เสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบดังขึ้นเบาๆ ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในป่าทึบ
เซี่ยฟานวิ่งลัดเลาะไปตามแนวชายป่าด้วยความเร็วคงที่ แม้ร่างกายจะหนักอึ้งจากการแบกอีเต้อ แต่ลมหายใจของเขากลับสม่ำเสมอราวกับเครื่องจักร เขารู้ตัวดีว่า... การทำลายโรงเตี๊ยมไม่ได้หยุดยั้ง 'สามพยัคฆ์ทมิฬ' ได้ตลอดไป มันแค่ถ่วงเวลาให้พวกมันชะงักไปชั่วครู่เท่านั้น
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เสียงฝ่าเท้าที่แตะลงบนกิ่งไม้อย่างแ่เบาดังไล่หลังมาติดๆ กลิ่นอายสังหารสามสายพุ่งตรงมาที่แผ่นหลังของเขา พวกมันตามมาทันแล้ว... เร็วกว่าที่คิด
"หนีไม่รอดหรอกไอ้หนู!" เสียงะโก้องกังวานด้วยลมปราณ "ส่งหัวมาให้พวกข้า แล้วข้าจะให้เ้าตายสบายๆ!"
เซี่ยฟานหยุดวิ่ง เขาหยุดอยู่กลางลานโล่งที่มีดินร่วนซุย ซึ่งเป็เขตรอยต่อก่อนจะเข้าสู่พื้นที่บึงมรณะ เบื้องหน้าคือป่าโปร่ง เื้ัคือเงาอสูรสามตนที่กำลังพุ่งเข้ามา
"ใครบอกว่าข้าหนี?" เซี่ยฟานหันกลับมา แสยะยิ้มเย็นเยียบ เขาปักอีเต้อลงบนพื้นดิน ฉึก!
"ยอมแพ้แล้วรึ?" เงาร่างสามสายร่อนลงจอดล้อมรอบเซี่ยฟานในพริบตา สามพยัคฆ์ทมิฬอยู่ในสภาพมอมแมมฝุ่นโคลนจากซากปรักหักพัง แต่แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น "ทำลายโรงเตี๊ยมเพื่อหนี... ลูกไม้ตื้นๆ" พี่ใหญ่ของกลุ่มแสยะยิ้ม ชักดาบสั้นคู่กายที่อาบยาพิษสีม่วงออกมา "คราวนี้ข้าจะตัดเอ็นขาเ้าก่อน!"
ทั้งสามคนพุ่งเข้ามาพร้อมกัน ทิศซ้าย ขวา และด้านหลัง เป็การประสานงานที่ไร้ช่องโหว่ของนักล่าค่าหัวมืออาชีพ ระดับ 'รวบรวมปราณ ขั้น 9' ทั้งสามคน!
เซี่ยฟานไม่ขยับตัวหลบคมดาบ แต่เขากดด้ามอีเต้อลงไปในดิน แล้วส่งพลังปราณกระตุ้นอักขระ "สั่นะเื" ขั้นสูงสุด
"วิถีนักขุด: ธรณีพลิกกลับ!"
ครืนนนนน!
พื้นดินที่ดูเหมือนมั่นคงใต้เท้าของพวกนักล่าค่าหัว... ะเิออก! ไม่ใช่ะเิเพลิง แต่เป็ 'ดิน' ที่ถูกคลื่นสั่นะเืพรวนจนร่วนซุยราวกับทรายดูดในพริบตา เซี่ยฟานไม่ได้ขุดอุโมงค์ลึก แต่เขาใช้แรงสั่นะเืทำลาย 'โครงสร้าง' ของผิวดินในรัศมีสิบก้าว!
"เฮ้ย!" สามพยัคฆ์ทมิฬเสียหลักทันที เท้าของพวกมันจมลงไปในดินที่เหลวเป๋วฉับพลันจนถึงหัวเข่า การเคลื่อนไหวที่เคยรวดเร็วว่องไวดุจสายลม ถูกพันธนาการด้วย 'น้ำหนักของธรณี'
"พวกเ้าชอบะโไปมานักไม่ใช่รึ?" เซี่ยฟานดึงอีเต้อขึ้นจากดิน เศษดินร่วงกราว "ลองะโในหลุมดูสิ"
วูบ!
เขาพุ่งเข้าหาพี่ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเป็คนแรก ในขณะที่ศัตรูขาติดหล่ม เซี่ยฟานกลับเคลื่อนที่บนดินร่วนได้อย่างคล่องแคล่ว (เพราะเขาชินกับการเดินในเหมืองโคลนมาทั้งชีวิต)
"ไอ้บ้าเอ๊ย! ดาบพิษปลิดิญญา!" พี่ใหญ่ตื่นตระหนก แทงดาบสั้นสวนมา
เซี่ยฟานเอียงคอหลบวิถีดาบอย่างเฉียดฉิว แล้วใช้ด้ามอีเต้อ 'งัด' เข้าที่ปลายคางของอีกฝ่าย ปั้ก! เสียงกระดูกกรามแตกดังสนั่น ร่างของพี่ใหญ่ลอยละลิ่วขึ้นจากหลุมดิน เืสาดกระจาย
"พี่ใหญ่!" น้องรองและน้องสามที่อยู่ด้านข้างพยายามจะดึงขาออกจากดิน แต่ยิ่งดิ้นยิ่งจม เซี่ยฟานหมุนตัวกลับมา เหวี่ยงอีเต้อเป็วงกลมในแนวราบ
"กวาดลานวัด!"
ด้านคมของอีเต้อปาดผ่านอากาศ ฉัวะ! ไม่ใช่เสียงตัดเนื้อ แต่เป็เสียงแรงอัดกระแทกที่บดขยี้เกราะหนังและกระดูกซี่โครงของทั้งสองคนพร้อมกัน ร่างของนักล่าค่าหัวทั้งสองพับงอเหมือนตุ๊กตาผ้าที่ถูกรถม้าชน กระเด็นไปคนละทิศละทาง
เซี่ยฟานยืนอยู่กลางวงล้อมที่พังพินาศ เขามองดูผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ "ดิน... คืออาวุธของข้า" "พวกเ้าเหยียบย่ำอยู่บนบ้านของข้า แล้วคิดว่าจะชนะข้าได้งั้นรึ?"
เขาเดินเข้าไปหาพี่ใหญ่ที่นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น กรามล่างห้อยรุ่งริ่งพูดไม่ได้ เซี่ยฟานนั่งลงยองๆ แล้วเริ่มค้นตัว "ข้าได้ข่าวว่า... พวกเ้าถนัดเื่พิษ"
เขาดึงขวดกระเบื้องสีขาวหลายใบออกมาจากอกเสื้อของอีกฝ่าย แล้วใช้จมูกดม "ยาถอนพิษร้อยขา... ยาต้านพิษหมอกม่วง... อืม ของดีทั้งนั้น" เขาริบของทั้งหมดใส่ถุงเฉียนคุนของตัวเอง รวมถึงเงินและอาวุธของพวกมันด้วย
"ขอบใจสำหรับการบริจาค" เซี่ยฟานลุกขึ้น แล้วเงื้ออีเต้อขึ้นสูง แววตาของพี่ใหญ่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ร้องอู้อี้ขอชีวิต
"อย่ามองข้าแบบนั้น..." เซี่ยฟานกล่าวเสียงเรียบ "ตอนที่พวกเ้าจะฆ่าข้า พวกเ้าก็ไม่ได้ลังเลเหมือนกัน"
ตุบ!
เสียงหนักทึบยุติทุกอย่าง เซี่ยฟานสะบัดเืออกจากหัวอีเต้อ แล้วหันหลังเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าทึบเบื้องหน้า
กลิ่นอายของอากาศเริ่มเปลี่ยนไป จากกลิ่นดินชื้นๆ กลายเป็กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพและแก๊สไข่เน่า หมอกสีเขียวจางๆ เริ่มลอยปกคลุมพื้นดิน ต้นไม้รอบข้างเริ่มมีรูปทรงบิดเบี้ยว ใบไม้เป็สีดำสนิท
'บึงมรณะร้อยศพ' อยู่ตรงหน้าแล้ว และที่นั่น... ไม่ได้มีแค่พิษ แต่มี 'บางสิ่ง' ที่กำลังรอต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความหิวโหยยิ่งกว่าเขา
เซี่ยฟานหยิบยาต้านพิษที่เพิ่งยึดมาได้ กลืนลงคอไปหนึ่งเม็ด "ราชันย์พิษ... หวังว่าเ้าจะอยู่ที่บ้านนะ"
เขาแบกอีเต้อก้าวเท้าเข้าไปในหมอกมรณะ ร่างกายค่อยๆ เลือนหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเท้าลึกบนดินโคลน... และหลุมศพของสามพยัคฆ์ทมิฬที่กลายเป็เพียงอาหารของสัตว์ป่า