อาทิตย์สุดท้ายของการเรียนในเทอมนี้กำลังจะสิ้นสุดลง อาทิตย์หน้าจะเป็การสอบก่อนจะปิดเทอม่ฤดูร้อนแล้ว ชูยะเลยจะนัดติวหนังสือกับทุกคนที่ห้องสมุด เหล่าเพื่อนซี้ ม.6 และ ม.5 ชูยะ เรย์โกะ กัปตันฮิโรกิ อากิระ โบตัน และไดจิ ตอนนี้พวกเขานั่งเล่นกันอยู่ที่สวนของโรงเรียน
“ต้องติวหนังสือด้วยเหรอ” อากิระพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงี้เี
“ไม่ติวฉันก็สอบผ่านอยู่แล้วล่ะหน่า รอบนี้ฉันลงข้อ 2 ทุกข้อ” กัปตันฮิโรกิพูด
“นายจะบ้ารึไง ฉันได้ยินมาว่าออก 3 ทุกข้อต่างหาก” โบตันพูดเสริม
“พวกนายนี่มันจริงๆ เลยนะ ถ้าสอบตกขึ้นมาฉันจะไม่ช่วยพวกนายแล้วนะ” ชูยะพูดอย่างเหนื่อยใจ
“ไม่เป็ไรหรอกชูยะ เราไปติวกันสองคนก็ได้” เรย์โกะที่กำลังกินขนมอยู่พูดขึ้น
“โอเค ไปกี่โมง” กัปตันฮิโรกิกลับคำพูดอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าเรย์โกะจะไปด้วย
“พอดีเลยฉันอยากจะสอบได้คะแนนเยอะๆ ลองติวดูหน่อยละกัน” อากิระพูดเสริม
“พวกนายไปไหนฉันไปด้วย” โบตันพูด
“ฉันด้วย” ไดจิพูด
“อ่า!…เ้าพวกนี้นี่มันจริงๆ เลยนะ” ชูยะหมดคำจะพูด
“แต่ห้องสมุดคนเยอะนะ แถมยังเสียงดังไม่ได้ด้วย เราหาที่ติวที่อื่นมั้ย” เรย์โกะออกความคิดเห็น
“ใช่ ฉันเห็นด้วย” กัปตันฮิโรกิคนเดิม
“ฉันก็เห็นด้วย” อากิระเสริม
“ฉันด้วย” โบตัน
“ฉันด้วย” ไดจิ
“ฉันกลัวพวกนายนั่นแหละจะไปทำเสียงดังในห้องสมุดน่ะ วุ่นวายได้ตลอดจริงๆ” เรย์โกะบ่นใส่พวกจอมจุ้น
“งั้นไปติวที่ห้องฉันมั้ย”ชูยะพูด เรย์โกะมองหน้าเขาอย่างสงสัย
“ทำไมต้องห้องนายด้วย ที่อื่นไม่ได้เหรอ” เรย์โกะพูด
“นั่นสิ ทำไมต้องห้องนายด้วย” กัปตันฮิโรกิแย้งขึ้น
“ห้องฉันก็ห้องนายมั้ยล่ะ เ้าบื้อ” ชูยะพูดใส่กัปตันที่เอาแต่ตามเรย์โกะจนหน้ามืดตามัว จำห้องตัวเองไม่ได้
“เออเนอะ ฮ่าๆๆ โทษทีฉันลืม” กัปตันหัวเราะแก้เขิน
“ห้องฉันมันส่วนตัวกว่า พวกนายจะติวกันเสียงดังก็ไม่มีปัญหา และที่สำคัญฉันจะได้ไม่ต้องแบกหนังสือไปมา” ชูยะอธิบายเหตุผล
“นายพูดมีเหตุผล โอเค งั้นเราไปติวกันที่ห้องนาย” โบตันพูดขึ้น
เป็เวลาเดียวกับที่ ม.4 เพิ่งเลิกเรียน อิโต้ ฮารุโตะ ทานากะ ไคโตะ และซูซูกิ ชินตะ กำลังเดินมาทางพวกเขา ฮารุโตะมองหน้าเรย์โกะเหมือนจ้องจะเขมือบ แต่เรย์โกะก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเขาเลย ก่อนที่ฮารุโตะจะพูดขึ้น
“ทุกคน ฉันมีเื่จะบอก” ทุกคนตั้งใจฟังฮารุโตะพูด “ฉันมีบ้านพักตากอากาศใกล้กับทะเลสาบคาซูมิงาอูระ” จากนั้นเขาก็เงียบไป
“แล้ว…” อากิระพูด
“สอบเสร็จฉันจะไปพักที่นั้นสองคืน…” แล้วเขาก็เงียบไป
“แล้ว…” กัปตันฮิโรกิพูด
“พวกนายจะ…ไปด้วยกันมั้ย”
“แล้วอยากให้ไปมั้ยล่ะ” ชูยะพูด เขาทำสีหน้าลังเลแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ได้สิ เราไปพักผ่อนกันที่นั่นดีกว่า ฉันอยากไป” เรย์โกะพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าฮารุโตะลังเลที่จะพูด
“โอเค ถ้าเร็นตัดสินใจไปแล้ว ก็เอาตามนี้ สอบเสร็จแล้วเราไปฉลองที่บ้านพักของฮารุโตะกัน” กัปตันฮิโรกิพูดอย่างตื่นเต้น ทำเอาคนอื่นๆ ตื่นเต้นไปด้วย ชูยะมองหน้าเรย์โกะด้วยความสงสัย ปกติเธอต้องถามอะไรเยอะแยะกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร
คืนก่อนวันสอบปิดเทอม
เหล่าเพื่อนผองชมรมเบสบอลได้มากระจุกรวมกันอยู่ในห้องของชูยะและกัปตันฮิโรกิ ทุกคนต่างนั่งติวหนังสือกันอย่างขะมักเขม้น รวมถึงรุ่นน้อง ม.4 อย่างทานากะ ไคโตะ อิโต้ ฮารุโตะ และซูซูกิ ชินตะ ก็มาติวข้อสอบกับเขาด้วย
ชูยะอาสาจะติวข้อสอบให้กับพวกเขาเอง ไคโตะสอนไม่นานก็จำได้ ชินตะเรียนเก่งอยู่แล้วอธิบายนิดหน่อยก็เข้าใจทั้งหมด ติดอยู่ที่ฮารุโตะที่หัวร้อนอยู่ตลอด เพราะไม่ค่อยเข้าใจวิชาคณิตศาสตร์
“ยากขนาดนี้ใครมันจะไปจำได้ จะให้ฉันจำทั้งหมดนี่เนี่ยนะ” ฮารุโตะบ่นใส่ชินตะที่กำลังช่วยติวให้
“ก็ใช่นะสิ คณิตศาสตร์มันต้องมีสูตรของมัน ถ้านายจำได้นายก็ทำข้อสอบได้” ชินตะพยายามอธิบาย
“ไม่ตงไม่ติวมันแล้ว ไม่เห็นจะเข้าใจเลย” ฮารุโตะพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับลุกขึ้นจะเดินออกจากห้องไป
“ถ้านายสอบไม่ผ่าน นายต้องลงทะเบียนเรียนซ่อม เท่ากับว่าแผนที่จะไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศนายก็ต้องล่มไปด้วย” ชูยะพูดขึ้น คำพูดของเขาทำเอาฮารุโตะหยุดชะงัก เแล้วหันมามองตาขวางใส่ชูยะ “นายจะเอาแบบนั้นก็ได้นะ” ฮารุโตะหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองบนแล้วถอนหายใจ
“ให้ฮารุโตะไปพักสักหน่อยเถอะ” เรย์โกะพูด “ชินตะพาฮารุโตะไปซื้อขนมกับเครื่องดื่มหน่อย ฉันอยากดื่มอะไรเย็นๆหน่ะ” เรย์โกะพูดพลางขยิบตาให้ชินตะไปทีนึง ชินตะเข้าใจสถานการณ์ดีเลยยิ้มตอบ
“ได้ครับรุ่นพี่เร็น”
“ทำไมต้องเป็ฉันล่ะ ฉันเป็เบ๊นายรึไง”คนหัวร้อนตาขวางใส่เรย์โกะ
“เอาหน่าๆ ไปสูดอากาศเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย ค่อยกลับมาติวใหม่นะ” ชินตะพูดพร้อมกับดันตัวฮารุโตะออกไปจากห้อง
“ฉันขอไปสูดอากาศด้วยคนสิ” กัปตันฮิโรกิลุกขึ้นพร้อมกับจะวิ่งตามคนทั้งสองไป แต่ถูกชูยะล็อคคอไว้
“จะไปไหน มานั่งติวหนังสือเดี๋ยวนี้” คนโดนล็อคโวยวายบ่นพรึมพรำเพราะี้เีติวหนังสือ
“ห้าม!! มีใครลงทะเบียนเรียนซ่อมเด็ดขาด เพราะเราจะต้องไปเที่ยวกันที่บ้านพักตากอากาศกันครบทุกคนให้ได้” เรย์โกะพูดพร้อมกับเอานิ้วชี้ไปที่ทุกคนอย่างจริงจัง
“ทำไมเหรอ มันมีอะไรพิเศษรึไง” เอ็นโด โบตันพูดขึ้น
“เพราะมัน…”
“เป็วันเกิดของฮารุโตะ” ยังไม่ทันที่เรย์โกะจะพูดจบ ไคโตะก็ตัดหน้าพูดซะก่อน
“นายรู้ได้ยังไง” เรย์โกะถามอย่างสงสัย
“ฉันได้ยินหมอนั่นคุยโทรศัพท์กับลูกพี่ลูกน้องของเขา คุโรดะ เอมิ”
“โห นายนี่น่ากลัวจริงๆเลย หูตาไวไปซะทุกอย่าง” เรย์โกะมองไคโตะอย่างประหลาดใจแต่อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านใดๆเลย “ใช่แล้ว เอมิโทรมาบอกฉันว่าฮารุโตะชวนเธอไปเที่ยวที่นั่น แต่เธอต้องไปต่างประเทศกับครอบครัวเลยไม่ได้อยู่ฉลองวันเกิดของฮารุโตะ เธอรู้สึกผิดมาก พอฉันเล่าให้ฟังว่าฮารุโตะชวนพวกเราไปเธอในิดหน่อย เพราะปกติหมอนั่นไม่ค่อยสนิทหรือชอบอยู่กับใคร”
“แล้วหมอนั่นไม่มีญาติคนอื่นรึไง ทำไมวันเกิดตัวเองต้องฉลองอยู่คนเดียว” ชูยะพูด
“เอมิบอกว่า ฮารุโตะไม่เคยจัดงานวันเกิดเลย ปกติแล้วหมอนั่นจะชอบอยู่คนเดียวหรือหายไปตอนวันเกิดตัวเอง ส่วนพ่อของเขาก็ไม่สนใจหมอนั่น เขาทำแต่งาน”
“น่าเศร้าจัง” ไดจิพูดหน้านิ่งั์ตาแดงๆจะร้องไห้ โบตันกอดเขาพร้อมกับลูบหัวเบาๆ
“เอาล่ะ!! เพราะงั้นคืนนี้เรามาตั้งใจติวหนังสือกันเถอะ เราจะต้องไปเซอร์ไพรส์วันเกิดเ้าคนอวดดีนั่นให้จดจำไปตลอดชีวิตเลย!” กัปตันฮิโรกิะโขึ้น ปลุกกำลังใจให้ทุกคนมีจุดมุ่งหมายในการติวหนังสือทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เป็จังหวะเดียวกับที่ฮารุโตะกับชินตะเข้ามาในห้องพอดี
“จดจำอะไรไปตลอดชีวิตเหรอ” ฮารุโตะที่ถือถุงขนมและเครื่องดื่มพะรุงพะรังพูด ทุกคนทำหน้าใเพราะกลัวแผนเซอร์ไพรส์จะล่ม ะโโวยวายปฏิเสธอย่างมีพิรุธ ทำตัวติวหนังสือกันให้วุ่นวาย ฮารุโตะมองทุกคนอย่างสงสัยหนักกว่าเดิม
ชูยะที่มองสถานการณ์การรับมือที่ไม่เนียนของเพื่อนๆ ที่มีพิรุธหนักมากเลยแก้ต่างให้
“ฉันบอกพวกเขาว่า ถ้าเกิดใครสอบไม่ผ่านแล้วต้องลงทะเบียนเรียนซ่อม ฉันจะติวหนังสือพวกเขาให้หนักขึ้นกว่านี้เป็ร้อยเท่า เอาให้จดจำไปตลอดชีวิต” ชูยะพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยและแววตาที่จริงจัง ทุกคนในห้องเงียบ ทุกอย่างหยุดชะงักด้วยคำพูดของชูยะ และทุกคนรู้ว่าหมอนี่มันเอาจริง
“งั้น…เรามาสอบครั้งเดียวให้ผ่านกันเถอะนะทุกคน” อากิระพูดด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวัง เหล่าผองเพื่อนทั้งหมดพยักหน้าอย่างเลื่อนลอยโดยมิได้นัดหมาย
การติวหนังสือเริ่มขึ้นอีกครั้งอย่างจริงจัง ครั้งนี้ทุกคนดูเอาจริงกันจนฮารุโตะอดสงสัยไม่ได้อีกแล้ว เพราะทุกคนพยายามช่วยติวให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้เขาจะวีนและหัวร้อนใส่ก็ตาม แต่มันทำให้เขารู้สึกดีและอบอุ่นใจอย่างน่าประหลาด เขานึกยิ้มมีความสุขอยู่ในใจลึกๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาตัวคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะมีบ้านหลังใหญ่โต มีเงินใช้อย่างเหลือเฟือ ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ แต่เขากลับรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวเหลือเกิน บ้านหลังใหญ่ที่ดูอ้างว้าง สิ่งของต่างๆที่ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้สึกพอใจ ชีวิตที่อิสระจนรู้สึกว่าโลกนี้เขามีแค่ตัวคนเดียวและไร้จุดหมาย
ฮารุโตะมองเหล่าเพื่อนๆของเขาไปรอบๆ
ความรู้สึกที่ไม่ได้โดดเดี่ยว
ความรู้สึกที่มีคนคอยห่วงใยและใส่ใจ
ความรู้สึกที่มีคนให้คิดถึง
อยากให้มีแบบนี้ทุกๆวันเลย
เมื่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปแบบนั้น น้ำตาของเขาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ฮารุโตะ นายเป็อะไรรึเปล่า” ชูยะที่กำลังอธิบายหัวข้อวิชาวรรณกรรมให้ฮารุโตะฟังอยู่ พูดด้วยน้ำเสียงใเล็กน้อย
“เปล่า ไม่มีอะไร” ฮารุโตะเอามือจับแก้มตัวเอง เขาแปลกใจตัวเองเหมือนกัน ที่เห็นตัวเองเป็แบบนั้น
“เกิดอะไรขึ้นฮารุโตะ ย๊า!! ชูยะ นายทำอะไรเ้าหมอนั่น” กัปตันฮิโรกิะโด่าชูยะ “นายกล้าทำฮารุโตะร้องไห้เหรอ”
“ฉันเปล่านะ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” ชูยะรีบปฏิเสธ
“นายติวหมอนี่หนักไปรึเปล่า” เรย์โกะพูดพร้อมกับมองขวางใส่ชูยะ
“เปล่า หมอนี่ไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก ฉันแค่…” ฮารุโตะพูดยังไม่ทันจบ กัปตันก็พูดขึ้น
“อยากให้กอดเหรอ” ว่าแล้วกัปตันฮิโรกิก็ะโกอดฮารุโตะจนทั้งสองลงไปนอนกองกับพื้น
ตามด้วยไดจิที่ลงไปทับทั้งสองคน จากนั้นทุกคนก็ทยอยมานอนทับกันเพื่อกอดเขาจนฮารุโตะร้องะโโวยวาย
ชูยะนั่งมองเหล่าเพื่อนที่ทำตัวเป็เด็กๆ เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะถูกไดจิดึงเข้าไปในวงด้วย เสียงะโโวยวายดังลั่นออกมานอกห้องนั้นมันล้นไปด้วยความสุขของเด็กหนุ่มที่หัวร้อน แข็งกระด้าง จนได้มาพบกับความวุ่นวายที่ไม่อยากจะพาตัวเองออกไปเจอความโดดเดี่ยวอีก
อิโต้ ฮารุโตะ นายไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วนะ