บทที่ 13 สี่ปีให้หลัง
ฉีซื่อหลงรู้สึกรำคาญเล็กน้อยกับคำพูดที่เย่อหยิ่งของจวินซานลี่แต่เ้าหนูนี่ดันเป็ตัวแทนของนิกายระดับสูงสุดทั้งยังมีพร์ที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ระดับการฝึกฝนของเขาก็แข็งแกร่งไม่ธรรมดาอีกด้วย
ดังนั้นไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็จำเป็ต้องชั่งน้ำหนักตัวเองให้ดีและเขาไม่คาดคิดว่าสิ่งต่างๆ จะดำเนินไปในทิศทางนี้
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเย่อู๋เชวียอีกครั้ง
หลังจากได้เห็นความแข็งแกร่งของจวินซานลี่ทุกคนรู้สึกหวาดกลัวอย่างมากต่อชายหนุ่มผู้หยิ่งยโสคนนี้และเมื่อนึกถึงภูมิหลังของเขามันยิ่งทำให้ลูกหลานของตระกูลมู่หรงเกิดความสิ้นหวังมากกว่าเดิม!
นั่นเป็มหาอำนาจที่แข็งแกร่งกว่าร้อยเมืองหลักในเขตตะวันออกของภาคเหนืออย่างแน่นอนมันเป็นิกายใหญ่ที่หนุ่มสาวทุกคนต่างโหยหาในขณะนี้จวินซานลี่ใช้วิธีการน่าเกรงขามที่สุดเพื่อไม่ให้ทายาทของมู่หรงมีโอกาสดิ้นรนได้
“เย่อู๋เชวียสิบปีต่อจากนี้ชีวิตของเ้าจะอยู่ในมือข้าแน่นอนว่าถ้าเ้า้ารอดก็เพียงคุกเข่าร้องขอความเมตตาเท่านั้นบางทีข้าอาจจะละเว้นชีวิตสุนัขของเ้าและเ้าแก่นั่นก็ได้!”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้จวินซานลี่ก็แค่นเสียงอย่างเ็าและจ้องมองเย่อู๋เชวียโดย้ารู้ว่าเขาจะเลือกอย่างไร
และคำพูดนี้ได้ทำให้ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง!
คุกเข่าลง? ร้องขอความเมตตา?
นี่เป็โอกาสสำหรับเย่อู๋เชวียที่จะสละศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับชีวิตของตัวเอง!
ในสายตาของหลินอิงหลัวชายหนุ่มที่อยู่ตรงข้ามกำลังก้มหน้าลงอย่างช้าๆ จวินซานลี่เป็ผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริงและมันคงเป็เื่ยากที่เด็กบ้านนอกอย่างเย่อู๋เชวียจะนำไปเปรียบเทียบได้
‘ถูกข่มเหงขนาดนี้แล้วเ้ายังจะทนได้อีกหรือ?’ หลินอิงหลัวรู้สึกไม่พอใจ
ใช่!
จวินซานลี่เป็คนที่แข็งแกร่งซึ่งไม่มีวันที่เย่อู๋เชวียจะสามารถต่อกรได้ในตอนนี้แต่ในอีกสิบปีข้างหน้า เขายิ่งจะถูกจวินซานลี่บดขยี้จนตายเหมือนมดบางทีการก้มหน้าอย่างไร้ศักดิ์ศรีในตอนนี้อาจทำให้เขามีชีวิตต่อไปได้
นี่คือความคิดในใจของเหล่าทายาทตระกูลมู่หรงในมุมมองของพวกเขาการเป็ศัตรูกับจวินซานลี่เป็สิ่งที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด
มู่หรงเทียนรู้สึกมีความสุขอย่างมากในขณะนี้แม้ว่าเขาจะเกลียดชังจวินซานลี่เช่นกันแต่การได้เห็นเย่อู๋เชวียถูกจวินซานลี่เหยียบย่ำจนเกิดความสิ้นหวังความเ็ปที่อยู่ในใจของเขาก็ดูเหมือนจะลดลงเล็กน้อย
“อู๋เชวีย ข้าขอโทษ…”
เมื่อมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆซึ่งก้มหน้าลงอย่างช้าๆ มู่หรงฉางชิงก็อดไม่ได้ที่จะะเิความปวดร้าวในใจ
มู่หรงฉางชิงรู้ดีว่าเด็กคนนี้ต้องทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนใน่สิบปีที่ผ่านมาไม่ว่าระหว่างทางจะยากหรือลำบากเพียงใดเขาไม่เคยยอมแพ้และมุ่งมั่นกับเส้นทางที่ตัวเองเลือกเสมอ
ตอนนี้เมื่อเห็นว่าในที่สุดเขาก็มีโอกาสจะ่ชิงความรุ่งโรจน์อีกครั้งเขากลับต้องมาเจอเื่เช่นนี้ได้แล้วมู่หรงฉางชิงจะไม่เสียใจกับเย่อู๋เชวียได้อย่างไร
มู่หรงฉางชิงรู้สึกว่าเขาช่างเป็คนไร้ประโยชน์และไม่สามารถปกป้องชายหนุ่มอายุเพียงสิบห้าปีในการอุปถัมภ์ของตัวเองได้ดังนั้นเขาจึงวางมือใหญ่ของเขาลงบนไหล่ของเย่อู๋เชวียและกระซิบเบาๆ ว่า
“อู๋เชวียสิบปีไม่สั้นเกินไปสำหรับข้าไม่ต้องกังวลแม้ว่าข้าจะตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้เ้าได้รับความอัปยศ ไปซะ ไปจากที่นี่แล้วอย่าหันหลังกลับมาอีก”
มือใหญ่กดไหล่ของชายหนุ่มอย่างแรงแต่เสียงของมู่หรงฉางชิงแ่เบาและมั่นคง
เมื่อมู่หรงฉางชิงกำลังจะพูดต่อมือเล็กๆ ของเย่อู๋เชวียก็เลื่อนขึ้นมาจับมือของเขาแน่น
ใบหน้าที่ก้มต่ำของเย่อู๋เชวียเงยขึ้นเล็กน้อยดวงตาของเขาสว่างสดใสอย่างน่าอัศจรรย์ เขามองไปยังมู่หรงฉางชิงด้วยรอยยิ้มจางๆและกล่าวว่า
“ท่านลุงฉางชิงทุกอย่างปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเอง”
คำพูดที่ไม่แยแสของชายหนุ่มทำให้มู่หรงฉางชิงตกตะลึงอยู่ชั่วขณะและทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ
“หึ”
เย่อู๋เชวียแค่นเสียงอย่างเ็าและก้าวไปข้างหน้าด้วยท่าทางสงบนิ่ง
“ความรู้สึกของการเป็คนอ่อนแอน่ารำคาญจริงๆ”เย่อู๋เชวียพึมพำกับตัวเอง
จวินซานลี่จ้องมองลงมาด้วยสีหน้าเย้ยหยันแม้ว่าถ้าทางภายนอกของเขาจะดูเรียบเฉย แต่จิตใจของเขากลับร้อนรุ่มดั่งมีกองเพลิงสุมอยู่ข้างใน!
“จวินซานลี่ ทำไมต้องรอสิบปีข้าเย่อู๋เชวียขอประกาศไว้ตรงนี้ ในอีกสี่ปีข้างหน้าข้าขอนัดหมายเ้าให้มาสู้กันเมื่อสิบปีก่อนข้าสามารถเอาชนะเ้าได้ ในอีกสี่ปีให้หลังข้าก็จะทำมันอีกครั้งและศึกนี้พวกเราคนใดคนหนึ่งจะต้องตายสถานเดียว!”
คำพูดที่เด็ดขาดและเต็มไปด้วยไอสังหารถูกเปล่งออกมาจากปากของเย่อู๋เชวีย!
สายตาของเย่อู๋เชวียเฉียบคมดั่งกระบี่และทำให้ดวงตาของจวินซานลี่พร่ามัวไปชั่วขณะ!
“ฮ่าๆๆ…”จวินซานลี่ไม่สามารถหยุดหัวเราะได้!
“ครืน…”
จันทร์เสี้ยวสีทองลอยขึ้นๆ ลงๆอยู่ข้างหลังเขา เสียงหัวเราะของจวินซานลี่กระจายไปไกลขึ้นเรื่อยๆแต่ดวงตาที่เหมือนดวงดาวของเขากลับเต็มไปด้วยเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัว!
“เย่อู๋เชวียเ้าไม่ได้ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ! สี่ปีอย่างนั้นหรือ ดี ข้าจะให้เวลาเ้าสี่ปีหลังจากนี้สี่ปี ข้าจะควักดวงตาที่หยิ่งผยองคู่นั้นมาเก็บเป็ของสะสมส่วนตัว!”
“ไป”
สิ้นเสียงกระแสลมที่ดุร้ายก็พัดเข้าสู่สนามประลองจวินซานลี่และผู้ติดตามของเขาหายลับไปจากขอบฟ้าในเวลาไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
…
“อู๋เชวีย ทำไมเ้าถึงเป็แบบนี้…”
การตัดสินใจของเย่อู๋เชวียทำให้มู่หรงฉางชิงเ็ปเป็อย่างมากชายหนุ่มคนนี้ต้องแบกความกดดันทั้งหมดไว้บนไหล่ของเขา
“ท่านลุงฉางชิงเดิมทีเื่นี้ก็เป็ปัญหาของข้าอยู่แล้วท่านไม่ต้องห่วงข้าจะจัดการเื่นี้เอง”
เย่อู๋เชวียยิ้มจางๆ ดวงตาของเขาสดใสทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์สว่างไสวเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้จิตใจของเขาถูกสุมไว้ด้วยความแค้นอย่างรุนแรง
“เฮ้อ!”
เมื่อเื่ดำเนินมาถึงจุดนี้แล้วมู่หรงฉางชิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอนหายใจ
“เราค่อยพูดเื่นี้กันทีหลัง”
“ถ้าอย่างนั้นอู๋เชวียขอตัวก่อนคืนนี้ค่อยเจอกัน”
ฉีซื่อหลงเห็นทุกอย่างั้แ่ต้นจนจบและเขาก็รู้สึกชื่นชมต่อการกระทำของเย่อู๋เชวียเป็อย่างมากไม่ใช่ทุกคนที่จะกล้าทำข้อตกลงกับศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้กล่าวได้ว่าเย่อู๋เชวียนั้นมีจิตใจแข็งแกร่งไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง
“เย่อู๋เชวีย...รอสักครู่?” ฉีซื่อหลงกล่าวอย่างแ่เบา
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมฉีซื่อหลงถึงเรียกเขาอย่างกะทันหันแต่เย่อู๋เชวียก็ยังหันกลับมาและแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม
“ไม่ทราบว่าท่านเ้าเมืองมีคำแนะนำอะไร?”
เมื่อเห็นท่าทางอ่อนน้อมของเย่อู๋เชวียใบหน้าของฉีซื่อหลงก็ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย
“คำแนะนำนั้นไม่กล้าเราผู้เป็เ้าเมืองเพียง้าเชิญเ้าไปเป็แขกที่จวนของข้าสักเดือนเ้าจะเห็นด้วยหรือไม่?”
คำพูดของฉีซื่อหลงทำให้หัวใจของมู่หรงไป๋ซื่อเต้นแรงและตระหนักได้ถึงสถานการณ์อันเลวร้ายทันที
“โอ้? ข้าขอทราบสาเหตุได้หรือไม่?”
เย่อู๋เชวียไม่รู้ว่าฉีซื่อหลงพูดถึงเื่อะไรดังนั้นเขาจึง้าที่จะปฏิเสธคำขอนี้ทันที
เมื่อได้ยินคำถามของเย่อู๋เชวียฉีซื่อหลงยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า
“เราผู้เป็เ้าเมือง้าเชิญเ้าเป็ตัวแทนของเมืองหลงกวงเพื่อเข้าร่วมสมรภูมิร้อยเมืองที่จะถูกจัดขึ้นในเดือนหน้า”
“เฮือก!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ทายาทของตระกูลมู่หรงทุกคนต่างใและสายตาของพวกเขาก็จ้องมองไปยังมู่หรงเทียนทันที
คำพูดของฉีซื่อหลงทำให้เย่อู๋เชวียเลิกคิ้วขึ้นและใบหน้าที่แก่ชราของมู่หรงไป๋ซื่อเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงมู่หรงเทียนก็ตกตะลึงกับข่าวที่ได้รับจนร่างกายแข็งค้างและไม่สามารถพูดอะไรได้
“เมืองหลงกวงของเรามีเพียงสามตำแหน่งในสมรภูมิร้อยเมืองไม่ใช่หรือ?”เย่อู๋เชวียอดไม่ได้ที่จะถาม
“ฮ่าๆ ถูกต้องแล้วมีเพียงสามตำแหน่งเท่านั้น และสามตำแหน่งนี้คือสาวน้อยจากตระกูลหลินคุณชายจากตระกูลซือหม่า และคนสุดท้ายก็คือเ้า ไม่มีคนอื่นอีก”
คำตอบของฉีซื่อหลงทำให้เย่อู๋เชวียตกตะลึงไปชั่วขณะแต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรก็มีเสียงะโด้วยความไม่พอใจดังมาจากด้านข้าง!
“ท่านเ้าเมืองมันเป็แบบนี้ได้อย่างไร?แล้วข้าล่ะ? ท่านไม่้าให้ข้าเป็ตัวแทนของเมืองหลงกวงแล้วหรือ?ท่าน้ามอบตำแหน่งของข้าให้เ้าขยะนี่!”
ใบหน้าของมู่หรงเทียนแดงก่ำด้วยความโกรธ!
คำพูดของฉีซื่อหลงทำให้เขารู้สึกราวกับตกลงไปในนรกตอนนี้เขารอคอยที่จะได้รับการฝึกฝนจากฉีซื่อหลง และด้วยความแข็งแกร่งของตัวเขาเองเขาจะต้องแสดงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในสมรภูมิร้อยเมืองได้อย่างแน่นอนแต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับถูกทำลายลงเพราะเ้าขยะเย่อู๋เชวีย!
“เ้าคิดว่าเราผู้เป็เ้าเมืองจำเป็ต้องขอความเห็นจากเด็กน้อยเช่นเ้าจริงๆ?”
ฉีซื่อหลงกล่าวอย่างเ็าเขาไม่ได้มองมู่หรงเทียนด้วยซ้ำ แต่ยังคงกล่าวกับเย่อู๋เชวียอย่างอ่อนโยน“เย่อู๋เชวีย ไม่ทราบว่าเ้า้าเข้าร่วมการต่อสู้นี้หรือไม่?”
เย่อู๋เชวียนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งกล่าวกันตามตรงเขาไม่้ามีส่วนร่วมในสมรภูมิร้อยเมืองเขาเพียง้าพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองในสี่ปีนี้เขาต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อไล่ตามจวินซานลี่ให้ทันเขาจำเป็ต้องคว้าทุกโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่้าเสียเวลาอย่างไร้ประโยชน์
“ขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่านเ้าเมืองแต่ข้าไม่้าเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้”
คำตอบของเย่อู๋เชวียทำให้ทุกคนประหลาดใจอีกครั้งมันเป็เกียรติอันยิ่งใหญ่แค่ไหนที่ได้เป็ตัวแทนเข้าร่วมในสมรภูมิร้อยเมือง?
การจะได้รับโอกาสนี้ไม่เพียงแค่ต้องเป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มีฝีมือสูงส่งเท่านั้นผู้ที่ได้เป็ตัวแทนอาจจะสร้างชื่อให้ตัวเองจนกลายเป็ที่หมายปองของนิกายใหญ่อีกด้วย!
มีเพียงมู่หรงฉางชิงเท่านั้นที่รู้เหตุผลว่าทำไมเย่อู๋เชวียถึงไม่้าเข้าร่วมในสมรภูมิร้อยเมืองเด็กคนนี้ไม่้าเสียเวลาแม้เพียงลมหายใจเดียว!
คำตอบของเย่อู๋เชวียทำให้มู่หรงเทียนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธดวงตาของเขาที่เดิมก็แดงก่ำอยู่แล้วตอนนี้แทบจะมีเืไหลออกมาด้วยซ้ำ ถ้ามู่หรงไป๋ซื่อไม่จับเขาไว้มู่หรงเทียนอาจทำให้ตัวเองขายหน้าแล้วก็ได้!
“นี่คือตำแหน่งของข้ามู่หรงเทียน!ไม่มีใครสามารถเอาไปได้! ไม่มีใครสามารถแย่งไปได้” เขากรีดร้องอย่างสิ้นหวัง
ฉีซื่อหลงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับคำตอบของเย่อู๋เชวียเขายิ้มอย่างลึกลับและกล่าวว่า
“ข้ารู้ว่าเ้ามีแผนของตัวเองแต่ข้าสามารถรับประกันได้ว่าหากเ้าเข้าร่วมสมรภูมิร้อยเมืองและได้ผลลัพธ์ที่ดีเ้าจะได้รับผลประโยชน์มากมายกว่าที่เ้าคิดกล่าวอีกนัยหนึ่งคือความแข็งแกร่งของเ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโใน่เวลาสั้นๆไม่เพียงแค่นั้น ถ้าเ้าสามารถเข้าสู่รอบลึกๆ ได้สิ่งที่เ้าจะได้รับเป็รางวัลย่อมเพียงพอที่จะทำให้เ้าพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองไปถึงระดับที่เ้า้าได้อย่างไม่มีปัญหา”
ฉีซื่อหลงหยุดพูดเพียงแค่นั้น สายตาของเขาจับจ้องไปยังเย่อู๋เชวียคล้ายกับมั่นใจว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอของเขาอย่างแน่นอน
และเป็ไปตามที่ฉีซื่อหลงคาดคำนวณไว้เย่อู๋เชวียพยักหน้าก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่น
“ตกลง! ข้ายินดีที่จะเข้าร่วมในสมรภูมิร้อยเมือง!”