Episode
|3|
ที่นี่คือกรุงเทพฯ
ใช่.. เธอเข้ามามีชีวิตอยู่ในโลกการ์ตูนเื่นี้
หัวใจกำลังเต้น เืไหลเวียนสูบฉีดไปทั่วร่างกาย
ถ้าเธอตายที่นี่..เธอก็อาจจะไม่มีโอกาสได้กลับไปในโลกนั้น โลกแห่งความจริงที่มีพี่สาวของเธอรออยู่
หากเธอจะกลับไปได้ก็ต้องไปตามหาสัญลักษณ์ [ < ] ที่ป่านั้นเหมือนกับครั้งที่แล้ว แต่ก่อนที่เธอจะกลับไปหาพี่กวาง เธอก็ต้องพิสูจน์อะไรบางอย่างให้กับพี่สาวเธอได้เชื่อก่อน
“ฉันไม่ได้เป็อะไรแล้วค่ะทุกคน เอ่อ.. ฉันขอโทษที่ก่อนหน้านี้ทำตัวผิดแปลกไปนะคะ ต่อจากนี้ฉันจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด! ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ!!”
คำอธิบายที่ผ่านสีหน้ามุ่งมั่นตั้งใจทำให้คนทั้งห้องนอนเงียบกริบ โดยเฉพาะป้าโรสที่ส่ายหน้าไปมาอย่างระอาเป็คนแรก
“แจม แฮนน่า พรีม ว่างๆแกก็พาเกรซไปหาหมอจิตเวชบ้างนะ ดูท่าแล้วเพื่อนรักของพวกหล่อนจะอาการหนัก”
“อ..เอ่อค่ะป้าโรส”
“ตั้งสติกันได้แล้วก็รีบไปทำงานนะ! อย่าสายล่ะ ฉันจะไปบอกนายใหญ่กับนายรองว่าเกรซฟื้นแล้ว พวกเขาจะได้หายเป็ห่วง”
“ค่ะป้าโรส”
หญิงสาวที่ชื่อแจมตอบรับหัวหน้าแม่บ้านด้วยรอยยิ้มหวั่นเกรง เพียงไม่นานประตูก็ถูกปิดลงพร้อมกับป้าโรสและแม่บ้านสามสี่คนที่เดินออกไป เหลือแต่เพียงสาวร่างท้วมกับสาวหน้าตาน่ารักอยู่เพียงแค่สามคน
คำว่าเพื่อนรักของหล่อน.. แปลว่าผู้หญิงสามคนนี้เป็เพื่อนสนิทของฉันในโลกนี้เหรอ? เกรซประมวลผลทุกอย่างอยู่ในหัว
“พ..พวกเธอ..”
“หื้ม?”
“อะไรย๊ะ?”
“ว่ายังไงยัยเกรซ?”
ทั้งสามสาวตอบรับเกรซที่กำลังกลืนน้ำลายลงคอ เธอยื่นมือมาจับแขนทั้งสองข้างอย่างเก้ๆกังๆ
“เอ่อ คือว่า..ฉันเป็เพื่อนกับพวกเธอใช่ไหม แล้วพวกเธอชื่ออะไรกันบ้างล่ะ”
สิ้นคำถามนั้นก็ทำให้ทั้งสามสาวถึงกับหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า เห็นทียัยเกรซที่พวกเธอรู้จักคงจะตายไปจากโลกนี้แล้วแน่ๆ เพราะผู้หญิงความจำเสื่อมคนนี้เข้ามาแทนที่ร่างเพื่อนรักพวกเธอได้อย่างหน้าตาเฉย
“เฮ้อ..”
“ได้โปรดเถอะนะพวกแก บอกฉันเถอะ ล..เล่าให้ฉันฟังั้แ่แรกเลยได้ไหม คือว่าฉันอยากรู้ทุกอย่าง ทั้งเื่ของพวกแก เื่ของฉัน และก็..เื่ของพวกนายท่านอะไรนั่นด้วย อ้อ..เื่ของโซเฟียด้วยนะ”
“แกความจำเสื่อมจริงๆใช่ไหมเกรซ” สาวท้วมอย่างแฮนน่าเอ่ยพลางส่ายหน้าไปมา
“พลีสสสสส.. ได้โปรดเถอะพวกแก”
“ยัยเกรซ! แกจะยกมือไหว้พวกฉันทำไม!!”
“ฮืออออออ ได้โปรดเถอะ เล่าให้ฉันฟังเถอะนะ”
หญิงสาวที่มีใบหน้าซีดเซียวเอ่ยพลางยกมือขึ้นแนบอก เธอส่งสายตาวิงวอนต่อแก๊งเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มอันมีความหวัง ก่อนที่พวกเธอทั้งสามคนจะหันมามองหน้ากันอย่างไม่มีทางเลือก
เอาไงก็เอาวะ.. ไหนๆยัยเกรซมันบ้าก็ต้องตามน้ำไปให้สุด
“โอเค๊ เดี๋ยวพวกฉันเล่าเื่ทุกอย่างให้แกฟังเอง”
ครึ่งชั่วโมงผ่านพ้นไป..
สาวสวยในชุดแม่บ้านกำลังยืนปัดกวาดเช็ดถูอยู่ตรงระเบียงห้องนอนใหญ่ เธอยังคงยืนแน่นิ่งกับคำอธิบายนั้นราวกับคนไร้สติ เพราะคำพูดของแก๊งเพื่อนสาวในโลกนี้กำลังประมวลผลกับความคิดของเธออยู่ชั่วขณะ
‘ฉันชื่อแจมนะ ส่วนนี่ชื่อแฮนน่า’
‘สาวอวบสุดน่ารักชื่อแฮนน่าเองจ้า ถ้าจำไม่ได้ฉันจะควักลูกกะตาแกออกมาจ้ายัยเกรซ!’
‘ส่วนฉันชื่อพรีมจ้า คนที่สวยที่สุดในแก๊งจ้า’
เธอจำต้นชนปลายได้แล้วว่าเพื่อนของเธอมีทั้งหมดสามคน แถมยังดูท่าทางใจดีและไม่มีพิษมีภัย..
‘ส่วนเื่ของโซเฟียก็คือ..จู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็โผล่มาจากไหนไม่รู้อะแก นางบอกว่านางทะลุมิติมา คิกๆ ประสาทโคตร’
‘ว..ว่าไงนะ’ เกรซที่เริ่มหน้าซีดเซียวตอบรับแจมเสียงสั่น
‘ก็จริงไง ตอนที่นางมาอธิบายกับนายท่าน แกก็ยืนอยู่กับพวกฉันนี่เกรซ ลืมไปแล้วเหรอ?’
‘อะ เอ่อ.. สงสัยว่าฉันจะลืมไปจริงๆแหละมั้ง ฮ่าๆๆ แล้วไงต่อ’
‘คุณฟินิกซ์กับคุณเวกัสก็เลยตัดสินใจรับผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเลี้ยงดูในคฤหาสน์นี้ เพราะว่าผู้หญิงคนนั้นดูท่าทางน่าสงสาร แถมเธอยังไม่มีที่ไปอีกต่างหาก การแต่งตัวของเธอเหมือนเป็แนวเ้าหญิงเลย’
‘จ..เ้าหญิงเหรอ?’
‘อื้ม.. พวกคุณเวกัสไปค้นหาชื่อเธอในเน็ต หรือว่าส่งคนไปค้นข้อมูลก็ไม่มีใครพบครอบครัวเธอเลย น่าเหลือเชื่อมาก’
‘แล้วที่นี่..มันคือที่ไหนเหรอแฮนน่า’ เกรซเอ่ยถามเพื่อนรักอีกคน
‘ที่นี่ก็คือคฤหาสน์ใหญ่ของนายท่านไง’
‘ฉันหมายถึงว่า..ที่นี่ตั้งอยู่ที่ไหนเหรอ’
‘กรุงเทพฯ’
กึก!
“อะไรนะ”
‘กรุงเทพฯไง นี่แกงงอะไรไหมเนี่ย ทำไมต้องทำหน้าใขนาดนี้ด้วยยัยเกรซ เป็บ้าปะเนี่ย’
‘พ.. พ.ศ. ล่ะ!! ตอนนี้พวกเราอยู่ในปี พ.ศ. อะไรพรีม!’
หญิงสาวที่เริ่มสติกระเจิดกระเจิงอีกครั้งเอ่ยถามเพื่อนคนสวยด้วยสีหน้าตื่น เธอเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อรอฟังคำตอบอันลุ้นระทึก เธอภาวนาว่าเื่ทุกอย่างนี้เป็เพียงแค่ความฝัน
‘ก็ พ.ศ. 2567 ไงย๊ะ เวลาหกโมงเย็นจ้ะ ตอนนี้แกอยู่ในประเทศไทย อยู่ในเมืองกรุงเทพมหานคร จะให้ฉันพูดชื่อจังหวัดให้ครบเลยไหมจ๊ะสาว?’
กึก
แต่สิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า มันก็คือเื่จริงอยู่วันยังค่ำ..
“เฮ้ออออ.. ที่นี่คือกรุงเทพฯจริงๆด้วย เพราะการแต่งตัวก็คือยุคปัจจุบัน การพูดจาก็เป็ปกติ ไม่ใช่โลกที่ย้อนยุค.. ส่วนคฤหาสน์นี้ก็ตกแต่งเป็แนวหรูหรายากเกินจะเข้าถึง สงสัยว่าจะเป็เพราะฉันไม่เคยอยู่ในคฤหาสน์หรูๆเหมือนพวกคนรวยล่ะมั้งเนี่ย”
เกรซยืนบ่นพึมพำอยู่ริมหน้าต่างที่เป็บานกระจกใส แววตาสั่นไหวของเธอเหลือบมองลงไปยังด้านล่าง มันมีแสงไฟยามมหานครสาดส่องอย่างสวยงาม ทั้งตึกน้อยใหญ่ที่ห่างไปไกลโพ้นตั้งตระหง่าน
“ถ้าที่นี่เป็กรุงเทพฯ.. งั้นฉันก็สามารถกลับไปบ้านตัวเองได้สิ แล้วพี่กวางจะอยู่ที่นั่นหรือเปล่านะ”
เธอว่าแบบนั้นพลางเอามือลูบไล้บนกระจกใสที่มีไอน้ำเกาะ
“โลกนี้.. จะมีพี่กวางอยู่หรือเปล่า”
เ้าของเื่นี้อย่างพี่สาวของเธอจะได้มีชีวิตอยู่ไหมนะ บางทีพี่กวางอาจจะลืมใส่ตัวเองลงมาในนี้ ไม่แน่ว่าข้างนอกคฤหาสน์ก็อาจจะไม่มีใครอยู่เลยก็ได้ เพราะด้านนอกก็เป็แค่ส่วนหนึ่งของฉากในการ์ตูน
พี่กวางคงไม่ขยันวาดจนถึงขนาดนั้นหรอก เฮ้อ..
“หายป่วยแล้วเหรอ”
เฮือก!!
ทว่า.. เสียงทุ้มใหญ่ของใครบางคนก็ได้ดังขึ้นมา เป็จังหวะเดียวกันกับที่เกรซสะดุ้งเฮือกด้วยความใ เพราะเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครปรากฏตัวในตอนนี้ แถมยังเดินเข้ามาอยู่ด้านหลังของเธออย่างไม่ให้สุ่มไม่ให้เสียงอีก
เฮ้อ ใหมด..
“เอ่อ คุณ..เวกัส”
“ว่าไง ฉันถามว่าเธอหายป่วยแล้วเหรอถึงได้กลับมาทำงานได้เนี่ย ทำไมไม่พักสักหน่อยล่ะ เดี๋ยวก็ได้เป็ลมไปอีกหรอก”
เขาเอ่ยพลางเดินตรงเข้ามาหาเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแววตากับท่าทีของเขาดูสุขุมจนทำให้เกรซรู้สึกได้ถึงบางอย่าง
“ค..คือ.. เอ่อ ค่ะ.. ฉันหายป่วยแล้วค่ะคุณเวกัส”
ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หล่อขนาดนี้ หรือว่าจะเป็เพราะบทพระเอกของเื่เหรอ ถึงทำให้เขา.. ดูโดดเด่นกว่าใคร