" ต้องเร่งไปแล้ว เหลือเวลาเพียงสองเดือน สำนักทานตะวันอยู่ไกลยิ่งนัก " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางหยัดกายลุกยืน " ตึง " ศีรษะของเขาชนเข้ากับหลังคา
" เพิ่งได้พลังมา ยังมิคุ้นชิน " ชิงหยางยกมือลูบหัวตนเอง พลางยกยิ้ม
" ฮ่า ฮ่า " ชิงหยางหัวเราะออกมา
ชิงหยางเร่งเข้าเก็บสัมภาระอย่างรวดเร็ว แลใช้ผ้าผูกกระบี่ฟ้าสังหารแลสะพายไว้ที่หลัง
ชิงหยางเดินออกมา แลมองยังบ้านหลังเล็กซอมซ่อที่เขาอยู่อาศัยมานานปี
สองตาแดงก่ำพลันใจหาย เมื่อรู้ว่าต้องลาจาก " มิรู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อใด " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางกวาดตามองไปยังวัดร้างที่เวลานี้มิหลงเหลือสิ่งใดแล้ว เขาหวนรำลึกถึงความหลังอยู่พักใหญ่พลางสูดหายใจเข้าลึก
" ต้องไปแล้ว " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
" เถียนปี้เหลา เ้ากับข้าจะมีเพียงผู้เดียวที่อยู่รอด " ชิงหยางพึมพำ
" ไป " ชิงหยางทะยานร่างหายเข้าไปในแนวป่าอย่างรวดเร็ว
" นั่นมันผู้ใดกัน แคล่วคล่องว่องไวยิ่งนัก " ทหารลาดตระเวณเอ่ยออกมา
" คงเป็เหล่ายอดยุทธที่ออกฝึกฝนยามค่ำคืน " ทหารลาดตระเวณอีกคนเอ่ยออกมา
ชิงหยางพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง ทั้งหลบหลีกสิ่งกีดขวางอย่างรวดเร็ว
" พลั่ก " ด้วยความที่ยังมิคุ้นชินกับพลังยุทธที่มี ร่างของชิงหยางจึงชนเข้ากับกิ่งไม้ใหญ่
" อ่อค " ชิงหยางกระอักเืออก ร่างลอยละลิ่วตามแรงดีดของกิ่งไม้ใหญ่
" ตึง " ร่างของชิงหยางล้มหงายกระแทกพื้น
" โอย " ชิงหยางร้องโอดโดย
ชิงหยางหยัดกายลุกยืนพลางสำรวจทั่วร่าง " ยังดีที่มิเป็สิ่งใด " ชิงหยางพึมพำ
" ต้องคิดวิธีใหม่ หากพบสิ่งกีดขวางให้ชะลอแลหลบหลีก " ชิงหยางพยักหน้า แลพุ่งทะยานไปต่อ
ที่ต้อเร่งรีบขนาดนี้ก็เพราะว่า สำนักทานตะวันนั้นอยู่ไกลมาก หากชักช้าประเดี๋ยวจะมิทันกำหนดการรับศิษย์ หากไปถึงเร็วก็ยังพอมีเวลาฝึกฝนสักระยะ
ระหว่างทางนั้นใช่ว่าชิงหยางจะเร่งเดินทางเพียงอย่างเดียว เขายังต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่กระโจนเข้าหาอยู่เนืองๆ
หนึ่งเดือนของการเดินทาง ชิงหยางเก็บเกี่ยวได้ทั้งสมุนไพร แลแก่นอสูรมาพอสมควร
หลังจากที่รอนแรมมานานถึงสี่สิบวัน ชิงหยางก็มาถึงยังเมืองตะวัน
" เมืองตะวัน เมืองหน้าด่านของสำนักทานตะวัน " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางเร่งทะยานเข้ายังเมืองอย่างรวดเร็ว
" หยุด " ทหารยามสองคนใช้ทวนกางกั้น
" ไอ้หนุ่ม เ้าจะไปที่ใด " ทหารยามเอ่ยถาม
" พี่ชาย ข้าจะเข้าไปสมัครเป็ศิษย์ของสำนักทานตะวัน " ชิงหยางเอ่ย
" สาระรูปเช่นเ้านี่รึ " ทหารยามเอ่ยออกมาอย่างเหยียดหยาม
" พี่ชายเหตุใดจึงพูดเช่นนี้ แม้นข้าจะยากจน แต่ข้าก็เป็ผู้ฝึกยุทธ " ชิงหยางเอ่ย
" ข้ารู้ว่าเ้าเป็ผู้ฝึกยุทธ แต่เ้ามีเงินรึไม่ " ทหารยามเอ่ย
" เงิน " ชิงหยางถึงกับหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน
" ท่านหมายความว่าอะไร " ชิงหยางเอ่ยถาม
" ความหมายของข้าง่ายนิดเดียว เ้าอยู่ในสำนัก สิ่งแจกจ่ายมีน้อยนิดหากเ้าอยากแข็งแกร่งเร็ว เ้าก็ต้องจ่าย " ทหารยามเอ่ย
" อ่อ " ชิงหยางพยักหน้า
" อย่ากังวลเื่นั้น หากอยากได้เงินก็เพียงออกล่าสัตว์อสูร นำทั้งร่างแลแก่นิญญาอสูรของมันออกขายก็ได้เงินแล้ว " ชิงหยางเอ่ย
" ดี " ทหารยามพยักหน้า
" เข้าไป " ทหารยามเอ่ยออกมา แลยกทวนที่กางกั้นออก
" เข้าให้ได้ มิเช่นนั้น เ้าจะถูกจับมายืนยามเช่นข้า " ทหารยามผู้นั้นเอ่ย
" ข้าจะพยายาม " ชิงหยางเอ่ยออกมาแลเดินเข้าไปในเมือง
สองตาของชิงหยางกวาดมองทั่วเมืองตะวัน แม้นเขาจะััถึงพลังฟ้าดินที่เข้มข้นมิได้ แต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าพลังฟ้าดินของเมืองตะวันเข้มข้นกว่าที่เมืองเฟิ่งหลายขุมนัก
ชิงหยางเดินเตร็ดเตร่ทั่วเมืองอย่างเชื่องช้า สองตากวาดมองทั่วร้านค้าแลแผงขายของ
สมบัติล้ำค่ามากมายถูกนำมาวางขาย แต่ละชิ้นนั้นสามารถใช้ทะลวงพลังขั้นย่อยได้ " เหลือเพียงเงิน " ชิงหยางพึมพำ
" ไอ้ขอทาน อย่ามาเกะกะขวางหน้าร้านข้า " เสียงพ่อค้าร้องออกมา แลยกมือไล่
ชิงหยางพยักหน้าแลเดินหนี เขาสำรวจตัวเอง พลันพบว่าชุดที่สวมใส่นั้นขาดออกทั้งเปรอะเปื้อนมอมแมม ทั้งเหม็นกลิ่นคาวเือสูร
" ต้องหาซื้อชุดใหม่ แลอาบน้ำสักหน่อย " ชิงหยางพึมพำ ว่าแล้วเร่งเดินไปยังร้านค้าสัตว์อสูร
" น้องชายหากเ้ามาขายแก่นอสูรก็เร่งเอาออกมา " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" ได้ ได้ " ชิงหยางพยักหน้า แลเร่งเดินเข้าไปในร้าน
" ตุบ " ชิงหยางวางถุงแก่นอสูรลงยังโต๊ะ
ชายวัยกลางคนเปิดถึงออกดูพลางพยักหน้า
" เ้าช่างเก่งกาจนัก เป็เพียงเขตแดนหล่อกายาระดับสี่ แต่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสองได้ " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" สังหารได้เพราะโชคช่วย " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" มิว่าจะโชคช่วย รึความเก่งกาจ เ้าก็เป็ผู้สังหาร " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" แก่นอสูรระดับสองข้าให้แก่นละสามเหรียญทอง เ้ามีแก่นอสูรระดับสองอยู่ยี่สิบสี่แก่นอสูร เ้าจะได้เหรียญทองทั้งสิ้นเจ็ดสิบสองเหรียญทอง " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" ตกลง " ชิงหยางพยักหน้า
" พี่ชาย อีกกี่วันสำนักตะวันจึงเปิดรับศิษย์ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" เหลืออีกแปดวัน " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" ข้าขอเตือนเ้าไว้อย่าง ่เวลานี้ห้ามก่อเื่โดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นเ้าจะถูกตัดสิทธิ์ " ชายวัยกลางคนเอ่ยเสียงเครียด
" พี่ชาย คล้ายกับว่าสถานการณ์มิปกติ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" ใช่ เวลานี้มีสำนักระดับเล็กหลายสำนักเข้ามาในเมืองตะวันมากมาย ทั้งเหล่าผู้าุโของสำนักต่างๆ ยังปลอมตัวคอยกลั่นแกล้งยั่วยุผู้คนที่มา ให้ใช้กำลัง แลนำภาพบันทึกไปส่งให้สำนักทานตะวันเพื่อทำการตัดสิทธิ์ " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" ชั่วช้ายิ่งนัก " ชิงหยางพึมพำ
" เพื่อความอยู่รอดของสำนักเล็ก พวกมันยอมทำทุกอย่าง " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" นี่เหรียญทองของเ้า " ชายวัยกลางคนยื่นถึงใส่เหรียญทอง
" ขอบคุณพี่ชาย " ชิงหยางรับเอาถุงใส่เหรียญ พลางเปิดออกตรวจสอบ
" มิว่าจะเกิดการยั่วยุมากมายเพียงใด ขอให้เ้าจงจิตใจเยือกเย็น " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" ข้าจะพยายาม " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" เหตุใดท่านจึงบอกข้า " ชิงหยางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
" เ้ามาที่นี่เพียงผู้เดียว หาได้มีสมัครพรรคพวก ตัวเ้าเพียงผู้เดียวย่อมมิมีผู้ใดหนุนหลัง " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า
" ทั้งเ้าเองก็มีฝีมือ ข้ามิอยากสูญเสียนายพราณล่าแก่นอสูร " ชายวัยกลางคนยกยิ้ม
" หึ หึ " ชิงหยางหัวเราะเบาๆ
" พี่ชาย ค่าโรงเตี๊ยมถูกที่สุดอยู่ที่ราคาเท่าใด " ชิงหยางเอ่ยถาม
" โรงเตี๊ยมราคาถูกน่าจะเต็มหมดแล้ว " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" เอาเช่นนี้ ข้าจะหาที่พักแลอาหารให้เ้า ขอเพียงเ้าออกล่าแก่นอสูรให้ข้า ถือเป็การแลกเปลี่ยน ทั้งเ้ายังอยู่ในการดูแลของข้า ย่อมมิมีผู้ใดกล้าก่อเื่กับเ้า " ชายวัยกลางคนเอ่ย
" เช่นนี้ดีนัก " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" พี่ชายท่านมีนามว่า " ชิงหยางเอ่ย
" ข้าตู้ชางชาน " ตู้ชางชานเอ่ยออกมา
" ข้าชิงหยางจากเมืองเฟิ่ง " ชิงหยางเร่งประสานสองมือ
" เ้ามาจากเมืองเฟิ่งรึ " ตู้ชางชานเอ่ยออกมา
" ใช่ " ชิงหยางพยักหน้า
" ข้าว่าเ้าควรไปอาบน้ำก่อน แลตกเย็นค่อยมากินข้าว แลฟังแผนการของวันรุ่ง " ตู้ชางชานเอ่ย
" ได้ " ชิงหยางพยักหน้า
" เด็กๆ พาชิงหยางไปยังห้อง " ตู้ชางชานเอ่ย
" น้องชิง ทางนี้ " ชายหนุ่มผู้หนึ่งผายมือออก
" พี่ชายเชิญนำทาง " ชิงหยางเอ่ยออกมา แลเดินตามชายหนุ่มไป
ตู้ชางชานมองตามร่างของชิงหยาง พลันหัวคิ้วกระตุกเมื่อเขาพบกระบี่สนิมเขรอะ ที่มีคราบเือสูรแห้งเกรอะกรังติดอยู่ทั่ว