บทที่12 ทุ่งนาแดนนี้นั้นมีความหมาย
หลังจากวันนั้นเป็ต้นมาชีวิตของหลินเสี่ยวเฉินก็วนเวียนอยู่กับความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งทุกเช้าเขาตื่นก่อนใครในบ้าน จัดการธุระเล็กน้อยช่วยมารดาเตรียมยาให้บิดาจากนั้นก็รีบออกเดินเข้าเมืองเพื่อไปทำงานที่ร้านอาหารเหมือนเช่นเคย
งานในร้านยังคงหนักหนาไม่ต่างจากเดิม มือเล็ก ๆของเขาแทบไม่มีเวลาว่าง จานชามกองแล้วกองเล่าเสียงเรียกใช้ดังไม่ขาดสายแต่หลินเสี่ยวเฉินกลับรับมือได้ดีขึ้นเรื่อย ๆร่างกายที่เคยอ่อนแอเริ่มแข็งแรงขึ้นจากการทำงานทุกวันแม้จะยังผอมแต่การเคลื่อนไหวกลับคล่องแคล่วว่องไว
พอถึง่เย็นหลังร้านเริ่มซาลงเขาก็จะรีบไปยังลานกว้างข้างตลาดที่ซึ่งเด็กๆ จะมารวมตัวกันรอเขาอยู่ก่อนแล้ว ทุกวันจำนวนเด็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆจากเดิมเพียงยี่สิบกว่าคน กลายเป็สามสิบ สี่สิบ จนบางวันเกือบห้าสิบคนเด็กเล็กเด็กโตนั่งล้อมวงกันแน่นขนัด ดวงตาเปล่งประกายรอคอยนิทานเื่ใหม่
หลินเสี่ยวเฉินเองก็เตรียมเื่เล่าไว้หลากหลาย บางวันเป็นิทานขบขันบางวันเป็เื่ผจญภัยหรือบางครั้งก็เป็เื่แปลกใหม่ที่เขาดัดแปลงจากความรู้ในชีวิตก่อนเสียงหัวเราะดังขึ้นแทบทุกครั้งที่เขาเล่าจบ
คะแนนความสุขจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งอย่างน้อยสามร้อยบางวันมากถึงห้าร้อยคะแนนเขาเริ่มสะสมได้มากพอที่จะแลกสิ่งของจากระบบมาใช้ภายในบ้านไม่ว่าจะเป็ข้าวสารเล็กน้อย ไก่ ปลา หรือไม้ไผ่เพิ่มเติมสำหรับซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ
เมื่อกลับถึงบ้านในยามค่ำเขาไม่เคยปล่อยเวลาให้เสียเปล่าหลังคาที่เคยรั่วถูกปิดจนแ่า ผนังที่แตกร้าวถูกอุดจนแทบไม่เหลือช่องลมเสาไม้บางต้นที่ผุพังก็ถูกเสริมความแข็งแรงด้วยไม้ไผ่ผูกยึดอย่างแ่าทีละเล็กทีละน้อยกระท่อมเก่าของบ้านหลินก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดแม้จะยังไม่ใช่บ้านใหม่แต่ก็ไม่ใช่ที่พักพิงอันผุพังเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งวันหนึ่งเถ้าแก่หลิวประกาศปิดร้านชั่วคราวเพื่อเดินทางไปธุระที่ต่างเมืองหลินเสี่ยวเฉินจึงได้หยุดงานสามวันเต็ม
โอกาสเช่นนี้หาได้ยากเด็กชายจึงตัดสินใจใช้เวลานี้ไปช่วยพี่สาวดูนาข้าวเกาเหลียงที่ครอบครัวปลูกเอาไว้
ทุ่งนาของบ้านหลินตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก มองจากหลังบ้านก็เห็นอยู่ไกลๆ เมื่อเดินไปถึงหลินเสี่ยวเฉินก็หยุดยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงันต้นข้าวเกาเหลียงที่ควรจะตั้งลำแข็งแรงกลับดูเหี่ยวเฉา ใบหลายใบม้วนงอสีเขียวซีดจาง บางส่วนถึงกับเริ่มเหลืองแห้งดินใต้เท้าแตกระแหงเป็รอยลึกไม่มีแม้แต่ความชื้นหลงเหลืออยู่
ภาพนั้นทำให้เขาขมวดคิ้วทันที “ทำไมข้าวถึงเป็แบบนี้”
หลินอวี้หลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจเบา ๆก่อนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “สามปีมานี้ฝนตกน้อยมากแทบไม่มีน้ำเลย”
“พวกข้าต้องไปตักน้ำจากลำธารมารด แต่ลำธารก็แห้งขอดเหลือน้ำแค่เป็แอ่งเล็ก ๆ รดได้แค่ไม่กี่ต้นเท่านั้น” นางก้มลงหยิบดินขึ้นมากำในมือให้ดูดินร่วนแห้งจนแทบกลายเป็ผง จากนั้นก็กวาดสายตามองไปทั่วทุ่งกว้าง “ไม่ใช่แค่นาของพวกเรา นาของชาวบ้านคนอื่นก็เป็เหมือนกันหมด”
หลินเสี่ยวเฉินมองตามสายตาของพี่สาวทุ่งนาหลายผืนรอบด้านล้วนอยู่ในสภาพเดียวกันต้นพืชเหี่ยวเฉาเหมือนกันราวกับถูกดูดชีวิตออกไป
ในใจของเขาหนักอึ้งขึ้นมาทันที ข้าวเกาเหลียงเป็พืชที่ทนแล้งได้ดีหากแม้แต่ข้าวเกาเหลียงยังอยู่ในสภาพนี้เขาก็ไม่อยากคิดเลยว่าหากเป็ข้าวขาวจะเป็อย่างไรคงไม่รอดแม้แต่ต้นเดียวเป็แน่
เขานั่งยองลงข้างต้นเกาเหลียงต้นหนึ่งใช้นิ้วเขี่ยดินดูอย่างตั้งใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ฟ้าสีซีดไร้เมฆไม่มีวี่แววของฝนแม้แต่น้อย
“ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป...ปีนี้ผลผลิตต้องแย่มากแน่”เขาพึมพำในใจ
ไม่ต้องพูดถึงการเก็บเกี่ยวข้าวเอาไปขายใช้หนี้แค่จะเก็บไว้กินเองให้พอถึงหกเดือนยังแทบเป็ไปไม่ได้ความคิดนี้ทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งแต่ก็ยังดีที่เขามีมิติส่วนตัวซึ่งสามารถใช้คะแนนแลกข้าวขาวออกมาได้แต่ว่าชาวบ้านคนอื่นเล่า หากเป็เช่นนี้ต่อไปพวกเขาจะอยู่อย่างไรจะมิต้องอดตายกันหรอกหรือ
หลินเสี่ยวเฉินยืนขึ้นช้า ๆ สายตายังคงจับจ้องไปยังทุ่งนาตรงหน้าสมองของเขาเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ความรู้จากชีวิตก่อนค่อย ๆ ผุดขึ้นมาเป็ชิ้น ๆเื่การเกษตร การจัดการน้ำ การปรับปรุงดิน เขาเคยเรียน เคยอ่านเคยทำวิจัยเกี่ยวกับพืชทนแล้งมาก่อน แต่ตอนนั้นเขามีทั้งเครื่องมือ มีทั้งทรัพยากรมีทั้งห้องทดลอง ขณะที่ตอนนี้เขามีเพียงมือเปล่ากับหมู่บ้านที่กำลังจะอดอยาก
เขากำมือแน่นเล็กน้อย ความคิดเริ่มไหลวนไม่หยุด “ต้องมีทางสิ…”
จะขุดร่องน้ำหรือ? แต่แหล่งน้ำก็แทบไม่มี
จะปลูกพืชชนิดอื่นแทน? แต่ฤดูกาลก็เดินมาเกือบครึ่งแล้ว
จะปรับปรุงดิน? แต่ต้องใช้เวลาและวัสดุ
เด็กชายหลับตาลงครู่หนึ่งพยายามรวบรวมความคิดให้เป็ระบบ ปัญหาหลักคือ“น้ำ” ถ้าไม่มีน้ำต่อให้มีความรู้มากแค่ไหนก็ไร้ความหมาย
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งสายตาของเขาคมขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างน้อยต้องหาวิธีเก็บน้ำที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุดแม้จะเป็น้ำเพียงเล็กน้อยก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า
พี่สาวของเขายังยืนอยู่ข้าง ๆใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ที่ผ่านมาก็ยังพยายามดูแลนาอย่างดีที่สุดภาพนั้นทำให้เขารู้สึกแน่นในอกนี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของเขาคนเดียวแต่มันคือความอยู่รอดของทั้งครอบครัวและรวมถึงทั้งหมู่บ้าน
เด็กชายสูดลมหายใจลึกเขาอาจยังไม่รู้คำตอบในตอนนี้แต่เขาจะหามันให้เจอและแก้ปัญหานี้ให้ได้