ตอนที่สามสิบ สำนักนักษัตรต้องยิ่งใหญ่
โลกบางครั้งขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงไม่ได้อยู่กับความตั้งใจ ในโลกเดิมที่ผมจากมาหากไม่มีสังคมของผู้มีพลังพิเศษซ่อนอยู่ เราไปหานักวิทยาศาสตร์ให้พวกเขาทดลองให้นักวิทยาศาสตร์ตัวจริงคงจะโมโห
แน่นอน ในทางเทคนิคคนที่เชี่ยวชาญคณิตศาสตร์ไม่ได้หมายความว่าไม่เชื่อในพระเ้าหรือเื่ของเวทมนตร์ไอแซค นิวตันก็เป็ตัวอย่างหนึ่งในนั้น
ที่แม้จะมีความสามารถระดับโลกก็ยังเชื่อในพระเ้า มองว่าจักรวาลไม่ใช่แค่เื่ยนต์กลไกแบบนาฬิกาไขลาน
การค้นหาความจริงของเขาไม่ได้ทำให้พระเ้ายิ่งใหญ่น้อยลง เพราะพระเ้ายิ่งใหญ่กว่าเขาที่เป็มนุษย์มากมายนัก
หากใครเคยอ่านบันทึกาทาเนียที่นักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งการทดลอง ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้เชื่อในพระเ้าแต่พวกเขาคิดว่า เพราะพระเ้าประทานพรต่างหาก ที่ทำให้พวกเขาได้ค้นพบความยิ่งใหญ่มากมายของพระองค์
แต่แน่นอนเพราะเราอยู่ในแดนจงหยวนเอ๊ยประเทศจีน
ดังนั้นผู้บ่มเพาะพลังคิดต่างกันว่า
“พบมาร ฆ่ามาร พบเทพ สังหารเทพ”
และเอาร่างิญญาของเทพนั้นปั้นเป็ยาเพิ่มพลังให้กับตนเอง
แต่ก่อนหน้าที่จะบุกไปเอาเทพเ้ามาปั้นเป็ยาเพิ่มพลังได้ผมคงต้องบรรลุอย่างน้อยขั้นร่างิญญา Nascent soul เสียก่อนล่ะนะ
ผทพยายามเรียกนักฆ่านักษัตรมารวมตัวกันซึ่งคอยไม่นานนักพวกเขาก็มาเช่นกันและสีหน้ามีราศีของพลังที่มากขึ้น
อ๊ะ นี่ผมเริ่มดูระดับพลังของแต่ละคนออกแล้วหรือนี่?
แต่จากการดูการหายใจ การเดินเหินการสังเกตพลังลมปราณที่ไหลเวียนในร่างกายของผมเองและคนรอบข้าง
ผมก็ค้นพบว่าโสมร้อยปีนี่คุ้มค่าเงินร้อยล้านหยวนที่จ่ายไปทุกหยวนจริงๆ
และบรรดาคนจนไม่สามารถทำได้อย่างผมเพราะพวกเขาไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อของประเภทนี้และติดนิสัยคนจนอย่างพวกนักฆ่านักษัตรที่จะชอบเก็บของล้ำค่าหายากไว้กับตัว
แบบเดียวกับตัวร้ายที่เก็บของล้ำค่าไว้กับตัวและโดนฆ่าทำให้พระเอกของเื่ชิงของหายากนั้นไปใช้เอง
ดังนั้นบทเรียนเื่การที่ตัวร้ายโดนพระเอกแย่งเอาของไปใช้น่ะ
ทำให้ผมคิดว่า
“ใช้ๆไปเถอะ”
แบบที่คิรัวร์กล่าวกับกอร์น
เราอาจจะต้องใช้มันหรือไม่ใช้มันในอนาคตดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือใช้มันให้เร็วที่สุดนั่นล่ะ
หมายความว่าอย่างน้อยขอ้ดีข้อเสียเราก็ได้เปรียบด้านเวลาและไม่โดนพวกพระเอกแย่งเอาของเราไปใช้
“เหล่านักษัตร พวกเ้ายังนับถือข้าเป็ม้าทองคำพี่ใหญ่ของพวกเ้าหรือไม่?”
“นับถือ พร้อมบุกน้ำลุยไฟฆ่าคนวางเพลิงไม่เคยบ่ายเบี่ยง”
แม้นักฆ่านักษัตรจะมีพลังแข็งแกร่งมากขึ้นก็ยังคุกเข่าคารวะอย่างจริงใจและนอบน้อม
แต่ว่า..แน่ะ ยังรวมฆ่าคนวางเพลิงอีกตกลงพวกเอ็งจะไม่เลิกเื่นี้จริงๆใช่ไหมนี่?
ผมส่ายศีรษะ
“ไม่พวกเ้าไม่เข้าใจ นั่นคือสถานะของนายท่านของพวกเ้าตอนนี้ข้ากล่าวในฐานะ ม้าทองคำพี่ใหญ่ของสำนักของสำนักนักษัตร ของพวกเราทุกคน”
พวกนั้นมองหน้ากันว่ามันต้องแยกกันด้วยหรือนี่?
“ข้ารู้ว่าพวกเ้าอาจจะงงแต่ว่าเมื่อข้าอยู่ในฐานะนายน้อยของตระกูลอ้าว ข้าจะทำเพื่อประโยชน์ของตระกูลอ้าวสูงสุดหากข้าอยู่ในฐานะพี่ใหญ่ของพวกเ้า ข้าจะเห็นประโยชน์ของสำนักนักษัตรสูงสุดขอให้พวกเ้าเข้าใจจุดยืนของข้าในข้อนี้ให้ดี”
ผมพยายามใช้พลังปราณสำรวจไปรวบๆสามารถรับรู้ร่างกายของตนเองได้อย่างละเอียด รู้สึกมั่นใจในตนเอง นี่อาจจะเป็ความเย่อหยิ่งเฉพาะตัวของอ้าวป้าหม่าหรืออาจจะเพราะ
อ้าวป้าหม่ามันอัจฉริยะที่จบปริญญาได้ตั้งห้าใบก่อนอายุสิบแปดได้เก่งกว่าโชริว อาสึกะแรงเล่ย์อีกแน่ะก็เป็ไปได้
“เจี๊ยก คร่อก กระต๊ากพวกเรายอมตายเพื่อนายท่านอ้าวป้าหม่าและพวกเราพร้อมลุยดงดาบมีดเพื่อพี่ม้าทองคำพี่ใหญ่ของพวกเรา”
พวกนักษัตรคุกเข่าคารวะ
“หมายความว่าพวกเ้าต้องมีหน้าที่ของสำนักนอกเหนือจากลูกน้องของสกุลอ้าว”
พวกนักษัตรมองหน้ากันไปมาด้วยความงุนงง
“หรือพวกเ้าคิดว่าข้าจะไม่รักษาคำพูดที่ว่าจะฟื้นฟูสำนักนักษัตรให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกหล้า?”
ผมขึ้นเสียง
“พวกข้าไม่กล้า พี่ใหญ่โปรดลงโทษข้าด้วยเจี๊ยกคร่อก กระต๊าก”
พวกนักฆ่านักษัตรโขกศีรษะไม่หยุด
“ไม่เป็ไรไม่อย่างนั้นที่ข้าบอกพวกเ้าว่าให้เอาพื้นที่นับพันไร่หากไม่มีคนมาร่วมงานก็เป็การผิดคำพูดตระกูลอ้าวรักษาคำพูดเสมอ “
ผมยกพ่อและสกุลของตนเองมาข่ม
ซึ่งก็ได้ผลพวกนักษัตรไม่มีใครสงสัย
“ดังนั้นพวกเ้าต้องรับหน้าที่ผู้าุโของสำนักพวกเ้ามีหน้าที่ต้องฟื้นฟูสำนักและอบรมสั่งสอนศิษย์ในสำนักรุ่นต่อไปไม่อาจจะมีฐานะเดิมๆได้อีกต่อไปแล้ว ภายใต้การนำของข้า อ้าวป้าหม่า ไอ้ม้าทองคำพี่ใหญ่ของพวกเ้าจะทำสำนักนักษัตรให้โด่งดังทั่วใต้หล้า”
“รับคำสั่งพี่ใหญ่..”
พวกคิงคองเงินมองหน้ากันไปมา
“ไม่สิ เ้าสำนัก รับการคารวะจากพวกข้า”
“ดีมากลุกขึ้นเถอะเวลาไม่เคยรอใครแล้ว”
ผมพยุงพวกนักฆ่านักษัตรลุกขึ้นจากพื้น
“มาพบกับพวกศิษย์สายนอกของสำนักเรากัน”
ผมกล่าวในการหาวิธีเอาพวกนักวิทยาศาสตร์เข้ามาในสำนักได้ในที่สุด