เฉินเวยเพิ่งจะเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยค ทันใดนั้นความเ็ปก็พุ่งขึ้นมาจากจุดตันเถียน ก่อนจะกลายเป็เข็มอันเยือกเย็นนับพันหมื่นพุ่งเข้าใส่หัวของเขา พลังทำลายล้างรุนแรงจนไม่อาจต้านทานได้!
การฝืนต่อต้านของเฉินเวยไม่เป็ผลแต่อย่างใด!
“โอ๊ย!!!”
เขาเ็ปจนล้มลงไปกับพื้น ทวารทั้งเจ็ดถึงขั้นมีเืไหลออกมา ต่อให้อุดจมูกเอาไว้ เืสีแดงสดก็ยังไหลออกมาตามซอกนิ้วไม่หยุด
“ช่วยข้า...ผู้าุโ ข้าผิดไปแล้ว...ผู้าุโ...”
ยิ่งเป็ผู้แข็งแกร่งก็ยิ่งหวงแหนชีวิตและตบะบารมีของตัวเอง กว่าที่เฉินเวยจะปีนขึ้นมาเป็ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนสร้างแก่นได้ไม่ใช่เื่ง่าย เขาจะยอมให้ตัวเองมาตายไปเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!
ใครจะไปรู้ว่าข่าวของตระกูลเฉินอวิ๋นหลัวจะผิดพลาดเช่นนี้เล่า?
นี่หาใช่ผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิดไม่ นี่เป็ร่างแยกของสัตว์ประหลาดเฒ่าชัด ๆ!
ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวชั่วช้า ตั้งใจทำร้ายเขาชัด ๆ!
น่าเจ็บใจนัก!
หากครั้งนี้เขารอดไปได้ คนพวกนี้จะต้องได้เห็นดีกับเขาแน่!
ทว่าไม่กี่อึดใจ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนสร้างแก่นผู้นี้ก็ทนความเ็ปไม่ไหว เป็ลมสลบไปทันที
เวลานี้รอบ ๆ เงียบงัน ทุกสิ่งราวกับถูกสาปจนเป็หินก็มิปาน มีเพียงเสียงที่เฉินเหมียวเหมี่ยวก้มหน้าลงขยับจอกชาเป็ครั้งคราวเท่านั้น และความจริงทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ควรจะได้ยินอย่างชัดเจน ทว่าเสียงนั้นกลับไม่เข้าหูพวกเขาแม้แต่น้อย...
ทว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวหาได้กำลังวางท่าสูงส่งไม่ นางกำลังตื่นตระหนกอย่างมากต่างหาก!
ให้ตายเถอะ ์รู้ว่าเมื่อครู่นางใเพียงใด
หากเมื่อครู่ชุดขาวน้อยเพลี่ยงพล้ำตอบโต้ไม่สำเร็จ เวลานี้นางจะไม่เป็เหมือนผู้าุโตระกูลเฉินผู้นี้หรอกหรือ ที่มีเืออกทวารทั้งเจ็ดไม่รู้เป็หรือตายเช่นนี้
น่ากลัว ช่างน่ากลัวจริง ๆ...
ชุดคลุมัขาวเหมือนััได้ถึงความกลัวของเฉินเหมียวเหมี่ยว จึงโมโหจนอยากจะยกร่างของนางขึ้นแล้วเหาะวนสักสามรอบ!
แค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนสร้างแก่นคนหนึ่ง ไม่มีสิทธิ์จะมาหายใจต่อหน้ามันด้วยซ้ำ แล้วนางกลัวอะไรกัน
มันรู้สึกโมโหจริง ๆ!
เ้ามนุษย์ผู้นี้กำลังดูถูกอิทธิฤทธิ์ของชุดคลุมัขาวอย่างมันอยู่งั้นหรือ!
เฉินเหมียวเหมี่ยวมองชุดคลุมัขาวบนกายที่ค่อย ๆ พองขึ้นโดยไม่มีลมพัดใด ๆ
“???”
เอาอีกแล้วงั้นหรือ!
เฉินเหมียวเหมี่ยวรีบยกมือขึ้นลูบมันเบา ๆ ราวกับปลอบแมวน้อยที่กำลังพองขนอยู่ และเอ่ยเอาใจด้วยเสียงอ่อนโยน “อย่าเพิ่งโมโห ๆ เ้าน่ะเก่งที่สุดเลย หากผู้บริสุทธิ์ต้องเป็อะไรไปด้วยจะแย่เอา ใจเย็น ๆ ก่อนนะ”
ชุดคลุมัขาวได้ยินดังนั้น ก็สั่นเล็กน้อยอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะยอมสงบลงในที่สุด
ผู้บริสุทธิ์ที่เฉินเหมียวเหมี่ยวเอ่ยถึงย่อมหมายถึงตัวนางเอง แต่ทุกคนในที่นี้ไม่รู้นี่นา คิดว่าประโยคที่เฉินเหมียวเหมี่ยวเอ่ยกับตัวเองนั้น นางกำลังควบคุมอารมณ์ของตัวเองอยู่ ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกซาบซึ้งจนแทบจะร้องไห้ออกมา
เฉินเหวินเช็ดเืที่มุมปาก พลางเอ่ยประจบ “ผู้าุโ ท่านช่างมีจิตใจเมตตายิ่งนัก!”
คนของตระกูลเฉิน “ผู้าุโช่างมีเมตตา พวกเราซาบซึ้งยิ่งนัก”
“ผู้าุโช่างมีเมตตา!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวมีสีหน้างุนงงทันที ดูท่าคนของตระกูลเฉินสมองจะมีปัญหา
เฉินเหมียวเหมี่ยววางจอกชาลง มองเฉินเวยที่ไม่รู้ว่าเป็หรือตาย ก่อนจะถอนหายใจออกมา “สหายเฉิน ท่านว่าเื่นี้ควรจัดการเช่นไร?”
หากเป็เมื่อวานนี้ เฉินเหมียวเหมี่ยวเรียกเขาว่าสหาย เขายินดีที่จะรับคำเรียกขานนี้
แต่เวลานี้เมื่อเฉินเหมียวเหมี่ยวเรียกเขาว่าสหาย ต่อให้เขากล้าหาญเพียงใดก็ไม่กล้าขานรับอีก “ผู้าุโ ผู้น้อยไม่กล้ารับคำเรียกขานเช่นนั้นหรอกขอรับ ผู้น้อยมีความสามารถอะไรจะรับคำเรียกขานเช่นนั้นกัน อีกทั้งเฉินเวยผู้นี้ไม่รู้ที่สูงที่ต่ำกล้ายั่วยุผู้าุโก่อน มีจุดจบเช่นนี้ก็เป็เพราะเขาหาเื่ใส่ตัวเอง พวกเราสามารถเป็พยานให้ผู้าุโได้ ต่อให้ผู้นำของตระกูลหลักมาเอง ผู้น้อยก็จะให้เขาขอขมาผู้าุโให้ได้ขอรับ!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวรู้สึกมีความสุขทันที
ราวกับนางถูกยกฐานะให้สูงขึ้นไปอีก เพียงแต่นางไม่ได้สนใจอะไรมากมายก็เท่านั้น
นางเป็คนทำให้คนผู้นี้าเ็ก็จริง แต่ความผิดนี้นางจะไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด
เฉินเหมียวเหมี่ยวเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “สหายเฉินกล่าวผิดแล้ว เฉินเวยผู้นี้สำหรับข้าแล้วเป็เพียงคนชั่วช้าที่ไร้ค่าผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่ควรค่าที่ข้าจะใส่ใจแม้แต่น้อย ที่ข้าลงมือสั่งสอนเขาก็เพราะเขาบังอาจทำร้ายคนในตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัว ข้าและตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวมีวาสนาต่อกัน แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งนัก แต่มิตรภาพนี้ก็เป็ของจริง เพื่อสหายเฉิน เพื่อคนของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวแล้ว ข้าเพียงแค่ลงโทษให้เขาหลาบจำเท่านั้นเอง จริงหรือไม่?”
เฉินเหวินเมื่อรู้ถึงฐานะที่สูงส่งของเฉินเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกมึนงงไปหมด ไหนเลยจะฟังออกว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังโยนความผิดให้ตัวเองกันเล่า?
เขายังคิดว่าเฉินเหมียวเหมี่ยว้าจะแก้แค้นแทนตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวของพวกเขาจริง ๆ จึงซาบซึ้งใจจนน้ำหูน้ำตาไหลออกมา “ถือเป็บุญของผู้น้อยและตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวยิ่งนัก!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวพอใจกับการยอมรับความผิดไว้เองของเฉินเหวินอย่างมาก ก่อนจะหันไปมองคนของตระกูลหลักที่ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นคนเหล่านี้...”
การมาครั้งนี้มีเฉินเวยเป็ผู้นำ หลังจากที่เขาล้มลงไป คนที่มีอำนาจรองจากเขาย่อมต้องลุกขึ้นมาแทน ทว่าคนผู้นั้นก็ใจนสั่นไปทั้งตัวนานแล้ว อย่าว่าแต่ก้าวออกมาเลย แม้แต่คลานเขาก็ยังคลานไม่ไหวด้วยซ้ำ
คนของตระกูลหลักต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครยอมเสนอหน้าออกมาแม้แต่คนเดียว
แต่ในที่สุดก็มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเป็ฝ่ายยืนขึ้น ท่าทางของเขาตึงเครียด สีหน้าซีดเผือด พยายามข่มความกลัวของตัวเองอย่างสุดกำลัง ก่อนจะโค้งตัวลงทำความเคารพ “เรียนผู้าุโ ผู้น้อยเฉินเหอฉิน เป็บุตรภรรยารองของตระกูลหลักเมืองฟ่านเฉิง ที่มาครั้งนี้ก็เพื่อมอบเทียบเชิญให้แก่ผู้าุโทั้งสองขอรับ”
เฉินเหอฉิน?
เฉินเหมียวเหมี่ยวนึกออกแล้ว!
ตอนนั้นเขาเองก็เข้าร่วมขบวนคุ้มกันด้วย เพื่อมาส่งเฉินเหมียวเหมี่ยวคุณหนูตระกูลเฉินมารักษาตัวที่ตำบลอวิ๋นหลัว
จะว่าอย่างไรดี...
แม้เขาจะไม่ได้ดูแลเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวมากมายนัก แต่ก็ไม่ปล่อยให้เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวถูกคนอื่นรังแก ถือได้ว่าเป็คนที่มีคุณธรรมคนหนึ่ง บางครั้งยังแบ่งปันอาหารของตนให้กับเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวด้วย
หากไม่ใช่เพราะเขา เกรงว่าเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวคงหิวตายระหว่างทางที่ถูกเนรเทศมาแล้ว
เฉินเหมียวเหมี่ยวพิจารณาเขาอย่างเงียบ ๆ เฉินเหอฉินผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสง่างาม ท่วงท่าไม่เลว สมกับเป็ชายชาตรี
เฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังมองดูผู้มีพระคุณ ทว่าคนของตระกูลเฉินไม่รู้นี่นา สภาพน่าเวทนาของหม่าจิ๋งอวี่เมื่อวานแพร่กระจายไปทั่วทั้งตำบลอวิ๋นหลัวแล้ว เวลานี้ทุกคนล้วนคิดว่า เฉินเหมียวเหมี่ยวต้องตาต้องใจเฉินเหอฉินเป็แน่ สายตาที่มีเลศนัยมากมายจึงมองมาที่เขา
อิจฉาที่เขาไปเข้าตาเฉินเหมียวเหมี่ยว เวลาเดียวกันก็สงสารที่เขาจะถูกเฉินเหมียวเหมี่ยวทำมิดีมิร้ายในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ว่าเขาจะถูกหักแขน หักขา หรือซี่โครงหักก่อนกันแน่?
เฉินเหอฉินตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะกระเด็นออกมา โดยเฉพาะเวลาที่เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนและเอ่ยว่า “อืม รูปร่างเ้าไม่เลวทีเดียว ถือเป็คนที่มีพร์ ไม่เลว ๆ”
เฉินเหอฉิน “...”
ไม่ เขาไม่ดี
ทุกคน “...”
ทำใจเสียเถอะ
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
เหตุใดบรรยากาศถึงดูแปลก ๆ?
หลังจากความเงียบที่ชวนอึดอัดเกิดขึ้นสักพัก เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศ “เทียบเชิญเล่า?”
เฉินเหอฉินพลันโล่งใจ รีบหยิบเทียบเชิญออกมาและส่งให้ด้วยสองมือ
“วันที่สิบเดือนหน้าถือเป็วันมงคล เฉินจื่ออีคุณหนูตระกูลเฉินเมืองฟ่านเฉิงของเราจะเข้าพิธีแต่งงานกับเซิ่งเฟิงคุณชายของตระกูลเซิ่ง ขอเชิญผู้าุโและผู้าุโเหวินมาร่วมงานด้วย จะถือเป็เกียรติของตระกูลหลักของเราอย่างยิ่งขอรับ”
เฉินจื่ออี?
เซิ่งเฟิง?
เฉินเหมียวเหมี่ยวหลุบตาลง ปิดบังแววตาอันเย็นเยียบของตัวเองเอาไว้...
เซิ่งเฟิง?
ฮ่าฮ่า เยี่ยมจริง ๆ
เขาเป็ว่าที่สามีของเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวไม่ใช่หรือ อัจฉริยะที่ราวกับจันทราบนฟากฟ้าไม่ใช่หรือ?
เพราะหมั้นหมายกับเซิ่งเฟิง เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวที่น่าสงสารจึงถูกทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า และสุดท้ายก็ถูกบีบให้ตาย ต่อให้หนีมาถึงตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ คนชั่วเ่าั้ก็ยังไม่ยอมปล่อยนางไป
นางจะดูซิว่า เซิ่งเฟิงผู้นี้เป็คนที่โดดเด่นเพียงใดกัน ถึงทำให้เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวต้องจบชีวิตลงเช่นนี้ได้!
ฮ่าฮ่า เขาคู่ควรด้วยงั้นหรือ?