ในที่สุดก็ถึงเมืองโนวาสกา เมืองแห่งการค้า ที่นี่เต็มไปด้วยสินค้ามากมายหลายแบบเกินกว่าจินตนาการได้ สินค้าผ้าทอ มีด ดาบ สัตว์เลี้ยง สัตว์ประหลาด สัตว์หายาก ทุกอย่างหาได้ที่นี่ เมื่อวาโลเข้ามาถึงเมืองเขาก็เอาผ้าคุมหัวปิดน่าไว้ มันไม่ใช่เื่ที่ดี ที่อยู่ๆบุชเชอร์เข้ามาในเมืองและก็เป็เช่นนั้นจริงๆ วาโลไม่ได้มาเมืองนี้เพียงเพราะแค่อยากมา แต่มีการว่าจ้างให้วาโลมาตามหาปีศาจที่โจมตีมนุษย์ยามค่ำคืน เขาขับรถม้าอ้อมวนรอบๆเมืองเพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการระบุว่าปีศาจตัวนี้เป็ตัวอะไรและฆ่าอย่างไร เขาแปลกใจอย่างมากเมืองที่คนพลุกพล่านแบบนี้ทำไมไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ วาโลสอบถามเรื่อยๆจนพบสถานที่เกิดเหตุแห่งแรก พื้นเป็ถนนกรวดอัดทำให้ไม่มีรอยเท้าทิ้งไว้ นอกจากกองเืจางๆก็ไม่มีหลักฐานอื่นอีกเลย เขาจึงเดินทางจากจุดเกิดหนึ่งไปสู่อีกจุดเกิดเหตุหนึ่งต่อเรื่อยๆจนใกล้ค่ำ จู่ๆก็เกิดเสียงกรีดร้องดังขึ้น เขาชักดาบแล้วรีบพุ่งตามที่มาของเสียงทันที
ทันทีที่ไปถึงก็พบสาววัยกลางคนนอนจมกองเื แต่กลับไม่พบสิ่งที่เข้ามาทำร้ายและเสียงก็ดึงดูดผู้คนใกล้ๆให้มาเข้ามาเช่นกัน ภาพที่ชาวบ้านเห็นคือสาวจมกองเืพร้อมกับมีบุชเชอร์ถือดาบอยู่ใกล้ๆ คงไม่ต้องอธิบายว่าชาวบ้านจะคิดอย่างไร แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรวาโลก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็เื่ที่เกิดขึ้นประจำจนเขาเคยชินแล้ว มีเสียงกรีดร้องบุชเชอร์เข้ามาเจอตามด้วยชาวบ้านเข้าใจผิด อย่างกับนิยายลงพล็อตไว้ให้เรียบร้อย ชาวบ้านแจ้งทหารยามให้มาจับวาโลแต่ก็แน่นอน ไม่มีใครอยากเอาชีวิตมาเสี่ยงด้วยการจับกุมบุชเชอร์หรอก ทหารยามก็พูดได้แค่หลักฐานไม่เพียงพอ
“ฮืมมมม แปลก” วาโลประหลาดใจแค่ไม่กี่วินาทีที่เขามาถึงทำไมไม่เกิดร่องรอยหลักฐานอะไรทิ้งไว้เลย งานนี้น่าคงจะยากกว่าที่คิดไว้ เขาเหลือบตาไปมองศพาแนี้เล็กเกินกว่าจะฆ่าคนได้ วาโลเก็บดาบเข้าฝักแล้วเดินกลับยังรถม้า ระหว่างทางเขาได้ยินการสนทนาที่น่าสนใจเขาจึงหยุดฟังอยู่ครู่หนึ่งมีการพูดถึงเหรียญคำต้องสาปของตระกูลไฮเบิร์ก แล้วเขาก็รีบวิ่งกลับไปที่รถม้าทันที ทันทีที่ถึงรถม้าเขาเปิดกระเป๋ายาแล้วดึงขวดยาออกมา4-5ขวดเหน็บไว้ในกระเป๋ายาข้างซ้าย แล้วหยิบอีก2-3ขวดไว้ที่เข็มขัดข้างขวา แล้วหยิบค้อนศึกขนาดพอดีมือที่ทำมาจากแร่เงินมาเสียบไว้ที่เข็มขัด
วาโลรีบขับรถม้าไปยังที่เกิดเหตุเมื่อครู่ เขาพบว่าศพนั้นถูกนำออกไปแล้ว มีเพียงรอยเืบนถนนให้เห็น ตอนนี้เขาไม่สามารถจะเดาออกแล้วว่ามันคือตัวอะไร เขาพยายามตามหาร่องรอยแต่ก็ไม่พบ แต่ถ้าเื่เหรียญคำต้องสาปของตระกูลไฮเบิร์ก เขาก็พอจะรู้ว่าทำอย่างไรต่อ
เขาไปยังปราสาทของตระกูลไฮเบิร์กทันทีและคนที่จ้างวานวาโลก็คือผู้นำตระกูลไฮเบิร์ก เนื่องจากเหรียญของไฮเบิร์กไม่สามารถใช้จ่ายได้เพราะต่างกลัวคำสาปทำให้เขาต้องจ้างวาโลเพื่อแก้ปริศนานี้ให้ได้แล้วเหรียญของไฮเบิร์กจะกลับมามีค่าอีกครั้ง
เมื่อมาถึงปราสาทเขาถูกต้อนรับอย่างดีต่างจากที่เขาเคยถูกปฏิบัติมาตลอดทาง เมื่อลงรถคนที่รออยู่หน้าประตูคือ เ้าของปราสาทที่ลงมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง
“ไง วาโล เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกันอีก” โชแลงกล่าวต้อนรับแล้วยื่นแก้วไวน์ให้
“ทำเหมือนเป็คนไม่รู้จักกันได้นะ โชแลง” วาโลตอบ
“ท่านเริ่มทำงานรึยัง”
“กำลังเก็บข้อมูล ข้ามีหลายอย่างต้องสอบถามจากเ้า”
“เชิญถามได้เลย”
“เ้ามีเงินเหรียญเงินนี้อยู่เท่าไหร่”
“หนึ่งหมื่นเหรียญบวกลบนิดหน่อย”
“แต่มันก็ไม่มีค่าตอนนี้ ช่วยเล่าเื่คำสาปของเหรียญให้ข้าฟังซิ”
“ว่ากันว่าหากพบเหรียญไฮเบิร์กตกอยู่บนพื้นห้ามเข้าไปเก็บเด็ดขาด แต่ก็มีคนไม่น้อยที่เลือกที่จะเก็บ”
“แน่ละ ห้าสิบเหรียญเงิน ใครบ้างไม่อยากลองเสี่ยง”
“คิดว่าใครบ้างที่ได้ผลประโยชน์จากข่าวลือนี้”
“ไม่รู้ซิ พวกชนชั้นล่างคงไม่รู้จักเหรียญเงิน ห้าสิบเงินคงไม่ต้องพูดถึง”
“แล้วพวกพ่อค้าละ” วาโลเริ่มสงสัย
“พวกเขาก็ต้องใช้เหรียญห้าสิบ แน่นอนว่าถ้าใช้เหรียญห้าสิบไม่ได้ พวกเขาต้องพกเหรียญมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว”
โซแลงเล่าความเป็มาของเหรียญก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมากมาย ทำให้ไม่มีใครอยากถือเหรียญเงินนี้ไว้ บ้างก็มาขอแลกเป็เงินเหรียญอื่นซึ่งเราก็พอจะมีเหรียญแบบอื่นบ้างจนพอจะแน่ใจได้ว่าเหรียญเงินของไฮเบิร์กได้กลับมาอยู่ที่คลังของเขาเกือบทั้งหมดแล้วและเนื่องจากไม่มีใครยอมรับเหรียญเงินของเขา เขาจึงไม่สามารถทำธุระกิจต่อได้เขาจึงจ้างวาโลมาเพื่อแก้ปัญหานี้
“ฮืมมมม มองไม่เห็นภาพอะไรเลย” วาโลบ่นพึมพำ
“ใช่ไหมละ มันช่างไม่มีเหตุผลซะเลย ไม่มีใครได้ประโยชน์จากเื่นี้” โซแลงพูดสนับสนุน
“ขอสำรวจที่นี่ได้ไหม” วาโลมองไปยังผ้าม่านที่บังแสงจันทร์
“เอาเลย ทุกห้องสามารถเข้าได้หมด แม้กระทั่งห้องของข้า”
“ดี” วาโลกระดกไวน์จนหมดแก้วแล้วเดินไปยังสนามหญ้าทันที
วาโลตรวจสภาพโดยรอบแต่ก็ไม่พบอะไร วาโลจึงเลือกที่จะเข้าไปตรวจสอบภายในปราสาท ในปราสาทมีห้องอยู่มากมาย สถานที่ที่แรกที่วาโลไปตรวจสอบคือห้องครัวแต่ก็ไม่พบอะไร เขาตรวจทุกห้องอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไร จนมาถึงหน้าห้องของมาทิลด้า ห้องอันว่างเปล่า นี่คือห้องของลูกสาวสุดที่รักของโซแลงเธอเสียชีวิตไปเมื่อ10ปีที่แล้ว
บ้างก็ว่าเธอนี่แหละคือต้นเหตุแห่งคำสาปแห่งไฮเบิร์ก แต่วาโลรู้ดีว่าไม่ใช่ ปีศาจที่วาโลคิดไว้ในหัวมีไม่เกิน3-4ตัว แต่แล้วจู่ๆวาโลก็ได้ยินเสียงนกฮูกลอยมากับลม
วาโลเปิดหน้าต่างแล้วมองไปยังที่มาของเสียง ที่สุดเขตสายตามันคือโบถ์ร้างที่ถูกทอดทิ้งเมื่อนานมาแล้ว แต่วาโลมั่นใจว่าเื่นี้เกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นแน่ๆ เขาวิ่งไปยังรถม้าแล้วขับไปยังโบถ์ทันที โดยที่ไม่ได้อธิบายให้คนในปราสาทนั้นฟัง วาโลรีบดื่มน้ำยาสองขวดทันที ขวดแรกคือของที่คุ้นเคยกันดียามองกลางคืนและขวดที่สองคือยาเพิ่มประสิทธิภาพในการฟัง ความเ็ปที่คุ้นเคยกลับมาหาเขาอีกครั้ง
เมื่อมาถึงโบถ์ร้าง วาโลก็เดินออกสำรวจที่มาของเสียง แต่เสียงนั้นเงียบลงไปแล้ว จึงไม่รู้จะตามต่ออย่างไร วาโลเดินไปรอบๆโบถ์และทันใดนั้นเขาก็พบหญิงสาวคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่หลังโบถ์ร้าง เขายิงหน้าไม้ใส่เธอทันที
ทันทีที่ลูกดอกปะทะตัวหญิงสาวมันก็กลายเป็ควันลอยหนีไป
“ไม่ได้ล่าหมอกภูติมานานด้วยแล้วซิ” วาโลบ่นพึมพำสายตาจ้องมองไปยังกลุ่มควัน ส่วนมือทำการบรรจุลูกหน้าไม้ เขาเดินตามมันไปจนถึงในโบถ์ แต่แล้วเขาก็พบสิ่งผิดปกติ มีเงินเหรียญไฮเบิร์กอยู่ที่นี่เต็มไปหมด
“เวรเอ้ย” วาโลสบถออกมาทันทีที่เข้ารู้ว่าหมอกภูติต้องมีพลังอย่างมากจนทำให้มีวัตถุต้องสาปเต็มไปหมด เขาเลิกความคิดที่จะต่อสู้กับหมอกภูติทันที พลังของมันไม่ใช่สิ่งที่วาโลจะต่อกรได้ เขา้าอุปกรณ์และผู้ช่วยเพื่อกำจัดหมอกภูติตนนี้ เขารีบควบรถม้ากลับมาที่ปราสาทไฮเบิร์กทันที
ทันทีที่มาถึงวาโลเอาอุปกรณ์หลายอย่างเข้าไปในห้องที่ถูกจัดไว้ให้ มีอุปกรณ์และหลอดแก้วเต็มไปหมด อีกทั้งยังมีเครื่องรางแบบต่างๆที่น้อยคนนักจะได้เห็น วาโลเปิดหนังสือหาข้อมูลทันที
“หมอกภูติ... หมอกภูติ... หมอกภูติ..อ่านี่ไง” วาโลเปิดมาเจอหน้าหมอกภูติมันถูกบันทึกไว้สั้นๆว่า หมอกภูติคือกลุ่มหมอกิญญาแห่งความแค้น สามารถเกิดได้หลายวิธีทั้งการตายในขณะที่ยังมีความแค้นพลังด้านลบนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็พลังิญญาหรือแม้กระทั่งถูกสาปก็สามารถทำให้เกิดหมอกภูติได้เช่นกัน แต่หมอกภูติไม่ได้มีความสามารถรุนแรงพอที่จะฆ่ามนุษย์ได้ทำได้อย่างมากแค่หลอกหลอน ไม่เคยมีการพบว่า หมอกภูติสังหารมนุษย์มาก่อน
“แล้วเหรียญพวกนั้นละ....มันไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง” วาโลเดินวนไปมาในห้องกับการทะเลาะกับตัวเอง
“มันอาจเป็วัตถุต้องสาปหรือไม่ก็ได้....แล้วถ้าไม่ใช่ หมอกภูติละ.....ถ้าสิ่งที่เจอเลวร้ายกว่านั้นละ” วาโลเปิดหนังสือไปที่หน้าหนึ่งที่เปื่อยยุ่ย
“แต่ถ้าเป็เ้านี่ละ.....” วาโลเปิดมาที่หน้าหนังสือเก่าๆที่ถูกเขียนไว้ว่าแบนชี....แบนชีถูกบันทึกไว้สั้นๆว่าเป็อสูรหรือิญญาร้าย อยู่ที่ลักษณะการเกิดว่าเกิดจากอะไร หากถูกสาปก็เป็อสูร หากเป็พลังงานความแค้นก็จะเป็ิญญาเชื่อว่าแบนชีจะขว้างหินหรือทิ้งสิ่งของเช่น ก้อนหิน หรือหวีไว้ที่ ๆ ปรากฏตัว หากใครไปจับต้องหรือเก็บเอาไปจะพบกับหายนะ ในที่นี้คงจะเป็เหรียญห้าสิบเงินไฮเบิร์ก ซึ่งบันทึกก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะมันไม่ได้กล่าวถึงมันมากนัก
วาโลนั่งครุ่นคิดอยู่นานว่าจะทำเช่นไรดี เื่ล่าปีศาจฟาดฟันอสูรไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา....แต่ปัญหาคือถ้ามันคือิญญาละ แน่นอนว่าบุชเชอร์สามารถชำระล้างิญญาได้ สำหรับการสิงสู่ทั่วไป แต่กับแบนชีมันค่อนข้างที่จะต่างชั้นกันมาก เขา้าผู้ช่วย ผู้ที่ปราบิญญาได้ในกรณีที่มันไม่ใช่อสูร.....แต่เขารู้ว่าจะหาคนคนนี้จากไหนและเขาก็เกลียดคนคนนั้นมากเสียด้วย