"อย่าหัวเราะนะ"
ชลันดาทำเสียงดุๆ ให้กับคนที่นั่งอยู่ขั้นบันไดเดียวกับเธอ เขายังเอาผ้าขนหนูสีขาวคลุมไว้เหมือนเดิม มีมู่น้อยในอ้อมแขนกำลังตาปรือๆ เหมือนจะหลับ คราบน้ำตายังติดอยู่บนแก้ม พ่อลูกอ่อนจำเป็มีนมใส่ถุงใบเล็กคล้องแขนไว้ด้วยอย่างเตรียมพร้อม แต่แม่ตัวน้อยตอนนี้ไม่ได้้านม เหมือน้าจะอาละวาดมากกว่า นี่ร้องจนเหนื่อยแล้ว เลยจะหลับมิหลับแหล่
"ผมพึ่งรู้หึๆ ว่าเจ๊ดากลัวผี" ชลันดาหน้าแดงก่ำ เธอค้อนขวับ และดมยาดมไปด้วย
"ใครจะไม่กลัวยะ มาเดินอุ้มลูกมืดๆ แถมยัยหนูก็ร้องไห้กระซิกๆ ล่ะนายเอาผ้าขนหนูยาวๆ นี่มาคลุมทำไมยะ ฉันก็ใสิ ตัวก็สูงปรี๊ด เอาผ้ามาคลุมยังกับผม แล้วก็เดินท่อมๆ มืดๆ บรรยากาศแบบนี้ชวนสยองจะตาย ใครจะไม่กลัวละ ดีเท่าไหร่ที่ฉันไม่ช็อกอะ"
"ก็..."
ไทกลั้นหัวเราะ สองหนุ่มสาวคุยกันเบาๆ เป็เสียงกระซิบ แม่ตัวน้อยนอนฟังเขาและเธอคุยกันตาปรอย เคลิ้ม หมดเรี่ยวแรงอาละวาด หลังจากร้องไห้ไปล่ะหนึ่งเพลงอาดูร
"ผมคลุมผ้าไว้เพราะแสงจะได้ไม่โดนลูกมาก" เขาว่า
"แล้วมู่น้อย...เฮ้อ...นี่เค้าเรียกอาการอะไรอะเจ๊ดา เรียกว่าอะไรลิกๆ หรือเปล่า ผมนะทาทั้งมหาหิงส์ก็แล้ว จับเรอก็แล้ว เปิดเพลงโมสาร์ทให้ฟัง สารพัดจะทำ ก็ลุกมาร้องไห้ เวลาเดิมเปี๊ยบเลย ผมจะทำไงดี ได้แต่อุ้มพาเดิน พอเดินก็ร้องน้อยหน่อยแล้วก็ยอมหลับ พอจะเอาไปนอนที่ห้อง เหมือนจะรู้ ร้องอีกแล้ว...ผมกับไอ้เคนเมื่อคืน พาเดินวนกันทั้งคืน"
"น่ะ..."
ชลันดาย่นจมูกน้อยๆ พลางมองแม่ตัวเล็ก
"ทนๆ เอาหน่อย" ไม่รู้จะพูดอะไรล่ะงานนี้
"น้องคงไม่สบายตัว...คง...อืม...อาการประหลาดแบบนี้ บอกไม่ถูกเหมือนกันแหะ"
"ไอ้เคนมันว่าจะขอน้ำมนต์กลับมา"
"หืม..." หนนี้เธอแทบจะขำ
"ไม่ต้องหรอก ไม่ใช่ผีสางอะไร ถ้าเกิดว่าร้ายแรงยังไงก็พาไปหาหมอเด็กดู"
"ผมกับไอ้เคนน่ะสิต้องไปหาหมอ" ไทว่า แล้วก้มลงบนแม่ตัวน้อยที่อ้าปากหาวแล้วตาจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่
"พ่อจะทำยังไงกับหนูดีนะลูก ลูกเอ๊ย"
"เด็กยังปรับตัวไม่ได้น่ะ แกเพิ่งจะไม่กี่เดือน นี่ดีกว่าลูกของเพื่อนฉันอีกนะ นั่นก็อาการนี้เหมือนกัน แต่หนักกว่ามู่น้อย ตรงต้องพานั่งรถถึงจะหยุดร้อง ขับวนกันไปล่ะ ทั้งคืน"
"หา..." เขากลั้นหัวเราะจนหน้าแดง พลันคิดได้...ก็หน้าซีด
"เอ่อ...แล้วนานไหมกว่าจะหาย ตาย...ผมตายแน่ๆ ถ้ามู่น้อยเป็แบบนี้ทุกวันเป็เดือน"
"ก็..."
เธอไม่อยากจะตอบ ว่ารายนั้นเป็อยู่เกือบเดือน แถมเ้าตัวเล็กหลังจากติดนั่งรถหลับแล้ว การต่อมาก็ติดให้อุ้มเดินวนในสวนตั้งอีกเดือนเต็มๆ ทำเอาพ่อแม่ปู่ย่า คนเลี้ยง พากันตาเป็หมีแพนดา และแขนแข็งแรงกล้ามล่ำขึ้น ไปตามๆ กัน
เด็กนี่บางทีก็ยากแท้หยั่งถึงจริงๆ
"ไม่นานหรอกน่า แต่อย่าไปเอาอะไรมาพรมหรือให้ลูกกินนะนายไท ไม่ได้เกี่ยวกับผีแน่ๆ "
"เฮ้อ..." ไทถอนหายใจ แล้วเอ่ยเสียงอ่อย "เป็พ่อคนนี่ก็ยากนะ"
"ย่ะ ไม่เหมือนตอนทำหรอก" เสียงใสเอ่ยประชด คนฟังเริ่มแอบยิ้ม กับความเป็คนช่างสอนของคนข้างๆ
"นี่ล่ะ นายจะได้รู้สึก ไม่มักง่ายในการ...ทำลูก..."
แก้มของเธอแดงนิดๆ ขณะที่ร่ายยาวต่อ การมาอบรมสั่งสอนเื่แบบนี้กับชายวัยฉกรรจ์ที่แน่ล่ะว่าแก่กว่าเธอ มันก็กระดากปากอยู่นิดๆ แต่ก็อดว่าอดสอนไม่ได้
"ระวังป้องกันไว้ล่ะ หนต่อๆ ไป คนต่อๆ ไป" เธอว่า ไทกระแอม มองเธอด้วยหางตาราวกับจะค้อน
"นี่เจ๊เห็นว่าผมเป็เพลย์บอย เปลี่ยนหญิงบ่อยหรือยังไงกันครับ แล้วผมก็โตแล้ว...รู้แล้วเื่ป้องกันคุมกำเนิด แต่ก็ขอบคุณเจ๊นะ สำหรับคำพูดเตือนสติ"
"นายโตแล้วยังไงล่ะ แล้วนายก็มีความรับผิดชอบ นี่ล่ะข้อดีของนาย"
ชลันดาหลุดปากชมเขาออกมา คนถูกชมยิ้มเขิน เขาพิศมองวงหน้าเนียนใสของคนข้างๆ เธอยังไม่ได้อาบน้ำแหงๆ เพราะยังใส่ชุดเดิม หน้ามันนิดๆ แต่...ก็ยัง...
เออ...ทำไมเขาพึ่งสังเกตนะว่าเธอน่ารัก หน้าตาอ่อนเยาว์มาก เพราะริ้วรอยตีนกายังไม่ค่อยมี แล้วทำไมถึงขานเรียกกันว่าเจ๊ๆ เ้าตัวก็กระไรชอบทำตัวเป็แม่แก่ ทำหัวเหอฟูฟ่อง ทำแก่เกินวัยไปมากโข
"เจ๊อายุเท่าไหร่? " คำถามลอยๆ นั่นทำให้ชลันดาขมวดคิ้ว
"ไม่รู้หรือยังไงว่าเขาห้ามถามอายุผู้หญิงหะ อีตาไท ฉันจะอายุเท่าไหร่ นาย...ยุ่งด้วยทำไม? "
"ก็...ไหนๆ ก็มาเป็พี่เลี้ยงให้ลูกสาวผมแล้ว ก็ให้ผมรู้หน่อยเถอะ ผมสงสัยมานานแล้วนะ ว่าเจ๊ดาอายุเท่าไหร่กันแน่ ดูยังไงก็ไม่เกินยี่สิบ"
แนะ...แอบชมเราหรือเปล่านั่น กดอายุต่ำกว่าอายุจริงไปเกือบสิบปีแบบนั้น
"ช่างฉันเถอะย่ะ"
"จะได้เรียกถูกไง เจ๊หน้าอ่อนขนาดนี้ผมมาเรียกเจ๊ๆ มันกระดากปาก" ไทว่า
"เอ่อน่ะ...ฉันไม่ว่าหรอก"
"แล้วทำไมเจ๊ไม่มีแฟนใหม่สักที"
เขาถามอีก วันนี้คนพูดน้อยทำไมพูดมากจังนะ ชลันดาคิดในใจ เธอหลุบตามองใบหน้าเล็กๆ ในวงแขนของเขาแทน ตอนนี้แม่ตัวเล็กหลับไปแล้ว เธอจึงสะกิดไท
"มู่น้อยหลับแล้ว พาเข้าห้องได้แล้วมั้ง ดึกแล้วด้วย ฉันจะได้กลับบ้านนอน"
"อยู่ด้วยกันก่อนสิเจ๊" เขาโอดเสียงอ่อย ขณะที่เธอขึงตาใส่เขา
"อยู่ได้ยังไงกันยะ นายเป็ผู้ชาย ฉันเป็ผู้หญิง อยู่กันสองต่อสอง คนนินทาตาย"
"ไม่มีใครรู้หรอกน่า...อีกอย่างหนึ่ง ผมไม่มีวันทำอะไรเจ๊หรอก" ไทว่า พลางค่อยๆ ลุกขึ้น แล้วหันมามองชลันดาด้วยสายตาอ้อนวอน
"นะเจ๊ดานะ ผมกลัวว่า...เดี๋ยวถ้าเกิดว่าลูก...มีอะไร...แปลกๆ ผมจะรับมือไม่ไหว สติจะแตกเอา"
"คือ..."
"สงสารลูกนกลูกกาตาดำๆ ด้วยนะเจ๊นะ นะ นะ นะ"
แนะไทมาไม้อ้อน เขาทำตาปริบๆ ชลันดาแทบจะหลุดขำกิ๊กออกมา เมื่อนึกถึงคำเปรียบเขา ลูกนกลูกกาอะไร ตัวยังกับหมีควาย
"เอ่อ..."
"ผมดูคนเดียวไม่ไหวจริงๆ "
น้ำเสียงของไทอ่อยออด เขากับเธอเดินเกือบถึงหน้าห้องแล้ว ชลันดาลังเล แม่หนูมู่น้อยกำลังขยับเปลือกตาขยุกขยิก เหมือนนกรู้จริงๆ ว่าจะถึงห้องแล้ว...จะไม่ยอมเข้า ไทเองก็เห็นอาการแล้วพาเดินวกกลับทางเดิม แม่เด็กน้อยเลยนอนหลับปุ๋ยต่อ สองหนุ่มสาวเลยเดินวนกลับไปยังบันไดหนีไฟอีกหน
ในที่สุดชลันดาก็ตัดสินใจ เธออ้าแขนออกและเอ่ยเสียงเบา
"มาส่งมาให้ฉันอุ้มบ้าง เราพาเดินอีกสักรอบ นั่งข้างนอกอีกสักชั่วโมง แล้วค่อยว่ากัน"
"ครับ...ขอบคุณมากครับ เจ๊ดา นางฟ้าชัดๆ "
ไทเอ่ยละลักละล่ำ ทำเอาคนฟังถึงกับใจเต้นไปตุบ ก่อนจะมองค้อนเขา เธอร้องเพลงกล่อมมู่น้อยเบาๆ โดยมีไทนั่งอยู่ข้างๆ เป็กำลังใจให้
คืนนี้ช่างยาวนานสำหรับคุณพ่อคุณแม่จำเป็เสียจริงๆ
กว่ามู่น้อยจะยอมหลับสนิทก็คือตื่นขึ้นมากินนมอีกรอบ ไทกับชลันดาเดินสะโหลสะเหลกลับเข้าห้องเกือบตีสอง แม่ตัวน้อยนอนเรียบร้อยในเตียงคอกของตนเอง
"อาบน้ำไหมเจ๊ดา" เขาถามเธอเบาๆ พลางปิดปากหาว "อย่ากลับห้องเลยนอนที่นี่แหละ"
"ฉันกลับไปอาบตอนเช้าทีเดียวก็ได้"
เธอว่า อาบแห้งเอาสักวันก็แล้วกัน เธอไม่กล้าจะมาทำตัวตามสบายในห้องของผู้ชายที่ไม่สนิทหรอกน่า
"งั้นก็ตามสบาย ผมยกเตียงให้ เจ๊ปิดไฟด้วยนะ"
เขาว่า แล้วเอาหมอนกับผ้าห่มลงมานอนปูง่ายๆ ก่อนจะนอนกอดหมอนข้างหลับปุ๋ยไปอย่างง่ายดายเพราะความเพลียจัด
"คงไม่ลุกมาทำอะไรเราจริงๆ สินะ"
ชลันดาหรี่ตามองคนตัวโตที่ตอนนี้หลับสนิทตามลูกสาวไปแล้ว เธอค่อยๆ ย่องไปที่เตียงหลังจากปิดไฟแล้วเรียบร้อย
เฮ้อ...นี่ต้องมาเป็พี่เลี้ยงเด็กจำเป็จริงๆ สิน่า ไม่ได้เพราะเห็นแก่เงินอะไรหรอกนะ เธอเห็นแก่ตาแป๋วๆ ของยัยตัวน้อย และตาคมๆ ของคนเป็พ่อนั่นแหละ
คืนนี้ยาวนานจริงๆ