บทที่ 3
สวัสดีครับผมเมฆเอง หรือชื่อในโลกใบนี้ก็คือคลาวด์ เอาเป็นว่าเรียกผมคลาวด์และกันนะทุกคน ตั้งแต่ลืมตาดูโลกใบนี้ก็ผ่านมาเกือบๆ ปี แล้วอาทิตย์หน้าวันเกิดผมหละทุกคน การเป็นเด็กทารกนี่ยากลำบากจริงๆเลยนะ เช้านี้ผมกำลังเดินไปห้องหนังสือเพื่อหาข้อมูลของโลกใบนี้ ถึงผมจะอ่านยังไม่ออกก็เถอะอาศัยแค่ดูภาพเอา
ตัวผมค่อนข้างมีพัฒนาการที่ไว ผมได้ยินท่านแม่และท่านพ่อคุยกันบอกเด็กคนอื่นๆกว่าจะเดินได้ก็เกือบๆ 2 ปี ส่วนผมอ่ะหรอแค่ 6 เดือนผมก็คลานคล่องแล้วช่วยไม่ได้ ถึงตัวจะเป็นเด็กแต่สมองเป็นผู้ใหญ่ชื่อของนักสืบ...หยุ๊ด!! พอๆไม่เล่นละ เดี๋ยวผมโดนฟ้องพอดี ตอนนี้ผมพูดคล่องแล้วด้วยนะ แต่พูดยาวๆคงเหนื่อยหน่อยเหมือนกรามจะยังไม่แข็งแรงหละ เพราะเวลาพูดยาวๆจะเมื่อยปากมากเลย
จากข้อมูลที่ได้เห็นผ่านตาและฟังๆมาบ้าง โลกใบนี้มีทั้งหมด 4 อาณาจักร ได้แก่อาณาจักรนอร์ธ อาณาจักรเซเวีย อาณาจักรมู และอาณาจักรโรฮาน ตัวผมนั้นอยู่อาณาจักรโรฮานนั่นเอง ส่วนเมืองที่ผมอยู่นั้นคือเมืองบาร็อค ภายในบ้านผมตอนข้างใหญ่ดูเหมือนบ้านผมจะเป็นบ้านเจ้าเมืองนะ ตัวผมนั้นชื่อคลาวด์ ฟัวร์ ทั้งบ้างมีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น มีท่านพ่อคือเอริก ฟัวร์ ท่านแม่นาเดียร์ฟัวร์ พ่อบ้านมัลโก้ และก็ภรรยาของคุณพ่อบ้านชื่ออามีน่า คุณอามีน่าเป็นเหมือนแม่ผมอีกคนเลยหละ
ท่านแม่ผมดูจากหน้าตาแล้วอายุไม่น่าจะเกิน 23 แต่ที่ไหนได้ท่านอายุ 33 ปีแล้ว โอ้วสุดยอดท่านแม่ผมหน้าโคตรเด็ก ส่วนท่านพ่อผมนั้นอายุท่าน 34 ปีแล้วหละท่านเป็นเจ้าเมืองบาร็อค ผมนั้นไม่เคยได้ออกไปดูภายนอกเลยนอกจากภายในบ้าน ส่วนคุณพ่อบ้านและภรรยาเห็นว่าอดีตเคยเป็นทาสติดที่ดิน ก็สมเป็นโลกแฟนตาซีดี ส่วนเวทย์มนต์ผมเคยเห็นท่านแม่ผมใช้ตอนที่ผมกำลังจะตกจากที่นอน ผมนี่ตกใจเลยอยู่ดีๆร่างผมก็ลอยกับอากาศก่อนถึงพื้นโดยมีลมคอยหนุนอยู่ใต้ตัว แต่ตามที่ตาลุงที่ส่งผมมาเกิดเคยบอกผมใช้ลมปราณ กับพลังจิตได้สินะ ผมลองแล้วหละ พลังจิตอะไรที่ว่าตอนลองทำสมาธิก็พอจะรู้สึกได้อยู่แต่ควบคุมไม่ได้เลย สงสัยต้องฝึกอีกหน่อย ส่วนลมปราณไว้ก่อนเลย ไม่ไหวแน่ๆด้วยร่างกายทารก ขนาดก่อนตายผมฝึกเป็นสิบปีกว่าจะรู้สึก รอผมโตอีกหน่อยละกันลมปราณค่อยว่ากันตอนนี้ต้องข้อมูลก่อน
ตอนนี้ผมเดินมาถึงห้องสมุดของบ้านแล้วผมเปิดประตูทันที
แกร่ก !! เสียงเปิดประตู
“นั่นคลาวด์หรอลูก” เสียงท่านแม่เอ่ยถามออกมาหลังจากผมเปิดประตูเข้าไป
“ครับท่านแม่” ผมเอ่ยตอบท่านแม่ “เข้ามาสิลูก” แม่ผมเอ่ยพลางกวักมือเรียก
“ท่านแม่ทำอะไรอยู่ครับ” ผมถามท่านแม่หลังจากเดินไปนั่งข้างๆท่าน
“กำลังอ่านหนังสือนิยายที่ซื้อมาใหม่อยู่จ๊ะ” ท่านแม่ยิ้มตอบ ผมมองหนังสือในมือท่านทันทีท่านเห็นผมสนใจหนังสือในมือ
“สนใจหรอคลาวด์” ท่านแม่ถามผม
“ครับ” ผมตอบด้วยแววตาตื่นเต้น อ่าจะได้ให้ท่านแม่สอนอ่านหนังสือซะเลย
“แหม๋ๆ ได้สิจ๊ะลูกรักแม่จะอ่านให้ฟัง” ท่านแม่อมยิ้มและให้ผมมานั่งที่ตักและเริ่มอ่านหนังสือทันที
“โอ้ท่านอาเธอร์ยอดรักของผม....คืนนี้ท่านได้โปรดรับความรักของข้าเถอะ” ผมอ้าปากค้างทันทีหลังจากท่านอ่านประโยคแรกพลางคิดในหัวทันที นี่อย่าบอกนะว่านิยาย BL โลกใบนี้พัฒนาไปไกลขนาดนี้เลยเรอะ แล้วท่านแม่ผมอ่านนิยายแบบนี้เนี่ยนะ ท่านแม่ผมอ่านต่อทันที
“ได้สิเมอร์ลินยอดยาหยีของข้า ข้าเองก็รักเจ้ามานานแล้ว” อ๊าก!!!จริงๆด้วย แค่จินตนาการตามผมก็รู้สึกอยากอ้วกแล้ว แต่อดทนไว้ตัวข้า ถ้าผ่านมันไปได้ข้าจะได้อ่านหนังสือออก ผมพยายามจำแต่ละตัวอักษรและความหมายมันแทนที่จะจินตนาการทันที แต่ช่างยากเหลือเกินคนเขียนนิยายนี่เทพโคตรไม่รู้ใส่เวทย์มนต์อะไรไว้ แค่ได้ฟังต้องจินตนาการตามทุกที
1 ชัวโมงผ่านไป
“เป็นไงบ้างจ๊ะ ตั้งใจฟังน่าดูเลยนะคลาวด์ คงสนุกมากสิท่า” ท่านแม่ถามผมด้วยน้ำเสียงยินดีโดยไม่มองหน้าผมซักนิด
“ค.ค.ค.ครับ” ผมตอบท่านด้วยใบหน้าซีดๆ
“ดีจังเลย แม่นะ เคยพยายามอ่านให้พ่อลูกฟังตั้งหลายครั้งแต่พ่อไม่ว่างทุกทีเลย บอกว่ามีเอกสารต้องไปจัดการบ้างหละ ปวดท้องบ้างหละ ถ้าลูกชอบแม่จะอ่านให้ฟังหลายๆเรื่องเลยนะ” ผมที่ได้ยินแบบนั้นหน้าผมนี่ยิ่งซีดเป็นกระดาษเลย ไม่ไหวแค่เรื่องนี้ผมก็เกือบบรรลุแล้ว ถ้ามาอีกสักสองสามเรื่องผมคงเป็นโรคกลัวหนังสือแน่ๆ ต้องหาข้อแก้ตัวบ้าง
“ไม่เป็นไรครับท่านแม่ ผมพอจะอ่านออกบ้างแล้ว ไว้ผมอ่านเองดีกว่า จะได้ฝึกอ่านหนังสือด้วย” ผมตอบท่านแม่โดยพยายามทำน้ำเสียงเป็นปกติที่สุด
“ท่านแม่ครับแล้วท่านพ่ออยู่ไหนครับ” ผมถามต่อทันทีเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์นี้
“คุณพ่อน่าจะอยู่ที่ห้องทำงานนะ ลูกมีอะไรหรอ” ท่านถามผม
“อ่อ ผมแค่ถามเฉยๆครับ พอดีวันนี้ผมยังไม่เจอท่านเลย ผมไปหาท่านก่อนนะครับ” ผมตอบท่านแม่ทันทีพลางโดดลงจากตักท่าน
“งั้นไปเถอะจ๊ะ แม่ขออ่านอีกเล่มนึงก่อน” ท่านแม่ผมพลางลุกขึ้นและหยิบหนังสืออีกเล่มขึ้นอ่านทันที
“คร้าบบบบบ” ผมรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที
“เฮ้อ รอดแล้วเรา” ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นผมก็เดินไปห้องทำงานท่านพ่อทันที
ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! “ขออนุญาตครับ” ผมเคาะประตูก่อนเปิดเข้าไป
“คลาวด์เองหรอลูก เข้ามาก่อนสิแต่อย่ากวนพ่อนะ พ่อกำลังทำงานอยู่” ท่านพ่อบอกให้ผมเข้าไปในขณะที่กำลังอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงาน
ผมเดินเข้าไปนั่งโซฟาด้านในทันที แต่ในห้องทำงานคุณพ่อผมรกมากๆ ดูท่าท่านจะไม่ใช่คนที่เรียบร้อยเท่าไรนะ เอกสารกองเต็มไปหมด ผมว่างๆอยู่เลยหยิบขึ้นมาอ่านบ้าง จากที่อ่านดูเป็นเอกสารเกี่ยวกับภาษีทีต้องส่งให้เมืองหลวงจากที่อ่านดูตัวแดงเพียบเลย ดูท่าเมืองเราจะจนน่าดูเลยนะเนี่ย สงสัยวันไหนต้องพยายามขอคุณพ่อออกไปเดินสำรวจในเมืองซักหน่อยจะได้รู้ว่าเมืองเรามีปัญหาอะไรก่อนนะ แต่จากที่อ่านๆดู เมืองเราไม่ค่อยมีรายได้แถมมีแต่รายจ่ายซื้อสินค้าจากเมืองอื่นทั้งนั้น น่าจะต้องหาอะไรส่งออกซักอย่างก็ดีนะ เมืองเราติดทะเลสินะ สินค้าแปรรูปทำได้หลายอย่างเลยหละ เอาไว้ขอดูสถานที่จริงก่อนคงบอกคุณพ่อแล้วกัน
ผ่านไปสักพักใหญ่คุณพ่อก็เดินมาปลุกผม ซึ่งตัวเองผมหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“คลาวด์ตื่นได้แล้วลูก ได้เวลาทานอาหารเช้าแล้วลูก” ท่านพ่อเขย่าตัวผม
“อืม....ได้เวลาแล้วหรอครับท่านพ่อ” ผมที่ยังงัวเงียอยู่ตอบกลับไป
“ใช่ลูก คุณแม่ไปรอที่ห้องอาหารแล้วหละ” หลังจากนั้นผมก็ลุกเดินตามคุณพ่อไปห้องอาหารทันที
เมื่อมาถึงห้องอาหารทุกคนก็รอยู่แล้ว บ้านผมทุกคนจะทานอาหารพร้อมๆกัน รวมทั้งพ่อบ้านมัลโก้ และคุณอามีน่าด้วย เห็นท่านแม่บอกว่าพวกท่านไม่ถือและคิดว่าทุกคนในบ้านคือครอบครัว เมื่อผมมองไปบนโต๊ะก็มีเพียงแค่ ขนมปัง สตูเนื้ออะไรสักอย่างต้มกับนมและผลไม้ที่รสคล้ายๆแอปเปิ้ล และก็มีเนื้อที่ย่างเหมือนสเต็กแต่โคตรจะจืดดีนะที่มันนุ่มเลยคิดว่ากินเอารสชาติเนื้อละกัน ผมกินมาตั้งแต่เริ่มเคี้ยวอาหารได้ เคยถามท่านแม่เหมือนกันว่าไม่มีอย่างอื่นแล้วหรอ ท่านท่านบอกว่านี่ดูดีสุดแล้ว คนในทวีปนี้ก็กินประมาณนี้กันทั้งนั้น
ดูเหมือนโครงการสำรวจนอกบ้านผมต้องรีบทำแล้วล่ะ ดูเหมือนโลกนี้ยังไม่พัฒนาหละนะ เพราะตั้งแต่ผมเกิดมายังไม่เคยเห็นเกลือเลยหละ เครื่องเทศอื่นๆก็ไม่เคยเห็น โอ๊ยผมอยากกินอาหารรสชาติดีๆ บ้างโอ๊ยคิดถึงแกงถุงเวลาฉันท์เพลกับพวกหลวงพี่ขึ้นมาทันทีเลย ผมทานอาหารพร้อมคิดแผนการขอออกไปสำรวจอย่างเงียบๆ