ตอนที่10 : กินเข้าไป!
หลังจากมองแท่งเครื่องเทศและโคล่าในมือปู้ฉืออี ปู้หลี่เกอจึงถึงกับกลืนน้ำลาย
เขายังจำได้ชัดเจนถึงความอร่อยล้ำของโคล่าที่ดื่มไปเมื่อวาน ทั้งยังไม่ลืมเลือนความรู้สึกเย็นและฟองที่แตกออกในปาก!
ปู้ฉืออีพยักหน้ารับพลางเดาะลิ้น “จ่ายไปแล้วกว่าหนึ่งร้อยผลึกิญญา ก็ต้องทดลองดูว่าคุ้มค่าเงินหรือไม่”
ปู้หลี่เกอเผยสายตาเว้าวอน ปู้ฉืออีค่อยๆ ฉีกห่อแท่งเครื่องเทศออก
ทันใดนี้เองที่กลิ่นเครื่องเทศหอมฟุ้งกระจายต่อโสตประสาทคนทั้งสอง
ภายในห่อคือแท่งเครื่องเทศ มันมีสีแดงมันวาวสะท้อนแสง
ภายในห่อมีเพียงแค่หนึ่งแท่งเครื่องเทศเท่านั้น!
แรกพบเห็นลั่วฉวนยังอดสงสัยว่าระบบจงใจลดน้ำหนักของแท่งเครื่องเทศหรือไม่
ปู้ฉืออียืดสองนิ้วเข้าไปคว้ามันออกมา นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งเข้าริมฝีปากสีแดงภายใต้สายตาจับจ้องของปู้หลี่เกอ
เสียงเคี้ยวดังเบา กลิ่นหอมของเครื่องเทศฟุ้งกระจายภายในปากของนาง
ถัดจากนั้นจึงราวกับกลุ่มก้อนอัคคีเพลิงปรากฏในช่องท้อง มันร้อนวูบทั่วทั้งร่าง พลังิญญาภายในกายของนางขณะนี้พลุ่งพล่านภายใต้ความร้อนแรง
“อืม อร่อย!”
ปู้ฉืออีหลับตาลงก่อนประเมินผล
“พี่หญิง เป็อย่างไรบ้าง?”
ปู้หลี่เกอพบเห็นสีหน้าของปู้ฉืออียามนี้พลันต้องกลืนน้ำลายคิดอยากกินตาม
ปู้หลี่เกอเกิดนึกเสียดาย ว่าทำไมตนเองจึงไม่นำผลึกิญญามาให้มากกว่านี้
“อร่อยมาก!” ปู้ฉืออีเร่งรีบตอบคำ
“ผลลัพธ์ที่ได้เป็ดังเถ้าแก่ว่า กำลังข้าตอนนี้คือขอบเขตจิติญญาระดับที่หก” รับรู้ถึงพลังิญญาภายในร่าง ปู้ฉืออีจึงอดไม่ได้ที่จะยินดีอยู่ภายใน
ด้วยฐานะธิดาแห่งขุนนางใต้ ปู้ฉืออีที่มีรูปโฉมงดงามจึงเป็หนึ่งในหญิงงามแห่งนครจิ่วเหยา เป็ผลให้คนหนุ่มทั้งหลายต่างหวังจะได้ครองนาง์ในใจผู้นี้
และแม้นางเป็สตรี ทว่ากำลังหาได้อ่อนด้อย ตัวนางขณะนี้คือขอบเขตจิติญญาระดับที่ห้า!
ด้วยระดับการฝึกฝนเช่นนี้และอายุเท่านี้ แม้เป็ทั่วทั้งจักรวรรดิเทียนชิงยังหาได้ยาก!
“ได้ยินว่าแท่งเครื่องเทศและน้ำดำอ้วนท้วน... แค่ก แค่ก หมายถึงโคล่านั้นเข้าคู่กันได้ดีเยี่ยม!” ลั่วฉวนกล่าวออกได้ถูกจังหวะ
ปู้ฉืออีพยักหน้ารับ จากนั้นจึงบิดเปิดขวดโคล่าพร้อมจิบลงไป
ดวงตาของนางเบิกกว้าง ริมฝีปากนั้นจิบอีกหนึ่งอึก จากนั้นจึงกระดกต่อจนหมดทั้งขวด
เพียงไม่นาน ขวดโคล่าจึงกลับกลายเป็ว่างเปล่า
“เอิ๊ก...”
เสียงเรอออกดังพร้อมใบหน้าแดงก่ำของปู้ฉืออี
สีหน้าของลั่วฉวนยังไม่แปรเปลี่ยนใด ทั้งยังสงบใจได้แม้อยู่ต่อหน้าโฉมงามที่ชายหนุ่มทั้งเมืองหมายปอง
“หลี่เกอ ไปกันได้แล้ว” นางพยักหน้ารับให้แก่ลั่วฉวน จากนั้นจึงนำปู้หลี่เกอที่น้ำลายสอออกจากร้าน
“ขอบคุณที่มาอุดหนุน ร้านของเรายินดีต้อนรับทุกเมื่อ” ลั่วฉวนพยักหน้ารับพร้อมเผยคำกล่าวทิ้งท้าย
“พี่หญิง กินเข้าไปแล้วเป็อย่างไรบ้าง?” ทันทีที่ก้าวเดินพ้นจากร้าน ปู้หลี่เกอจึงถามออกด้วยสีหน้าคาดหวัง
ปู้ฉืออีหันมองกลับไปทางร้าน ดวงตางดงามของนางเปี่ยมแน่นด้วยความไม่เข้าใจ “ข้าเองก็ไม่นึก ว่าเ้าสองสิ่งนั้นจะเป็ดังสรรพคุณกล่าวอ้าง”
“ตอนนี้เชื่อแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าไม่ได้โกหก?” ปู้หลี่เกอยืดอก
ปู้ฉืออีพยักหน้ารับก่อนจะกล่าว “เชื่อแล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ ว่าเถ้าแก่ร้านผู้นั้นมีจุดประสงค์ใดจึงมาเปิดร้านในนครจิ่วเหยาแห่งนี้?”
ปู้หลี่เกอโบกมือตอบก่อนจะกล่าวอย่างเฉยชา “พี่หญิง ท่านห่วงหาเื่นี้ไปทำอะไร ซื้อหาจากร้านได้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ? สถานะและกำลังของเถ้าแก่เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเรา?”
หลังจากได้ยินคำตอบของปู้หลี่เกอ ปู้ฉืออีจึงนิ่งไปครู่ก่อนจะผลักน้องชายและหัวเราะ
“นั่นก็จริง ตราบเท่าที่ซื้อของจากในร้านได้ เื่อื่นก็ไม่ต้องสนใจอะไรแล้ว”