ตอนที่ 16 สั่งสอนซูเชี่ยนเชี่ยน (2)
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเซียงเสวี่ย ป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก
ก้าวช้าๆ ไปข้างโต๊ะที่ตั้งโจ๊กรังนกเอาไว้เต็มนานแล้ว เอ่ยขึ้น “มู่เหมียนมาดูซิ โจ๊กรังนกมากขนาดนี้ ทว่ากลับไม่มีส่วนของคุณหนูเ้าสักชุด ควรพูดว่าจวนอัครเสนาบดีสุรุ่ยสุร่ายหรือตระหนี่ขี้เหนียวดีกัน”
มู่เหมียนได้ยินวาจาป๋ายเอ้าเสวี่ย เอ่ยต่อขึ้น “คุณหนู บางทีอาจจะมีคนบางพวกไม่อยากให้คุณหนูอยู่สุขสบาย ชอบกลั่นแกล้งคุณหนูลับหลังนายท่าน”
ซูเชี่ยนเชี่ยนได้ยินวาจาของป๋ายเอ้าเสวี่ยก็เอ่ยขึ้นอย่างคับแค้น “ป๋ายเอ้าเสวี่ยเ้าอย่ามาเสแสร้งแกล้งทำ เื่ทั้งหมดพวกเรารอให้นายท่านมาตัดสินเถอะ ดูซิว่าเ้าถูกหรือข้าถูก”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ยินวาจาของซูเชี่ยนเชี่ยน เลิกคิ้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก “มู่เหมียน เซียงเสวี่ย เข้าไปจับแขนซูอี๋เหนียงเอาไว้ ข้าหวังว่าประเดี๋ยวตอนข้าป้อนโจ๊กนาง นางจะไม่ดีใจจนทำโจ๊กกระเซ็นออกมา” วาจาเพิ่งเอ่ยจบก็หยิบโจ๊กรังนกขึ้น เดินไปตรงซูเชี่ยนเชี่ยน
มู่เหมียนที่อยู่ด้านข้างพอได้ฟังวาจาป๋ายเอ้าเสวี่ย กำหมัดถูมือเดินไปทางซูเชี่ยนเชี่ยน เซียงเสวี่ยเดิมมีท่าทีลังเลสายหนึ่ง แต่พอเห็นมู่เหมียนเดินไปทางซูเชี่ยนเชี่ยน ก็ใจกล้าเดินตามเข้าไปด้วย
“ป๋ายเอ้าเสวี่ยเ้ากล้าทำข้าแบบนี้ ข้าจะต้องให้นายท่านฆ่าเ้า พวกเ้ายังนิ่งอยู่ทำไม ขวางป๋ายเอ้าเสวี่ยไว้ พวกเศษสวะ ข้าไม่มีทางปล่อยพวกเ้า” ซูเชี่ยนเชี่ยนร้องะโพร้อมกับก้าวถอยหลัง
พวกบ่าวรับใช้พอได้ยินวาจาของซูเชี่ยนเชี่ยน หลังจากตรึกตรองผลดีผลเสียแล้ว ก็ตัดสินใจก้าวเข้ามาจะห้ามป๋ายเอ้าเสวี่ย
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองบ่าวรับใช้แต่ละคนที่เตรียมลงมือ มุมปากยกยิ้ม ก่อนที่สายลมประหลาดยากบรรยายหอบหนึ่งจะพาให้กลุ่มคนนิ่งงันไป ซึ่งคำกล่าวที่เอ่ยออกมาก็ทำให้ใจคนเย็นเยียบ
“หากว่าพวกเ้าไม่อยากเก็บชีวิตตัวเองไว้ก็ลงมือเถอะ คนทั้งหมดในเรือนแห่งนี้ ต่างสูดผงสิบก้าวสะบั้นิญญาที่ข้าเพิ่งโปรยไปแล้ว ความหมายตรงตามชื่อ หากพวกเ้าก้าวเกินสิบก้าว เช่นนั้นก็รอความตายเถอะ แน่นอนในมือข้ามียาถอนพิษ หากว่าไม่เชื่อ พวกเ้าลองเดินสิบก้าวดู”
พวกบ่าวรับใช้พอได้ฟังวาจาป๋ายเอ้าเสวี่ย ในใจอดหวั่นเกรงขึ้นมาไม่ได้ ทว่าก็ยังมีท่าทางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
มู่เหมียนกับเซียงเสวี่ยเดินไปตั้งหลายก้าวยังไม่เป็อะไร บ่าวรับใช้หนึ่งในนั้นแม้ว่าจะกลัวป๋ายเอ้าเสวี่ย แต่เพื่อความชมชอบของซูเชี่ยนเชี่ยน ก้าวอาดๆ ไปทางป๋ายเอ้าเสวี่ย
กลุ่มคนต่างนับจำนวนก้าวของบ่าวผู้นั้นเงียบๆ ในตอนที่บ่าวผู้นั้นก้าวถึงก้าวที่สิบแล้วไม่ได้ล้มลง ทุกคนก็พากันวางใจ
ทว่าในตอนที่กำลังเตรียมจะลงมือ กลับเห็นบ่าวผู้นั้นร้องโหยหวนขึ้น ล้มลงกับพื้นตัวเกร็งบิดไปมาอย่างเ็ป ตาทั้งสองข้างเหลือกขาวพร้อมกับมีเืไหลออก น้ำลายฟูมปาก สภาพน่าอนาถยิ่ง
ป๋ายเอ้าเสวี่ยหัวเราะเสียงเหี้ยม กวาดสายตามองบ่าวรับใช้ในเรือน เห็นเพียงพวกที่คิดจะก้าวเท้าเมื่อครู่ ต่างพากันดึงเท้ากลับหมดแล้ว มองเงาร่างเกร็งบิดบนพื้นด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง
ซูเชี่ยนเชี่ยนที่เอาแต่ก้าวถอยหลังไม่กล้าขยับส่งเดชอีก สายตามองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างเลื่อนลอย
“ข้าไม่คิดลงมือ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้ากลัวการฆ่าคน สำหรับข้าแล้ว การจะเอาชีวิตคนก็เป็เพียงแค่การดีดนิ้ว ลงมือสังหารพวกเ้าข้ากลัวว่ามือข้าจะสกปรก ถ้าหากพวกเ้าอยากตาย ข้าก็พร้อมเมตตาให้พวกเ้าสมปรารถนา” ป๋ายเอ้าเสวี่ยนิ่งสงบราวสายน้ำ ทำเอากลุ่มคนหนาวะเืั้แ่ฝ่าเท้าไปจนถึงขั้วหัวใจ
เห็นว่าการเชือดไก่ให้ลิงได้ผลแล้ว
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองไปทางซูเชี่ยนเชี่ยนเอ่ยขึ้น “เอาละ ซูอี๋เหนียงตอนนี้ไม่มีคนรบกวนพวกเราแล้ว ข้าควรปรนนิบัติท่านดีๆ ได้แล้ว”
วาจาเพิ่งจะเอ่ยจบใบหน้าที่เดิมงดงามบริสุทธิ์กลับมีความทระนงและเหี้ยมเกรียมกระหายเืเพิ่มขึ้นมา