อาอู่หลบออกมาทางซ้ายแล้วต่อยหมัดปราณแค่สี่ในสิบ ตูม ! เ้าั์เอียงลงไปหัวทิ่มพื้น แต่ว่ามันยังลุกขึ้นมาได้สะบัดหัวไปหลายรอบ มันพยายามมองหาว่ามันโดนอะไร อาอู่เลยยกหมัดให้ดูว่ามันโดนหมัดนี้ สร้างความโกรธให้มันอย่างมาก
มันกัดลิ้นพ่นเืไปที่รอยสัก รูปช้างทั้งสองแขน จากนั้นตัวมันก็สั่นเป็เ้าเข้าอาอู่มองแล้วเหมือนผีสิงมากกว่า เลยปล่อยให้มันแสดงออกตามสบายสักครู่ร่างของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกแต่คราวนี้ไม่ใช่คนอีกแล้ว มันกลับมีหัวเป็ช้าง
มีงวงออกมาด้วย แต่แขนมันใหญ่พอๆกันเท้าช้างเลยทีเดียว แปร๋น มันส่งเสียงร้องเป็ช้างไปเลย มันวิ่ง 2 ขาพุ่งเข้าใส่อาอู่ อย่างรวดเร็ว อาอูก็ไม่ถอยกลับะโตัวลอยแล้วจับงวงมันขึ้นแล้วดึงไปด้านหลังแล้วดึงกระตุกอย่างแรง เป๊าะ! เสียงมันร้องดังลั่นสนาม สร้างความตื่นใให้กับคนดูทั่วสนาม นี่กระมังเรียกว่า หักงวงไอยราของแท้ อาอู่คิดในใจ
มันแค้นอาอู่ยิ่งนัก คราวมันเก็บงวงไว้ไม่ปล่อยตามสบายอีก แล้วมันพุ่งเข้าขนอาอู่อีกรอบ อาอู่ก็ไม่ถอยอีกเช่นกัน ลอยตัวปล่อยหมัดปราณ 6ใน10 ที่หน้าผากของมัน ตูม ! ร่างของมันหยุดกึกแล้วค่อยลงไปหมอบกองอยู่กับพี้นลุกไม่ขึ้นอีก
อาอู่เดินเข้ามุม พี่สิงห์ะโขึ้นมาบอกว่า มันมีอีก 2 คน ให้อาอู่ระวังตัว
พี่สิงห์ให้กระบอกน้ำอาอู่ได้ดื่ม แล้วก็มีพวกขอมขึ้นมาอีกคน คราวนี้รูปร่างใหญ่กว่าอาอู่เล็กน้อยไม่มาก มันเดินเข้ามาแล้วกระทืบเท้าเหมือนกำลังทำพิธีอะไรสักอย่าง ทำมือประสานกัน แล้วกินกระดาษสีเหลืองเข้าไป อ้าว นี่มันทรงเ้านี่หว่า อาอู่คิดในใจ จากนั้นเ้าขอมคนทรงเ้าก็เอาเข็มมาแทงทะลุแก้มตัวเองไป 3 เข็ม จากนั้นมันก็ถอนออกเอง นี่มันจะบ้าหรือเปล่าวะเนี่ย มันจะชกมวยหรือทรงเ้ากันแน่วะ พวกคนดูข้างสนามก็มองด้วยความงุนงง ว่ามันทำบ้าอะไรของมันวะ
หลังจากมันทำพิธีของมันเสร็จ มันก็หันมามองทางอาอู่ แล้วตั้งท่ามวย มันกระทืบเท้าอีก 3 ครั้ง แล้วะโโหยงๆ ยังกับจิงโจ้ วนไปรอบๆ อาอู่ แล้วมันก็พุ่งหมัดใส่อาอู่อย่างเร็ว แต่แค่นี้จะโดนอาอู่ได้อย่างไร แล้วมันก็วนไปวนมา แล้วพุ่งหมัดอย่างรวดเร็วขึ้น จนอาอู่ชักเริ่มเวียนหัวไปกับมัน จึงถีบเข้าไปที่ยอดอกมันทีหนึ่ง
เปรี้ยง เซถอยหลัง ไปหลายก้าว แต่ว่าอาอู่ไม่หยุดแค่นั้น พุ่งเข้ามาระยะประชิด
แล้วต่อยหมัดปราณ 6ใน10ไปที่ลำตัวอีกครั้ง ตูม ! ร่างมันลอยไปติดกำแพงอีกคน ถึงขั้นต้องทุบอิฐ ถึงจะเอามันออกมาได้
คนสุดท้ายคนนี้ ไม่มีพิธีอะไรมาก สักแขนเป็รูปยันต์ มีหมัดอยู่ตรงกลาง
“ ข้ากับเ้าจะปะทะกันแค่หมัดเดียว ไม่ต้องเสียเวลาอีก เ้ารับคำท้าหรือไม่” เสียงคนสุดท้ายของฝ่ายขอมคนนี้ เสียงดังฟังชัด ทุกคนที่ยืนรอดูอยู่รอบสนาม
ต่างโห่ร้องอยากชมหมัดเดียวตัดสิน ทั้งอาจารย์ทั้งสองฝั่งก็พยักหน้าอยากรู้นัก
ว่าหมัดเดียวของใครจะยิ่งใหญ่ และทรงพลังมากกว่ากัน พี่สิงห์รีบขึ้นมาให้น้ำแล้วรีบบอกว่า “ มันเป็ยันต์หมัดหนัก หากมันต่อยมาทีเดียวจะมีพลังมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าเชียวนะ ต้องระวังด้วย” อาอู่พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ ได้เลย ซัดกันหมัดเดียวรู้ผลกันไปเลย” อาอู่ก็พร้อมเหมือนกัน
ทั้งคู่ก้าวมาประจันหน้ากัน อีกฝ่ายตั้งสติพนมมือ ท่องคาถาแล้วเป่าพรวดไปที่แขนตัวเอง อาอู่ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เร่งพลังไปที่แขนแล้วปล่อยพลังไป8ใน10 แล้วทั้งสอง ก็พุ่งเข้าใสกัน ตูม ! ตูม ! ฝุ่นฟุ้งไปรอบบริเวณลานต่อสู้ อาอู่ยังยืนอยู่ที่เดิมแต่อีกฝ่ายไม่รู้ร่างหายไปไหนแล้ว ทุกคนต่างมองหากันไปทั่ว
อาอู่มองไปที่กำแพงของสำนักที่สองคนแรกถูกอัดติดไป กลับมีอีกร่างหนึ่งก็อัดติดเป็ร่างที่สามถูกอัดติดกำแพงเช่นกัน อาอู่กำลังจะะโลงจากเวที ก็มีร่างชายแต่งชุดผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งลอยตัวพุ่งเข้ามาที่บนเวที อาอู่เลยไม่ได้ลงไป
“ ข้าคือ องค์ชายสิทธา เป็ศิษย์เอกของสำนักขอม ข้าขอให้ท่านแนะนำด้วย”
“ ข้าชื่อ ซ่งจินอู่ เป็ศิษย์สายในอันดับ 1”
ทั้งสองต่างจ้องมองกัน องค์ชายสิทธาก็เริ่มก่อนโดยการพุ่งเข้าเตะใส่อาอู่อย่างเร็ว
อาอู่ใช้เข่าต้านรับง่ายๆดาย องค์ชายสิทธาะโเข่าลอยตามมา อาอู่หลบแล้วเตะไปเต็มแรง องค์ชายสิทธากระเด็นไปตามแรงเตะ แต่ไม่เป็ไรมาก กลับรุกขึ้นมาพุ่งเข้าต่อยหมัดซ้ายขวา แต่ไม่โดยอาอู่สักหมัด อาอู่เลยดีดเปรี้ยง เข้าที่ลำตัวจนองค์ชายสิทธาถอยไปหลายวา จากนั้นองค์ชายกัดลิ้นจนเืแล้วพ่นไปที่มือ
กลับกลายเป็มือัพุ่งเลื้อยเข้าใส่อาอู่ จนต้องหลบไปอย่างเร็ว ัเชียวหรือนี่ ไม่ธรรมดา ไม่ใช่มีเพียงแค่หมัดเดียว องค์ชายอัดใส่อาอู่อีกหลายหมัด ัออกมาทุกหมัดที่องค์ชายสิทธาปล่อยออกมา แต่ไม่มีหมัดใดโดนที่อาอู่แม้แต่หมัดเดียว อาอู่เคลื่อนตัวเข้าไปในระยะใกล้ แล้วปล่อยหมัดเข้าใส่องค์ชายสิทธาบ้าง องค์ชายใช้หมัดัต้านรับ แต่หมัดพลังปราณนั้นรุนแรงกว่ามากพุ่งเข้าทะลุ ัเข้าใส่ร่างองค์ชายสิทธา เต็มหน้าหงายหลัง ไปกับพื้น
องค์ชายสิทธาเริ่มโมโห ปล่อยหมัดัมาอีก แต่อาอู่ก็ต่อยสวนเข้ามาเช่นกันองค์ชายก็โดนไปอีกทีคราวนี้เข้าเบ้าตา บวมไปข้างหนึ่งทันที องค์ชายยังไม่ยอมแพ้ พยามจะใช้หมัดัอีกครั้ง แต่ก็ต้านหมัดพลังปราณไม่ได้โดนต่อยเบ้าตาอีกข้างจนเบ้าตาทั้งสองข้างขององค์ชายสิทธา กลายเป็หมีแพนด้าไปแล้ว
อาอู่กำลังจะลงมือต่อ แต่องค์ชายสิทธารีบยกมือขึ้น บอกยอมแพ้แล้วไม่เอาแล้วแล้วเดินออกไปจากสนามทันที
“ ว้า ยังไม่รู้แพ้ชนะกันเลย” อาอู่ยังไม่ได้ใช้พลังเกินครึ่งเลย ต่อไปมีการประลองดาบ อาอู่ะโลง ปล่อยให้เพื่อนได้สู้บ้าง สุดท้ายพี่เดชก็เป็ฝ่ายชนะพวกสำนักตักศิลาจากขอมได้ทั้งหมด
อาอู่กับเพื่อนชวนกันไปหาอาจารย์อาจารย์มนตรี เพื่อดูว่าเ้าเขี้ยวเสือไฟโลหะสร้างเสร็จแล้วหรือยัง ระหว่างเดินทาง ก็บอกกับกลุ่มเพื่อน ให้เตรียมสร้างดาบประจำตัวเอาไว้ เวลาปะทะกับดาบอาคมที่ผ่านมา จะได้ไม่เสียเปรียบ
ส่วนตัวของเขานั้นมีแล้ว แต่ละคนก็เลยคิดว่าจะให้อาจารย์มนตรี ช่วยหลอมดาบให้พวกเขาพร้อมกันเลย
“ มาพอดี เ้ามาดูข้าทำเสร็จแล้วพอดี” ท่านอาจารย์หยิบเ้าเสือไฟโลหะออกมาใหอาอู่ ดูแล้วมันแข็งแรง มีพลังมากทีเดียว
“ ขอบคุณมากขอรับ ท่านอาจารย์มนตรี” อาอู่ััเ้าเสือไฟโลหะแล้วนำเขี้ยวเสือไฟวางทาบ แล้วสวดมนต์สะกดวิญญานเข้าไป เขี้ยวเสือไฟก็เข้าไปรวมกับเ้าเสือไฟโลหะ จากนั้น อาอู่ก็ลองเรียกมันออกมา มันกลายเป็เสือไฟตัวใหญ่
กว่าตัวจริงเกือบเท่าตัวแต่ว่ามีร่างกายเป็โลหะทั้งเก้าหรือเรียกว่านวโลหะ เป็วัตถุเดียวกันกับดาบของเขาเลย เพื่อนแต่ละคนเห็นแล้วยิ่งใไม่คิดว่าท่านอาจารย์มนตรีจะสร้างหุ่นเสือไฟได้ดูน่ากลัวขนาดนี้ได้ จึงรีบไปของให้ท่านช่วยหลอมดาบให้ตัวเองคนละเล่ม
“ พวกเ้ารู้หรือไม่ ว่าวัตถุที่เรียกว่าชิน กับ เ้าน้ำเงิน นั้นมันหายากแค่ไหนถ้าหากพวกเ้าหามาได้ ข้าก็จะทำให้เป็ดาบนวโลหะให้ แต่ว่าถ้าไม่ครบ ก็จะได้แค่ดาบสัตตโลหะ พวกเ้าไปหาวัตถุดิบมา แต่ถ้าไม่ได้ก็เป็เหล็กน้ำพี้ ก็ได้ พวกเ้าเลือกกันตามสบาย” อาจารย์มนตรีให้ไปหาวัตถุดิบมาถึงจะหลอมดาบให้
แต่ละคนเริ่มปวดหัวเลยเพราะไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้
“ ไม่ต้องห่วง ข้าจะส่งนกพิราบสื่อสารให้พ่อของข้าจัดหาวัตถุดิบมาให้ ทุกคนเอง” อาอู่รับปากว่าจะหาวัตถุดิบมาให้ ทำให้ทุกคนล้วนยินดีเป็อย่างยิ่ง อาอู่คิดว่าคงต้องหาของขวัญให้กับอาจารย์มนตรีด้วย
หลังจากส่งนกพิราบสื่อสารไปขอวัตถุดิบเสร็จแล้ว อาจารย์เ้าสำนักได้เรียกอาอู่เข้าไปพบแบบ สองต่อสอง
“ ท่านเ้าสำนัก”
“ อาอู่ ข้ารู้ว่าท่านอาจารย์ฤาษีสุกกทันต ได้เริ่มสั่งสอนเ้าแล้วใช่ไหม”
“ ขอรับ” อาอู่ไม่ปฏิเสธ เพราะรู้ว่าท่านเ้าสำนักนั้นหวังดี
“ ข้ารู้ว่าอาจารย์เมฆาคาดหวังในตัวเ้ามาก ข้าหวังว่าเ้าคงไม่ทำให้เขาผิดหวัง
ข้าเรียกเ้ามาวันนี้ ข้ามีข่าวจะส่งไปบอกเขา วันนี้ทางราชสำนักขอมได้ส่งคนมาเจรจา กับทางราชสำนักเมืองละโว้ แล้วข้าก็รู้มาว่า พวกเขาบรรลุข้อตกลงบางประการกันแล้ว ข้าเกรงว่าพวกเขาอาจร่วมมือกันก่อาขึ้นมาอีก แต่ข้าไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ไหน แล้วเมื่อไร แล้วที่สำคัญ เหมือนว่าพวกเขามั่นใจว่าจะมีกองกำลังนับหมื่นจากละโว้ ทั้งที่ตอนนี้ กำลังจากละโว้มีไม่เกิน 8,000 คนเท่านั้น
ข้าสงสัยว่ากองกำลังที่อาจารย์เมฆามั่นใจว่าอยู่ในมือที่เมืองพริบพรีนั้นเกรงว่าคงไม่แน่นอนเสียแล้ว เ้าส่งข่าวให้อาจารย์เมฆาไปตรวจสอบที่เมืองพริบพรี ดูว่ามีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ข้าเตือนได้แค่นี้” เ้าสำนักตักศิลาอธิบายรายละเอียด
อาอู่เริ่มคิดเช่นกัน ผ่านมาแล้ว สิบสามปี พวกทหารที่นั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ คงต้องรีบส่งข่าวให้อาจารย์ อาอู่ลาเ้าสำนักแล้วส่งสารถึงอาจารย์ทันทีคืนนี้อาอู่เข้าพบกับอาจารย์ฤาษี แล้วเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเื่นี้
“ เ้าคงต้องไปที่เมืองพริบพรีได้แล้ว มีแต่เพียงเ้าคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาเื่นี้ได้” ท่านฤาษีเอ่ยขึ้น
“ แล้วจะบอกพวกเขาว่าอย่างไรดี” อาอู่ คิดหนัก
“ บอกพวกเขาว่าเ้าเป็ลูกชายรัชทายาทจากละโว้” ท่านอาจารย์ฤาษีแนะนำ
“ ฮ้า แล้วพวกเขาเขาจะเชื่อกันหรือ อาจารย์ ”
“ ไปเถอะ บอกพวกเขาว่าเ้าชื่อ วรชิต เป็บุตรของรัชทายาทวรเชษฐ์ เ้าต้องรีบไปถ้าหากทางละโว้มีกำลังนี้ พวกเขาได้ร่วมกับพวกขอมก่อาขึ้นมาอีกแน่” ท่านอาจารย์ฤาษีกล่าวเตือน อาอู่รับทราบแล้วเตรียมออกเดินทางทันที
รุ่งเช้าอาอู่เล่าเื่นี้ให้เพื่อนทุกคนฟัง เื่ขอมกำลังร่วมมือกับละโว้ กำลังจะก่อาขึ้นอีกครั้ง โดยจะใช้กำลังที่เมืองพริบพรี ซึ่งเป็กองกำลังของรัชทายาทที่ตายไปแล้ว
“ พวกเราจะไปด้วย แต่ว่าพวกเราจะไปแก้ไขเื่นี้ได้อย่างไร พวกเขาจะเชื่อเราหรือ” พี่สิงห์เอ่ยขึ้นมาด้วยความไม่สบายใจ
“ ใช่ ผ่านมาตั้ง 13 ปีแล้วพวกเขายังคงเป็ทหารกันอยู่หรือ” พี่ฟ้าลั่นเอ่ยขึ้นด้วย
“ นั่นซิ พวกเราจะทำอะไรได้” องค์ชายสาธิตก็เอ่ยขึ้น
“ อาอู่พวกเรารีบไปกันเถอะ อย่าเสียเวลาเลย” พี่เดชเอ่ยตัดบทเพราะรู้ว่าอาอู่มีหนทางแน่
“ พวกท่านอย่าห่วงถึงที่เมืองพริบพรี แล้วข้ามีวิธีจัดการกับกองกำลังนี้เอง”พออาอู่ให้ความมั่นใจเช่นนี้ทุกคนก็มั่นใจขึ้นเยอะ ทุกคนไปลาอาจารย์เ้าสำนัก
“ ดีแล้วงานนี้ถือว่าเป็ภารกิจหนึ่งของสำนักเรา พวกเ้ารีบไปกันเถอะ”
ทั้งหมดขึ้นเรือแล้วไปต่อที่เกาะเมืองสยาม อาอู่ไปบ้านอาจารย์ทราบข่าวว่าอาจารย์เมฆานั้นได้เดินทางไปก่อนหน้านี้แล้ว อาอู่กับเพื่อนจึงรีบเดินทางไปเมืองพริบพรีในทันที