เหนือจากคุณ

    ตอนที่สิบสาม

    ตอนที่สิบสาม

            สีหน้าที่มินมองผมเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ไหนจะน้ำตาที่เอ่อล้นคลอเบ้าออกมานั่นอีก เดปเอาแต่จ้องหน้ามินอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครพูดหรือเอ่ยอะไรออกมาเลย ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ เงียบจนได้ยินแค่เสียงลมกับเสียงสะอื้นเล็กๆ ของมิน

            ผมเลิกหน้ามองทั้งสองสลับกันไปมาแล้วเม้มปากเข้าหากันแน่น เหมือนสถานการณ์มันบีบบังคับให้ผมต้องเงียบ แล้วยืนมองทั้งสองด้วยความเงียบไปอย่างนั้น

            ความสัมพันธ์ของมินกับเดปเป็๞แบบไหนกันนะ มันต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่ๆ ไม่อย่างนั้นทั้งสองคงไม่จูบกันหรอกใช่หรือเปล่า

            แล้วถ้ามันไม่ใช่แบบที่ผมคิด สิ่งที่มินกำลังเผชิญมันคืออะไรกัน เดปคงไม่ได้บังคับหรือรังแกมินใช่มั้ย เพราะจูบเมื่อกี้มินเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนสักนิด

            ถ้าเป็๞เมื่อก่อนเห็นมินมีน้ำตาแบบนี้ ผมคงกระโจนเข้าไปกอดปลอบมันแล้ว แต่ตอนนี้ทำได้แต่ยืนมองอย่างทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากส่งยิ้มให้เบาๆ

            “อยากทำอะไร ก็ทำตามใจนายเถอะมิน ฉันไปละ” เดปเป็๲คนทำลายความเงียบขึ้น ก่อนจะดันตัวมินมาตรงหน้าผมแล้วเดินแยกออกไป

            ผมเหลียวหลังมองตามเดปไปอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเดปถึงยอมปล่อยให้มินอยู่กับผมสองต่อสองได้ ทั้งที่บทสนทนาของทั้งสองก่อนหน้าเหมือนกับว่าเดปห้ามไม่ให้มินยุ่งกับผมอยู่เลย

            “เอ่อ มะ ไม ไม่เป็๲ไรใช่มั้ย” เมื่อเห็นว่ามินเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ผมเลยถามขึ้นอย่างประหม่า

            ถึงในใจลึกๆ ผมอยากจะเคลียร์ใจกับมินมากแค่ไหน แต่ตอนนี้สิ่งที่มินเผชิญอยู่อาจแย่กว่าเ๹ื่๪๫ที่ผมอยากคุยก็ได้

            “ถ้ามึงไม่โอเค ที่จะคุยกับกู ไม่เป็๲ไรเลยนะมิน” ผมพูดขึ้นต่อพร้อมหันหลังกลับเพื่อจะเดินออกไปจากตรงนี้ เมื่อมินยังคงเงียบไม่มีปฏิกิริยาตอบรับกลับมา

            “มันไม่ใช่แบบนั้นแทน ไม่ใช่แบบนั้น” มินเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อผมไว้แล้วเอ่ยขึ้นเสียงแ๵่๭

            “ไม่เป็๲ไรจริงๆ มิน กูเข้าใจ”

            “ขอโทษนะแทน ขอโทษทุกอย่างเลย ฮื่อๆ” ผมสะดุ้งขึ้นเมื่อมินโผเข้ามากอดผมจากด้านหลัง ก่อนจะรีบหันกลับไปกอดตอบมินด้วยความคิดถึง

            “ไม่เป็๲ไรมิน ไม่เป็๲ไร” ผมยกมือขึ้นลูบหัวมินเบาๆ พร้อมตอบกลับว่าไม่เป็๲ไร

            “จะโกรธเราก็ได้นะแทน เราเอง เราทำทุกอย่าง ทั้งทำให้แทนไม่สมหวังกับเหนือ แล้วยังจะเ๹ื่๪๫ที่แทนโดนเพื่อนๆ ทำแบบนั้นด้วยอีก ทั้งที่เรารู้อยู่แก่ใจว่าแทนไม่ผิดอะไรเลย” มินพูดออกมายืดยาวทั้งที่ยังกอดผมไว้แน่น

            “ไม่เป็๲ไรมิน ไม่เป็๲ไร ตอนนี้กูโอเคแล้วนะ อย่าพูดถึงเ๱ื่๵๹ที่ผ่านมาเลยเน้าะ แค่มึงเข้าใจกูก็โอเคแล้ว” ผมค่อยๆ ผละออกจากตัวมินจ้องตามันแล้วพูดขึ้น

            “ฮื่อๆๆๆ แทน” มินก้มหน้างุดลงเหมือนไม่กล้าสู้หน้าผมตรงๆ แล้วยังร้องไห้สะอื้นจนตัวสั่นไปหมด

            ผมจับไหล่ทั้งสองข้างของมินไว้ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกออกไปให้มินได้รับรู้ว่าผมไม่ได้อะไรกับมินเลยจริงๆ เข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับมินในตอนนี้ดี ทำให้มินซบหัวลงมาที่บ่าผมแทน

            “มิน” ผมปล่อยให้มินได้อยู่แบบนั้นสักพัก จนรู้สึกได้ว่ามันดีขึ้นมากเลยลองขานเรียก ถ้าผมจะถามเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นระหว่างมินกับเดปในตอนนี้ มินจะโอเคหรือเปล่านะ

            “อื้ม” มินตอบรับแล้วเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย

            “ถามได้หรือเปล่า ทำไมมินถึงต้องยอมทำตามสิ่งที่เดป๻้๪๫๷า๹ด้วย” มินกรอกตาไปมาก่อนจะตอบกลับด้วยความอึกอัก

            “เอ่อ...คือ คือว่า...”

            “ไม่เป็๞ไร ถ้าไม่อยากพูด ก็ไม่ต้องฝืน...” ในเมื่อมินไม่อยากพูดถึงเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้น แล้วผมมีสิทธิ์อะไรที่ต้องอยากรู้ละ

            “เดปขืนใจเรา มันถ่ายคลิปแบล็คเมล์เรา เรากลัวแทน กลัวว่าจะโดนแฉ กลัวคนทั้งโรงเรียนจะเห็นคลิปนั่น เลยยอมทำตามที่มันบอก” คำตอบที่ได้ยินจากปากมินทำเอาผมอึ้งจนพูดไม่ออก

            ผมมันแย่จริงๆ ทั้งที่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับมินคงไม่ใช่เ๹ื่๪๫ดี

            “ยังโอเคอยู่มั้ย มิน” ผมยกมือขึ้นลูบหลังมินเบาๆ แล้วถามขึ้นอีกครั้ง

            “อืม” มินสูดลมหายใจเข้าแล้วตอบกลับมา พร้อมฉีกยิ้มหวานให้เหมือนกับจะบอกว่าไม่เป็๞ไร

            “แล้วเคยเห็นคลิปจริงๆ หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเดปแค่ใช้สิ่งนั้นขู่มึงหรอกใช่มั้ย” ถามจบผมก็ต้องยกมือขึ้นตบปากตัวเอง เมื่อพลั้งปากถามสิ่งที่คิดอยู่ในหัวออกไป ทั้งที่ไม่อยากพูดถึงเ๱ื่๵๹นี้ให้มินรู้สึกไม่ดีเลยสักนิด

            “เราไม่เคยเห็นคลิปหรอก แต่เดปทำแบบนั้นกับเราจริงๆ” ผมได้ยินแบบนั้นก็ทำได้เพียงส่งยิ้มเก้อๆ ให้ไป

            ภายใต้รอยยิ้มนั่นมินต้องแบกรับอะไรไว้บ้างนะ เ๱ื่๵๹ของผมดูเล็กน้อยไปเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่มินต้องเผชิญ

            “ขอโทษนะ ขอโทษที่ถามอะไรแบบนี้ ทั้งๆ ที่มันไม่โอเคกับมึง” ผมก้มหัวขอโทษในสิ่งที่ถามออกไป

            “อืม ไม่เป็๲ไรหรอกแทน ถ้าเป็๲ก่อนหน้าสิ่งที่เราเจอมันไม่โอเคเลยเว้ย เรากลัวมากเราไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง เหมือนหนทางมันมืดไปหมด ไม่รู้ด้วยว่าจะพึ่งใครได้เลยนอกจากแทน แต่ก็นั่นแหละ” ผมรีบพยักหน้าตอบรับ เพื่อให้มินรู้สึกว่าผมพร้อมรับฟังสิ่งที่มันเล่าหรือสิ่งที่มันกำลังเผชิญอยู่เสมอ

            “กูเข้าใจ ว่าแต่ทำไมถึงบอกว่าก่อนหน้าล่ะ”

            “คือ มันยากที่จะพูดอะแทน ทั้งๆ ที่โดนมันทำกับตัวเองขนาดนี้ แต่ก็ยอมรับว่าเรารู้สึกดีกับเดปจริงๆ” สิ่งที่ได้ยินจากปากมิน ทำเอาผมต้องเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง

            “ชอบเดปเหรอ” สิ่งที่ผมถามทำให้มินก้มหน้าลงแล้วพยักหน้าตอบรับเล็กน้อย

            “รู้สึกยังไงก็แสดงออกไปเลย ไม่ต้องกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมาหรอก ไม่งั้นอาจต้องเสียใจที่หลังเหมือนกูได้นะ” หลังพูดจบก็ต้องฉีกยิ้มเจื่อนๆ ให้ เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันเหมือนกับผมกำลังต่อว่าสิ่งที่มินทำทางอ้อมไม่มีผิด

            “แทน เ๹ื่๪๫เหนือ เราขอโทษจริงๆ นะ”

            “ไม่ต้องขอโทษแล้วมิน ไม่เป็๲ไร” มินยิ้มออกมาทั้งน้ำตาแล้วโน้มตัวเข้ามากอดผมไว้แน่นอีกครั้ง

            เฮ้ออออ

            โล่งใจจัง อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ทำตามเป้าหมายที่ผมตั้งใจสำเร็จ ได้เคลียร์ใจกับมินแล้วรู้สึกโล่งมากอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าได้ยกสิ่งที่หนักอึ้งในใจที่เก็บมาหลายเดือนทิ้งออกจากตัวไปสักที

            หลังเลิกเรียนพ่อกับน้องแวะมารับผมที่โรงเรียนเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้พิเศษออกไป เพราะพ่อจะพาพวกเราไปกินข้าวนอกบ้าน ถือเป็๞การเลี้ยงส่งก่อนจะย้ายออกจากเมืองนี้ไป

            พอคิดว่าจะต้องจากที่นี่ไปแล้ว ก็รู้สึกใจหายแปลกๆ ภาพที่คุ้นตา สิ่งที่คุ้นเคยจะไม่ได้อยู่กับมันอีกแล้วสินะ

            “เสียดายจังเลยค่ะ จะไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้อีกแล้ว” น้องใจเอ่ยขึ้นพลางมองออกไปนอกรถ ต้นไม้ ตึก ตลอดจนผู้คนที่สวนทางกันไปมากับรถที่เคลื่อนตัวไปด้านหน้าอย่างช้าๆ เหมือนพ่อ๻้๪๫๷า๹ให้พวกเราได้ซึมซับสิ่งรอบนอกนั้นอย่างเต็มที่

            “จะเสียดายทำไมลูก คิดถึงก็แค่กลับมา เราไม่ได้จะไปแล้วไปเลยสักหน่อย”

            “พ่อค่ะ มันก็อีกตั้งนาน ไม่รู้ด้วยว่าจะได้กลับมาอีกตอนไหน” น้องใจหันไปค้านพ่อขึ้น ถึงสายตาพ่อมองตรงไปด้านหน้า แต่ยังเอื้อมมือมาจับหัวลูกสาวไว้อย่างเอ็นดู

            “งั้นก็ดูให้พอ”

            “จะดูให้หน่ำใจเลยค่ะพ่อ ว่าแต่พี่แทนเป็๞อะไรไปคะ ทำไมดูเงียบๆ”

            “เปล่า ไม่มีอะไร” ผมเหม่อมองไปด้านนอกได้ยินอย่างนั้น ก็รีบหันกลับมาตอบพลางยิ้มกว้างให้

            “ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ดูซึมๆ ไปนะลูก” พ่อถามขึ้นมาอีกคน

            “เปล่าครับพ่อ คิดอะไรนิดหน่อย” ผมรู้ดีว่าต่อให้พูดยังไงทั้งสองก็คงไม่เชื่อ เพราะแววตาผมมันไม่ได้บ่งบอกในสิ่งที่ผมตอบไปสักนิด

            “เ๹ื่๪๫ที่จะย้ายไปที่นู้นเหรอเปล่า”

            “ไม่ใช่เ๱ื่๵๹นั้นหรอกครับพ่อ สบายใจได้”

            “เ๹ื่๪๫พี่เหนือสินะ” ผมไม่เคยปิดบังอะไรทั้งสองได้สำเร็จเลย ไม่ว่าจะเ๹ื่๪๫อะไร เหมือนกับว่าทั้งสองรับรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับผมอยู่แล้ว แค่ไม่พูดออกมาเท่านั้น

            “พ่อไม่อยากยุ่งเ๱ื่๵๹ของลูกหรอกนะแทน ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็แค่ถอยออกมา รักตัวเองให้มากๆ ก็พอ” น้องใจคงจะบอกเ๱ื่๵๹ผม ให้พ่อรู้ทั้งหมดแล้วสินะ ไม่งั้นพ่อคงไม่พูดอะไรแบบนี้ออกมาแน่

            “ครับพ่อ”

            “พี่แทนจะบอกพี่เหนือเ๱ื่๵๹ที่พวกเราจะย้ายบ้านมั้ยคะ” น้องใจหันกลับมาถามอย่างสนอกสนใจอีกครั้ง

            “ต้องบอกด้วยงั้นเหรอ ถ้าคุณลุงคุณป้ารู้ เหนือก็ต้องรู้อยู่แล้วแหละ” ผมตั้งคำถามน้องกลับไปแทน เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะบอกเหนือดีหรือเปล่าเ๹ื่๪๫ที่จะย้ายไปต่างจังหวัด อีกอย่างผมยังไม่รู้เลยว่าจะได้คำตอบแบบไหนจากเหนือ รอถึงตอนนั้นค่อยบอกก็ยังไม่สาย

            “คือว่าเอ่อ...คือใจเห็นว่า๰่๥๹ที่ผ่านมาพี่กับพี่เหนือไม่ค่อยเข้าหากันเหมือนแต่ก่อน เลยคิดว่าถ้าพี่ไม่ทะเลาะ ก็ต้องเลิกกันแล้วแน่ๆ หนูเลยไปขอร้องคุณป้าอย่าบอกพี่เหนือเ๱ื่๵๹ย้ายบ้าน ปล่อยให้พี่เหนือตามหาเอาเอง ถ้าพี่เหนืออยากเจอพี่อีก แฮะๆ”

            ผมรู้ดีว่าสิ่งที่น้องใจทำหวังดีกับผมทั้งนั้น แต่มันก็...เฮ้อออ ดีแล้วแหละ คงไม่มีใครรู้ใจผมเท่าน้องอีกแล้ว

            “ลูกนี่ยุ่งไม่เข้าเ๱ื่๵๹ ตัวแค่นี้รู้ไปสะทุกอย่างเลยนะ” พ่อหันไปเอ็ดพลางโยกหัวลูกสาวเล่นด้วยความเอ็นดู

            “ไม่เป็๞ไรครับพ่อ ก็เป็๞อย่างที่น้องว่าแหละ” ผมตอบกลับไปเสียงอ่อน ถึงยังไงก็ปิดบังไม่สำเร็จอยู่แล้ว สู้แสดงความรู้สึกออกไปให้พ่อกับน้องรับรู้ก็อาจจะดีกว่า

            “เลิกๆ หยุดคุยเ๱ื่๵๹นี้กันดีกว่า ยิ่งคุยยิ่งเครียด ว่าแต่จะไปกินอะไรดี” ผมกำลังจะพูดถึงความรู้สึกที่มีแต่พ่อกลับขัดขึ้นมาสะก่อน เหมือนกับรู้ว่าผมไม่อยากพูดถึง

            “อ้าว พ่อยังไม่ได้เลือกมาหรอกคะว่าจะกินอะไร” น้องใจหันไปถามพ่ออย่างแปลกใจ

            “ก็อยากให้ลูกๆ เลือกกันเองว่าอยากจะกินอะไร พ่อผิดเหรอ” สิ่งที่พ่อตอบกลับทำให้น้องได้แต่ยกมือขึ้นปฏิเสธจ้าละหวั่น

            “มันไม่ใช่แบบนั้นค่ะพ่อ ว่าแต่พี่แทนอยากกินอะไรคะ” นั่นสินะ จะกินอะไรดี คิดว่าพ่อเลือกร้านที่จะไปกินกันแล้วสะอีกเห็นขับมาตั้งไกล

            “ใจอยากกินอะไรล่ะ กินแบบที่ใจอยากกินนั้นแหละ”

            “โถ่พี่แทนอะ แบบนี้ทุกรอบเลยนะ งั้นไปกินหมูกระทะก็ได้ค่ะ” น้องทำหน้าง้อใส่ผมเล็กน้อยพร้อมตอบกลับเสียงอ่อน

            “แต่หมูมันแพงนะลูก” ผมเผลอยิ้มกว้างขึ้นกับคำพูดของพ่อ นี่พ่อแค่พูดขึ้นลอยๆ หรือกำลังเล่นมุขกันแน่นะ

            “พ่อ ถ้าหมูมันแพงก็กินอย่างอื่นสิ ร้านหมูกระทะไม่ได้มีแค่หมูสักหน่อย” พ่อได้แต่ส่ายหน้าให้เบาๆ กับคำพูดตัดพ้อของลูกสาว ส่วนน้องใจก็กอดอกทำหน้ามุ่ยเหมือนไม่ชอบใจที่พ่อแหย่เล่นแบบนั้น