แม่ทัพหม่าลุกขึ้นเต็มความสูง สีหน้าเ็า
“พอแล้ว เื่นี้ข้าจะจัดการเอง”
ลั่วเหลียนเอ๋อก้มศีรษะอย่างนอบน้อมแต่ในดวงตาคู่นั้นกลับส่องประกายแห่งความพอใจริมฝีปากงามกระตุกยิ้มขึ้นบางๆ“หว่านถิง…ครานี้ข้าอยากรู้เหมือนกัน ว่าท่านยังจะยิ้มได้อีกหรือไม่”
ค่ำวานนั้น
ในโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพหม่า สวี่หว่านถิงยืนอยู่ภายในห้องด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่นานนักเสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งของแม่ทัพหม่าก็ใกล้เข้ามา ภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบและตึงเครียด
แม่ทัพหม่าเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตึงเครียด ดวงตาเข้มจับจ้องมองมายังเธอั์ตาที่มักมาพร้อมคำสั่งทว่าคราวนี้กลับเต็มไปด้วยความลังเล
“ฮูหยิน” น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยเรียกแต่ยังไม่ทันจะพูดต่อ ลั่วเหลียนเอ๋อที่เดินตามเข้ามาด้วยท่าทางอ่อนหวานก็แสร้งสำออยยกมือจับแขนแม่ทัพหม่าอย่างเป็ห่วง
“ท่านอย่าเพิ่งโกรธนะเ้าคะ ข้าเพียงหวังดี…”เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แววตาอ่อนแต่อำพรางพิษในคำพูด
สวี่หว่านถิงไม่ไหวติงเพียงยกคิ้วขึ้นอย่างเ็า แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“พวกเ้ามีเื่อะไรถึงได้เรียกข้ามารอในห้องนี้”
ลั่วเหลียนเอ๋อทำหน้าใแบบจัดฉาก แต่สายตาเธอกลับหยันเหยียดเธอก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับพูดจาสะกดคนฟังให้เชื่อว่าตนหวังดีแต่กลับถูกรังแก
“ฮูหยินใหญ่ท่านรีบคุกเข่าลงเถิดขอให้ท่านแม่ทัพอภัยให้ซะการที่ท่านเอาศักดิ์ศรีของท่านแม่ทัพไปกล่าวในที่สาธารณะเช่นนั้นเป็การดูิ่ศักดิ์ศรีของท่านแม่ทัพ”
“เหอะข้าไปดูิ่อะไรกัน”
“ก็ท่านบอกว่าท่านหย่ากับท่านแม่ทัพเพราะท่านแม่ทัพทรยศท่านมิหนำซ้ำยังบอกอีกว่าเงินในจวนท่านจะผลาญให้หมดข้าพยายามห้ามแต่ท่านกับต่อว่าข้าต่อหน้าสาธารณชน ว่าข้าเป็หญิงแพศยาแย่งสามีของท่านทั้งๆที่ข้าไม่เคยทำอะไรให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจเหตุใดท่านจึงจงเกลียดจงชังข้าท่านรู้หรือไม่การกระทำเช่นนั้นนอกจากจะเป็การดูิ่ศักดิ์ศรีของท่านแม่ทัพแล้วยังเป็การดูถูกข้าด้วยข้ารู้ว่าข้ามีฐานะต่ำต้อยกว่าท่านแต่ท่านก็ไม่น่ารังแกข้าถึงเพียงนี้ข้าอุตส่าห์หวังดีกลับท่าน”ลั่วเหยียนเอ๋อแสร้งบีบน้ำตาสะอึกสะอื้นออกมาจนเหล่าสาวใช้ในจวนต่างมองสวี่หว่านถิงด้วยสายตาดูแคลนไม่ให้ความเคารพเช่นเมื่อก่อน
สวี่หว่านถิงมองดูความเสแสร้งนั่นของลั่วเหยียนเอ๋อก็อดไม่ได้ั์ตาของเธอฉายแววดั่งเปลวไฟพรากความอดทนที่ผ่านมาจนหมดสิ้น
“หึ ได้ในเมื่อข้าไม่ใช่สตรีแสนดีในสายของคนทั้งจวนอยู่แล้วและอีกเพียงไม่กี่อึดใจข้าก็จะสิ้นสุดสถานะฮูหยินในจวนนี้ งั้นในเมื่อตอนนี้ข้ายังมีฐานะเป็ฮูหยินของจวนอยู่ข้าก็มีสิทธิ์สั่งสอนใครก็ได้ที่กล้าเหิมเกริมกับข้าถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอล้างแค้นนังตัวดีนี่ให้หนำใจ แทนไป๋หลิงซิ่วคนเดิมนั่นก็แล้วกัน”เธอกระชากตัวของลั่วเหยียนเอ๋ออย่างแรงก่อนจะสะบัดฝ่ามือเรียวงามปะทะลงบนแก้มของลั่วเหลียนเอ๋อเสียงตบดังเปรี๊ยะ!ก้องดังไปทั่วทั้งห้องผู้คนที่อยู่ในห้องต่างแตกตื่นด้วยความใ
แม่ทัพหม่าที่รับไม่ได้เขารีบเข้ามาดึงลั่วเหยียนเอ๋อเข้ามากอดไว้ในความหวงแหนที่ผสมกับความโกรธก่อนจะตอบโต้วินาทีนั้นทันทีด้วยฝ่ามือที่ฟาดลงลงบนแก้มขาวของสวี่หว่านถิงในร่างของไป๋หลิงซิ่วอย่างแรง
เพียงไม่นานทหารจากวังหลวงก็ถือราชโองการเข้ามาในโถงของจวนของแม่ทัพหม่าผู้คนในห้องที่เห็นทหารหลวงต่างก็รีบนั่งคุกเข่า
เสียงประกาศดังก้องกังวานไปทั้งโถงใหญ่
“มีราชโองการให้แม่ทัพหม่าจื่อหว่านอี้และแม่นางไป๋หลิงซิ่วสิ้นสุดสถานะสามี-ภรรยากันนับั้แ่บัดนี้จบราชโองการ”
แม่ทัพหม่ารีบยื่นมือไปรับราชโองการกับทหารหลวงด้วยมือที่สั่นเทาเขามองดูราชโองการนั้นราวกับเ็ปไปทั้งใจ ภรรยาที่เคยอยู่เคียงข้างเขามานานหลายปีในเวลานี้กลับสิ้นสุดความสัมพันธ์
เมื่อทหารหลวงจากไปคนทั้งโถงต่างยืนขึ้นพร้อมๆกัน
สวี่หว่านถิงมองหน้าของแม่ทัพหม่าก่อนจะแสยะยิ้มอย่างเ็า
“ในที่สุดข้ากับท่านก็จบสิ้นกันเสียทีแต่ก่อนที่ข้าจะจากไปข้าขอเอาคืนท่านบ้าง”ฝ่ามือเล็กตบเข้าไปที่ใบหน้าของเขาอย่างแรงดังเพี๊ยะโดยไม่ทันตั้งตัว
แม่ทัพหม่าถึงกับตะลึงกับการกระทำของเธอที่เกินคาดหมายเขายืนนิ่งเหมือนถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนเอาไว้
“ท่านคิดว่าตนเป็บุรุษแล้วจะรังแกสตรีได้เช่นนั้นหรือ? ท่านคงคิดผิดข้าไม่ใช่ไป๋หลิงซิ่วคนเดิมที่จะยอมอยู่ใต้ฝ่าเท้าของท่าน ตบนี้ของข้าสำหรับหัวใจที่เคยถูกเหยียบย่ำของไป๋หลิงซิ่ว”
เพี๊ยะ!เธอตบเขาอีกครั้งหนึ่ง
“ตบที่สองสำหรับความมักมากของท่าน”
“เพี๊ยะ!”
“ตบที่สามสำหรับที่ท่านกล้าตบข้าก่อน”
“เพี๊ยะ!”
“ตบสุดท้ายสำหรับการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของข้ากับท่าน”
แม่ทัพหม่าที่ยังยืนนิ่ง ในตอนนี้ความแสบชาบนใบหน้าของเขาไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อยเขาทอดสายตามองสตรีตรงหน้าที่ไม่เหลือแม้แต่แววตาอ่อนโยนหรือโหยหาเขาเหลืออยู่
“นับต่อจากนี้ไปข้ากับท่านไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกถงอี้เรารีบไปเก็บข้าวของออกจากจวนนี้กันเถอะ”
สวี่หว่านถิงแสยะยิ้มเยาะอย่างเ็าก่อนจะหันหลังแล้วก้าวจากไปอย่างสง่าผ่าเผยทิ้งให้ความเงียบและความสะใจเกาะกินอยู่ในห้องนั้นอย่างเงียบงัน