“บ้าเอ๊ยนี่มันโรคอะไรวะเนี่ย”
“ก็ไม่น่าไปรับปากมั่วๆ เลยค่ะ นี่มันโรคภัยไข้เจ็บนะคะไม่ใช่าแ ยาวิเศษของเราที่ทำจากยาแก้ปวดและยาสมานแผลจะไปช่วยเขาได้ยังไงล่ะคะ
“โถ่เว้ย ตอนแรกฉันคิดแค่ว่าจะให้ยาแก้ปวดหลอกให้เขาคิดไปเองว่าหายแล้วนิ ไม่คิดว่าจะใกล้ตายขนาดนี้”
เมื่ออิน ซินซินและวาย พาคนป่วยขึ้นมาที่ชั้นบนของโบสถ์เพื่อรักษา อยู่ดีๆ เขาก็สำลักเืออกมาอย่างน่ากลัว จนทำให้อินรู้ตัวว่าไม่ใช่โรคทั่วไป
เขาและเทียน่าต่างพยายามที่จะปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ป่วยคนนั้นอยู่นาน พร้อมกับพยายามอัดยาแก้ปวดไปเพื่อหวังว่าจะช่วยบรรเทาอาการด้วยความร้อนรน แต่มันก็ยิ่งทำให้อาการของผู้ป่วยหนักขึ้นไปอีก
“ซวยแล้ว ซวยแล้ว ซวยแล้ว อุตส่าห์ไปรับปากไว้ซะใหญ่โตด้วย”
“อย่างงี้ไม่ได้แล้วนะคะคุณอิน เขาตายกับเราแน่เลย ยังไงฉันว่ารีบพาเขาไปส่งที่โรงพยาบาลของประเทศวาเรียก่อนเถอะที่นั่นน่าจะช่วยได้”
“อืม…เธอช่วยรีบไปตามซายะมาให้หน่อย”
เทียน่าที่เห็นว่าอินเห็นด้วยกับความคิดของเธอ ก็รีบวิ่งไปตามซายะ ตามคำบอกของเขาก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้นเธอจะเดินกลับมาพร้อมกับหญิงสาวตัวเล็ก
“ตามฉันมาทำไมค่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่ช่วยคุณทำเื่เลวๆ …ว้าย”
ถึงแม้ว่าเทียน่าจะมีท่าทีที่ร้อนขนาดไหนก็แล้วแต่ซายะก็ไม่ได้ร้อนรนไปกับเธอและพูดใส่อินไปด้วยเสียงที่แ่เบาอย่างไม่พอใจ…ก่อนที่จะเห็นชายตรงหน้าที่สำลักเืออกมาจนเปื้อนเต็มไปหมด
เมื่ออินเห็นท่าทีที่หวาดกลัวของซายะ เขาก็รีบวิ่งไปพลิกตัวของเธอให้หันหน้าเข้ากำแพงเพื่อไม่เห็นภาพตรงหน้า ก่อนที่จะเริ่มพูดขอร้องเธอ
“ฉันสัญญาแล้วไงว่าจะไม่ให้เธอทำเื่เลวร้ายอะไรด้วย แต่ตอนนี้มีคนเจ็บอยู่ เธอช่วยใช้พลังพิเศษของเธอพาเขาไปส่งโรงพยาบาลที่ประเทศวาเรียได้ไหม”
ซายารีบพยักหน้าของเธอออกมา พร้อมกับตัวที่สั่นไปด้วยความหวาดกลัว แต่ถึงแม้ว่าเธอจะอยากช่วยชีวิตชายหนุ่มคนนั้นขนาดไหนก็แล้วแต่ แต่เธอก็ยังไม่สามารถหันหน้ากลับไปมองได้ จนอินค่อยๆ พาเธอเดินถอยหลังมาเรื่อยๆ และจับมือของเธอให้ไปแตะกับแขนของชายหนุ่ม
“ฟึบ”
เพียงพริบตาเดียวที่ซายะแตะไปที่แขนของชายหนุ่มที่อินให้เธอจับ ร่างกายของเธอและชายที่อยู่บนเตียงก็หายไปทันที และเมื่ออินเห็นว่าเธอหายไปแล้วเขาก็รีบส่งข้อความไปที่มือถือของเธอว่าจะตามเอาเงินไปให้ ให้รออยู่ที่นั่นก่อน
“นี่เราจะโดนค่ารักษาเท่าไหร่กันเนี่ย”
ถึงแม้ว่าทุกคนจะเป็ห่วงกับอาการป่วยของชายหนุ่มที่เขาพาตัวมา แต่ซินซินก็อดคิดไม่ได้ถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายออกไปเพื่อรักษาชายหนุ่ม
แต่ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวที่คิดถึงค่ารักษาที่ต้องจ่าย อินเ้าของแผนการก็คิดถึงมันด้วยจนแสดงสีหน้าที่เคร่งเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะหันไปเตะโต๊ะที่เขาเคยให้ชายหนุ่มผู้ป่วยนอนอยู่ก่อนหน้านี้ด้วยความโมโหจนเกิดเสียงดัง
“แม่งเอ้ย”
เมื่ออินได้ระบายความโกรธใส่โต๊ะตัวนั้นไป เขาก็พยายามตั้งสติของเขาก่อนที่จะคิดถึงวิธีแก้และหาประโยชน์ที่จะได้รับจากมันเพื่อให้ลืมถึงข้อผิดพลาดที่เขาเพิ่งเจอไป
“ไม่เป็ไรไม่เป็ไร ซินซินนายไปกับฉัน เราจะเอาผลวิเศษที่ได้จากการฆ่าสัตว์วิเศษดุร้ายพวกนั้นไปขายกัน เพื่อเป็ค่าใช้จ่ายในการรักษาหมอนั่น ก่อนอื่นก็ถ่ายรูปห้องที่เปื้อนไปด้วยเืนี่ไว้ก่อนละกัน เราจะได้เอาไปใช้โฆษณาว่าเราสามารถรักษาคนที่ป่วยเจ็บหนักขนาดนี้ได้ มันจะได้คุ้มเงินที่เสียไป
ส่วนวายนายออกไปเฝ้าประตูโบสถ์ไว้หน่อยอย่าให้ใครเข้ามาเด็ดขาด ฉันจะเขียนจดหมายไว้ให้ว่าเรากำลังเร่งรักษาชายหนุ่มด้วยความยากลำบากอยู่และให้ใครรบกวนไม่ได้ ฉันจะรีบพาเขากลับมาให้ไวที่สุดฝากนายรับหน้าด้วยละกัน”
หลังจากที่มอบหมายหน้าที่เสร็จแล้ววายก็พยักหน้าตอบรับอินไป ก่อนที่อินและซินซินจะรีบขับรถตู้เพื่อนำผลวิเศษเ่าั้ไปขายที่ตลาดมืดของประเทศวาเรีย
ด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ต่างกันราวกับฟ้ากับเหวระหว่างดีอาดูเอลกับวาเรีย มันก็ทำให้การรักษาของชายหนุ่มเป็ไปได้อย่างรวดเร็วแลกกับค่าใช้จ่ายที่มหาศาลเพราะเป็คนจากต่างประเทศ และอินต้องใช้เวลาต่อรองที่โรงพยาบาลอยู่นาน กว่าจะขอให้ทางพยาบาลเตรียมชุดยาที่ใช้สำหรับรักษาที่บ้านไว้ให้และสามารถพาตัวชายหนุ่มกลับไปได้ก่อนที่ฟ้าจะสว่างพอดี
ชายหนุ่มผู้ป่วยก่อนหน้านี้ ที่เจ็บเจียนตายเมื่อลืมตาขึ้นมาและได้เห็นภาพของนางฟ้าที่มองมาที่เขาพร้อมกับอาการที่ดีขึ้นมาก มันก็ทำให้เขาแสดงท่าทีที่มึนงงออกมา ก่อนที่แม่ของเขาจะรีบวิ่งเข้ามาสวมกอดเอาไว้พร้อมกับอธิบายทุกอย่างให้ลูกของเธอฟัง
ภาพของส่องแม่ลูกที่กอดคอกันร้องไห้ ได้สร้างรอยยิ้มที่ยินดีกับพวกเขาให้กับเทียน่า นางฟ้าองค์นั้น และวายรวมถึงซายะที่เป็คนใช้พลังพิเศษวาร์ปชายหนุ่มไปรักษาด้วย เว้นก็แต่อินที่ทำท่าจะหยุมหัวของหญิงชราอยู่ตลอดเวลาเพราะเงินที่เสียไปในขณะที่เธอหันหลังให้เขา
แต่อินก็ยังคงเล่นละครของตัวเองได้เป็อย่างดีพร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมที่มอบให้กับหญิงชราที่รับตัวลูกชายของตัวเองกลับบ้านของเธอไป