เสียงไซเรนฉุกเฉินดังกึกก้องไปทั่วเมืองฉงอัน สะท้อนความเร่งด่วนและวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด บ่งบอกถึงการปรากฏตัวของเกทแรงค์ A+ ที่ไม่เสถียรอย่างรุนแรง บริเวณชานเมือง 'นครเจียงหนาน' เกทแห่งนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว คุกคามที่จะกลายเป็นเกทระดับภัยพิบัติได้ทุกเมื่อ หากไม่สามารถปิดล้อมและกำจัดมันได้ทันเวลา เมืองเจียงหนานซึ่งมีประชากรนับล้านคนจะต้องเผชิญหน้ากับหายนะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หลังจากกลับจาก 'ภูเขามรณะเพลิง' และบรรลุเลเวล 72 ได้ไม่นาน หลี่ชิงก็ได้รับคำสั่งเรียกตัวเร่งด่วนให้เข้าร่วมปฏิบัติการขนาดใหญ่ระดับ A+ นี้ การแจ้งเตือนมาพร้อมกับข้อมูลที่ระบุถึงความรุนแรงของสถานการณ์ นี่คือการระดมพลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ฮันเตอร์แรงค์ A ทั่วทั้งทวีปจำนวนมากถูกเรียกตัวมารวมกัน พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากกิลด์ชั้นนำและผู้ใต้บังคับบัญชาของเหล่าจักรพรรดิหลายคน นี่คือสมรภูมิที่แท้จริง ที่จะทดสอบพลังที่เขาสะสมมาทั้งหมด
หลี่ชิงเดินทางไปยังจุดรวมพลที่ศูนย์บัญชาการชั่วคราวริมเมืองเจียงหนาน บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความมุ่งมั่น ฮันเตอร์แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งขรึม อาวุธและชุดเกราะถูกเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ หลี่ชิงเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่บ้าง เช่น บารอน คาร์เตอร์ 'โล่แห่งหินผา' และสมาชิกบางส่วนจากทีม 'ไททันพิฆาต' ที่เขาเคยร่วมภารกิจด้วยเมื่อนานมาแล้ว พวกเขาต่างมองมาที่เขาด้วยแววตาที่แตกต่างออกไป ทั้งความสงสัยและความเคารพในความสามารถที่เกินแรงค์ของเขา
ภายในห้องบรรยายสรุปขนาดใหญ่ ภาพโฮโลแกรมขนาดมหึมาฉายภาพของเกทที่บิดเบี้ยวและขยายตัวอย่างรวดเร็วเหนือผืนดินเบื้องหน้า มันหมุนวนราวกับพายุสีดำที่กำลังคุกคามจะกลืนกินทุกสิ่ง รอบๆ เกทคือกลุ่มก้อนของมอนสเตอร์รูปร่างประหลาดนับพันนับหมื่นตัวที่กำลังหลั่งไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
บนเวที ชายสามคนยืนอยู่เบื้องหน้าแผนที่เชิงยุทธศาสตร์ คนแรกคือ 'ฟู่หลง' ผู้บัญชาการภาคสนามของสมาคมฮันเตอร์โลก ฮันเตอร์แรงค์ S ที่มีประสบการณ์โชกโชน คนที่สองคือ 'หงอวี้' หญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ แผ่ออร่าแห่งความสงบและพลังเวทมนตร์อันบริสุทธิ์ เธอคือตัวแทนของจักรพรรดิแสง หลงเทียนอี้ และคนที่สามคือ 'หลินเฟิง' ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว แผ่ออร่าแห่งความรวดเร็วและคมกริบ เขาคือตัวแทนของจักรพรรดิสายลม เซี่ยหวู่จุน
"สถานการณ์วิกฤตยิ่งกว่าที่คาดการณ์ไว้" ฟู่หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "เกทแห่งนี้มีการเชื่อมต่อกับมิติอื่นที่แตกต่างออกไปจากเกททั่วไป มอนสเตอร์ที่ออกมานั้นคือ 'อสูรต่างมิติ' พวกมันมีพลังงานที่แปลกประหลาด และบางตัวก็มีพลังงานที่แข็งแกร่งเทียบเท่ามอนสเตอร์แรงค์ A+ ระดับสูง"
หงอวี้กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง "พลังงานของเกทนี้กำลังบิดเบือนมิติโดยรอบ หากเราไม่สามารถหยุดมันได้ใน 48 ชั่วโมง มันจะกลายเป็นเกทระดับภัยพิบัติ และไม่มีใครสามารถรับประกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้"
หลินเฟิงชี้ไปที่ภาพโฮโลแกรมของเกท "แผนของเราคือการแบ่งกำลังออกเป็นสามส่วนหลัก ส่วนแรกคือ 'แนวหน้า' ซึ่งประกอบด้วยฮันเตอร์แรงค์ A และแรงค์ S ที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อรับมือกับอสูรต่างมิติที่หลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่สองคือ 'แนวสนับสนุน' ที่จะคอยระดมยิงพลังเวทมนตร์และฮีลให้กับแนวหน้า และส่วนที่สามคือ 'หน่วยทะลวง' ซึ่งจะประกอบไปด้วยฮันเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดเพียงไม่กี่คน ที่จะทำลายแกนกลางของเกทเมื่อโอกาสมาถึง"
"ฮันเตอร์หลี่ชิง" ฟู่หลงเอ่ยชื่อเขาขึ้น "จากรายงานของหวังจินและความสามารถที่นายแสดงออกมา เราจะให้นายอยู่ในหน่วยทะลวงร่วมกับฮันเตอร์ระดับสูงคนอื่นๆ"
คำประกาศนั้นสร้างความตกตะลึงเล็กน้อยในหมู่ฮันเตอร์คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้อง หน่วยทะลวงถือเป็นหัวใจของปฏิบัติการและมักจะประกอบด้วยฮันเตอร์ระดับ S หรือ แรงค์ A ที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่หลี่ชิงยังคงสงบนิ่ง เขาพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับ
"จำไว้ว่านี่คือสงครามเต็มรูปแบบ" หงอวี้กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "อย่าประมาทศัตรูเด็ดขาด จงรักษาชีวิตของตัวเองไว้ และทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องโลกนี้"
การระดมพลเริ่มต้นขึ้น ฮันเตอร์นับพันเคลื่อนที่เข้าสู่แนวหน้า เสียงคำรามของมอนสเตอร์ เสียงระเบิดของพลังเวทมนตร์ และเสียงดาบปะทะกันดังก้องไปทั่วสมรภูมิ หลี่ชิงอยู่ในหน่วยทะลวงที่ประจำการอยู่ด้านหลังแนวหน้า รอคอยจังหวะที่จะบุกทะลวงเข้าไป
เมื่อเสียงสัญญาณโจมตีดังก้อง หลี่ชิงก็พุ่งทะยานเข้าสู่สมรภูมิที่แท้จริงเบื้องหน้า เขาใช้ [ดาบเงาลวงตา] เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มฮันเตอร์คนอื่นๆ อย่างรวดเร็วราวกับสายลมที่มองไม่เห็น มุ่งตรงไปยังแนวหน้าที่มีการปะทะกันอย่างดุเดือด
"ไปเลย! กวาดล้างพวกมัน!" เสียงคำรามของบารอน คาร์เตอร์ ดังขึ้น เมื่อเขาใช้ดาบใหญ่สองมือฟันลงบนร่างของ 'อสูรโครงกระดูกเหล็ก' เลเวล 75 ที่มีเกราะแข็งแกร่ง
หลี่ชิงไม่รอช้า เขาเปิดใช้งาน [มหาคลื่นดาบพิฆาต] ทันที คลื่นดาบสีเงินขนาดมหึมาพุ่งทะยานไปข้างหน้า กวาดล้างอสูรโครงกระดูกเหล็กและ 'อสูรปีศาจแห่งความมืด' เลเวล 70 ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ร่างของพวกมันระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ในแนวรบ
"อะไรกัน!" ฮันเตอร์คนหนึ่งอุทานด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นพลังทำลายล้างที่เหนือความคาดหมายของหลี่ชิง
"ฮันเตอร์ดาบดำ! เร็วเข้า! พุ่งเข้าไป!" บารอน คาร์เตอร์ ตะโกนด้วยความตื่นเต้นในแววตา เขารู้ว่าคนที่เขาเห็นเมื่อครั้งอยู่ในหุบเขาลืมเลือนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
หลี่ชิงไม่ตอบ เขายังคงใช้ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] กวาดล้างมอนสเตอร์อย่างต่อเนื่อง การโจมตีแต่ละครั้งสร้างหลุมขนาดใหญ่บนพื้นดิน และกวาดล้างศัตรูไปได้เป็นจำนวนมาก ทำให้แนวรบของฮันเตอร์สามารถดันแนวรุกกลับไปได้ในทันที
เขาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับฮันเตอร์แรงค์ A คนอื่นๆ บางครั้งก็ใช้ [ดาบเงาลวงตา] แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มมอนสเตอร์ที่หนาแน่น เพื่อโจมตีจากภายใน หรือใช้ [กำแพงดาบ] ป้องกันการโจมตีที่ฮันเตอร์คนอื่นๆ พลาดไป เขาใช้ [จิตดาบราชันย์] กดดันมอนสเตอร์ระดับสูง ทำให้พวกมันเคลื่อนไหวช้าลง เปิดโอกาสให้ฮันเตอร์คนอื่นๆ สามารถโจมตีได้ง่ายขึ้น
การทำงานร่วมกันของฮันเตอร์แต่ละคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แทงค์คอยรับการโจมตี DPS คอยสร้างความเสียหาย และฮีลเลอร์คอยฟื้นฟูพลัง ฮันเตอร์แรงค์ A หลายคนต่างตกตะลึงกับพลังของหลี่ชิง ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้น พวกเขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังใช้พลังเพียง 70% ของความสามารถที่แท้จริงเท่านั้น
"หมอนั่นเป็นใครกันน่ะ? ทำไมพลังถึงได้น่ากลัวขนาดนี้!"
"ไม่รู้สิ! แต่เขาแข็งแกร่งกว่าฮันเตอร์แรงค์ A หลายคนที่เราเคยเห็นมาเสียอีก!"
"ฮันเตอร์ดาบดำ... ชื่อนี้มันคุ้นๆ นะ"
เสียงกระซิบกระซาบและคำชื่นชมแพร่กระจายไปในหมู่ฮันเตอร์อย่างรวดเร็ว หลี่ชิงไม่สนใจ เขายังคงมุ่งมั่นกับการต่อสู้ เบื้องหลังความวุ่นวายของสมรภูมิ เขาเห็นเทียนหลงและหงอวี้ กำลังยืนอยู่บนยอดอาคารสูง สั่งการและควบคุมสถานการณ์ หงอวี้ใช้พลังเวทมนตร์แสงที่บริสุทธิ์ สร้างบาเรียขนาดใหญ่ป้องกันแนวรบด้านหนึ่งจากการโจมตีของมอนสเตอร์ระดับ A+ ส่วนเทียนหลงก็ใช้พลังน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ สร้างเสาน้ำแข็งขนาดใหญ่พุ่งทะลวงเข้าสู่ใจกลางของเกท เพื่อสร้างความเสียหายให้กับแกนพลังงานของมัน
การทำงานร่วมกันของผู้ใต้บังคับบัญชาของจักรพรรดิเหล่านี้ ทำให้หลี่ชิงเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของเหล่าจักรพรรดิอย่างแท้จริง พวกเขานำเสนออำนาจ บารมี และความสามารถในการพลิกสถานการณ์ที่เหนือกว่าฮันเตอร์แรงค์ A ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่ได้แค่ต่อสู้ แต่พวกเขากำลัง 'ควบคุม' สมรภูมิทั้งหมด
ขณะที่การต่อสู้ดำเนินไปอย่างเข้มข้น จู่ๆ เกทก็เริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง พลังงานสีดำข้นไหลทะลักออกมาจากใจกลางเกท พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมือง
"ระวัง! มันกำลังจะมาแล้ว!" ฟู่หลงตะโกนลั่น "เวิลด์บอส!"
ร่างขนาดมหึมาสูงกว่าสิบเมตร ปรากฏขึ้นจากใจกลางเกท มันคือ 'อสูรกลืนมิติ' เลเวล 85 ที่มีร่างกายคล้ายสัตว์ประหลาดจากฝันร้าย ผิวหนังสีดำสนิทราวกับหลุมดำ มีดวงตาสีแดงก่ำที่ลุกโชน และมีหนวดเคราขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างรอยแยกมิติเพื่อกลืนกินทุกสิ่ง มันแผ่ออร่าแห่งความหายนะออกมาอย่างมหาศาล จนฮันเตอร์หลายคนถึงกับทรุดตัวลงด้วยความหวาดกลัว
"มันคือ เวิลด์บอส! หน่วยทะลวง เตรียมพร้อม!" เสียงของหลินเฟิงดังขึ้นด้วยความเร่งรีบ
เทียนหลงและหงอวี้ไม่รอช้า พวกเขากระโดดลงจากยอดอาคาร และพุ่งเข้าหาอสูรกลืนมิติพร้อมกับฮันเตอร์แรงค์ A ที่แข็งแกร่งที่สุดหลายคน หลี่ชิงเป็นหนึ่งในนั้น เขาสัมผัสได้ถึงความกดดันอันมหาศาลจาก เวิลด์บอส แต่ความตื่นเต้นที่จะได้เผชิญหน้ากับความท้าทายสูงสุดก็พลุ่งพล่านขึ้นในใจ
"บุก!" บารอน คาร์เตอร์ คำราม เขาใช้ดาบใหญ่ฟันเข้าที่ขาของอสูรกลืนมิติ แต่ดาบของเขาเพียงแค่สร้างรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น
อสูรกลืนมิติคำราม มันใช้หนวดเคราขนาดใหญ่ฟาดเข้าใส่กลุ่มฮันเตอร์ เทียนหลงใช้พลังน้ำแข็งสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันการโจมตี หงอวี้ใช้เวทมนตร์แสงที่บริสุทธิ์โจมตีเข้าที่ดวงตาของมัน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
หลี่ชิงพุ่งเข้าหาอสูรกลืนมิติด้วย [ดาบเงาลวงตา] เขารู้ว่าการโจมตีธรรมดาไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้ เขาต้องหาจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ เขาเคลื่อนที่ไปรอบๆ ตัว เวิลด์บอส อย่างรวดเร็ว หลบหลีกการโจมตีที่รุนแรงของมันอย่างไม่น่าเชื่อ ดาบเหล็กดาราของเขาสาดแสงเข้าปะทะกับผิวหนังที่แข็งแกร่งของมัน หวังว่าจะหาช่องโหว่
"พลังมันแข็งแกร่งเกินไป! ไม่มีใครทะลวงการป้องกันของมันได้เลย!" ฮันเตอร์คนหนึ่งตะโกนด้วยความสิ้นหวัง
หลี่ชิงสังเกตเห็นว่าที่บริเวณกลางอกของอสูรกลืนมิติ มีสัญลักษณ์แปลกๆ คล้ายกับรอยแยกมิติขนาดเล็กที่หมุนวนอยู่ตลอดเวลา และเมื่อมันใช้สกิล รอยแยกนั้นจะเปล่งแสงออกมา
"ตรงนั้น!" หลี่ชิงตะโกนลั่น เขาเปิดใช้งาน [จิตดาบราชันย์] กดดันอสูรกลืนมิติอย่างเต็มที่ แม้จะแค่ชั่วขณะ แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับฮันเตอร์คนอื่นๆ
"ฮันเตอร์ดาบดำ! แผนอะไร!" เทียนหลงตะโกนถาม
"แกนพลังงานอยู่กลางอก! โจมตีพร้อมกัน!" หลี่ชิงตอบกลับ
เทียนหลงและหงอวี้ไม่รอช้า พวกเขาสั่งการให้ฮันเตอร์คนอื่นๆ ระดมยิงสกิลใส่จุดที่หลี่ชิงชี้ไป พร้อมกับพวกเขาที่ปลดปล่อยพลังสูงสุดออกมาเพื่อโจมตี
หลี่ชิงเองก็ไม่ลังเล เขาใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] พุ่งทะยานเข้าหาอสูรกลืนมิติพร้อมกับ [เพลงดาบวายุ] เขาใช้พลังที่ใกล้เคียงกับ 100% แต่ด้วยการกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำและจังหวะที่ถูกต้อง มันก็เพียงพอแล้ว
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
ดาบเหล็กดาราของหลี่ชิงฟันเข้าที่แกนพลังงานที่กลางอกของอสูรกลืนมิติอย่างต่อเนื่อง สร้างรอยแตกที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ ผสานกับการโจมตีของฮันเตอร์คนอื่นๆ โดยเฉพาะพลังเวทมนตร์น้ำแข็งและแสงจากตัวแทนของจักรพรรดิ ทำให้แกนพลังงานของอสูรกลืนมิติเริ่มไม่เสถียร
กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!
อสูรกลืนมิติกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของมันเริ่มปริแตกและสั่นสะท้าน พลังงานมืดที่แผ่ออกมาจากตัวมันเริ่มไม่เสถียรและสลายไป
"มันกำลังอ่อนแอลง! อย่าให้มันได้ตั้งตัว!" เทียนหลงตะโกน
ฮันเตอร์ทุกคนระดมโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง หลี่ชิงใช้ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] อีกครั้ง เพื่อกวาดล้างอสูรปีศาจแห่งความมืดตัวเล็กๆ ที่กำลังหลั่งไหลออกมาจากรอยแยกที่อสูรกลืนมิติสร้างขึ้น ช่วยเปิดช่องให้แนวหน้าสามารถโฟกัสการโจมตีไปที่เวิลด์บอสได้อย่างเต็มที่
ในที่สุด หลังจากที่แกนพลังงานถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง อสูรกลืนมิติก็ระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วเมืองเจียงหนาน ร่างกายอันมหึมาของมันสลายไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงหลุมขนาดใหญ่บนพื้นดิน และพลังงานมืดที่เริ่มจางหายไป
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
[คุณกำจัด เวิลด์บอส: อสูรกลืนมิติ เลเวล 85 สำเร็จ!]
[ได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาลพิเศษ!!!]
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 74!]
ความเหนื่อยล้าเข้าปกคลุมหลี่ชิงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยความปิติยินดีอย่างสุดซึ้ง เขาทำได้แล้ว!
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อกำจัดอสูรต่างมิติที่เหลืออยู่ทั้งหมด และในที่สุดเกทก็เริ่มหดตัวและปิดสนิทลง การต่อสู้สิ้นสุดลงพร้อมกับความเงียบที่เข้ามาแทนที่เสียงระเบิดและเสียงกรีดร้อง
เหล่าฮันเตอร์ต่างเหน็ดเหนื่อยจนแทบทรุดตัวลง แต่ดวงตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความโล่งใจและชัยชนะ การสู้รบครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของมนุษยชาติ
ฟู่หลง หงอวี้ และหลินเฟิงเดินเข้ามาหาหลี่ชิง ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพอย่างแท้จริง
"ฮันเตอร์หลี่ชิง" หงอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความชื่นชม "ความสามารถในการต่อสู้ของนายนั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง... นายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จ"
หลินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย "ฉันไม่เคยคิดว่าฮันเตอร์ที่มีแรงค์เทียบเท่า B จะสามารถทำอะไรได้ขนาดนี้... นายเป็นฮันเตอร์ที่พิเศษจริงๆ"
"ฉันไม่เคยเจอฮันเตอร์คนไหนที่แข็งแกร่งเท่าแกมาก่อนเลย ไอ้หนุ่ม" บารอน คาร์เตอร์ กล่าวพลางเดินเข้ามาตบบ่าหลี่ชิงอย่างแรงด้วยรอยยิ้มกว้าง "นายคือวีรบุรุษในสมรภูมิครั้งนี้"
หลี่ชิงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับ เขามองไปยังสภาพของเมืองเจียงหนานที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ก็รอดพ้นจากหายนะขั้นสูงสุดมาได้ นี่คือผลลัพธ์ของการร่วมมือกัน และเขาเป็นส่วนหนึ่งของมัน
หลี่ชิงยิ้มเล็กน้อย การต่อสู้ในสมรภูมิที่แท้จริงครั้งนี้ทำให้เขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด เขาตระหนักถึงช่องว่างระหว่างเขากับฮันเตอร์แรงค์ A ระดับสูงที่แท้จริง และผู้ใต้บังคับบัญชาของจักรพรรดิ เขายังคงมีหนทางอีกยาวไกลที่จะไปถึงจุดสูงสุดที่เหล่าจักรพรรดิยืนอยู่ แต่การต่อสู้ครั้งนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาสามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้อย่างแน่นอน
ชื่อของ 'ฮันเตอร์ดาบดำ' หรือ 'ฮันเตอร์ปริศนา' ถูกกล่าวขานไปทั่วทั้งโลกฮันเตอร์อย่างแท้จริง …