้นจึงได้ยินชื่อบุรุษที่นางเรียกชื่อ
ใครคือเยว่ฉี... แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับนาง เหตุใดนางถึงได้มีท่าทางดูหวาดกลัวในขณะที่ฝันร้าย