รอบคัดเลือก
รายการIdolIdentity ดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์ถึงแม้ว่าเด็กฝึกจะมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่จำนวนแฟนคลับและผู้ติดตามชมรายการกลับผกผันเพราะมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นที่น่าพอใจของทีมงาน ทีมผู้จัด และโดยเฉพาะนักลงทุนรวมไปถึงค่ายที่เตรียมรับเด็กฝึกผู้ถูกคัดเลือกในท้ายรายการก็ด้วยในรายการยังประสบความสำเร็จขนาดนี้ เมื่อได้เดบิวต์ พวกเขาจะต้องโด่งดังและสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาลอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่ารายการจะดำเนินไปเกินกว่าครึ่งแล้วแต่กลับมีผู้ลงทุนอีกหลายเจ้าต้องการจะร่วมขอส่วนแบ่งด้วยแต่มีหรือที่พอร์ชผู้จัดและผู้บริหาร หัวเรือใหญ่ของรายการจะยอมก่อนหน้านี้ไปเสนอไม่เห็นวี่แววอยากจะร่วมด้วยแต่พอเห็นรายการเป็นที่นิยมเข้าหน่อยแล้วมากลับคำตัวเองแบบนี้เขาเองก็ไม่ยอมเช่นกัน เท่าที่มีก็ดีและเพียงพออยู่แล้ว เขาจะรับมาให้วุ่นวายทำไมนึกดีใจเสียอีกที่ก่อนหน้านี้พวกนี้โบกมือไม่ร่วมด้วย ไม่งั้นไม่รู้ว่าจะส่งเด็กเส้นมากี่คนกันและมาบงการในรายการยังไงบ้าง
“สวัสดีครับ ผมเพเนียส พิพัทพงศ์วันนี้ผมจะทำอาหารในเมนูที่ชื่อว่า ‘ลาซานญา’ครับ เชิญรับชมได้เลยครับ”
ตามกำหนดการแข่งขันทำอาหารรอบคัดเลือกผู้ที่ลงสมัครทุกคนจะต้องส่งวิดีโอคลิปแบบที่ไม่มีการตัดต่อไปยังช่องทางของเว็บไซต์ของการแข่งขันซึ่งเวลาทำอาหารรอบนี้มีสองชั่วโมงจะใช้ให้คุ้ม หรือน้อยกว่าก็ได้ ผู้เข้าร่วมจะต้องทำอาหารปรุงประกอบหนึ่งเมนูหลังจากทำเสร็จแล้วก็ให้บรรจุลงกล่องถนอมอาหารส่งไปยังที่อยู่ของผู้จัดงานพวกเขาจะชิมอาหาร แล้วก็ทำการตัดสิน
เพเนียสทำลาซอนญาไปเรื่อยๆโดยเริ่มตั้งแต่ทำแผ่นแป้งเอง การทำอาหารครั้งนี้ไม่ต้องเอ่ยปากมาพูดคุยกับกล้องเหมือนตอนไลฟ์สตรีมแต่อย่างใดก่อนหน้านี้เขาลองทำมาหลายครั้งแล้ว ไม่พลาดแน่นอน รอบนี้ถือได้ว่าไม่ยากเพราะพวกเขาสามารถทำเมนูอะไรก็ได้แล้วแต่ความถนัดหรือตามที่ต้องการ เรียกได้ว่าเชฟแต่ละคนก็แสดงฝีมือทำเมนูระดับรองของพวกเขาเลยทีเดียวที่ไม่ใช้เมนูประจำตัวที่โดดเด่นของพวกเขาก็เพราะว่า ต้องการเก็บไว้ใช้ในรอบต่อๆไป ยังไม่ต้องใช้ในรอบคัดเลือกแบบนี้ก็ได้ ส่วนจะเข้ารอบหรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปากของคณะกรรมการแล้ว
ระยะเวลา2ชั่วโมง เพเนียสใช้ไปอย่างคุ้มค่า ลาซานญาที่อบเสร็จใหม่ๆหน้าชีสอบให้เกรียมนิดๆ ออกสีน้ำตาลอ่อนทำให้ชวนกินมากขึ้น เขาทำทั้งสิ้นสามถาดสองถาดถูกนำใส่กล่องถนอมอาหารที่ควบคุมอุณหภูมิไว้ได้อย่างดีส่วนอีกถาดเขาใช้เกรียงตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ แล้ววางใส่จาน จัดตกแต่งอีกเล็กน้อยให้สวยงามก่อนที่จะให้กล้องจับภาพจานอาหารไปเต็มๆตอนนี้กล้องเปิดใช้ระบบสัมผัสเสมือนห้ามิติด้วย เมื่ออาหารไปถึงนอกจากจะชิมอาหารจริงๆ แล้วก็ต้องดูวิดีโอนี้ประกอบอีกด้วยนั่นเองเพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ได้ดัดแปลงหรือทำอะไรเพิ่มเติมกับอาหารอีกหลังจากที่นี้
แปะๆๆ
“เก่งมากลูกแม่ กลิ่นหอมขนาดนี้กรรมการจะต้องหลงกลิ่นอาหารตั้งแต่เปิดกล่องแน่เลย”เพเรน่ารีบเดินเข้ามากอดลูกชายคนเล็กทันทีหลังจากที่การอัดวิดีโอจบลง เพวิสจัดการเรื่องขนส่งต่อโดยก่อนหน้านี้เขาได้แจ้งให้ทางขนส่งมารับของแล้ว จะได้ถึงที่หมายได้เร็วที่สุด
“ลูกเราซะอย่างนี่คุณ ต้องเก่งอยู่แล้ว”สิวัชเองก็ใช่ย่อย ผลัดกับชมคนละสองสามคำอย่างออกนอกหน้าเพเนียสอยากจะบอกว่านี่พึ่งรอบคัดเลือกครับ ทุกคนอย่าพึ่งชมเขาจนเกินไปเลย ตัวจะลอยอยู่แล้วส่วนก่อนที่ตัวจะลอย ก็ต้องกรามค้างไปข้าง เพราะยิ้มแฉ่งเลย
“ฮ่าๆๆ จริงๆแล้วเป็นเพราะว่าผมทำมาหลายรอบ และได้พ่อ แม่ พี่เพวิส แล้วก็อีกหลายๆคนด้วยกินชิมแล้วก็ติชมมากกว่าครับ” เพเนียสที่เป็นผู้ลงมือทำอาหารไม่กล้ารับความดีความชอบไว้คนเดียวทั้งหมด ยังต้องขอบคุณอีกหลายๆคนที่ช่วยเขาชิมรสด้วย ปากแต่ละคนแน่นอนว่าชอบไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับคณะกรรมการว่าจะต้องไม่ได้ชอบรสเดียวกันกับเพเนียสแน่ๆ เขาเลยต้องทำให้หลายๆ คนชิมแล้วสุดท้ายก็ได้สูตรที่มีรสชาติที่ถูกปากคนมากที่สุดนั่นเอง ขั้นตอนนี้ไม่ต่างจากตอนทดสอบสินค้าของบริษัทเลย
“ใช่แล้วสัปดาห์นี้พวกเรากินลาซานญาไปแล้วประมาณ 15 มื้อมื้อต่อไป เป็นอย่างอื่นดีไหม??” เพวิสที่เดินกลับเข้ามาว่าขึ้นยิ้มๆที่เขาต้องออกไปส่งกล่องอาหารเองเพราะว่านี่คืออาหารที่จะส่งเข้าร่วมประกวดของน้องชาย เขาเลยไม่ไว้ใจใครทั้งสิ้นแม้แต่หุ่นยนต์ที่ควรจะเป็นหน้าที่ของมันเอง ถึงแม้ว่าถ้าดูกันจริงๆหุ่นยนต์จะเคลื่อนที่ได้นิ่งกว่าที่เขาเดินก็ตาม เอาเถอะก็เขาอยากจะสนับสนุนน้องชายทุกอย่างเท่าที่จะทำได้
“คงไม่ได้แล้วล่ะครับ ยังเหลืออีกถาดนะมันไม่อร่อยเหรอครับ” เพเนียสส่ายหน้าพร้อมทำหน้าเศร้าและผายมือไปยังถาดอบลาซานญาที่เหลืออยู่บนโต๊ะขนาดถาดไม่ได้น้อยๆ เลย กินอิ่มได้ทั้งครอบครัว
“ไม่ๆๆ ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยแต่พี่แค่อยากกินเมนูอื่นบ้าง”ด้วยเกรงว่าน้องชายจะน้อยใจเลยต้องรีบโบกมือปัดป่ายอย่างเร็ว
“สงสัยพี่ชายลูกเบื่อหน่ายอาหารเมนูนี้ของลูกซะแล้วล่ะม้างงง”
“นั่นสิ พ่อว่ากินลาซานญาก็อร่อยดี”เพเรน่ากับสิวัชเองก็เล่นด้วย ทำให้ลูกชายคนโตเป็นจำเลยของบ้านเข้าไปอีกเอาให้หนักๆ มันสนุกดี
“อะไรกันเนี่ยทุกคนผมไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย” เพวิสรีบหันซ้ายขวามองพ่อกับแม่ทันทีอย่างคิดหนักพ่อกับแม่อย่าแกล้งเขาสิ ดูหน้าน้องด้วยไม่รู้จะงอนเขาไปถึงเลเวลไหนแล้วนั่น
หลังจากผ่านรอบแรกไปแล้วหลังจากวันที่ส่งอาหารแค่สองวัน ทางผู้จัดงานก็ประกาศชื่อผู้ที่ผ่านเข้ารอบต่อไปแล้วโดยมีกว่า 5,000 รายชื่อด้วยกันหลังจากรอบแรกผ่าน พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้พักนานสัปดาห์ต่อมาก็ให้ส่งอาหารอีกจานเข้าไป โดยขั้นตอนก็ไม่ต่างจากรอบแรกนักแต่ว่าครั้งนี้ให้ทำอาหารคาวหนึ่ง และอาหารหวานอีกหนึ่งอย่าง ส่วนเวลาก็ 2 ชั่วโมงเท่ารอบที่แล้ว
รอบนี้เพเนียสเองก็ผ่านฉลุยเช่นกันด้วยเมนู อกไก่อบสมุนไพรราดซอสมัสตาร์ดเสิร์ฟคู่กับสลัดผักและมันฝรั่งอบส่วนของหวานเป็นพานาคอตต้า ซึ่งรอบนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันอยู่ 2,500 คนด้วยกันเห็นว่ารอบหน้าจะยิ่งโหดขึ้นไปอีก เพราะจะเหลือแค่ 1,000 คนสุดท้ายเท่านั้นได้ติดหนึ่งในพันก็ดีแล้ว เพราะจะได้มีสิทธิไปเปิดบูธขายอาหารตั้ง 5 วันที่ดาวฟู้ดด้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทศกาลอาหารปรุงประกอบเลยก็ว่าได้ซึ่งใครได้เข้าร่วมรับรองว่าเพิ่มชื่อเสียงให้ตัวเองและร้านอาหารที่พวกเขาทำงานอยู่ได้อย่างแน่นอน
“ช่วงนี้เราหักโหมไปหน่อยไหม”เพวิสที่ถึงแม้ว่าจะไปมาๆ ระหว่างบ้านและรับงานข้างนอกบ้างแน่นอนว่าอาจจะงานหนักกว่าน้องชายแต่ก็ยังบอกว่าเพเนียสทำงานหนักออกมาอย่างไม่อายปากเลย
“ไม่หรอกครับผมทำอาหารแค่สามครั้งต่อวันเอง ส่วนเวลาที่เหลือก็อ่านหนังสือสอบ เท่านั้นเอง”เพเนียสส่ายหน้าและรีบอธิบาย แต่การทำอาหารสามครั้งไม่ใช่เรื่องเบาๆ เลยนะไหนจะใกล้สอบปลายภาคของน้องชายแล้วอีก ชักเป็นห่วงขึ้นมาแล้วแฮะ
“อีกอย่างไม่ใช่พี่ทำงานหนักกว่าเหรอไงครับ” เพเนียสถามกลับอย่างเข้าตรงประเด็น รายการ IdolIdentity ใกล้จะจบลงแล้ว(จบลงกลางเดือน 7 ตอนนี้จะเข้ากลางเดือน6) เพวิสเองก็ได้รับอิทธิพลจากรายการนี้ด้วยเช่นกันเขาโด่งดังขั้นอีกครั้งมีงานเข้ามาเรื่อยๆ ในรายการ Idol Identity ตัวเขาก็ถูกเชิญไปเป็นแขกรับเชิญอีกรอบด้วย และก็ถูกแฟนคลับถามหาเพลงใหม่แล้วเช่นกันทำให้เขาก็ต้องรีบทำเพลงใหม่เพื่อที่จะออกในเร็วๆ นี้และเพื่อไม่ใช่มันชนกับในรายการที่ผู้ชนะทั้งสิบคนจะมีซิงเกิลแรกหลังจบรายการเขาเลยต้องปล่อยเพลงออกมาก่อนหน้านั้นสักเล็กน้อย
“พี่โตแล้ว แต่เรายังเด็กอยู่ไงไม่ควรทำงานหนักๆ” เพวิสยังส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับน้องชายจัดการแบ่งแยกเขากับน้องชายให้อยู่คนละกลุ่มคนละวัยอย่างชัดเจน
“อ้าวหงายการ์ดเด็กกับคนโตแล้วเสียอย่างนั้น”
“ไม่ใช่อย่างนั้นพี่แค่ไม่อยากเห็นเราป่วยไปเสียก่อน หัดทำอาหารจนคนกินจะกินไม่ทันอยู่แล้ว”ตามสไตล์ของเพเนียส ไม่เคยทำน้อยและรู้จักเผื่อแผ่ เขาได้กินอะไรคนใกล้เคียงก็ต้องได้กินด้วย แล้วมันหนักใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ตัวเองเพราะเพเนียสต้องทำด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้ชำนาญและมีความรวดเร็วเพราะนี่คือทักษะหลักของการทำอาหาร และนำไปใช้ได้จริงในการแข่งขันการแข่งกับเวลาคือส่วนสำคัญไม่ต่างจากเมนูอาหารที่เราสร้างสรรค์ออกมาเลย
“พี่กลัวอ้วนมากกว่ามั้งครับเห็นว่าช่วงนี้เข้าฟิตเนสบ่อยนี่นา” ไม่ใช่แค่แซวพี่ชายเล่นเพเนียสยังทำเป็นมองสำรวจรอบๆ ตัวของเพวิสอีกด้วยเพวิสไม่ได้มีชั้นไขมันหรืออ้วนขึ้นเลยกลับกันเลยเรียกได้ว่าหุ่นเขาดูดีและเฟิร์มขึ้นต่างหาก
“ใครอ้วนไม่ทราบ ไม่อยากจะอวดว่ามีทั้งงานเดินแบบและแบรนด์เสื้อผ้าติดต่อเข้ามาด้วยซ้ำ”ไม่ได้เล่าอย่างโอ้อวดแค่ปาก แต่เพวิสยังโชว์ยืดอก(ที่แน่นขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย)ให้ไหล่ผายออกให้ดูผ่าเผยและสง่างามเพิ่มขึ้นอีก
“โอ้วว ฮอตมากเลยครับ แต่ทำไมไม่รับล่ะครับ”เพเนียสมีรีแอ็กชันที่เกินจริงไปหน่อย เขายกมือขึ้นมาปิดปากทำท่าตกอกตกใจเหมือนว่าไม่เคยรู้เรื่องอะไรของพี่ชายมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น
“ก็มันต้องเดินทางนี่นาช่วงนี้เราก็ยุ่งด้วย พี่เลยไม่อยากไปไหน”
“เดี๋ยวพี่มิคุก็เบื่อแย่นะครับ ไม่มีงานให้ทำแบบนั้น”เพราะมิคุคือผู้ช่วยของเพวิสที่เจ้าตัวจ้างมาเลยไม่ใช่ผู้จัดการทั่วไปที่จะรับเปอร์เซ็นต์จากงานของเขาแต่ถึงอย่างนั้นนอกจากเงินเดือนแล้วเพวิสก็ยังจ่ายเพิ่มด้วยถ้าหากช่วงไหนมีงานเยอะ
“ฮ่าๆๆ ไม่หรอกเราก็รู้นี่นาว่ามิคุลงทุนซื้อแฟรนไชส์ร้าน The Magical Deer ไปเปิดที่บ้าน ตอนนี้ยอดขายดีมากเลยนะเขาเองก็ต้องจัดการช่วยอยู่เหมือนกัน” มิคุถือได้ว่ามองการณ์ไกลทุกวันนี้ค่ากินค่าอยู่ถ้าไม่มีอะไรที่อยากได้จริง รายจ่ายของเราถือว่าน้อยมากเลยทำให้พอมีเงินเก็บที่จะลงทุนได้บ้าง สุดท้ายเลยตัดสินใจเปิดร้านฟาสต์ฟู้ด TheMagical Deer ในใกล้ๆ บ้านของเขา โดยให้แม่ช่วยดูแลและเขาก็จัดการผ่านทางไกลอีกแรงหนึ่ง ธุรกิจกำลังไปได้สวยเลยล่ะ
“แบบนี้ระวังนะครับเดี๋ยวพี่มิคุลาออกไปดูแลร้านอย่างเดียวไม่รู้ด้วยนะ” เพเนียสแกล้งหยอกเล่น
“ไม่หรอกน่า แต่ถ้ามีเป็น 10สาขาก็ไม่แน่ ตอนนั้นคงได้ลาออกไปนอนรอเงินอย่างเดียวแน่นอน”
“เดี๋ยวผมจะไปฟ้องพี่มิคุว่าพี่นินทา”
การแข่งขันรอบที่3ในรอบคัดเลือกของการประกวดทำอาหารในงาน‘งานระลึกถึงจากการไป 1,000 ปีของชาวดาวฟู้ดด้า’ รอบนี้จะลดเวลาน้อยลงให้เหลือแค่ 1 ชั่วโมง ทำอาหารหนึ่งอย่าง สำหรับ 5 ที่ และกำหนดเพิ่มเติมก็คือจะต้องซื้อของในงบประมาณที่กำหนดไว้(ทั้งๆ ที่ผู้เข้าแข่งขันออกเงินเองแต่ก็ยังมากะเกณฑ์อีก)แต่ต้องแจกแจงให้ชัดเจนว่าซื้อวัตถุดิบแต่ละอย่างราคาเท่าไหร่แม้แต่เครื่องปรุงถึงแม้จะใช้ไม่เยอะ แต่ก็ต้องคำนวณออกมาว่าใช้ไปประมาณกี่เครดิตดีหน่อยที่ไม่ได้จำกัดอุปกรณ์ในการทำอาหารด้วย ไม่งั้นคงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี
เพราะมีปัจจัยเรื่องราคาเข้ามาเกี่ยวข้องดังนั้นแล้ววัตถุดิบของดีราคาแพงต่างๆ ก็ไม่ต้องนึกถึงเลย จะต้องใช้ของพื้นๆหรือในระดับปานกลางเท่านั้น ซึ่งรอบนี้ถือได้ว่าเป็นการบังคับให้ผู้เข้าแข่งขันโชว์ฝีมืออย่างจริงจังกล่าวได้ว่า ถึงแม้ว่าวัตถุดิบทำอาหารที่มีจะด้อยแค่ไหนแต่คนทำอาหารที่มีความสามารถก็รังสรรค์เมนูอาหารออกมาให้ได้ในที่สุดไม่ใช่แค่ทำได้ แต่มันต้องอร่อยอีกด้วย
“เป็นยังไงบ้างครับทุกคน รสชาติพอได้ไหม?”หลังจากได้โจทย์การแข่งขันรอบที่ 3 แล้วทางกรรมการยังใจดีให้เวลาผู้เข้าแข่งขันได้คิดค้นเมนูและเตรียมวัตถุดิบรวม 3วัน ตอนนี้เพเนียสก็ต้องทดลองทำอาหาร และออกหาผลสำรวจจากอาสาสมัครเช่นเดิมซึ่งอาสาสมัครที่ว่าก็ไม่ใช่ใคร ก็เหล่าพนักงานในบริษัทนี่เองไม่มีใครโอดครวญเลยที่เพเนียสรบกวนเวลาเล็กๆน้อยๆ ให้ชิมอาหารรสชาติดีที่เขาทำเพียงแต่ขอข้อแนะนำจากพวกเขาก็แค่นั้นเหล่าพนักงานรู้สึกขอบคุณงานประกวดทำอาหารครั้งนี้มากๆที่ทำให้พวกเขามีลาภปากขนาดนี้
ทั้งอาหารเช้าเที่ยง และก็เย็น เพเนียสก็ล้วนขอเวลาพี่พนักงานให้ชิม(กิน)อาหารที่เขาทำถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่าเป็นการบังคับบ้างแต่ลองถามพวกเขาดูเองก็แล้วกันว่ารู้สึกว่าเหมือนถูกบังคับหรือเปล่า
“น้ำแกงอร่อยเข้มข้นมากค่ะน้องเพเนียสเนื้อไก่ก็นุ่มดีมาก”
“แต่พี่ว่าน้ำแกงมันไปหน่อยนะ แล้วก็เผ็ดไปด้วยแต่รสชาติรวมๆ ก็อร่อยดี”
“เมนูนี้ไม่มีผักเหรอครับเนี่ย แปลกจังแต่อร่อยดีพี่ชอบ”
“นายนี่โง่จัง ก็มันฝรั่งไงที่เป็นเพียงแต่ว่ามันหวานๆ เนื้อสัมผัสไม่เหมือนผักก็เท่านั้นเอง”