1
บ้านหลังใหม่ กับ คนที่เปลี่ยนไป
ผมเดินตามเอกซ์เข้าไปในตัวบ้านทรงไทยอย่างเงียบๆ ผมมองสำรวจตัวบ้านแล้วก็ต้องยกมือไหว้เครื่องเรือนสมัยเก่าที่ดูแล้วน่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงอยู่
“ยายกูเป็รักของเก่าน่ะ ของทุกชิ้นภายในบ้านล้วนเป็ของที่ยายกูเคยใช้”เอกซ์หยุดเดินแล้วชี้ให้ผมดูเครื่องเรือนในตู้โชว์ทรงไทยโบราณ “อย่างแจกันใบนี้ ยายกูเคยใช้เป็สิบปี จนมันเริ่มมีรอยร้าว ยายเลยเอามาเก็บไว้ในตู้โชว์”
ผมพยักหน้ารับรู้สิ่งที่เอกซ์อธิบายโดยไม่ได้ถามอะไรมันกลับไป
“มันไม่มีอะไรพิลึกๆ โผล่มาหรอก มึงไม่ต้องกลัว”
“ระ เราไม่ได้กลัว...”
“เหรอ แต่เมื่อกี้กูเห็นมึงไหว้” เอกซ์เลิกคิ้วใส่ผมอย่างกวนๆ
อย่าบอกนะ ว่าจุดประสงค์ที่เอกซ์ทำตัวเป็ไกด์อธิบายความเป็มาของเครื่องเรือนโบราณให้ผมฟัง เพราะอยากจะเยาะเย้ยผม!
“ระ เราแค่ไหว้เพราะนับถือในความสวยงามของเครื่องเรือนหรอก”
“ขอให้จริง”
เอกซ์ยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วเริ่มเดินต่อ ทว่าจู่ๆ เขาก็หยุดชะงักลงราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้
“เออกูลืมบอกไป ถึงเครื่องเรือนจะไม่มีอะไรน่ากลัว แต่ถ้าเป็ห้องพระของยายก็ไม่แน่นะ”
เอกซ์ชี้ไปยังห้องพระที่อยู่บนชั้นสองฝั่งทิศตะวันออก ผมเงยหน้ามองตามแล้วก็เกิดขนลุกขึ้นมาเบาๆ
“ดึกๆ กูชอบได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในห้องพระ ยิ่งคืนไหนเดือนดับ จะได้ยินชัดมากกก”
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดหวั่น นี่มันแกล้งอำให้ผมกลัวอยู่ใช้ไหมฮือๆ
“เอกซ์มาหายายหน่อยลูก!”
ยายของผมะโเรียกเอกซ์จากข้างหลังบ้าน เอกซ์ที่กำลังจะขยี้เื่หลอนให้ผมกลัวจนไม่กล้านอนค้างที่บ้านหลังนี้ก็หยุดชะงักลง เขาหันไปขานรับยายของผมแล้วเดินไปหลังบ้านโดยที่บนบ่าก็ยังแบกกระเป๋าเดินทางของผมไปด้วย
คือเอาจริงๆ มันจะวางกระเป๋าผมลงก่อนก็ได้ จะแบกให้เปลืองแรงทำไม
“อะ เอกซ์”
ผมเรียกชื่อมันเป็ครั้งแรก รู้สึกประหม่าแปลกๆ ยังไงไม่รู้
“มีไร?” เอกซ์หันมามองผมทั้งที่ยังแบกกระเป๋าอยู่
“นายวางกระเป๋าเราก่อนก็ได้นะ”
“ถ้ากูวาง มึงจะแบกขึ้นไปชั้นสองเองได้มะ”
“ดะ ได้”
“แต่กูว่าไม่ ดูทรงหุ่นมึงแล้วน่าจะต้องลากจนหอบแดก”
ว่าจบเอกซ์ก็ยิ้มมุมปากแล้วเดินต่อไป
ผมนิ่งอึ้งไปสามสิบวิเมื่อถูกอีกฝ่ายดูถูก มันหยามผมครับ หยามซึ่งๆ หน้า หยามว่าผมอ่อนแอ ไม่ได้การ ผมต้องไปแย่งกระเป๋าเดินทางของผมคืนมา
ไม่งั้นมีหวังเอกซ์ได้มองผมผิดๆ แน่!!
เอี๊ยดอ๊าดๆ
โอยยยย จะเดินเร็วก็เกรงใจผีบ้านผีเรือน เ้าพระคู๊ณ!! ลูกช้างขอเสียมารยาทหน่อยนะครับ ลูกช้างจำเป็ต้องเร่งฝีเท้าให้ทันเอกซ์มันจริงๆ
“เดี๋ยวเอากระเป๋าลูกวายขึ้นไปไว้ห้องเอกซ์เลยนะลูก แล้วก็จัดตงจัดเตียงให้ลูกวายด้วยล่ะ อ้าวตายจริงพูดถึงก็มาพอดีเลย”
พอผมเดินไปยังข้างหลังบ้านก็พบว่าเอกซ์กำลังรับคำสั่งจากยายของเขาอยู่
ยายของเอกซ์เป็หญิงร่างท้วมที่ดูอ่อนโยนอ่อนหวาน เสื้อผ้าที่ท่านใส่ก็เป็ลายลูกไม้เหมาะสมกับวัย กิริยาท่าทางก็ดูเป็หญิงผู้เพียบพร้อมในทุกด้านตามอุดมคติของสาวไทยสมัยก่อน
“สวัสดีครับ”
ผมยกมือไหว้สวัสดีท่านพลางหันไปมองยายของผมที่กำลังตั้งท่าจะแนะนำยายของเอกซ์ให้ผมรู้จัก ยายของเอกซ์เห็นว่าเพื่อนรักกำลังจะแนะนำตัวเอง ก็เลยผายมือเปิดโอกาสให้ได้พูดคุย
“อ่ะแฮ่มๆ วันนี้ก็เป็ฤกษ์ดียามดี”
“ฤกษ์งามยามดี!!”
“แหม เล่นมุกนิดหน่อยเอง ยายแค่อยากรู้ว่าหลานตั้งใจฟังยายอยู่รึเปล่า” เหรอคร๊าบบบ มุกนี้ผมเห็นคุณครูที่โรงเรียนเล่นจนเชยแล้วครับ ยายของผมกระแอมไอแก้เขินอีกครั้งแล้วผายมือไปทางเพื่อนสนิทของท่านที่กำลังยืนตัวตรงเอามือขวาทับมือซ้ายอย่างนางงาม “วาย คนนี้ชื่อยายแก้ว เป็เ้าของบ้านหลังนี้และก็เป็เพื่อนรักของยายด้วย ส่วนแก้ว นี่หลานชายฉันชื่อวาย หล่อมั้ยล่ะ”
ยายของผมกระแซะเพื่อนสนิทเป็การใหญ่ แหมทำขนาดนี้ยายแก้วก็ต้องชมผมกลับแล้วมะ
“แหม หล่อกว่าหลานชายฉันอีกนะเนี่ย”
“จริงเหรอ~”
“จริงสิ”
“ได้ยินอย่างนี้ฉันก็ดีใจ” ยายผมยืดอกอย่างภูมิใจ เล่นเอายายแก้วถึงกับต้องส่ายศีรษะพลางขำเบาๆ
“สวัสดีจ้ะลูกวาย บ้านแก้วมณียินดีต้อนรับนะจ๊ะ”
“ขอบคุณครับยายแก้ว ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
“มาถึงบ้านเหนื่อยๆ เข้าไปพักทานข้าวทานปลาก่อนไหม ยายทำสวนเสร็จพอดี เดี๋ยวยายไปเตรียมขนมไทยให้” ยายแก้วไม่พูดเปล่า ท่านโอบต้อนผมกับคนที่เหลือเข้าบ้านอย่างอบอุ่น แต่ตอนนี้ผมยังไม่หิวเลยต้องรีบปฏิเสธท่านไป เพราะกลัวท่านจะเสียเวลา
“ยายแก้วครับ พอดีว่าผมยังไม่หิว ผมอยากขอตัวไปจัดข้าวของของผมให้เรียบร้อยก่อนน่ะครับ”
“อ้าวเหรอจ๊ะ” ยายแก้วดูน้อยใจหน่อยๆ เล่นเอาผมไปไม่ถูกเลย
“มึงจะเื่มากอะไรนักหนา ยายเตรียมข้าวให้กินก็กินไปดิ ยายผมเอาของไปไว้ก่อนนะ”
เอกซ์พ่นไฟใส่ผมด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าไม่สบอารมณ์ของมันทำเอาผมขนลุกซู่ขึ้นมาทันที มันมองผมแรงๆ แล้วเดินปึงปังขึ้นไปชั้นสองของบ้านอย่างกับพวกเด็กวัยรุ่นเอาแต่ใจไม่มีผิด
อะไรวะ จู่ๆ ก็มาเอ็ดใส่ผม โกรธที่ผมทำให้ยายแก้วน้อยใจหรือไง
“ลูกเอกซ์ก็แบบนี้แหละจ้ะ เวลาอะไรขัดใจก็อารมณ์ร้ายตลอด ั้แ่พ่อแม่ทิ้งไปก็เอาแต่ทำตัวเป็เด็กมีปัญหา นี่ยายก็คอยให้ความรักตลอด แต่คงทดแทนความรู้สึกที่ขาดหายไปของเค้าได้ไม่หมด เฮ้อ...ไอ้ลูกชายของยายก็ตัวดีจริงๆ ติดเมียน้อยไม่กลับบ้านกลับช่อง ตอนนี้ก็หนีไปต่างประเทศเพื่ออยู่กับนางนั่นซะละ ฮึ้ม!! คิดแล้วมันเจ็บใจนัก!!”
จู่ๆ ยายแก้วก็ทำท่าปึงปังใส่อารมณ์สุดฤทธิ์ ยายของผมรีบเข้าไปห้าม เพราะท่านคงกลัวว่ายายแก้วจะพ่นไฟใส่บ้านจนบ้านไหม้แน่ๆ
“ใจเย็นๆ แก้ว! นางงามแก นางงาม...”
เหมือนเป็คำสั่งวิเศษอย่างในการ์ตูนอินุยาฉะ ที่พอนางเอกร่ายคาถา
‘จงนั่ง’ พระเอกก็จะหัวคะมำลงกับพื้น ยายแก้วพอได้ยินคำว่า ‘นางงาม’
อาการปึงปังก็สงบลงและกลับเข้าสู่โหมดคุณยายใจดีดั่งนางงามอีกครั้ง
“อุ๊ยตายจริง เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะ ปะๆ เข้าบ้านกัน เดี๋ยวยายไปเตรียมน้ำเย็นๆ ให้ดื่มนะ โฮะๆ”
ยายแก้วทำทีหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเดินเข้าบ้านไปก่อนใคร พอพ้นประตูบ้านไปได้ไม่ไกล ท่านก็สปีดฝีเท้าหนีเข้าไปหลบยังโรงครัวทันที
“เพื่อนยายก็งี้แหละ”
ยายของผมยักไหล่ไม่แคร์อะไร คงเห็นมาจนชินแล้วสินะ
ผมจำเป็ต้องนั่งทานขนมไทยกับน้ำกระเจี๊ยบพร้อมฟังยายแก้วเม้าท์มอยเื่สมัยวัยรุ่นอยู่พักใหญ่ กว่าท่านจะปล่อยตัวผมก็ปาไปเกือบสองชั่วโมง
ผมยืนอยู่หน้าห้องของคนที่ผมไม่อยากจะเจอสักเท่าไหร่ คือข้าวของเครื่องใช้รวมถึงที่หลับที่นอนของผมถูกขนมาอยู่ในห้องนี้หมดแล้ว ใช่ครับ ผมต้องนอนห้องเดียวกับเอกซ์ เพราะว่าห้องนอนอีกห้องของบ้านแก้วมณีหลังนี้ถูกยายของผมยึดไปแล้วเรียบร้อย!!
ผมพยายามขอยายแก้วนอนโซฟาในห้องรับแขกแล้ว แต่ท่านไม่อนุญาต ท่านบอกมันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ เดี๋ยวใครมาเที่ยวบ้านจะไม่มีที่รับแขก แถมยังขู่ผมอีกว่า ถ้านอนโซฟาในห้องรับแขก ระวังจะเจอผีบ้านผีเรือนออกมาต้อนรับ
คือแค่ยายแก้วเอาหลักเหตุผลมาคุย ผมก็ยอมมานอนห้องเอกซ์แล้วครับ
ไม่เห็นจะต้องเอาเื่ผีมาขู่เลย ผมไม่กลัวผีหรอก จริงจริ๊งงงงง!!
เอาล่ะ พักเื่ผีไว้ก่อน ยิ่งพูดเยอะผมยิ่งใจฝ่อ
ผมสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ผลักเื่ผีออกไปจากหัว แล้วก็ยืนทำใจอยู่หน้าห้องเอกซ์ประมาณสามชาติครึ่งเห็นจะได้ เอาจริงๆ ผมไม่อยากเห็นหน้าเอกซ์
สักเท่าไหร่ เพราะพอผมเห็นหน้ามันทีไร ผมก็จะนึกถึงเื่ในวันนั้นขึ้นมาทุกที
ยิ่งเวลาเห็นมันเข้ามาใกล้ๆ คอผมนี่ถึงกับตีบจนแทบหายใจไม่ออก เื่ราวในตอนนั้นมันฝังใจจนผมไม่อยากจะอยู่ใกล้เอกซ์เลยแม้แต่วินาทีเดียว!!
แต่ในเมื่อเื่มันมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว จะให้ถอยกลับก็ใช่เื่ หากผมต้องอยู่บ้านหลังนี้ ผมก็ต้องเจอเอกซ์ทุกวัน ถ้าผมทำใจยอมรับเื่นี้ไม่ได้ ผมคงหาทางกล่อมยายกลับบ้านไม่สำเร็จ
“เอาวะ เป็ไงเป็กัน”
ก๊อกๆ
ผมเคาะประตูห้องเพื่อให้คนข้างในรู้ว่าผมจะเข้าไป แต่ก็ไม่ได้รับเสียงตอบกลับ ผมตั้งท่าจะเคาะอีกครั้ง แต่รู้ว่าเคาะไปเอกซ์ก็คงไม่ลุกมาเปิดให้ ตอนนี้มันคงหลับเป็ตายอยู่แน่ๆ
ผมตัดสินใจบิดลูกบิดประตูทรงไทยเข้าไปในห้องนอนของมันอย่างช้าๆ
แอ๊ด~
“เอกซ์...เอ่อ...ขอเข้าไปนะ”
[จิ้วๆ ตู้มๆ ต้ำๆ ฉึกๆๆๆ เฮดชอต!!]
“โหยไรว้า!!”
เอกซ์ถอดเฮดโฟนออกจากหูทั้งสองข้างแล้วสบถคำหยาบด่าเพื่อนในเกมที่เป็ต้นเหตุทำให้ทีมแพ้ แต่เพื่อนในทีมของมันก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ ทั้งสองคนด่ากันผ่านไมค์อยู่หลายนาที จนเอกซ์เริ่มหัวเสีย มันนั่งชันเข่า เอาเท้าขึ้นมาวางบนเก้าอี้ไม้ทรงไทยโดยที่ยังใส่แค่กางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้นบางๆ เพียงตัวเดียว!!
ผมถึงกับอึ้งเมื่อภาพที่ฉายอยู่ตรงหน้ามันแทบไม่ต่างอะไรกับรูปถ่ายนายแบบในนิตยสารเด็กหนุ่มสุดเซ็กซี่
แสงอาทิตย์ยามสายกระทบเรือนร่างของมัน เผยให้เห็นกล้ามเป็มัดๆ อย่างแจ่มชัด กางเกงบ็อกเซอร์ที่ร่นลงมาก็ดึงดูดสายตาผมไปจนหมด
นี่ถ้ามันเอียงตัวมาอีกนิด รับรองได้เลยว่าผมต้องเห็น ข. ไข่ ของมันแน่ๆ ทำไมมันไม่ใส่กางเกงในวะ!! บ็อกเซอร์สั้นขนาดนั้น มึงชันเข่าขึ้นมาก็เห็นหมดดิ!!
“แป๊บนะ...กูรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครกลืนน้ำลาย”
เอกซ์หยุดเถียงกับเพื่อนแล้วหันมาหาผมอย่างช้าๆ
ผมอ้าปากค้างไม่รู้จะทำยังไง ดวงตาผมเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้ากำลังจะทำให้ผมเป็ตากุ้งยิง!
โอวม่ายยย โลกทั้งใบได้ชะลอการเคลื่อนไหวลงจนผมไม่ได้ยินเสียงสายลมที่พัดไหว ภาพเบื้องหน้าทำให้ผมไม่อาจจะบรรยายได้ ใจผมสั่นสะท้านด้วยความใเพราะไม่เคยเห็นอะไรที่ชัด FULL HD ขนาดนี้มาก่อน!!
ผมไม่เข้าใจว่าโลกจะสโลโมชันไปทำมะเขืออะไร ผมอยากให้ภาพเบื้องหน้าหายไปไวๆ แต่ก็ทำไม่ได้ ตอนนี้ผมจำรายละเอียด ข.ไข่ของเอกซ์ได้หมดทุกจุดจนแทบอยากจะสำรอกออกมาเป็เส้นขนแล้วเนี่ย!!
“เชี่ยยย มึงจ้องเป้ากู!!”
เอกซ์พอรู้ตัวรีบเอามือปิดหว่างขา แต่มันก็สายเกินไป ทุกอย่างถูกเมมไว้ในหัวผมหมดแล้ว ชัดมาก ชัดจนแทบไม่อยากกินไข่ต้มไปสามเดือน!!