พิภพเทพเจ้า

    ห้องคำภี ตอนที่9

    " ในเมื่อท่านทั้งสอง ต้องการที่จะซื้อสินค้านี้ งั้นทาง ร้านหลงเทียนจะหลีกทางให้ท่านทั้งสองฝ่ายตกลงราคากับหนุ่มน้อยคนนี้ แต่ขอให้ท่านทั้งสองฝ่ายห้ามมีการต่อสู้ภายในร้านเด็จขาด ด้วยกฎของร้าน หลงเทียน พวกท่านคงเข้าใจ"
    พนักงานประกาศจุดยืนให้ทั้งสองฝ่ายพร้อมกับเดินไปหลบมุมห้องและมองดูสถานการณ์ภายในร้าน
    "หนุ่มน้อยหากเจ้าขายเกล็ดนิล สองชิ้นนี้ให้กับเรา ข้าจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลยเราจำเป็นต้องใช้เกล็ดนี้ผลิต มีดบิน เพื่อให้เป็นของขวัญแก่อาจารย์ข้าในสำนักมรกต "เสียงของหลิง หลิง พูดด้วยน้ำเสียงที่ออนโยนเมื่อนางพูดกับ จ้าวหลง
    "พี่สาวคนสวยท่านบอกข้าได้ใหมว่า เกล็ดนิล นี้มันมีความสำคัญอย่างไร พวกท่านถึงได้อยากได้กันนัก"ตัวจ้าวหลง เองก็ไม่ทราบถึงความสำคัญของ เกล็ดนิลนี้เช่นกัน
    "ได้ข้าจะไม่ปิดบังเจ้าหนุ่มน้อย เกล็ดนิลนี้ถ้าข้าเดาไม่ผิดหน้าจะเป็นเกล็ดนิล ของพญางูนิลกาลผู้ที่มีตบะ ถึงขั้นสร้างจิตวิณญาณ ซึ่งสัตว์ที่มีพลังวิญญาณระดับนี้ชิ้นส่วนร่างกายของมันจะมีราคาและจะมีคุณสมบัติใช้ทำเป็นอาวุธและอุปกรณ์ ชิ้นส่วนภายในสามารถนำมาปรุ่งยาได้หลอกหลาย และการที่จะฆ้า
    พญาเกล็ดนิลตัวนี้ได้ต้องใช้ ผู้ฝึกยุธถึงขั้นสร้างลมปราณถึง 5 คนในการที่จะฆ้าสัตว์อสูรระดับจ้าวอสูร แล้วสัตว์ระดับจ้าวอสูรนี้ยังหาได้ยากยิ่ง ว่าแต่เจ้าได้ เกล็ดนี้มาได้อยางไรกัน พอจะบอกข้าได้ใหม"
    "ข้าจะบอก ท่านตามตรงข้าได้ เกล็ดสองชิ้นนี้มาด้วยความบังเอิญ ข้าเป็นชาวประมงดำรงชีวิตด้วยการจับปลา มาขายที่ตลาดด้านหน้าเมือง แต่ด้วยบังเอิญข้าเกิดโชคร้ายได้พบกลับงูใหญ่ตัวหนึ่ง ซึ่งข้ามารู้ที่หลังจากพวกท่านนี้แหละว่าเป็นพญางูเกล็ดนิล
    เมื่อมันเจอข้ามันกระโจนเข้าจูโจมข้าทันที ซึ่งแน่นอนว่าข้าเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาไม่มีแม้กระทั้งวรยุธจะสู้กับงูตัวใหญ่ขนาดนั้นได้อย่างรัย แต่ระหวางที่กำลังจะถูกมันจับกิน ก็มีจอมยุทธ
    ผู้เก่งกาจผู้หนึ่งเขา แต่งกายด้วยชุดสีขาวปนเทา ใบหน้าเขาสวมไว้ด้วยหน้ากากสีขาวครึ่งใบส่วนล่างจะปิด จะเปิดไว้แค่ส่วนบน เขาบอกให้ข้าหลบไปก่อน
    และเข้าต่อสู้กับพญางูอย่างสูสี มีอยู่ช้วงหนึ่งที่เขาทำนิ้วชี้ไปทางพญางูและ ข้าเห็นแสงสว่างวาปออกจากปลายนิ้วของเขา ลำแสงพุ่งไปโดนด้านข้างของพญางูทำให้เกล็ดของมันร่วงหลนลงมากับพื้น หลังจากนั้น พวกเขาก็หยุดสู้กันพักหนึ่ง
    และพญางูก็เลือยเข้าไปในป่าโดยที่จอมยุทธลึกลับผู้นั้นไร่ตามพญางูไปซึ่งข้าหลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้แล้วว่าพวกเขาหายไปใหน พอพวกเขาหายไป ข้าก็วิ่งไปดูยังสถานที่ ที่เขาต่อสู้กันเพราะข้าเป็นห่วงกะชังปลาของข้า จะถูกทำลายจากการต่อสู้
    แต่หน้าแปลก กระชังปลาของข้า กระชังปลาของข้าไม่ไดลับผลกระทบ จากการต่อสู้นี้ ระหว่างที่ข้ากำลังจะนำปลากลับบ้านข้าได้พบเกล็ดสองชิ้นนี้ตกพื้นข้าถึงจำได้ว่า หน้าจะเกิดจาก ลำแสงนั้น และหลังจากนั้น ข้าก็มาอยู่ตรงนี้นั้นแหละ "
    จ้าวหลงเล่าเรื่องราวให้คนกลุมนี้ฟังอย่างไหลลื่นไม่มีพิรุธ จากการแต่งเรื่องนี้ ทำให้คนทั้งกลุมเชื่อเขา ว่าเขาได้ เกล็ดนี้มาอย่างได้อย่างไร
    "เสียใจด้วยคุณชายสำนักมังกร หนุ่มน้อยนี้เขาจะต้องขายเกล็ดนี้ให้แก่พวกข้า "
    เสียงของฮานเป่ย พูดจาเยอะเย้ยไปทางคุณชายแห่งสำนักมังกร
    เมื่อคุณชายสำนักมังกรเห็นบทสรุปที่ออกมารูปแบบนี้เขามองไปทางจ้าวหลงด้วยใบหน้าแค้นเคื่องพร้อมกับพูดว่า
    "ไปกลับ วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์ที่จะซื่ออะไรแล้ว เจ้าหนุ่มน้อยข้าจะจำบัญชีนี้ไว้"
    แล้วพวกของคุณชายแห่งสำนักมังกรก็เดินออกไปจากร้าน แต่ระหว่างที่พวกเขาจะเดินออกไปจากร้าน ก็มีเสียงหญิงสาวดังขึ้นตามหลัง
    "หากพวกเจ้ากล้าแตะเขาก็ลองดู ข้าหลิง หลิง สำนักมรกตจะไม่ปลอยพวกเจ้าไว้แน่"
    "ฮึ ฮึมฟากไว้ก่อนเถอะ ศึกชิง ป้ายอีกสองปีข้างหน้าเราจะได้เห็นดีกัน"คุณชายมังกรหันหน้ามามองไปที่หลิง หลิง พูดออกเสียงอย่างเบา แล้วเดินหายออกไปจากร้าน
    จ้าวหลงทำการแลกเปลียนเกล็ดนิล สองชิ้น กับ3เหรีญณทอง หลังจากนั้น เขาเดินไปที่พนักงานขายหน้าร้านและซื่อมีดวิณญาณจากทางร้านด้วยราคา หนึ่งเหรียณทอง มาจากร้านหลงเทียนมุ่งตรงกลับถ่ำที่เขาได้เก็บร่างกายของพญางูเกล็ดนิล
    ภายในถ้ำจ้าวหลงเดินไปที่ร่างของพญางูเขาเริ่มแยกชิ้นส่วนร่างของเก็ดนิลเขาเก็บเกล็ดนิลจากร่างได้เกือบ สามร้อยชิ้น เขียวแก้วเกล็ดนิล หนึ่งคู้ หัวใจศิลาจากการบำเพ็ณ หนึ่งก้อน เลือดสีเขียวเกือบห้าร้อยขวด ขวดพวกนี้เขาพบในห้องตำรายาเขาเก็บชิ้นสวนที่เขาแยกออกไว้ในมิติ ห้องตำรา
    "ข้าต้องไปดูอีกหนึ่งมิติว่ามีคำภีร์อะไรที่มารดาเก็บไว้บ้าง"
    เขาหายไปจากห้องน้ำแข็งหายไปยังมิติห้องคำภีร์ภายในห้องคำภี มีตู้และโต๊ะเหมือนอย่างห้องตำรา เขาเดินไปตู้หนังสือด้านซ้ายมือที่ตู้หนังสือมีตัวหนังสือเขียนว่า " คำภีร์ยุทธ " เขาเลือกหยิบหนังสือจากชั้นพื้นฐานมาหนึ่ง เล่ม
    " คำภีร์อาภรณ์เทพสวรรค์"ฮึมนี้คือคำภีอะไรกันดูจากชื่อหน้าจะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่เขาเปิดอ่าน
    " คำภีร์อาภรณ์เทพสวรรค์ "มีทั้งหมด 6 ขั้น ขั้นที่หนึ่งอาภรณ์นภา เมื่อฝึกสำเร็จจะมีพลังระดับดวงจิตขั้นเก้า " อาภรณ์นภา " เป็นการเปลียนพลังวิญญาณมาเป็นพลังปราณมาคุ้มครองร่างกายผู้ฝึกวิชานี้หลังจากฝึกสำเร็จอาภรจะคงอยู่ตลอด ผู้ที่มีพลังต่ำกว่าขั้นพื้นฐาณหรืออาวุธที่มีระดับต่ำกว่าวิญญาณระดับต่ำลงมาไม่มีผลกับ " อาภรณ์นภา "

    จ้าวหลงเปิดหน้าถัดไปจะเห็นเป็นภาพของชายหนุ่มออก ท้วงท่า ของอาภรณ์นภาพร้อมกับเคลือนพลังปราณจากจุดสิ้นอุ้ย ไปตามจุดต่างไของร่างกาย แล้วบังขับให้พลังปราณขยายตัวจากจุดนั้นในขณะที่ออกท่วงท้า อาภรณ์นภา ฝึกจนกว่าจะชำนาณ จนกว่าพลังปราณจะเสถียร


    จ้าวหลงไม่มีทั้งอาจารย์ และยังไม่เคยฝึกยุทธมาก่อนเลยทำให้ผลจากการฝึกของเขาแสดงผลออกมาได้ช้า เวลาผ่านเลยไป ยี่สิบวัน เข้าช่วงสายของวันถัดมา ภายในมิติห้องคำภีร์ มีเงาวูบวาบออกท่วงท่า และจะเห็นจ้าวหลงออกท่วงท่าเป็ภาพติดตาซ้อนไปมา
    "ในที่สุดข้าก็สำเร็จท่าที่ หนึ่ง แต่ทำไมในคำภีถึงได้บอกไว้ว่า ต้องใช้เวลาอยางน้อย สามปีในการฝึกกัน ข้าใชเวลาเพียง ยี่สิบเอ็ดวันข้าก็ฝึกท้าที่หนึ่งใด้สำเร็จ บางที่ข้าอาจจะเป็นอัจฉริยะก็เป็นได้ "
    หากใครมองดูจากภายนอกจะเห็นเหมือนคนบ้ากำลังยืนหัวเหราะอยู่คนเดียวโดยที่เขาไม่ได้ตระหนักเลยว่าต้นเหตุมันมาจากเมื่อ สิบห้าปีก่อน จ้าวหลงได้เปิดทางเดินของพลังวิญญาณ ตั่งแต่เมื่อสิบห้าปีก่อนแล้ว และทางเดินพลังของเขามีขนาดมากกว่าชาวยุทธถึงสามเท่า
    หลังจากสงบอารมณ์ลงได้เขาเดินไปยังตู้ที่เขาหยิบหนังสือเล่มแลกมา เขามองดูที่ตูหนังสือจะเขียนไว้ว่า คำภีร์สวรรค์ เขามองดูอีกสามตู้จะมีตัวหนังสือเขียนไว้เช่นกัน คำภีร์อสูร คำภีร์อวตาล
    คำภีร์อัญเชิญ เขาหันกลับมาที่ตู้ที่เขาอยู่เขามองไปที่หนังสือด้านล่างจะมีคำภีร์อยู่ทั้งหมดเก้าเล่ม เขามองไปดูที่รายชื่อคำภีร์ คำภีร์ลมปรานสวรรค์ คำภีร์หมัดดาวตก คำภีร์หมัดเก้าเทพพเนจร คำภีร์กรงเล็บมังกรสวรรค์ คำภีร์กระบี่ดาวตก คำภีร์กระบี่เก้าเทพพเนจร คำภีร์กระบี่ตงหลิว คำภีร์กระบี่หวงหลง คำภีร์กระบี่ผ่านภา
    เขาอ่านดูแต่รายละเอียดของแต่ละคำภีร์ อนุภาพของมัน ร้ายกาจเป็นอย่างมากผู้ฝึกจะมีเพลงกระบีที่อนุภาพร้ายแรงสามรถทำได้ถึงขั้น ระเบิดภูเขา เป็นลูกๆได้เลยทีเดียวแต่การจะฝึกเพลงกระบี่ได้นั้นต้องสำเร็จวิชาอาภรเทพสวรรค์ระดับสูงมาก่อน
    นั้นจึงทำให้เขารุ้สึกท้อขึ้นมาบ้าง กว่าเขาจะฝึกสำเร็จต้องใช้เวลาเท่าไดกันเขาไม่ใช้เทพไม่ใช้เซียร จะได้มีชีวิตที่ยืนยาว จะได้ฝึกสำเร็จได้ทั้งหมด นั้นคือทำให้เขาเสียดายกับตำรา และคำภีร์ระดับสูงที่เขามีเป็นอย่างมาก