หากบอกว่าโอสถเจี๋ยอิงขั้นกลางเมื่อครู่เป็ของล้ำค่า แต่อย่างไรเสียก็มีแค่เม็ดเดียวเท่านั้น
ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของเฉินเหมียวเหมี่ยวตอนนี้ ราวกับูเาสมบัติที่ส่องแสงระยิบระยับลูกหนึ่งก็ว่าได้
ทั้งสมบัติล้ำค่า หินิญญา โอสถวิเศษ...เรียกว่ามีครบทุกอย่างจริง ๆ!
โอสถเจี๋ยอิงหนึ่งเม็ด ไหนเลยจะสูู้เาเงินูเาทองได้?
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
บัดซบ! เฉินเหมียวเหมี่ยวยอมรับว่า การที่จิตใจสั่นคลอนเช่นนี้ ช่างน่าละอายจริง ๆ!
เฉินเหวินจ้องเขม็งไปที่เฉินเหมียวเหมี่ยว เมื่อเห็นสายตาของนางจ้องเขม็งไปบนกล่องผ้าไหมเ่าั้ แววตาค่อย ๆ เผยให้เห็นถึงความสับสน เหมือนกำลังบอกเขาว่า ‘ขอโทษด้วยนะน้องชาย แต่ใครบ้างล่ะที่ไม่ชอบเงินทอง?’ เฉินเหวินก็โมโหจนแทบจะอยากจะด่าออกมา!
ประการแรกคือด่าตระกูลหลักที่หน้าไม่อาย ประการที่สองคือด่าเฉินเหมียวเหมี่ยวที่ไร้ซึ่งท่าทีของผู้สูงส่ง โอสถเจี๋ยอิงขั้นกลางหนึ่งเม็ดยังระงับความโลภของนางไม่ได้อีกอย่างนั้นหรือ นี่มันคนประเภทไหนกัน!
แต่เฉินเหวินยังนับว่ามีสติปัญญาอยู่บ้าง เขารู้ว่าตนเองต้องนำไพ่ตายที่ล้ำค่ากว่าออกมาจึงจะชนะ ไม่เช่นนั้นเฉินเหมียวเหมี่ยวต้องถูกตระกูลหลักดึงตัวไปได้อย่างแน่นอน!
แต่จะต้องเอาของสิ่งนั้นออกมาจริง ๆ หรือ?
ทว่าในไข่มุกเม็ดนั้นที่นางเด็กไร้ค่านั่นทิ้งเอาไว้ ของสิ่งนั้นมีเพียงชิ้นเดียว
หากนำออกมาแล้ว วันหน้าเขา้าใช้มันจะทำอย่างไรเล่า?
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่ให้เวลาเฉินเหวินได้ไตร่ตรอง นางส่งยิ้มอย่างขอลุแก่โทษให้กับเฉินเหวิน ก่อนจะหันไปทางเฉินฉีแล้วเอ่ยอย่างเป็มิตร “อืม ท่านผู้นำตระกูลเฉินช่างมีน้ำใจจริง ๆ...”
เฉินเหวินรู้ดีว่าเวลานี้เกาทัณฑ์เมื่อขึ้นสายแล้วจำต้องยิงออกไป หากเขาถอยก็เท่ากับล้มเหลว เขาจึงฝืนความเ็ปใจ ะโเสียงดังออกไปขัดเฉินเหมียวเหมี่ยวเอาไว้
“ผู้าุโได้โปรดช้าก่อนขอรับ!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวผู้โลภมากหันกลับมามอง “น้องชายยังมีเื่อะไรอีกงั้นหรือ?”
เฉินเหวินกล้ำกลืนความเ็ปแล้วเอ่ยออกไป “ผู้าุโ รบกวนท่านดูนี่ก่อนขอรับ”
เขาหยิบกล่องหยกกล่องหนึ่งออกมาอีกครั้ง กล่องนี้มีลักษณะเหมือนกับกล่องเมื่อครู่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“โอ๊ะ เ้ายังมีโอสถเจี๋ยอิงอีกอย่างนั้นหรือ?” เฉินเหมียวเหมี่ยวเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “น้องชาย เ้าเกรงใจเกินไปแล้ว แค่โอสถเจี๋ยอิงเมื่อครู่ข้าเองก็คงไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ มีเม็ดสองเม็ดเอาไว้ยามจำเป็ก็พอ ที่เหลือเ้าเก็บเอาไว้เถอะ”
เฉินเหวินยังคงเอ่ยอย่างแน่วแน่ “ผู้าุโกล่าวผิดแล้วขอรับ โอสถนี้ไม่ใช่โอสถเจี๋ยอิง ส่วนเป็โอสถชนิดใดนั้น ผู้าุโเปิดดูก็จะทราบเองขอรับ”
“อ้อ นี่เ้าก็เป็คนหลอมเองงั้นหรือ?”
“ใช่แล้วขอรับ!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวยังไว้หน้าเฉินเหวินอยู่บ้าง นางรับกล่องหยกนั้นมาและค่อย ๆ เปิดออก ทันใดนั้นไอพลังที่เย็นเยียบจนหนาวเข้ากระดูกก็แผ่ออกมาจากภายในกล่อง ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างรวดเร็ว
“์ หนาวยิ่งนัก...”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจู่ ๆ จึงรู้สึกหนาวเช่นนี้ได้!”
คนที่มีความรู้เื่โอสถก็ร้องออกมาด้วยความตื่นใ “์ นั่นมัน...นั่นมันนิมิตโอสถ!!!”
นิมิตโอสถ!
เป็นิมิตที่เกิดขึ้นเมื่อไอิญญามารวมกันตอนที่กลั่นโอสถให้เป็เม็ด หากไม่ใช่โอสถระดับห้าขึ้นไป จะไม่มีทางมีได้
ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในกล่องหยกนี้ต้องไม่ใช่โอสถระดับสี่อย่างแน่นอน แต่เป็โอสถระดับห้า!
โอสถระดับห้า!
เป็ไปได้งั้นหรือ?
แม้แต่ผู้นำตระกูลอวี้แห่งเมืองฟ่านเฉิง ก็เพิ่งจะสามารถหลอมโอสถระดับห้าได้เท่านั้นเอง แต่เขาเป็ถึงอัจฉริยะการหลอมโอสถที่ใต้หล้าต่างก็รู้จักกันดี แต่เฉินเหวินเป็เพียงผู้าุโจากตระกูลรองของตระกูลเฉินผู้หนึ่ง สามารถหลอมโอสถระดับห้าได้จริง ๆ งั้นหรือ?
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เฉินเหมียวเหมี่ยวครู่หนึ่ง หวังว่านางจะหยิบโอสถเม็ดนั้นออกมาให้พวกเขาได้ยลโฉมกับตา
ไม่รู้ว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวได้ยินเสียงร่ำร้องในใจของพวกเขาหรือไม่ แต่นางก็หยิบโอสถเม็ดนั้นขึ้นมาราวกับล่วงรู้
โอสถเม็ดนั้นแวววาวไร้ซึ่งตำหนิใด ๆ มีไอเย็นลอยวนอยู่บนนั้น ไม่ใช่โอสถระดับห้าแล้วจะเป็อะไรไปได้อีก
“์ เป็โอสถระดับห้าจริงด้วย!!!”
“เฉินเหวินแห่งตระกูลเฉินอวิ๋นหลัว เป็นักหลอมโอสถระดับห้าที่ไม่เปิดเผยตัวหรือนี่!”
“น่าเหลือเชื่อ ช่างน่าเหลือจริง ๆ!”
“พวกเราได้เห็นนักหลอมโอสถระดับห้าผู้สูงส่งกับตาตัวเองแล้ว ช่างโชคดีจริง ๆ!”
เฉินฉีสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ เฉินเหวินทำให้เขาใได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเวลานี้แทบจะคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว
เฉินเหวินสามารถหลอมโอสถระดับห้าได้จริงงั้นหรือ?
เขาเป็นักหลอมโอสถระดับห้าแล้วจริง ๆ น่ะหรือ?
มิน่าล่ะ เขาถึงกล้าเชิญผู้าุโชุดขาวที่มีพลังลึกล้ำสุดจะหยั่งมาคอยคุ้มกัน เพื่อมาเจรจากับตระกูลหลักที่เมืองฟ่านเฉิงของพวกเขา ที่แท้ก็เพราะมีไพ่ตายและมีอำนาจอยู่ในมือนี่เอง!
เยี่ยม เยี่ยมจริง ๆ!
เฉินเหวินผู้นี้เก็บงำได้อย่างมิดชิด เห็นตระกูลหลักของพวกเขา…ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเห็นคนตระกูลเฉินทั้งหมดเป็ของเล่นที่จะหลอกอย่างไรก็ได้งั้นหรือ?
ในที่สุดเฉินเหมียวเหมี่ยวที่นิ่งเงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเลื่อมใส
“เฉินเหวินเอ๋ยเฉินเหวิน ที่แท้เ้าไม่เพียงบรรลุเป็นักหลอมโอสถระดับสี่เท่านั้น ยังบรรลุเป็ถึงนักหลอมโอสถระดับห้าแล้วอย่างนั้นหรือ เ้าช่างเปิดหูเปิดตาข้ายิ่งนัก ข้าคิดว่าตัวเองเป็อัจฉริยะที่ได้รับความโปรดปรานจาก์ แต่ตอนนี้เมื่อเทียบกับเ้า...ข้ายังห่างไกลยิ่งนัก เ้าวางใจเถอะ ข้าสาบานว่าจะร่วมเป็ร่วมตายกับเ้า หากข้าผิดคำพูด ขอให้ตบะบารมีในตอนนี้ของข้าหายไปจนหมดสิ้น!”
ทันทีที่นางเอ่ยออกมาเช่นนั้น ไม่เพียงเฉินเหวินที่ตื่นตระหนก แม้แต่คนที่อยู่รอบ ๆ บริเวณต่างก็ใจสั่นขึ้นมาเช่นกัน!
ผู้าุโชุดขาวถึงกับสาบานเลยอย่างนั้นหรือ?
เพราะคำสาบานของผู้บำเพ็ญเพียรนั้นแตกต่างจากคำสาบานของคนธรรมดา หากผู้บำเพ็ญเพียรสาบานแล้วไม่สามารถทำได้ เช่นนั้นจะมีมารในใจคอยรบกวน โทษสถานเบา ตบะบารมีก็จะหยุดชะงักไม่สามารถก้าวหน้าได้อีก ส่วนโทษสถานหนักนั้น ธาตุไฟจะเข้าแทรกจนกลายเป็คนเสียสติ
เฉินเหมียวเหมี่ยวสาบานโดยเอาตบะบารมีของตนเองเป็เดิมพัน ก็หมายความว่า ทั้งชีวิตนี้นางต้องลงเรือลำเดียวกับตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวเท่านั้น
สถานการณ์เช่นนี้ ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างมีท่าทีไม่เข้าใจ
เพียงเพราะโอสถระดับห้าหนึ่งเม็ด ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่านักหลอมโอสถระดับห้าหนึ่งคน ถึงกับยอมผูกชีวิตของตนเอาไว้ ผู้าุโชุดขาวผู้นี้ดูเหมือนไม่ฉลาดเอาเสียเลย
เฉินเหวินไหนเลยจะให้โอกาสเฉินเหมียวเหมี่ยวเปลี่ยนใจ เขาหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ “ยอดมาก ฮ่าฮ่าฮ่า ผู้าุโได้โปรดวางใจ ผู้น้อยเองก็จะร่วมแรงร่วมใจและคอยช่วยเหลือผู้าุโแน่นอนขอรับ หากผิดคำสาบานก็ขอให้ผู้น้อยไม่ตายดี!”
เฉินเหวินเองก็กล้าเอ่ยวาจาสัตย์ว่าขอให้ตบะบารมีของตนเองสูญสลาย แต่เฉินเหมียวเหมี่ยวมีตบะบารมีเช่นไร เขามีตบะบารมีเช่นไร เขาเป็เพียงผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานปราณ หากไปสาบานกับผู้าุโเช่นนั้น เกรงว่าผู้าุโต้องไม่พอใจเป็แน่
ดังนั้นเฉินเหวินจึงเปลี่ยนคำสาบานว่า ‘ขอให้ตนเองไม่ตายดี’ แทน
หลังจากที่เฉินเหวินสาบานแล้ว พวกเฉินหง เฉินฉู่ชิง ก็ร่วมสาบานด้วยเช่นกัน
“ผู้น้อยเองก็จะขอร่วมแรงร่วมใจและคอยช่วยเหลือผู้าุโ หากผิดคำสาบานขอให้ผู้น้อยไม่ตายดี!”
“ผู้น้อยเองก็จะขอร่วมแรงร่วมใจและคอยช่วยเหลือผู้าุโ หากผิดคำสาบานขอให้ผู้น้อยไม่ตายดี!”
หลังจากเสียงสาบานสิ้นสุดลง คนของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวนั้นเรียกได้ว่ามีความสุขและสบายใจอย่างมาก!
มีผู้าุโชุดขาวคอยคุ้มครอง คนของตระกูลหลักมีอะไรน่ากลัวกัน?
วันนี้พวกเขามาที่นี่อยากได้สิ่งใดก็ต้องได้อย่างนั้น ความไม่เป็ธรรมที่ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวเคยได้รับ พวกเขาจะเอาคืนให้หมด!
ใบหน้าของเฉินเหมียวเหมี่ยวยังคงมีรอยยิ้มประดับเอาไว้ นางค่อย ๆ เก็บโอสถระดับห้า ทว่ากลับลอบถอนหายใจออกมา
เฮ้อ! นางเป็แค่คนธรรมดา เดิมก็ไม่มีตบะบารมีอะไรอยู่แล้ว ตบะบารมีสูญสิ้นแล้วอย่างไรล่ะ ก็ไม่เจ็บไม่ปวดอะไรนี่นา
ได้เวลาทำให้พวกเขารู้ว่า โลกที่ไร้ความปรานีนั้นเป็เช่นไร เพราะจิตใจคนแปรเปลี่ยนได้
อิอิอิ ~ ~ ~