ความจนไม่เคยปรานีใคร และมันเป็แรงผลักดันเดียวที่ทำให้ฉัน (ฟ้า) เด็กสาวต่างจังหวัดวัยยี่สิบปีที่หอบความหวังมาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ต้องมายืนอยู่ตรงจุดนี้ จุดที่ฉันไม่เคยคิดฝันมาก่อนในชีวิต มองไปรอบตัวในยามค่ำคืน เสียงเพลงสากลจังหวะตึกตักที่เปิดจากลำโพงเก่าๆ ดังะเืในร้านบาร์เบียร์กึ่งเลานจ์เกรดบีย่านชานเมือง แสงไฟนีออนสีชมพูสลับน้ำเงินส่องให้เห็นควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้งและกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาที่หกเลอะเทอะ
ฉันยืนมองตัวเองในกระจกเงาบานเก่าของห้องน้ำร้าน แสงไฟนีออนดวงนึงกะพริบถี่ๆ สะท้อนภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาจัดว่าสะสวยตามธรรมชาติและไร้การปรุงแต่ง ใบหน้าของฉันยังคงเป็โครงเดิมๆ แก้มตอบนิดหน่อยตามประสาคนกินไม่ค่อยอิ่ม จมูกโด่งพอประมาณ หน้าอกหน้าใจภายใต้เสื้อสายเดี่ยวราคาประตูน้ำที่ฉันสวมใส่อยู่มีขนาดเพียงแค่คัพเอเล็กๆ เท่านั้น มันไม่ได้ดูดึงดูดสายตาเสือสิงห์กระทิงเปลี่ยวเหมือนพวกพี่ๆ ตัวท็อปในร้านที่เขาไปทำศัลยกรรมกันมา รอยคล้ำใต้ตาจากการอดนอนและเรียนควบคู่ไปด้วยถูกฉาบไว้ด้วยรองพื้นราคาประหยัด
ฉันก้มลงมองกระโปรงยีนส์สั้นเหนือเข่าของตัวเอง สูดหายใจเข้าลึกๆ ยอมรับความจริงว่าคืนนี้คืองานเอนเตอร์เทนชงเหล้าครั้งแรกของฉัน ค่าแรงขั้นต่ำเพียงคืนละแปดร้อยบาท ไม่รวมทิปโอนหรือทิปมือจากลูกค้า แต่สำหรับฉันที่เงินในบัญชีเหลือไม่ถึงสองร้อยบาท เงินจำนวนนี้มันคือค่าประทังชีวิตและค่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปได้อีกเป็สัปดาห์
"ยัยฟ้า! มัวแต่ยืนอืดอะไรอยู่ ลูกค้าโต๊ะสี่เรียกหาคนชงเหล้าเพิ่ม ไปเร็วๆ เข้า" เสียงเจ๊แอน คนคุมร้านวัยกลางคนะโเรียกเสียงแปร๋น
"ค่ะเจ๊ หนูมาแล้วค่ะ" ฉันรีบขานรับ ขยับเสื้อสายเดี่ยวให้เข้าที่ก่อนจะเดินออกมาที่โซนโต๊ะนั่งด้านหน้าร้าน
ลูกค้าโต๊ะสี่เป็กลุ่มชายฉกรรจ์วัยกลางคนสามสี่คน สภาพเหมือนคนทำงานก่อสร้างระดับหัวหน้างานและพ่อค้ารายย่อย เนื้อตัวมีกลิ่นเหล้าขาวปนกลิ่นเหงื่อโชยมา คนที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะชื่อ พี่สิงห์ เป็ชายวัยสี่สิบต้นๆ รูปร่างหนาใหญ่ ผิวคล้ำแดด เขาสวมเชิ้ตลายดอกปลดกระดุมโชว์สร้อยทองเส้นโต แขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการทำงานหนัก
"มานั่งนี่ซิอีหนู หน้าใหม่ละสิ ชงเหล้าให้พี่เข้มๆ หน่อยน่ะ" สิงห์เอ่ยเสียงดังลั่นตามประสาคนเริ่มเมา สายตาหยาบโลนลากไล้มองหน้าอกแบนๆ ของฉัน
"ได้ค่ะพี่สิงห์ ชอบเข้มๆ เดี๋ยวหนูจัดให้เน้นๆ เลยค่ะ" ฉันพยายามฝืนยิ้มหวาน ดัดเสียงให้อ่อนหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกข้างเขา มือบางหยิบขวดเหล้าไทยราคาประหยัดขึ้นมาเทลงแก้ว ผสมโซดาน้ำเปล่าแล้วยื่นส่งให้ด้วยท่าทางนอบน้อมสุดๆ
"เออ พูดจาเข้าหูดีว่ะ" สิงห์รับแก้วไปกระดกอึกๆ ก่อนจะตวัดแขนหนาหยาบกร้านเข้ามาโอบกอดรัดเอวคอดของฉันไว้ทันที ฝ่ามือหนาที่สากระแหงแกล้งลูบไล้เข้ามาใต้ชายกระโปรงยีนส์ บีบเฟ้นเนื้อต้นขาของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ แต่อารมณ์กระสันบางอย่างกลับทำให้ฉันใจสั่น ความรู้สึกสยิวแปลกๆที่ไม่เคยพานพบกระตุ้นระบบประสาทของฉันจนหน้าท้องบิดมวน ร้อนวูบๆวาบๆที่เนินน้อย
ฉันต้องนั่งทนให้ผู้ชายคราวน้าคนนี้กอดจูบลูบคลำตลอดทั้งสามชั่วโมง มือหนาของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข ล่วงล้ำล้วงเข้าไปใต้เสื้อสายเดี่ยวพยายามจะบีบเคล้นหน้าอกขนาดคัพเออันน้อยนิดของฉัน
"โถ่ น้องคนนี้นมเล็กไปหน่อยว่ะ จับไม่ค่อยเต็มไม้เต็มมือเลย" สิงห์บ่นอุบอิบ แกล้งหัวเราะขบขันกับเพื่อนในโต๊ะ แต่กระนั้นเขาก็ยังใช้นิ้วร้ายขยี้ ยอดอกสีหวานผ่านบราเซียตัวบางจนฉันต้องสะดุ้งตัวโยน ครางอื้ออึงในลำคอด้วยความเสียวสยิวที่ทำให้ตัวเกร็ง
ความรู้สึกอับอายและคำพูดถากถางเื่สรีระร่างกายมันเจ็บลึกเข้าไปในใจของฉัน เงินแปดร้อยบาทที่ได้มาพร้อมคราบเหงื่อและน้ำลายของลูกค้าเกรดต่ำในคืนนี้ ยิ่งทำให้ฉันตระหนักรู้ลึกซึ้งว่า หากฉันยังปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาพบ้านๆ ไร้เสน่ห์ดึงดูดแบบนี้ ฉันก็คงต้องจมปลักอยู่กับบาร์เกรดล่างและลูกค้าชั้นต่ำที่จ่ายเงินร้อยแต่เรียกร้องััล้านจากร่างกายสาวมหาลัยคนนี้
ในคืนนั้น หลังจากร้านปิดและสิงห์เสนอเงินเพิ่มอีกสองพันบาทเพื่อของานจบไปต่อที่ม่านรูดแถวนั้น ฉันจำต้องกัดฟันตอบตกลงเพราะความจำเป็เื่เงิน งานขายครั้งแรกของฉันเกิดขึ้นบนเตียงนอนเก่าๆ กลิ่นอับของโรงแรมม่านรูดราคาถูก พี่สิงห์กระหน่ำแทงแท่งเอ็นเข้าใส่ร่างของฉันอย่างดิบเถื่อน ไร้ความปรานีและชั้นเชิงใดๆ เขาสอดใส่เข้าร่องรักที่คับแน่นของฉันจนฉันน้ำตาร่วงพรากด้วยความเ็ปทรมาน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังป๊าบ ๆ ปนเปกับเสียงหอบหายใจดุดันอันหยาบโลนของเขา ก่อนที่เขาจะน้ำแตกในถุงยางไซส์52
หลังจากเสร็จกิจกามพี่สิงห์ก็ขับรถกระบะยกสูงกลับไปหาลูกหาเมียที่บ้าน มีแต่ฉันที่ลุกไม่ขึ้น ต้องนอนต่อในม่านรูดจนกว่าจะเช้า ฉันนอนมองเพดานห้องม่านรูดที่กระดำกระด่างด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินล้างแก้มขาว ในมือกำเงินธนบัตรใบละพันสองใบรวมกับค่าแรงชงเหล้าเอาไว้อีกแปดใบแดง ความเจ็บระบมที่ร่องสาวและคำดูถูกเื่รูปร่างในค่ำคืนนี้ไม่ได้ทำให้ฉันท้อถอย ทว่ามันกลับกลายเป็เชื้อเพลิงแห่งความทะเยอทะยานที่ปะทุขึ้นในใจของฉัน
'ฉันจะต้องสวยขึ้น ฉันจะต้องเด่นกว่านี้ ฉันต้องเปลี่ยนมาเอ็นคนรวยๆให้ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีเสี่ยมาเลี้ยงฉันซักคน' ฉันบอกตัวเองด้วยความมุ่งมั่น
เงินก้อนแรกที่ได้มาในคืนนี้ ฉันจะไม่เอาไปใช้ฟุ่มเฟือย แต่ฉันจะเก็บออมมันไว้เพื่อเป็ทุนรอนในการเปลี่ยนตัวเอง บันไดขั้นแรกคือฉันต้องสวยกว่านี้ และฉันจะปีนขึ้นไปให้สูงที่สุด สู่จุดที่กลุ่มคนรวยกระเป๋าหนักต้องยอมควักเงินแสนเงินล้านเพื่อแลกกับการััเรือนร่างของฉัน!