บ้านกระปุกอยู่ฝั่งเดียวกับโรงเรียน ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับวัดไชยพินิจ บ้านเรือนบริเวณนั้นส่วนใหญ่เป็บ้านสองชั้นเก่า ๆ สร้างแบบง่าย ๆ มีทั้งบ้านไม้และบ้านปูน ซึ่งห่างออกไปอีกสองซอยเล็ก มีอพาร์ทเม้นท์สูงหกชั้น เป็หอพักให้เช่า ตามชั้นต่าง ๆ มีระเบียงเล็ก ๆ ตากเสื้อผ้าระเกะระกะ
ถนนในซอยเป็พื้นถนนคอนกรีตเทปูนเก่า ๆ สองข้างทางมีเสาไฟฟ้าเป็ระยะ ไม่มีต้นไม้สูง มีแต่ต้นไม้ในกระถางตามหน้าบ้านที่ชาวบ้านปลูกกันเอง บ้านเรือนฝั่งนี้ ส่วนใหญ่มีประตูหน้าบ้านเป็เหล็กปิดเปิดด้วยการชักลากขึ้นลง เวลาปิดประตูต้องใช้ขอเหล็กเกี่ยวลงมา
ตามถนนในซอยมีคนเดินกันขวักไขว่ เพราะซอยสุดท้ายที่อยู่ถัดจากอพาร์ทเม้นท์หอพักนั้นเป็ตลาดสด ซอยตลาดสดนี้ที่กินพื้นที่ไปถึงซอยตันข้างในสุด ชาวบ้านอาศัยที่มีบ้านอยู่ใกล้วัดทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ บริเวณด้านหน้าวัดจึงมีทั้งร้านขายของชำ ร้านตัดผม ร้านขายสังฆภัณฑ์ และร้านขายอาหารต่าง ๆ
บ้านของกระปุกอยู่เลยไปเกือบถึงซอยที่มีอพาร์ทเม้นท์ แม่ของกระปุกเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ทุกเย็น กระปุกและน้องสาวต้องช่วยแม่ทำงาน แม่มอบหมายให้กระปุกช่วยล้างชามและหม้อก๋วยเตี๋ยว อีกทั้งยังให้ช่วยทำลูกชิ้น ในขณะที่กระติ๊บมีหน้าที่ทำความสะอาดโต๊ะ กวาดพื้นและช่วยแม่ซื้อของ จะว่าไปแม่ก็ให้งานเหมาะสม แต่กระปุกกลับรู้สึกว่าตัวเองต้องทำงานมากกว่าน้องสาว
แม่กระปุกกำลังลวกก๋วยเตี๋ยวลงชาม บรรจงใส่เกี๊ยวปลา เต้าหู้ทอด เืหมู แมงกะพรุน แล้วตักน้ำมันกระเทียมเจียวก่อนราดน้ำเย็นตาโฟลงบนก๋วยเตี๋ยว ใช้ทัพพีตักน้ำแกงพร้อมลูกชิ้นปลาและลูกชิ้นกุ้งที่ลวกไว้ลงในชามก๋วยเตี๋ยว พอดีกระปุกพาอาจารย์วิชชาเข้ามา
“แม่ อาจารย์มาแล้ว”
แม่กระปุกรีบวางชามก๋วยเตี๋ยวแล้วยกมือสวัสดีอาจารย์ ในขณะเดียวกันที่อาจารย์วิชชาก็ยกมือสวัสดีแม่กระปุกเช่นกัน
“เชิญอาจารย์ด้านในเลยค่ะ” แม่กระปุกกุลีกุจอยกชามก๋วยเตี๋ยวส่งให้ลูกค้าที่นั่งรออยู่ตรงนั้น แล้วเดินเข้าไปพบอาจารย์ที่ด้านใน
“กระปุก ช่วยแม่ขายของต่อนะ แม่จะคุยกับอาจารย์”
“แล้วติ๊บล่ะแม่ ไม่อยู่หรือ?” กระปุกถามถึงน้องสาว ที่อยากให้มาช่วยด้วยกัน
“แม่ใช้ให้ไปซื้อน้ำตาลทรายกับน้ำมันพืช เดี๋ยวสักพักก็กลับมาแล้ว”
กระปุกทำหน้าเซ็ง ๆ ปฏิเสธไม่ออก เดินไปเอาผ้ากันเปื้อนมาใส่ รู้สึกขายหน้าอาจารย์ที่ต้องไปยืนลวกก๋วยเตี๋ยวขาย ทั้ง ๆ ที่น่าจะยินดีที่ได้ช่วยเหลือแม่ แสดงความดีต่อหน้าอาจารย์
แม่ของกระปุกเชื้อเชิญอาจารย์วิชชาเข้ามานั่งในห้องด้านใน ซึ่งจัดเป็ห้องรับแขกและห้องเอนกประสงค์ มีโต๊ะเขียนหนังสือทำจากไม้ยางทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวประมาณสองเมตรตั้งอยู่กลางห้อง มีเก้าอี้ไม้รอบโต๊ะสี่ตัว ผนังด้านหนึ่งมีโทรทัศน์และตู้เก็บของ ส่วนผนังอีกด้านมีตู้สำหรับใส่หนังสือของกระปุกและกระติ๊บ
เหนือขึ้นไปบนผนังกำแพง มีภาพของครอบครัวกระปุกแขวนอยู่สามภาพ ภาพแรกเป็ภาพชายหนุ่มหญิงสาวอุ้มเด็กอายุประมาณสามขวบ ภาพหญิงสาวดูเหมือนแม่ของกระปุก ภาพที่สองเป็รูปของหนุ่มสาวอีกคู่อุ้มเด็กน้อยอายุไม่ถึงขวบ และภาพที่สามเป็ภาพของแม่กระปุกในวัยสาวอุ้มลูกคนเล็ก มีลูกสาวคนโตยืนพิงเก้าอี้
เครื่องเรือนในห้องค่อนข้างเก่า ในห้องไม่ได้มีการตกแต่งให้สวยงาม ที่ดูเด่นคือตู้ปลาขนาดกว้าง 1.5 เมตร สูง 75 ซม. มีปลาัเกล็ดสีฟ้าตัวยาวว่ายไปมาอยู่ตัวเดียว
ประตูที่เปิดไว้ด้านหน้าทำให้ลมที่พัดมาจากประตูด้านหลังถ่ายเทได้ดี กลิ่นกระเทียมเจียวและน้ำแกงก๋วยเตี๋ยวลอยเข้ามาเป็พัก ๆ แม้ประตูจะเปิดอยู่ แต่ในห้องก็ไม่เสียงดังอึกทึกเท่าหน้าบ้าน เมื่อสนทนากัน ก็พอที่จะได้ยินเสียงถนัด
อาจารย์วิชชามองดูปลาัเกล็ดฟ้าในตู้ด้วยความสนใจ
“ปลาสวยจังครับ”
“ของรักของหวงของกระปุกเลยค่ะอาจารย์ เขาเลี้ยงของเขามาหลายปีแล้ว พอมีเวลาว่าง ก็จะมองดูเข้าไปในตู้ปลา จ้องดูได้เป็นาน บางคืนเห็นมาดูปลาจนดึก”
“ไม่เห็นกระปุกเคยเล่าเื่เลี้ยงปลาที่โรงเรียนเลยครับ สงสัยเพื่อน ๆ ก็ไม่รู้ด้วยว่ากระปุกเลี้ยงปลาตัวโตขนาดนี้” แล้วอาจารย์ก็เปลี่ยนเื่คุย “คุณแม่เปิดร้านทุกวันหรือครับ?”
“ค่ะอาจารย์ จะปิดร้านเฉพาะวันหยุดยาว เพราะถือโอกาสพากระปุกกับกระติ๊บไปเยี่ยมตายายที่ต่างจังหวัดค่ะ”
“แล้ว่วันธรรมดา เด็ก ๆ ไปเรียนหนังสือกัน คุณแม่ทำงานคนเดียว ไม่จ้างเด็กมาช่วยหรือครับ?”
“ไม่ได้จ้างค่ะอาจารย์ อันที่จริง ลูกค้าเยอะ่มื้อกลางวันกับมือเย็นเท่านั้นค่ะ ส่วนใหญ่เป็ชาวบ้านแถวนี้ ตอนกลางวัน เขาเห็นไม่มีคนช่วย เขาก็มารอรับก๋วยเตี๋ยวตรงหม้อต้มไปเอง พอรับประทานกันเสร็จ ก็ช่วยเอาชามมาวางไว้ที่กะลามังด้านหลัง แล้วไปจ่ายเงินให้ก่อนออกค่ะ”
“ลูกค้าน่ารักจังนะครับ คุณแม่ก็วางระบบไว้ดี เลยกลายเป็ร้านอาหารลูกค้าบริการตนเอง แิดีนะครับ”