หนึ่งสาวร่างอวบกับหนึ่งร่างอรชรอ้อนแอ้น ที่วางแผนกันจะออกไปกินมื้อเที่ยงข้างนอกนั้น พากันแวะเข้าห้องน้ำก่อนเป็เื่แรก เพราะห้องน้ำส่วนของผู้บริหารนั้นสะอาดสะอ้านกว่าที่อื่น
อาการคันปากอยากพูด อยากบ่นมีแทบจะพอๆ กัน และต่างฝ่ายต่างมองไปยังประตูห้องน้ำทุกบาน เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในนั้น เลยพากันรีบเข้าห้องน้ำ
“เมื่อเช้าได้ข่าวว่าพี่จงเจอคุณหนูขาวีนเล่นงานเหรอพี่เหน่ง”
หนึ่งนางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ดังมากนัก แต่ก็ได้ยินไปอีกห้อง หูนั้นก็คอยเหงี่ยฟังว่าจะมีใครเดินเข้ามาบ้างไหม จะได้หยุดปาก แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีใครแน่ ก็ในเมื่อแต่ละคนต่างเตรียมจะออกไปกินมื้อเที่ยงกันหมด
“ใช่น่ะสิ! พี่ล่ะสงส๊าน สงสารแก”
อีกคนที่อยู่อีกห้องส่งเสียงมาในระดับเดียวกัน และอาการเหงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าผู้คนที่จะเดินเข้ามาไม่แพ้กัน
“ไปทำอีท่าไหนล่ะพี่ ถึงได้พลาดขนาดนั้น”
“เฮ้อ! แกจะได้ทำอะไรที่ไหน แค่เดินไปยืมกระดาษจากยัยนุ้ยมาพิมพ์งานก่อน เพราะยังไม่ได้ไปเบิกเท่านั้นล่ะ พอคุณหญิงรู้ ก็รีบตรงมาหาแก แล้วใส่เป็ชุดเลย”
“จริงเหรอพี่ ใส่ว่ายังไงบ้าง”
“ก็บอกว่า ถ้าทำงานแล้วี้เีไปเบิกของ ก็ให้กลับไปนอนอยู่บ้านเลย นางจะได้บอกให้ท่านประธานจ้างคนที่ขยันๆ เข้ามาทำแทน จะได้ไม่ถ่วงบริษัท”
“แรงอะ! พี่จงว่าไงล่ะ”
“อุ๊ย! ใครจะไปกล้าต่อปากต่อคำกับนาง แกก็รู้ๆ อยู่ว่านางเป็คุณหนูปากร้าย เอาแต่ใจ ขาวีน ขาเหวี่ยงและไม่เคยกลัวใคร ท่านประธานยังหงอมาแล้ว พี่จงเป็ใครล่ะจะกล้ากับนาง”
“มายก๊อด! แล้วพี่จงทำยังไงต่อล่ะพี่”
“ก็รีบไปเบิกกระดาษมาคืน แล้วก็วิ่งวุ่นพรินต์งานของตัวเองตาเหลือกน่ะสิ เล่นกับใครไม่เล่น ไปเล่นกับคุณหนูผู้ไม่เกรงกลัวใคร”
“เฮ้อ! คิดแล้วเสียวไส้แทน เสร็จยังพี่ จะได้รีบๆ ไป เดี๋ยวกลับมาช้า เกิดคุณหนูผู้เอาแต่ใจมาเห็น เราจะซวยกันเปล่าๆ”
“เอ่อๆ เสร็จแล้วๆ”
“ไม่รู้ท่านประธานคิดยังไงนะ ถึงได้เอานางมาทำงานด้วย”
“อ้าว! ก็จะได้ฝึกไงล่ะ ดีแค่ไหนแล้วที่ให้ไปเป็เลขาส่วนตัวคุณดิน จะได้ไม่มายุ่งกับพวกเรามากนัก ขนาดนั้นนางยังเล่นงานพวกเราไม่เลี้ยงเลย ไปๆ ๆ”
สองสาวรีบออกจากห้องน้ำเพื่อจะล้างมือ แต่ก็ต้องใแทบช็อก เมื่อเห็นคุณหนูผู้เอาแต่ใจยืนเอาไหล่พิงขอบประตูรออยู่ ตาที่จ้องมาหานั้น ก็บอกได้คำเดียวว่า
‘งานนี้ต้องมีใครตาย’
ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว สองสาวล้างมือที่สั่นเทาเสร็จ ก็รีบเดินผ่านคุณหนูผู้เอาแต่ใจออกไปข้างนอกทันที แต่มีหรือที่คนถูกนินทาระยะเผาขนขนาดนี้จะยอม เลยรีบพาส้นสูงก้าวฉับๆ ตามไป พอใกล้จะทันก็ส่งเสียงอันทรงอำนาจและไม่เกรงกลัวใครออกมา
“นี่เธอ!”
สองสาวสะดุ้งโหยง พนักงานคนอื่นๆ ที่ต่างถือกระเป๋าสตางค์ใบเล็กติดมือ เพื่อจะไปกินข้าวต่างก็หยุดเท้ากึกแทบจะพร้อมกัน แล้วหันไปหาสองสาวหน้าซีดเผือดทันที
“ทีหลังถ้าจะนินทาใคร ก็ช่วยกรุณาคิดให้ดีๆ หรือหาข้อมูลก่อนด้วยนะ ว่าไอ้ที่รู้ๆ มา มันจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน”
ขณะที่คนมีฉายาว่าเป็ คุณหนูผู้เอาแต่ใจกำลังยืนประจันหน้าอยู่กับสองสาว โดยหันหลังให้ออฟฟิศของตัวเองอยู่นั้น ปัถพีก็เดินถือเอกสารออกมาพอดี เพราะอยากให้สุนทรีย์สำเนาให้ก่อนไปกินมื้อเที่ยง ส่วนเขานั้นตามเคย คือสั่งมากินในออฟฟิศ
“และอย่าให้ฉันได้ยินเป็ครั้งที่สองอีกนะ ว่าเข้าไปสุมหัวนินทาฉันในห้องน้ำ ไม่งั้นฉันจะรายงานหัวหน้าพวกเธอ รายงานฝ่ายเอสอาร์ หรือจะบอกให้คุณพ่อไล่ออกซะเลย ครั้งนี้วอนนิ่งด้วยวาจาไว้ก่อน”
ว่าจบแล้ว ดุจดาริกาก็หันกลับไปหาออฟฟิศ ก็เลยได้เห็นว่าคนเป็เ้านายยืนมองมาพอดี แต่มีหรือจะเกรงกลัวใดๆ ในเมื่อมั่นใจว่าตัวเองทำถูกแล้ว เลยก้าวฉับๆ ตรงไปยังโต๊ะสุนทรีย์ ส่วนนุ้ยนั้นกำลังสำเนาเอกสาร
“พี่สุนเสร็จหรือยังคะ ไปกินข้าวกันเถอะค่ะ น้องดาวเบื่อคนแถวนี้ ชิ!”
คนตัวสูงที่ไม่แน่ใจว่าน้องเล็กบอกว่าเบื่อนั้น เป็ใครกันแน่ ระหว่างเขากับสองสาว แต่เขาไม่ได้ว่าอะไร นอกจากรับเอกสารที่นุ้ยเอามาให้ แล้วก็เดินเข้าห้องไปโดยไม่คิดจะปริปากถามใดๆ ด้วยซ้ำ
หนึ่งคือเป็วิสัยของผู้บริหารระดับสูง ที่จะไม่เข้าไปยุ่งเื่ติฉันนินทาหรือทะเลาะเบาะแว้งเล็กๆ น้อยๆ ของพนักงานระดับล่าง สองคือเป็ผู้ชาย ก็มักจะไม่ชอบเอาเื่จุกจิกเหล่านี้เข้ามากวนใจให้เสียเวลา
“ไปค่ะไป”
สุนทรีย์รีบรวบเอกสารบนโต๊ะให้เข้าที่ แม้เที่ยงนี้ตั้งใจว่าจะไม่ไปกินข้าวกับคุณน้องดาวเอาไว้แล้ว หนึ่งคือเกรงใจที่ถูกเลี้ยงบ่อยๆ กับสองคือ อยากเอาเวลาสะสางงานให้เบาบางลง ทว่าเจอแบบนี้ ก็ไม่กล้าขัดใจด้วยซ้ำ
“นุ้ยไปด้วยกันเร็ว เดี๋ยวน้องดาวเลี้ยงเอง”
ั้แ่ก้าวเข้ามาทำงานได้หนึ่งเดือนเต็มๆ ดุจดาริกาก็มักจะชวนนุ้ยไปกินข้าวเที่ยงด้วยบ่อยครั้ง โดยไม่ได้สนใจว่านุ้ยจะทำงานอยู่ในตำแหน่งอะไร ต่างจากตัวเองมากน้อยแค่ไหนด้วยซ้ำ
“จะดีเหรอคะ”
ส่วนนุ้ยนั้น ก็ไม่เคยชินสักที ที่ลูกสาวเ้านายใหญ่ให้เกียรติขนาดนี้
“ดี! รีบๆ มาเร็วเข้า น้องดาวหิวจะแย่ ขืนชักช้าน้องดาวจะโกรธนะ”
“เอ่อ! ค่ะๆ รีบค่ะรีบ”
ไม่รับคำเปล่า นุ้ยยังกุลีกุจอตรงไปหากระเป๋าสตางค์ ที่ซุกไว้ในกระเป๋าหิ้วบนโต๊ะอเนกประสงค์ ใกล้เครื่องถ่ายเอกสาร กับเครื่องทำลายเอกสาร และอีกสารพัดเครื่องที่จำเป็ต้องมีไว้ใช้งานในออฟฟิศ
“ดีมาก! ไปกันค่ะพี่สุน”
สุนทรีย์เองก็รีบไม่แพ้นุ้ย เพราะไม่อยากขัดใจคุณหนูเล็กของเ้านายใหญ่ อีกทั้งตัวเองก็หิวไม่น้อย นุ้ยเองก็พาร่างกลมแทบจะกลิ้งก้าวเดินให้ทัน เมื่อคุณหนูเล็กหันมากวักมือเรียกให้เดินไปด้วย ร้านอาหารที่ไปกินนั้นก็ยังคงเป็ร้านไฮโซและราคาแพงตามเดิม แรกๆ นุ้ยมักไม่กล้าสั่ง
“อยากกินอะไรเลือกเลยนุ้ย ไม่ต้องเกรงใจ น้องดาวเลี้ยงเอง พี่สุนด้วยนะคะ อยากกินอะไรจัดเลยค่ะ กินได้ตามใจ ขออย่างเดียว ห้ามหิ้วไปฝากเ้านายจอมงกของพี่สุนก็พอ”
และบ่อยครั้งที่นุ้ยจะได้ยินคุณหนูเล็กของเ้านายใหญ่เอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา สายตาและท่าทางนั้น ก็บอกอย่างชัดเจน ว่าไม่ปลื้มคุณดินสักนิด
นุ้ยไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่สั่งเมนูที่ราคาถูกสุด แต่ดูเหมือนคนเป็เ้ามือจะรู้ เลยสั่งอีกเมนูที่นุ้ยมองแล้วมองอีกแต่ไม่กล้า เพราะราคามันหลายร้อยนั่นเอง
แม้ตำแหน่งงานคือเลขาส่วนตัวของปัถพี แต่ก็มีน้อยครั้งนักที่ดุจดาริกาจะได้ทำงานให้เขา ส่วนใหญ่เขาจะให้เอาข้อมูลของสินค้า การตลาด การผลิต มาให้ศึกษามากกว่า หรืออย่างมาก ก็จะส่งรายงานการประชุมที่ได้มา ให้เอาไปศึกษา เอาไปอ่าน
เพื่อทำความเข้าใจ แล้วให้มาบอกเขาว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเป็ยังไงเท่านั้น เดือนที่สามของการทำงาน จึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนัก ทว่า จู่ๆ ในบ่ายวันหนึ่ง สุนทรีย์ก็โทรเข้าอินเตอร์คอมมาบอกว่า
“คุณวรรวดีมาแล้วค่ะคุณดิน จะให้เข้าไปเลยมั้ยคะ”
ดุจดาริกากำลังทำรายงานการผลิตย้อนหลังตามคำสั่งเขาอยู่หน้าจอ ถึงกับหยุดมือจากคีย์บอร์ด เมื่อประตูห้องเปิดออก แล้วมีหญิงสาวรูปร่างผอมบาง
ส่วนสูงไม่น่าหนีร้อยเจ็ดสิบนิดๆ บวกส้นสูงปลายเข็มเข้าไปอีกสักสามนิ้ว ก็ส่งให้เ้าตัวดูสง่าน่ามองไม่น้อย
ทว่าในความคิดของดุจดาริกานั้น ก็ขัดตา ขัดใจ กับกระโปรงสีกรมท่าทรงดินสอยาวคลุมหัวเขา เสื้อแขนสั้นพอดีตัวลายตารางเล็ก ๆ สีดำขาว พร้อมเข็มขัดเส้นเล็กสีดำคาดตรงเอวกิ่วไว้ไม่น้อย เพราะดูรวมๆ แล้ว ทำให้คนใส่ดูแก่ไปนิด น่าเกรงขามไปหน่อย
“วดี! เป็ยังไงบ้าง”
หญิงสาวเห็นคนเป็เ้านายผู้คร่ำเคร่งกับงาน รีบลุกขึ้นแล้วส่งยิ้มให้สาวตรงหน้าอย่างดีอกดีใจ ราวกับเห็นของมีค่าและราคาสูงส่งยังไงยังงั้น
‘แฟนไอ้พี่ดินแหงๆ ’
นั่นคือข้อสันนิษฐานที่มีในใจ แล้วความรู้สึกต่อมา เมื่อเห็นเขารีบอ้อมโต๊ะทำงานตรงมาหาสาวสวยมั่น พาไปนั่งตรงโต๊ะอเนกประสงค์ แทนการเดินมานั่งกับชุดรับแขกอย่างที่ควรเป็ ไม่ต้องเดาก็รู้ดีว่าคงไม่อยากให้คนอย่างเธอได้ยินว่าคุยอะไรกันเป็แน่
“วดีมาประชุมตรงโรงแรมฝั่งโน้น เสร็จเร็วก็เลยแวะมาหาดินค่ะ เอาขนมที่ดินชอบมาฝากด้วย”
ดุจดาริกาแอบชำเลืองมองของในมือสาวมั่น ว่าแบกอะไรมาฝากผู้ชายถึงห้องทำงานบ้าง เพราะไม่อยากจะเสียมารยาทมองไปตรงๆ
“ไส้ไก่ด้วยเปล่าครับ”
คนแกล้งก้มหน้าลงไปหางาน ได้ยินเสียงเขาหัวเราะหึๆ ต่อท้ายด้วยท่าทีมีความสุข จนเกิดอาการหมั่นไส้ ปนอยากรู้ว่าแฟนเขาเอาอะไรมาฝาก
เลยแอบชะเง้อคอไปมองอีกรอบจนเห็นมีกล่องหลายอันวางบนโต๊ะ อีกหนึ่งนั้นเขายกขึ้นมาดู ถึงได้รู้ว่าเป็กะหรี่ปั๊บ
‘แหม! ชอบเคอร์รี่ก็ไม่บอกนะไอ้พี่ดิน จะได้จัดให้สักสิบตัว เอ้ย! สิบกล่องเลย’
คนเป็น้องนอกไส้แอบค่อนขอดอยู่ในใจ และรอว่าเมื่อไหร่ เขาจะละความสนใจจากแฟนสาว แล้วหันมาแนะนำให้รู้จักว่าที่พี่สะใภ้สักที หรือจะยังไม่เปิดตัว รอให้...
“คุณน้องดาวครับ”
พอถูกเรียกซะเป็ทางการขนาดนั้น คนนั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็ใจนกายสะดุ้ง มองไปหาเขาก็เห็นกับแฟนสาวหันมาพอดี เขานั้นทำหน้าเรียบเฉย ส่วนอีกคนยิ้มซะหวานหยาดเยิ้มให้ ในความรู้สึกของดุจดาริกา
“คะเ้านาย ไม่ทราบว่ามีอะไรจะสั่งอีกคะ”
เลยรับด้วยถ้อยคำและท่าทียียวน จนคนเรียกเห็นว่ากวนประสาทไม่น้อย แต่ก็ไม่คิดจะถือสาใดๆ นอกจากชวนสาวข้างกายลุกเดินตรงมายังโต๊ะเลขาแทน
เพื่อจะแนะนำให้รู้จักกัน แม้ใจจะยังไม่อยากแนะนำสักนิด แต่ก็คิดว่าคนอย่างคุณน้องดาวคงต้องบ่นอุบแน่ และก็อีกนั่นล่ะที่คนอย่างน้องดาว คงไม่ลุกเดินมาหาเป็แน่
“ไม่มีครับ ผมแค่อยากจะแนะนำให้รู้จักคุณวรรวดีเอาไว้ จะเรียกว่าพี่วดีก็ได้ครับ เพราะอายุห่างคุณน้องดาวหลายปี วดีเป็เพื่อนผมั้แ่เรียนอยู่อังกฤษครับ”
“แหม! บอกว่าเป็แฟนไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะคุณพี่ดิน รับรองว่าน้องดาวไม่เอาไปบอกใครหรอกค่ะ”
น้องแหย่ด้วยท่าทียียวนกวนประสาทในสายตาคนเป็พี่ แต่ก็ไม่คิดจะว่าอะไร พอๆ กับไม่คิดจะแก้ข่าวหรือแก้ไขความเข้าใจให้ใหม่เช่นกัน
เพราะเขามองไม่เห็นความจำเป็นัก ทว่าวรรวดีกลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และมีท่าทีเอียงอายขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็ แต่ก็พยายามควบคุมอาการเอาไว้อย่างแเี
“สวัสดีค่ะคุณน้องดาว”
แล้วทักทายน้องสาวต่างสายเืของเขา ซึ่งวรรวดีมักจะได้ยินเขาเล่าให้ฟังตอนเรียนอยู่ด้วยกันบ่อยครั้ง
“สวัสดีค่ะพี่สะใภ้ เอ้ย!! พี่วดี”
ดุจดาริกายกมือไหว้ และยังคงมีท่าทียียวนกวนประสาทไม่เลิก พี่ชายก็เหนื่อยจะว่า เหนื่อยจะเตือน เลยนิ่งเอาไว้แค่นั้น
“งั้นเชิญคุยกันตามสบายนะคะ น้องดาวจะออกไปนั่งจิบชายามบ่ายข้างนอกรอดีกว่าค่ะ ขืนอยู่ขวางหูขวางตา เ้านายใหญ่จะหมั่นไส้ ให้งานน้องดาวเพิ่มอีก ยุ่งเลย”
ว่าแล้วคนอ้างเื่อื่นมาเพื่อได้อู้งาน ก็พาเรือนร่างแบบบาง มีเสื้อแขนสั้นสีขาวกับกางเกงกระโปรงสีโอลโรสสั้นจู๋ จนคนพี่เห็นแล้วใจหายไม่สร่างซาก้าวฉับๆ กับส้นสูงสี่นิ้วออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“แกก็น่ารักออกนี่คะดิน”
วรรวดีเอ่ยด้วยท่าทีติดตลก เพราะจำได้แม่นยำว่าทุกครั้งที่ปัถพีเล่าเื่น้องสาวคนเล็กให้ฟังนั้น เขาจะบอกแทบตลอดว่า “กวนประสาท น่าหมั่นไส้ เอาแต่ใจตัว อยากได้อะไรต้องได้เดี๋ยวนั้น”
พลอยทำให้เผลอวาดภาพคุณหนูเล็กของบ้านไว้อีกแบบ ทว่าพอมาเห็นตัวจริงแล้ว กลับไม่ได้เป็แบบนั้นสักนิด แถมยังทำให้วรรวดีชอบอกชอบใจตรงที่เอ่ยคำว่า ‘แฟน’ ออกมาด้วยซ้ำ
“น่ารักที่ไหนวดี น่าหมั่นไส้ต่างหาก วันๆ ทำแต่เื่ให้ผมปวดหัวจนไม่เป็อันทำงานแล้ว”
ด้วยเพราะกิตติศัพท์ของเลขาส่วนตัวนั้น เป็ที่เลื่องลือของพนักงานทั้งชั้น หรืออาจจะทั้งตึกก็เป็ได้ ในความเป็คน ตรงไปตรงมา ทันคน ไม่ยอมเก็บงำอะไรไว้ในใจเอาเสียเลย ชอบใจก็ชม ไม่ชอบใจก็ใส่กันตรงนั้นและไม่ยั้ง ยังผลให้พนักงานกลัวจนหัวหดไปตามๆ กัน
“อ้าว! คุณน้องดาวออกมาเอาอะไรคะ”
ส่วนคนถูกพี่ต่างสายเืหมั่นไส้อยู่นั้น ก็พา่ขาขาว ยาว เรียวที่เลยพ้นกระโปรงลงมา ไปทรุดกายลงนั่งเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของสุนทรีย์
“เปล่าค่ะ! น้องดาวแค่ไม่อยากอยู่ให้เกะกะเ้านายพี่สุนตอนอยู่กับแฟนแค่นั้นล่ะค่ะ” แถมยังบุ้ยปากไปทางประตูห้องที่เพิ่งผละจากมาอีกต่างหาก
“แฟนที่ไหนกันคะ คุณดินบอกพี่ว่าคุณวดีเป็เพื่อนสมัยเรียนอยู่อังกฤษด้วยกันแค่นั้นค่ะ”
สุนทรีย์กำลังง่วนอยู่กับการจัดเอกสาร ยังคงมีอารมณ์มาคุยด้วยแบบไม่เสียงาน ทำเอาคนตรงหน้าย่นจมูกนิดๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังตามปกติ ไม่เกรงกลัวใครจะได้ยินสักนิด
“คงยังไม่อยากเปิดตัวกับใครล่ะมั้งคะ ไม่รู้จะรออะไร ทำไมไม่รีบพาไปแนะนำให้คุณพ่อให้คุณแม่รู้จัก แล้วก็รีบๆ แต่งงานไปเลย จะได้มีเวลาให้งานน้อยลงหน่อย น้องดาวก็จะได้ถูกเข้มงวดน้อยลงด้วยไงคะ”
แม้ในใจจะยังไม่อยากให้เป็แบบนั้น ด้วยเพราะยึดถือเอาว่าพี่ชายหรือทุกคนหรือทุกอย่างในบ้านนั้น ล้วนแล้วแต่เป็สมบัติของตัวเองมาั้แ่เล็กแต่น้อย ไม่เว้นแม้แต่ ‘พี่ดิน’ คนที่ตัวเองก็ไม่ค่อยจะเห็นว่าเป็พี่ด้วย
การที่คนของตัวเองจะถูกใครมายื้อแย่งไป หรือแบ่งปันความรักไปนั้น เป็อะไรที่ดุจดาริกาเหมือนจะทำใจไม่ได้ หรือยังไม่พร้อมสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้บอกกับสุนทรีย์ออกไปอย่างนั้น
“อย่าเอ็ดไปนะคะ เดี๋ยวคุณดินมาได้ยินเข้า จะให้คุณน้องดาวทำรายงานเพิ่มอีกพี่ไม่รู้ด้วยนะคะ”
สุนทรีย์ขู่ไปอย่างนั้น ด้วยดูออกอย่างคนผ่านโลกมาหลายสิบปี ว่าเ้านายไม่ได้ให้ความสำคัญกับสาวที่อยู่ในห้อง มากไปกว่าเพื่อนเท่านั้น
และเท่าที่ทำงานด้วยกันมา ก็ยังไม่เคยเห็นสาวคนไหน ได้รับความสำคัญจากเ้านายมากเป็พิเศษเลย จนบางครั้งอดสงสัยไม่ได้ว่า เ้านายจะครองตัวเป็โสดแล้วแต่งกับงานมากกว่า
=======================
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
??“???“???“? Promotion Valentine's Day จ้า??“???“???“?
shorturl.at/guGZ8 <= ในรอยรักร้าว 389 เหลือ 259บ.
shorturl.at/bhFGM <= อาญาซาตาน 490 เหลือ 199บ.
shorturl.at/fiJU0 <= วิมานสอยดาว 467 เหลือ 199บ.
shorturl.at/imJKT <= ร้อยดาวฯ 460 เหลือ 199บ.
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
