พอเจียงเฉินเห็นสือจิ่ว ก็เหมือนศัตรูคู่อาฆาตมาเจอกัน ดวงตาของเขาลุกเป็นไฟทันที!
ก็แน่ล่ะ ก่อนหน้านี้สือจิ่วเพิ่งทำเขาขายขี้หน้ากลางลานประลองมาหมาด ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมโนไปเองว่าถ้าไม่ใช่เพราะไอ้หมอนี่โผล่มา ซูลั่วก็คงไม่ทำตัวเย็นชากับเขาถึงขนาดนี้
ตอนนี้พอเห็นอีกฝ่ายโผล่มาอยู่ข้าง ๆ ซูลั่ว เจียงเฉินก็มีความคิดเดียว นั่นคือส่งอีกฝ่ายตกรอบไปซะ เพื่อเรียกหน้าตาที่เสียไปกลับคืนมา!
จริง ๆ แล้ว จังหวะที่เขาพุ่งออกมา เขาก็ตะโกนเรียกเบลค เพื่อนของเขาให้มาพร้อมกันด้วย
เมคคาทั้งสองเครื่องเคลื่อนที่เร็วมาก เห็นแค่แสงเย็นเยียบสองสายพุ่งตรงมาทางสือจิ่ว!
ซูลั่วเหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันเมคคากลับ แล้วพุ่งตรงเข้าไปกลางวงล้อมของทีมศัตรูทันที
ส่วนหน่วยรบเดี่ยวอีกสามคนในทีมก็ไม่ลังเลเลยสักนิด ทุกคนพุ่งเข้าใส่นักบินเมคคาและผู้บัญชาการของทีมฝั่งตรงข้ามทันที
ทีมฝั่งตรงข้ามถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ทำไมพวกนั้นไม่ไปช่วยผู้บัญชาการของตัวเอง แต่กลับวิ่งมาบวกกับพวกเขาล่ะ?
หรือว่ารู้ตัวว่าไม่รอดแน่ เลยคิดจะลากใครไปด้วยให้ได้มากที่สุด?
แต่ก็ไม่น่าใช่...ปกติคะแนนล่าอสูรดวงดาวของทีม จะอยู่ที่ตัวผู้บัญชาการไม่ใช่เหรอ?
หรือว่า...ผู้บัญชาการของทีมพวกเขาจะไม่ใช่ไอ้หน้าอ่อนนั่น แต่เป็นซูลั่ว? แต่ซูลั่วอยู่ภาควิชาเมคคานี่?
แม้ทุกคนจะรู้ว่าสือจิ่วคนนั้นฝีมือไม่ธรรมดา แต่ตอนที่ประลองกัน เจียงเฉินคงยังไม่ทันตั้งตัวมากกว่า เพราะตอนนั้นก็ไม่มีใครมองเห็นชัด ๆ ว่าสือจิ่วซัดเจียงเฉินกระเด็นไปได้อย่างไร
และครั้งนี้ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ายังมีเบลคคอยช่วยอีกแรง
เสียงโลหะปะทะกันดังลั่น! เมคคาทั้งสามเครื่องเปิดฉากสู้กันอย่างดุเดือด เพราะก่อนหน้านี้ทุกคนมัวแต่สู้อยู่กับอสูรดวงดาว พลังงานเลยเหลือไม่มากนัก ตอนนี้เลยเป็นการซัดกันด้วยกำลังเครื่องล้วน ๆ
ในขณะเดียวกัน คนอื่น ๆ ก็กำลังตะลุมบอนกันนัวเนีย จินแอนนี่เองก็ไม่กล้าอู้งานแล้ว เพราะถ้าตอนนี้มัวแต่อู้แล้วโดนส่งตกรอบไป ก็จะกลายเป็นตัวถ่วงคะแนนของทีม!
ฝั่งซูลั่วนำทีมสามคนบุกไปหาผู้บัญชาการของทีมฝั่งตรงข้ามได้อย่างแม่นยำและดุดัน
แค่ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเธอก็ส่งผู้บัญชาการของทั้งสองทีมฝั่งตรงข้ามตกรอบไป!
คนต่อไป...คือนักบินเมคคา...
ตอนที่สายพลังงานเมคคาของนักบินคนนั้นถูกตัดขาด เขาตะโกนสุดเสียง “เจียงเฉิน! พวกนายรีบกลับมาเร็ว!”
บ้านโดนตีแตกแล้วโว้ย!
เจียงเฉินได้ยินเสียงเรียกของเพื่อนร่วมทีม แต่ตอนนี้เขาคงกลับไปไม่ทันแล้ว เพราะห้องนักบินของเมคคาของเขาถูกเจาะเป็นรูโหว่ พลังงานยังไม่ถูกตัดก็จริง แต่ตัวเขาปลิวออกมาจากเมคคาแล้ว
เมคคาสีดำสนิทกำลังมองลงมาที่เขาอย่างเหยียดหยาม
แวบหนึ่ง เจียงเฉินคิดว่าสือจิ่วจะเหยียบเขาให้แบนติดดินไปแล้ว!
จากนั้น เขาก็ได้ยินสือจิ่วพูดขึ้นมาว่า “ขอบใจนะ”
ประโยคนี้มันเสียดแทงใจดำชะมัด ทำเอาเจียงเฉินแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธ เขากำลังจะอ้าปากด่าว่า โดนดูถูกว่าอ่อนแอยังจะดีซะกว่า
วินาทีต่อมา เขาก็เห็นเมคคาสีดำสนิทวิ่งร่าเริงดี๊ด๊าตรงไปหาเมคคาของซูลั่ว
เจียงเฉินนิ่งอึ้งไปทันที เขาเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดว่า 'ขอบใจ'
ส่วนเบลค ก็ถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้ว ตอนที่เขาถูกเจ้าหน้าที่พาตัวไป เขาก็ยังมึนงงอยู่
ทำไมผู้บัญชาการของอีกฝ่ายแค่คนเดียว ถึงจัดการหน่วยรบเดี่ยวอย่างพวกเขาสองคนได้ภายในไม่กี่นาที?
ไหนตกลงกันแล้วว่าหน่วยรบเดี่ยวมีพลังต่อสู้สูงที่สุดไม่ใช่เหรอ?
อีกสิบนาทีต่อมา การต่อสู้ก็จบลง
ทีมผสมแปดคนที่ตอนแรกคิดจะมารังแกคนอื่น ตอนนี้ตกรอบไปทั้งหมด ถูกเจ้าหน้าที่มารับตัวไปทีละคน
ส่วนอสูรดวงดาวที่พวกเขาอุตส่าห์ล่ามาได้ รวมถึงคะแนนสะสมของพวกเขาเอง ก็ถูกโอนไปเพิ่มให้กับทีมของซูลั่วทันที
อันดับที่เจ็ด
จินแอนนี่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง พูดอย่างเสียดาย “ขยับขึ้นมาได้แค่นี้เองเหรอ”
นักบินเมคคาที่กำลังถูกพาตัวไปอยู่ข้าง ๆ แทบจะกระอักเลือดออกมา!
“นี่ยังจะกล้าบ่นว่าคะแนนน้อยอีกเหรอ? ถ้างั้นพวกเธอก็อย่ามาสู้กับพวกเราสิ!”
จินแอนนี่สวนกลับทันที “พูดเล่นน่า ไม่ใช่ว่าพวกนายบุกมาหาเรื่องพวกเราก่อนเหรอ? ฝีมือไม่ถึงเอง ยังจะมาแจกแต้มถึงที่อีก จะโทษใครได้?”
นักบินเมคคาคนนี้กระอักเลือดออกมาจริง ๆ แล้ว!
แต่ที่จินแอนนี่พูดก็ไม่ผิด พวกเขาคิดว่าตัวเองมีแปดคน อีกฝ่ายมีแค่ห้าคน โอกาสชนะมีสูงมาก
ใครจะไปคิดว่าจะแพ้ยับเยินขนาดนี้!
จะโทษก็ต้องโทษเจียงเฉิน ใครใช้ให้บุกไปตีผู้บัญชาการเขาก่อน สุดท้ายสองคนยังรุมเอาชนะคนเดียวไม่ได้!
เจียงเฉิน “...”
หลังจากการโจมตีทางจิตใจอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเจียงเฉินคงจะจิตตกไปอีกสักพัก แต่สือจิ่วกลับวิ่งไปอยู่ตรงหน้าซูลั่วแล้วอวดผลงานอย่างภาคภูมิใจ “ลั่วลั่ว ผมเก่งไหม?”
ซูลั่วถึงกับขำไม่ออกร้องไห้ไม่ออก จริง ๆ แล้วเธอก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างว่าทำไมหลังจากที่ฉู่ซิงหลานพ้นช่วงเวลาอ่อนไหวแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาของเขาถึงได้บึ้งตึงขนาดนั้น
เขาก็ต้องจำได้หมดว่าตัวเองพูดจาบ้า ๆ บอ ๆ อะไรไปบ้าง และทำตัวน่ารักน่าเอ็นดูอะไรไว้บ้างในช่วงเวลาอ่อนไหว
คนหยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนั้น ถ้าทนได้สิแปลก
จู่ ๆ อารมณ์ของซูลั่วก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย เธอยกมุมปากขึ้น พยักหน้าแล้วพูดว่า “นายสุดยอดมาก!”
“ถ้างั้นลั่วลั่วก็ต้องให้รางวัลผมสิ?”
“ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง”
สือจิ่วหงอยไปนิดหน่อย แต่เขารู้ดีว่าเวลาอยู่ต่อหน้าคนเยอะ ๆ ลั่วลั่วของเขาจะขี้อาย เขาเลยพูดอย่างจริงจังว่า “งั้นก็สะสมไว้ก่อน รอให้การแข่งขันนี้จบลง ค่อยมารวบยอดทีเดียวเลย!”
ซูลั่วคิดในใจ ‘รอให้การแข่งขันจบลงเมื่อไหร่ ฉันจะคุยกับนายเรื่องหย่าให้รู้เรื่องทันทีเลย ถือโอกาสตอนที่นายยังไม่ตื่นเต็มที่...รีบหย่าให้มันจบ ๆ ไป!’
ทีมที่ถูกทีมของซูลั่วแซงหน้าไปได้รับแจ้งเตือน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไต่ขึ้นมาถึงอันดับที่เจ็ดแล้วก็พากันตกตะลึง
“ถ้าเจอทีมของซูลั่ว ให้เลี่ยงไปเลยนะ!” นี่คือคำสั่งเด็ดขาดจากผู้บัญชาการทีมที่เพิ่งถูกแซงจนตกไปอยู่อันดับที่แปด
หน่วยรบเดี่ยวคนหนึ่งในทีมพูดอย่างเสียดายสุด ๆ “รู้งี้เราดึงซูลั่วเข้าทีมมาตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว เธอนี่มันโกงเกินไปแล้ว!”
ผู้บัญชาการถึงกับพูดไม่ออก “เธอน่ะเก่งจริง แต่การที่ทีมของพวกเขาไต่จากอันดับรั้งท้ายขึ้นมาอยู่อันดับเจ็ดได้ ก็พิสูจน์ว่าในทีมยังมีคนเก่งคนอื่นอีก! ถ้าเราดึงเธอเข้าทีม ป่านนี้เราคงโดน คณะสวรรค์นั่นหมายหัวไปนานแล้ว ตอนนี้อาจจะไม่ติดท็อปเท็นด้วยซ้ำ!”
“แล้วทำไมตอนนี้ทีมของซูลั่วถึงขึ้นมาอยู่อันดับเจ็ดได้ล่ะ?”
ทุกคนเงียบกริบ
จะเป็นเพราะอะไรได้ล่ะ? ก็ต้องเป็นเพราะว่าเพื่อนร่วมทีมของซูลั่วในตอนนี้ เก่งกว่าพวกเขาน่ะสิ!
พอเวลาการแข่งขันผ่านไปเรื่อย ๆ อสูรดวงดาวระดับล่างในสนามแข่งก็ถูกกำจัดไปเกือบหมด
ส่วนที่เหลือก็รู้ดีว่านักศึกษากลุ่มนี้รับมือไม่ง่าย เลยพากันไปหลบซ่อนตัว
เพราะพวกนักศึกษายังขาดประสบการณ์ พอเจอกับอสูรดวงดาวระดับกลาง โอกาสแพ้ชนะเลยมีเท่า ๆ กัน
ส่วนอสูรดวงดาวระดับสูง...ตอนนี้มีแค่กลุ่ม คณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทเท่านั้นที่มีบันทึกการสังหาร นักศึกษาคนอื่น ๆ แค่เจอก็วิ่งหนีแล้ว
และในตอนนี้ ตรงหน้าทีมของซูลั่ว กลับมีอสูรดวงดาวระดับสูงโผล่ขึ้นมา
แถมยังโผล่มาทีเดียวถึงสองตัว! เป็นระดับ S ทั้งคู่ด้วย!
ในขณะเดียวกัน พวกอาจารย์ที่กำลังนั่งดูผลงานของนักศึกษาอยู่ในห้องควบคุมก็พากันเครียดขึ้นมาทันที
“ทำไมถึงมีอสูรดวงดาวระดับ S โผล่มาพร้อมกันสองตัวได้?”
ทั้งสนามสอบ ส่วนใหญ่มีแต่อสูรดวงดาวระดับกลางและระดับล่าง อสูรดวงดาวระดับสูงมีค่อนข้างน้อย ส่วนระดับ S ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ จนถึงตอนนี้เพิ่งจะโผล่ออกมาแค่ตัวเดียว และก็ถูกคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทกำจัดไปแล้ว
จริง ๆ แล้ว อสูรดวงดาวระดับ S ตัวนั้น พวกอาจารย์จงใจปล่อยเข้ามาเพื่อทดสอบคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทโดยเฉพาะ
ความแข็งแกร่งโดยรวมของสมาชิกในทีมคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทนั้นเทียบได้กับนักศึกษารุ่นพี่ปีสูง ๆ แล้ว ทิ้งห่างนักศึกษาปีหนึ่งคนอื่น ๆ ไปไกลลิบ!
แต่ตอนนี้ ทำไมจู่ ๆ ถึงมีอสูรดวงดาวระดับ S โผล่มาอีก?
แถมยังโผล่มาทีเดียวถึงสองตัว?
เฮอร์เบิร์ตมองเหลยหย่วนอย่างเคร่งเครียด “ท่านคณบดีครับ จะให้ผมแจ้งครูฝึกที่อยู่แถวนั้นให้รีบเข้าไปเลยไหมครับ?”