“วันนี้คุณแต่งตัวมิดชิดดีนะครับ กลัวผมเหรอ”
“...”
ฉันชะงักกับสิ่งที่เขาพูดออกมา โดยก็ไม่รู้ว่าจะโต้ตอบอะไรกลับไป เลยได้แต่ยืนทำตาแป๋ว
“หึ” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปกดลิฟต์
“ติ๊ง!” พอลิฟต์มาถึง ฉันก็เดินตามเขาเข้าไป
เขาทาบการ์ดห้อง ก่อนจะกดเลขชั้น 25 ซึ่งเป็ชั้นสูงสุดของตึกนี้
โรงแรมนี้มีหลายตึก ฉันพักอีกตึกหนึ่งซึ่งก็มองเห็นวิวทะเล และชั้นสูงสุดของตึกที่ฉันพักก็จะมีร้านอาหารบนดาดฟ้า แต่ตึกที่เขาพักนี้น่าจะเป็ตึกที่สูงที่สุด
ชั้นสูงสุดเป็ห้องพักหรอกเหรอ ดูจากทำเลแล้ว ถ้าเป็ร้านอาหารคงจะวิวสวยที่สุดเป็แน่
“ติ๊ง!” แล้วลิฟต์ก็มาถึงชั้น 25 พอออกมาจากลิฟต์ก็รู้สึกแปลกๆ เพราะเลย์เอ้าต์ของชั้นนี้ดูแปลกตากว่าชั้นของตึกที่ฉันอยู่มาก
ฉันกวาดสายตาดู ถ้าฉันมองไม่ผิด มีประตูเข้าห้องเพียงแค่ประตูเดียว ซึ่งก็เป็ประตูเดียวกับที่เขากำลังจะเปิดเข้าไป ซึ่งห่างจากลิฟต์เพียงไม่กี่ก้าว
“เชิญครับ” เขาเปิดประตูให้ฉันเข้าไปในห้อง
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง ฉันตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็นเป็อย่างมาก มันคือห้องที่ทั้งกว้างใหญ่และหรูหรา
เท่าที่กวาดสายตามองคือข้างล่างเป็โซนห้องนั่งเล่นที่กว้างขวาง กลางห้องมีชุดโซฟาขนาดใหญ่ มีทีวีที่จอใหญ่มากและเครื่องเสียงลำโพงครบชุด ถัดไปมีทั้งโซนห้องครัวแบบตะวันตก แล้วก็ยังมีบันไดให้เดินขึ้นไปอีกชั้น ซึ่งฉันคิดว่าคงเป็ส่วนของห้องนอน พอมองผ่านผนังกระจกออกไปข้างนอกก็เห็นมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่
อื้อฮือ…ทำไมห้องพักเขาหรูเวอร์วัง แบบนี้ต้องจ่ายคืนละเท่าไหร่เนี๊ยะ
“เชิญทางนี้ครับ” เขาเดินนำฉันไปยังข้างนอกระเบียงริมสระว่ายน้ำ ซึ่งบรรยากาศดีและโรแมนติกมากกกก
มีโต๊ะดินเนอร์อยู่ริมสระว่ายน้ำ มองเห็นวิวทะเล 180 องศา ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ บดบังทั้งนั้น รอบๆ โต๊ะดินเนอร์มีเทียนหอมหลายขนาดถูกจุดไว้วางตกแต่งอยู่รอบๆ ส่งกลิ่นหอมเคล้าไปกับเสียงเพลงที่ถูกเปิดคลอเบาๆ
ฉันหยุดเดิน ตะลึงไปกับความสวยงามของวิวและความโรแมนติกของบรรยากาศที่ได้พบเจอ
นี่มันอะไรกันเนี๊ยะ อย่างกับมาดินเนอร์กับคนรัก
เขายอมเปย์พาผู้หญิงที่ไม่รู้จักขนาดนี้เลยเหรอ เวอร์วังจริงๆ หรือมีเงินเยอะจนใช้ไม่หมด ก็เลยใช้เปย์สาวเพื่อ... ไม่อยากจะคิดต่อ ช่างมันเถอะ
จะทำอะไรก็เื่ของเขา แต่ฉันไม่มีทางหลงกลเขาแน่นอน
เขาเดินไปถึงโต๊ะดินเนอร์ ก่อนจะหันมามองฉันที่ยังยืนนิ่งอยู่ ทำทีท่าจะเดินกลับมาหา ฉันเลยรีบเดินไป
“ห้องคุณก็มีสระว่ายน้ำส่วนตัวออกจะกว้าง วิวก็สวยขนาดนี้ ทำไมลงไปว่ายที่สระรวมละคะ”
“ถ้าว่ายที่นี่ก็ไม่เจอคุณสิครับ”
เออ…ฉันยืนนิ่งทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว พอเขาเห็นแบบนั้นก็กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปดึงเลื่อนเก้าอี้ออกมาพลางเลิกคิ้วและเอียงศีรษะเล็กน้อย
ฉันยังคงยืนนิ่งมองหน้าเขาตาแป๋ว ทำให้เขาเอียงศีรษะพลางพูดขึ้น
“เชิญนั่งครับ”
“ขะ...ขอบคุณค่ะ” ฉันค่อยๆ นั่งลงตรงเก้าอี้ที่เขาเลื่อนให้ พลางกวาดสายตามองดูที่โต๊ะอาหาร ซึ่งตรงกลางมีแจกันดอกไม้ที่ถูกประดับตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีแดง และมีเทียนหอมจุดวางไว้อยู่ ส่วนของอาหารก็มีเสต็กเนื้ออยู่บนจานขนาดใหญ่ที่ตกแต่งสวยงามสองจาน อยู่ตรงหน้าเขาและฉัน ตรงกลางมีจานสปาเกตตีกุ้งล็อบสเตอร์และสลัด มีแก้วน้ำเปล่า และแก้วไวน์สำหรับฉันและเขา และขวดไวน์แดงที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กด้านข้าง
“ผมลืมถามว่าคุณอยากกินอะไร ก็เลยสั่งมาเอง ถ้าไม่ชอบหรืออยากสั่งเพิ่มบอกได้นะครับ” เขาพูดพลางรินไวน์ให้ฉันก่อนจะรินให้ตัวเองต่อ
เขายกแก้วไวน์ขึ้นมาขอชนกับฉัน ฉันก็ยกขึ้นชนตอบ
“คุณชอบพาผู้หญิงมาทำแบบนี้บ่อยๆ เหรอคะ” ฉันพูดขึ้นจากนั้นก็กระดกไวน์ดื่มพลางมองหันไปทางอื่น
“ทำอะไรครับ”
“ก็แบบ…จัดดินเนอร์หรูๆ บรรยากาศโรแมนติกๆ แล้วก็คงจะต่อด้วย…เื่บนเตียง” ประโยคสุดท้ายฉันพูดเสียงเบาเชิงประชดประชัน
“ไม่นะครับ คุณเป็คนแรก”
นั่น...ะุนัดแรกยิงออกมาแล้ว หึๆ แต่ใครจะเชื่อ ฉันทำสีหน้าไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ซึ่งเขามองก็คงพอจะเข้าใจ แต่เขาก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่มเติมเลย ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดในใจยังไงชอบกล
“ทานได้เลยนะครับ” เขาพูดขึ้นพลางหยิบมีดและซ่อมมาหั่นสเต๊กทาน
“แล้วทำไมชวนฉันมาดินเนอร์คะ แถมยังจัดซะหรูหราเชียว” ฉันถามขึ้นพลางหั่นสเต๊กไปด้วย
“ก็อยากให้คุณประทับใจ” ะุนัดที่สองตามมาติดๆ
“ประทับใจ?” ฉันทวนสิ่งที่เขาพูดพลางเงยขึ้นมองหน้าเขา
“เผื่อคุณเปลี่ยนใจ อยากจะรู้จักผมมากขึ้นไงครับ” เขามองหน้าฉันพลางฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อย ะุพิฆาต ><
“…” ฉันนิ่งอึ้งไปกับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นของเขา ทำไมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาก็ไม่รู้ ทั้งที่พึ่งดื่มไวน์เข้าไปแค่นิดเดียว
ความจริงถ้าหากรู้จักเขาในสถานการณ์ที่เป็ปกติทั่วไปก็คงดี อาจจะทำความรู้จักกันได้มากกว่านี้ แต่มารู้จักกันแบบนี้ ฉันก็เลยไม่กล้าที่จะสานสัมพันธ์อะไรต่อ ถึงแม้ว่าเขาจะพูดจาดี อีกทั้งยังหล่อและดูรวยมากก็ตาม บวกกับที่ฉันพึ่งเลิกกับแฟนได้ไม่นาน ความรู้สึกช้ำใจมันยังไม่ได้จางหายไป ทำให้ยังไม่อยากที่จะเริ่มต้นใหม่กับใคร เพราะกลัวจะเสียใจซ้ำอีก
พอฉันไม่ตอบกลับอะไรเขาก็เลยเปลี่ยนเื่คุย
“ปกติคุณดื่มหนักไหมครับ”
“ก็ไม่นะคะ ยกเว้นตอนอยู่กับเพื่อน” ฉันพูดขึ้นพลางขำในลำคอเบาๆ เพราะกับเพื่อนคือเมาถึงไหนถึงกัน
“อืม งั้นเมื่อคืนที่เมาหนักก็เพราะฉลองให้เพื่อนสินะครับ”
“อืม... ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ พอดี่นี้มีปัญหาชีวิตนิดหน่อย เลยดื่มหนักไปหน่อยค่ะ” ฉันพูดพลางยิ้มเจื่อนๆ
“ดื่มเยอะเสียสุขภาพนะครับ มีปัญหาอะไรระบายกับผมได้นะครับ”
“ขอบคุณนะคะ แต่ไม่เป็ไรดีกว่าค่ะ” ฉันบอกปัดปฏิเสธเขาไปทันที เพราะไม่อยากให้เขารู้เื่ส่วนตัวของฉันมาก ยังไงเขาก็เป็คนแปลกหน้า และอีกอย่าง หลังจากดินเนอร์เสร็จก็คงไม่ได้เจอกันอีก ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องบอก
“หึ! ไม่ไว้ใจผมใช่ไหมครับ” เขากระตุกยิ้ม พลางพูดขึ้น
“…”
“ไม่ต้องกลัวว่าพูดแล้ว ผมจะเอาไปพูดต่อให้คุณเสียหายหรือรู้สึกอายหรอกครับ เพราะหลังจากคืนนี้เราก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้วไม่ใช่เหรอครับ คิดซะว่ามาปลดปล่อยจะได้กลับไปอย่างสบายใจ”
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา สิ่งที่เขาพูดตรงกับที่ฉันคิดหลายอย่าง ผู้ชายคนนี้ถึงแม้จะเจอกันไม่ดีเท่าไหร่ แต่เท่าที่ดูก็เหมือนเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรนะ และที่เขาพูดก็ถูก เพราะหลังจากนี้ก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
“ฉันพึ่งเลิกกับแฟนค่ะ ก็เลยยังเฮิร์ทๆ อยู่” ฉันตัดสินใจบอกความจริงออกไป
“งั้นตอนนี้คุณก็โสด?” เขาเลิกคิ้วเอ่ยถามขึ้น
“จะโสดไม่โสด ั้แ่เกิดเื่กับคุณเมื่อคืน ถ้ามีแฟนอยู่ ก็ต้องได้โสดแล้วล่ะค่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงประชด ทำให้เขาเกือบจะขำออกมา แต่ก็กลั้นไว้
“แล้วก็จะโสดดดด ไปอีกนานเลยค่ะ” ฉันย้ำเสียงบอกเขา
“ทำไมล่ะครับ”
“ก็…ไม่อยากเสียใจ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ แต่พอพูดคำนี้ออกมา ทำไมรู้สึกใจสั่นและรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วร่างยังไงก็ไม่รู้
อยู่ดีๆ ภาพตอนที่แฟนเก่านอกใจ ก็ฉายขึ้นมาเป็ฉากๆ ทำให้น้ำใสๆ ไหลออกมาคลอเบ้าอย่างไม่ทันได้รู้ตัว
ฉันเหลือบไปสบสายตาคู่ตรงข้ามที่กำลังจ้องมองมาด้วยสีหน้าแสดงความเป็ห่วง ยิ่งสบตากับเขาก็ยิ่งกลัวว่าตัวเองจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” ฉันลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินดุ่มเข้าไปในห้อง
“ฮือ…ห้องน้ำอยู่ไหนเนี๊ยะ” แล้วฉันก็กลั้นไม่ไหว ร้องไห้โฮออกมา
“ตุ๊บ! โอ๊ย!” หน้าของฉันกระแทกเข้ากับอกแกร่งอย่างจัง ขณะที่ฉันหันขวับกลับหลังอย่างรวดเร็ว
“นี่หาห้องน้ำไม่เจอ ถึงกับร้องไห้เลยเหรอครับ” เขาก้มลงมองใบหน้าของฉัน พลางโอบร่างของฉันไว้ เพราะตอนที่ชนกับเขา แรงกระแทกทำให้ฉันเซจะล้ม ดีที่เขาช่วยคว้าตัวฉันไว้ได้ทัน
“คุณตามฉันมาทำไมคะ”
“ก็กลัวว่าคุณจะหาห้องน้ำไม่เจอไงละครับ”
“ไม่เป็ไร ฉันกลับห้องดีกว่า ขอตัวนะคะ” ฉันก้มหน้าพูดด้วยน้ำเสียงที่สะอื้น และพยายามที่จะผละตัวออกจากอ้อมแขนเขา
แต่เขากลับดึงฉันเขามาหาตัว ก่อนจะยื่นมือมาช้อนคางฉันขึ้น และจ้องมองมาที่ฉัน
“คุณร้องไห้ออกไปจากห้องผมแบบนี้ เดี๋ยวใครเห็นก็คงเข้าใจผิดว่าผมทำไม่ดีกับคุณสิครับ”
“แต่…” ฉันผละใบหน้าออกจากมือของเขา เบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“มากับผม ผมมีวิธีทำให้คุณหายเศร้า” ไม่ทันที่ฉันจะตอบตกลงหรือปฏิเสธ เขาก็คว้าจับข้อมือฉันพาเดินไปทางห้องครัว
เขาเปิดตู้เย็น หยิบจานบางอย่างออกมา
ฉันเบิกตากว้างเมื่อได้เห็น เพราะมันคือจานของหวานที่มีสตรอว์เบอร์รี่และช็อกโกแลตมูสรูปหัวใจ ราดด้วยซอสส้มและตกแต่งด้วยไอศกรีมวนิลลา
เวลาที่ฉันเศร้าเสียใจสิ่งที่ฉันจะทำก็คือกินเหล้าหรือไม่ก็กินของหวาน และของหวานที่ฉันมักจะกินบ่อยๆ ก็คือช็อกโกแลตและไอศกรีม
งื้อ…ทำไมเขาเหมือนรู้ใจฉันเลย
“เติมน้ำตาล ให้อารมณ์ดีขึ้นก่อน แล้วค่อยกลับห้องนะครับ” เขายิ้มด้วยสายตาและใบหน้าที่อบอุ่นเหมือนกำลังปลอบเด็กขี้แยอยู่
“…” ฉันพยักหน้าเบาๆๆ พลางใช้มือปาดน้ำตาออก
“แป๊บหนึ่งนะครับ” เขาเดินไปหยิบช้อนมายื่นให้ฉัน
“คุณไม่กินเหรอคะ” ฉันพูดขึ้นทั้งที่เสียงยังคงสะอื้นอยู่เล็กน้อย
“ผมไม่ค่อยชอบทานขนมหวานครับ”
ฉันพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะตักขนมหวานเข้าปาก โดยที่เรายังยืนกันอยู่ตรงเค้าเตอร์ครัว ไม่ได้กลับออกไปที่โต๊ะดินเนอร์
“อร่อยไหมครับ”
“ค่ะ” ฉันฉีกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทำให้เขาเผยยิ้มออกมาด้วย
เขามีมุมที่อบอุ่นเหมือนกันนะเนี๊ยะ ไม่ได้มาถามเซ้าซี้ถึงเหตุผลที่ฉันร้องไห้ แต่กลับมีวิธีทำให้ฉันหายเศร้าได้อย่างรวดเร็ว
ฉันตักไอศกรีมกินอย่างเอร็ดอร่อย เพราะจานนี้อร่อยมากจริงๆ ซอสส้มเข้ากับช็อกโกแลตมูสได้เป็อย่างดี สตรอว์เบอร์รี่ก็ลูกใหญ่หวานอร่อย ไอศกรีมวนิลลาก็หอมหวานกำลังดี
“อร่อยจัง” ฉันเอ่ยขึ้นพลางเผยยิ้มขึ้นมา
“ไอศกรีมเลอะครับ” เขาเอื้อมมือเข้ามา ใช้นิ้วโป้งค่อยๆ เช็ดไอศกรีมที่เลอะริมฝีปากของฉันช้าๆ เบาๆ
ัันุ่มๆ ของนิ้วโป้งที่ลูบไล้ริมฝีปาก บวกกับสายตาคู่สวยที่จ้องมองมา สะกดฉันให้ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ
ใบหน้าเขาที่เคยอยู่ห่างออกไป ค่อยๆ เลื่อนเข้ามาช้าๆ ใกล้ๆ...
----------