เื่: อย่าร้องเพลงนี้ (บทเพลงมรณะ)
EP5 : ห้องอัดเสียงร้างกับกลิ่นไอของอดีต
ทิวากลับมายังห้องเช่าเก่าซอมซ่อของตนเองในตอนกลางวัน แต่ความรู้สึกเย็นวาบที่เกาะกินใจั้แ่เมื่อเช้าก็ยังไม่จางหายไป ความตื่นเต้นที่จะได้เข้าห้องอัดเสียงเพื่อบันทึกเพลงไม้ตายของเขากลับถูกแทนที่ด้วยความกังวลและความรู้สึกผิดที่เพิ่มมากขึ้นอย่างน่าประหลาด
เขาเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าเก่าคร่ำครึเพื่อหยิบกีตาร์ตัวโปรดออกมา ในใจคิดว่าคงต้องซ้อมมือและเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด แต่เมื่อเขายื่นมือเข้าไปหยิบ มันก็ชนกับกล่องกระดาษแข็งใบเล็กที่ซุกอยู่ด้านในสุด กล่องที่เขาแทบจะลืมไปแล้วว่ามันเคยอยู่ที่นั่น
กล่องเทปคาสเซ็ทเก่า
ทิวาหยิบกล่องนั้นออกมาวางบนเตียงอย่างไม่ตั้งใจ มือของเขาสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพกล่องที่เหลืองและเก่าจนเกือบผุพัง เขาเปิดฝากล่องออก ภายในมีม้วนเทปคาสเซ็ทจำนวนหนึ่งซ้อนกันอยู่ สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างผิดจังหวะคือเทปอันหนึ่งซึ่งเป็ สำเนาเพลง ‘จะขอตายในอ้อมกอดเธอ’ ที่เขาเคยบันทึกเสียงร้องของเขากับ เธอคนนั้น เอาไว้เมื่อเจ็ดปีก่อน
ทันใดนั้น ภาพความทรงจำก็ย้อนกลับมาอย่างชัดเจน—ภาพคืนก่อนที่เธอจะจากไป ภาพดวงตาที่เปี่ยมด้วยความหวังและความรักของหญิงสาวร่างอ้วนคนนั้น ขณะที่เธอย้ำเตือนเขาด้วยคำพูดหนักแน่น: “พี่จะรับปากและสัญญากับหนูได้ไหมล่ะ?”
ทิวาสะบัดศีรษะอย่างแรงเพื่อไล่ภาพเ่าั้ออกไป เขากำลังจะทำลายคำสัญญานั้นอย่างสิ้นเชิงในวันนี้ เพียงเพราะความ้าชื่อเสียง!
— พิมพา... น้ำเสียงของพิมพาเหมือนเธอมากเกินไป มันเป็สัญญาณอะไรบางอย่างหรือเปล่า? ทิวาครุ่นคิด
เพื่อขจัดความกังวล ทิวาคว้าโทรศัพท์มือถือและโทรหาพิมพาเพื่อนัดหมายสถานที่ ห้องอัดเสียงที่เขาเลือกคือ ‘สตูดิโอสายหมอก’ ซึ่งเป็ห้องอัดเก่าที่ตั้งอยู่ชานเมืองและมีค่าเช่าถูกมาก สาเหตุหลักที่มันถูกเพราะเ้าของเพิ่งเสียชีวิตไปอย่างกะทันหันเมื่อปีก่อน และสตูดิโอนี้ก็มีความเงียบสงบเหมาะแก่การสร้างบรรยากาศของเพลง
“ได้ค่ะพี่ทิวา พิมจะไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” เสียงของพิมพาสดใสกว่าเมื่อเช้าอย่างชัดเจน แต่ในความสดใสนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นที่ดูผิดปกติ จนทำให้ทิวารู้สึกถึงรอยยิ้มเยียบเย็นที่ถูกส่งผ่านมาตามสาย
ทิวาขับรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ของเขาไปยังสตูดิโอสายหมอกที่ตั้งอยู่กลางทุ่งร้างอย่างเงียบเหงา ตัวอาคารดูเก่าและทรุดโทรม มีเถาวัลย์ขึ้นเลื้อยตามผนังอิฐสีซีดอย่างน่ากลัว
เมื่อมาถึง เขาพบว่าประตูสตูดิโอด้านในถูกล็อกไว้ แต่ทิวาสังเกตเห็นว่าประตูเหล็กดัดด้านนอกที่ปกติต้องล็อกกลับถูกเปิดแง้มไว้นิดหน่อยราวกับมีใครเพิ่งเดินผ่านเข้าไป
— ใครกัน? พิมพามาถึงก่อนแล้วหรือเปล่า?
ทิวารีบเดินเข้าไปข้างใน แม้ว่าบรรยากาศจะดูมืดมิดและส่งกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นเชื้อรา แต่เขากลับได้กลิ่นที่ไม่คุ้นเคยแทรกเข้ามา—กลิ่นดอกมะลิ กลิ่นที่เขาจำได้ดีว่าเป็น้ำหอมราคาถูกที่ เธอคนนั้น ชอบใช้
“พิมพา! อยู่ข้างในหรือเปล่า?” ทิวาร้องเรียก แต่เสียงของเขาดังก้องสะท้อนไปมาในความเงียบ
เขาเดินสำรวจไปตามโถงทางเดินที่แคบและมืดทึบ จนกระทั่งถึงห้องควบคุมเสียงหลัก ประตูถูกเปิดทิ้งไว้ แต่กลับไม่มีใครอยู่ข้างใน มีเพียงแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามาทำให้เห็นละอองฝุ่นลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ
ทิวาก้าวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง เขาเหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะมิกซ์เสียงเก่า—เป็ม้วนเทปคาสเซ็ทอีกอัน ซึ่งมันดูใหม่กว่าเทปในกล่องของเขามาก ข้างม้วนเทปมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กวางอยู่ด้วยลายมือที่สวยงามบรรจงเขียนไว้ว่า:
“สำหรับนักร้องคู่ดูโอคนใหม่... จากคนที่ไม่้าให้พี่ผิดสัญญา”
หัวใจของทิวาแทบหยุดเต้น เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบม้วนเทปขึ้นมาดู แต่ทันใดนั้น ม้วนเทปนั้นก็หลุดมือเขาและตกลงบนพื้น
ครืดดดด...
เสียงจากเครื่องเล่นเทปที่ถูกเปิดทิ้งไว้ในมุมมืดของห้องก็ดังขึ้นอย่างช้า ๆ
เป็เสียงกีตาร์โปร่งที่เขาคุ้นเคย... ตามมาด้วยเสียงร้องเพลงที่ไพเราะและเปี่ยมด้วยอารมณ์... เสียงของเธอคนนั้น กำลังร้องเพลง ‘จะขอตายในอ้อมกอดเธอ’ ท่อนแรกอย่างชัดเจนกังวาน
ทิวาผงะถอยหลังชนกับผนังห้องจนเครื่องเล่นเทปเงียบลงอย่างกะทันหัน เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาจากทุกรูขุมขน เขามองไปรอบห้องอย่างหวาดระแวง ไม่มีความเงียบสงบใด ๆ เหลืออยู่เลยในห้องอัดร้างแห่งนี้
— เป็ไปไม่ได้! เทปนั้นถูกใส่ในโลงศพไปแล้ว!
“พี่ทิวา...”
เสียงเรียกที่อ่อนหวานและเย็นเยียบดังมาจากทางด้านหลังประตูห้อง ทิวาค้างเติ่งอยู่ในความใ ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองช้า ๆ
พิมพายืนอยู่ตรงนั้น... ในมือของเธอถือม้วนเทปคาสเซ็ทที่ตกลงพื้นไปแล้ว พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“พิมพานำเพลงของพวกเรามาแล้วค่ะ”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*