ตอนที่ 7 ชีวิตหลังแต่งงาน
…ถึงท่านพี่ถิงเซียว ท่านพี่และคนอื่นๆ เป็อย่างไรบ้างส่วนตัวข้าหลังจากที่แต่งงานมาได้ 1 สัปดาห์ข้าก็สำเร็จวิชาจำแลงกายเป็อากาศค่ะ แม่ทัพหวนฉีไม่มายุ่งเกี่ยวอะไรกับข้าเลยเขาทำเหมือนข้าไม่มีตัวตน (นั่นแหละที่ข้า้า) แต่ข้าก็ยังเจอหน้าเขาเวลาอาหารเราได้พูดคุยกันนับคำได้เลย ที่นี่ไม่มีอะไรให้ข้าทำนอกจากกิน นอน และหายใจไปวันๆค่ะ…
ว่าถึงตรงนี้อ้ายไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรต่อเป็อีกครั้งที่เธอขยำกระดาษแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดีเธอไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักที่นี่เลยเพราะไม่มีใครอยากจะมาอยู่ในสถานที่อันตรายแห่งนี้
อ้ายซินเดินออกจากห้องตรงไปยังสวนที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างไกลห่างออกจากตัวบ้านหลักนั่นเป็สถานที่เพียงหนึ่งเดียวซึ่งทำให้เธอรู้สึกสบายใจเป็ที่สุดทว่าเมื่อมาถึงกลับพบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญยืนอยู่
เขาเป็ชายร่างกำยำพอๆกับหวนฉี มีผมยาวสีน้ำตาลเข้มถึงกลางหลังและผูกผ้าคาดหน้าผากที่แก้มซ้ายมีรอยสักสีดำเล็กๆ ราวกับเป็สัญลักษณ์ของชนเผ่าอะไรสักอย่างอ้ายจำได้ว่าเขาเป็นายกองทหาร 2000 นายชื่อหม่าเฉาเพราะอย่างน้อยเธอก็ต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทหารในทัพของหวนฉีบ้าง
“ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือฮูหยิน” สรรพนามการเรียกทำเอาอ้ายเกือบหน้าคะมำเขาเป็คนแรกที่เรียกเธอแบบนี้ (บางคนก็เรียกเธอลูกพี่หญิงบ้าง นายหญิงบ้าง)
“เอ่อ ข้าชอบที่นี่น่ะ รู้สึกเงียบสงบดี” อ้ายยิ้มบางขณะตอบคนฟังรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เจือปนอยู่ “แล้วท่านล่ะมาทำอะไรที่นี่เหรอ”
“เหมือนท่านนั่นแหละ ที่นี่เงียบสงบไม่วุ่นวาย”
“อ่า…นี่ข้ามาแย่งที่ของท่านรึเปล่าเนี่ย แต่ว่าข้าไม่คืนให้หรอกนะเพราะข้าก็ชอบที่นี่เหมือนกัน” อ้ายทำหน้ากึ่งจริงจังเธอคิดว่าเขาดูจะเป็มิตรพอให้คุยเล่นด้วยได้หม่าเฉาหัวเราะในลำคอกับท่าทางอันน่าเอ็นดูของคนอ่อนวัยกว่า ชักรู้สึกสงสารที่เด็กสาวแบบเธอต้องมาอยู่ในสถานที่ราวกับแดนคนเถื่อนนี้
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้ข้าได้ใช้ที่นี่ด้วยละกัน”
“ท่านมาก่อนนี่ ข้ามาทีหลัง คนมาก่อนขอคนมาทีหลังมันแปลกๆ นะ”เด็กสาวหัวเราะกับคำพูดแปลกๆ ของเขาเธอยืนกอดอกแหงนมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่ระบายอยู่เต็มหน้า “ถ้าเป็ไปได้เรียกข้าด้วยชื่อเถอะ เรียกฮูหยินมันดูแปลกๆเพราะท่านน่าจะรู้ว่าข้ากับแม่ทัพของท่านเราไม่ได้มีความสัมพันธ์เหมือนสามีภรรยาทั่วไปปัจจุบันเรียกว่าอะไรข้ายังไม่รู้เลย” เธอทำหน้าปุเลี่ยนๆ เป็ความจริงที่ใครๆก็รู้ว่าอ้ายและหวนฉีไม่เคยเข้าหอด้วยกัน จะเรียกว่าคนรู้จักก็ยังได้ไม่เต็มปาก
หม่าเฉาก็เหมือนคนอื่นๆที่ไม่อาจคาดเดาความคิดหรือการกระทำของหวนฉีได้อะไรที่ทำให้เขาส่งจดหมายสู่ขอหญิงสาวที่ไม่เคยเห็นหน้ามาเป็ภรรยาในเมื่อทุกวันนี้เขายังร่วมรักกับเหล่าหญิงสาวหน้าตาสละสลวยไม่ซ้ำกันแต่กลับเลือกคู่ชีวิตที่ถูกลือว่าอัปลักษณ์อ่อนแอขี้โรคและพิกลพิการ…
ทว่าครั้งแรกที่ได้เห็นเธอเขาสังเกตได้ว่าผู้เป็นายนั้นไม่อาจละสายตาจากเด็กสาวได้แม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่แว่บหนึ่งเขาคิดว่าหวนฉีถูกตาต้องใจเธอแต่นั่นเขากำลังพูดถึงหวนฉีอยู่นะ! คนที่ไม่ชอบอะไรที่น่าเบื่อหน่ายและชื่นชมของที่ได้มาเพียงแค่ชั่วครู่ก่อนจะทำลายทิ้งเธอเองก็คงไม่ต่างกัน เป็ของที่เขาหมดความสนใจไปแล้ว
“ข้าควรจะเรียกท่านนายกองหม่า หรือว่าอย่างไรดี” เธอเปรยหยั่งเชิงเขายิ้มรับแล้วพูดขึ้น
“เรียกข้าหม่าเฉาก็ได้ ส่วนข้าจะเรียกเ้าว่าอ้ายซิน”
อ้ายซินครุ่นคิดความจริงแล้วท่าทางของหม่าเฉาดูเป็ผู้ใหญ่ใจดีน่าเคารพเธออยากจะเรียกเขาว่าพี่ชายใจจะขาด (แทบจะทั้งหมดในทัพหวังซินที่เธอเรียกพี่)อีกฝ่ายอาจจะมองเธอด้วยสายตาแปลกประหลาดก็เป็ได้อย่างน้อยเธอต้องมีพันธมิตรหรือคนที่ไว้ใจได้บ้างในสถานที่ราวกับทุ่งสะวันน่านี้ โชคดีที่ได้เจอกับหม่าเฉาซึ่งเป็หนึ่งในคนที่คิดว่าปกติสุดพอจะคุยได้(ก่อนหน้าเลือกนายกองสาวก่านหนิง แต่เธอดันมองอ้ายเป็ศัตรูหัวใจซะนี่ เฮ้อ…)
“เรียกข้าว่าอ้ายก็พอ ข้าก็จะเรียกท่านว่าหม่าเฉานั่นแหละข้าอายุน้อยกว่าท่านไม่ต้องสุภาพกับข้านักก็ได้ อีกอย่างข้าอยากสนิทกับท่านนะคะ”รอยยิ้มกว้างจริงใจของคนร่างเล็กทำเอาคนได้รับใจเต้นแรงกว่าปกติหม่าเฉาเคยคิดว่าเธอเป็คนแข็งทื่อ หัวรั้นและไม่ค่อยเป็มิตรหากพอได้ทำความรู้จักกันอย่างจริงจังเธอก็เป็เพียงเด็กสาวร่าเริงสดใสและน่าสนใจคนหนึ่งเลยทีเดียว
นี่ถ้าเป็เกมส์ออนไลน์คงมีหน้าต่างเพิ่มเพื่อนขึ้นมาให้เราแน่ๆเขาก็ดูเป็ผู้เป็คนดีคงจะสามารถช่วยเหลือเราได้แหละ เอ่อ...คิดว่านะ
ทั้ง2 ใช้เวลานั่งพูดคุยกันอยู่นานหลายชั่วโมงจนเวลาล่วงเลยมาถึง่เย็นหม่าเฉาเป็ผู้ฟังที่ดีซึ่งเขาตั้งใจฟังทุกคำที่เธอพูดและถามเมื่อสงสัยเด็กสาวรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังจะได้พี่ชายเพิ่มขึ้นมาอีกคน
“ข้าว่าเ้าควรรีบกลับไปให้ทันมื้อเย็น เพราะหัวหน้าไม่ชอบให้รอนาน”เขาเปรยอย่างเป็ห่วง
“จะมีข้าหรือไม่พวกเขาก็กินอิ่ม นอนหลับ ถ่ายคล่องกันอยู่แล้วท่านไม่ต้องสนใจหรอก” คำกล่าวอย่างไร้ความเอียงอายของหญิงสาวยุคใหม่ทำเอาหม่าเฉาหัวเราะกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาจะเรียกว่าความไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรือเป็ความกล้าหาญที่ถูกปลูกฝังจากผู้เป็พ่อกันแน่นะ
“แต่ข้าว่าเ้าควรจะรีบไปดีกว่านะถึงอย่างไรเ้าก็ยังคงเป็ภรรยาของหัวหน้า” หม่าเฉาเน้นย้ำความจริงที่อ้ายอยากจะลืมวันละหลายๆครั้ง เธอถอดถอนใจก่อนจะลากเท้าที่จู่ๆก็หนักอึ้งของตนไปตามเส้นทางที่รู้สึกว่าเต็มไปด้วยขวากหนามจนแทบอยากจะทิ้งตัวลงนอนให้รู้แล้วรู้รอดไป
ชายหนุ่มเดินเคียงข้างไปเป็เพื่อนเธอจนกระทั่งถึงห้องอาหารเขาดันเธอเบาๆ ให้เข้าไปข้างในซึ่งาาของที่แห่งนี้กำลังนั่งเท้าคางข้างเดียวด้วยใบหน้าเชิดหยิ่งและกำลังมองแขกผู้มาเยือนด้วยแววตาคมดุจเหยี่ยวเหล่าคนรับใช้ที่ยืนอยู่มุมห้องและคนสนิทที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารต่างนิ่งงันราวถูกสาปให้เป็หิน
“ช้า” หวนฉีเอ่ยสั้นๆ ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังคงก้าวเดินไปยังที่นั่งประจำด้านขวามือใกล้เขาเธอคิดว่าควรจะเอ่ยขอโทษแต่ปากเ้ากรรมดันหนักราวกับถูกหินทับจึงทำได้แค่ทิ้งตัวลงอย่างอย่างเงียบๆ
หวนฉีเปรยมองหม่าเฉาที่ยังคงยืนมองอ้ายซินแววตาของหม่าเฉาฉายชัดถึงความเอ็นดูจนคนมองประหลาดใจเมื่อเห็นว่าผู้เป็นายจับจ้อง คนศักดิ์ต่ำกว่าจึงโค้งน้อยๆก่อนจะส่งยิ้มให้กับเด็กสาวที่ชำเลืองมาราวกับคาดหวังว่าจะให้เขามานั่งข้างๆ
“ดูเ้าจะสนิทกับเมียข้าดีนะหม่าเฉา”หวนฉีเปิดบทสนทนาขณะอีกฝ่ายกำลังจะผละออกจากห้อง
“เราพึ่งจะได้คุยกันวันนี้ นางค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว” หม่าเฉายิ้มสบายๆเขาเป็เพียงคนเดียวที่ดูผ่อนคลายสุดในสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้
“น่าสนใจ...” หวนฉีทวนคำแววตาคมกริบเลื่อนมองเด็กสาวอ่อนวัยที่กำลังพิจารณาไก่ตุ๋นตรงหน้าและท่องบนขอบคุณอาหารภายในใจ
ข้าวทุกจานอาหารทุกอย่าง...
“ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนั้นออกจากปากเ้านะ”
...ช่วยๆ มองข้าม อย่าสนใจข้า
บทขอบคุณถูกเปลี่ยนแปลงในบัดดลอยากจะอันตธารหายไปจากตรงนี้เสียเหลือเกิน
“ข้าคงต้องขอฟังจากปากเ้าคืนนี้ซะแล้วสิว่าพวกเ้าทำความรู้จักกันอย่างไร” ประโยคเน้นย้ำส่งให้กับเด็กสาวที่ไม่แม้แต่จะกระพริบตาอยากจะขอบคุณหม่าเฉาที่ทำให้เธอกลายเป็จุดสนใจภายในชั่วพริบตา
“ข้าคงต้องขอตัวก่อน ไม่อยากจะรบกวนเวลาทานอาหารของท่านไปมากกว่านี้”จบคำพูด โดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต หม่าเฉาก็เดินออกจากห้องไปทันที
อยากมีผ้าคลุมล่องหนหรือเทเลพอร์ทชะมัดทำไมตายแล้วเกิดใหม่ทั้งทีไม่เกิดในโลกที่เวทมนตร์แบบชาวบ้านเค้าบ้างเนี่ย
แม่ทัพหนุ่มยังคงนิ่งมองผู้เป็ภรรยาแต่เมื่อเธอเมินเฉยใส่เขาเองก็ไม่คิดจะสนใจเช่นกันมื้ออาหารเริ่มต้นไปอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเหล่าคนสนิทของเขายังไม่แม้จะเอื้อนเอ่ยคำใดเพราะยังรักในชีวิตของตนแล้วเธอที่เป็คนหน้าใหม่ไฉนเลยจะอาจหาญเป็ผู้กล้ากันเล่าหากเป็ไปได้ก็อยากจะให้มื้อนี้ผ่านเลยไปอย่างไร้ซึ่งสิ่งกรีดขวาง เพราะเห็นว่าหวนฉีไม่มีทีท่าว่าจะสนใจตนเองอ้ายซินก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกแน่ล่ะ...ในเมื่อเธอถูกเมินมาตั้งนาน ก็หวังว่ามันจะเป็เช่นนี้และตลอดไป...
ทั้งที่คิดแบบนั้น...แต่ทำไมเขาถึงมานั่งอยู่บนเตียงของเธอกันเนี่ย!!
อ้ายซินยืนตัวชาวาบอยู่ที่ประตูห้องเมื่อเห็นอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญนั่งดื่มเหล้าอยู่บนเตียงของตน
“เป็อะไรไป เข้ามาสิ” หวนฉียิ้มพรายขณะยกจอกเหล้าขึ้นมาดื่ม
“นี่ว่าไม่ได้เรียกรูมเซอร์วิสนะ” อ้ายพึมพำกับตัวเองอยากจะยกสองมือขึ้นตบหน้าเพื่อตื่นจากฝันร้ายที่น่ากลัวยิ่งกว่าผีดิบบุกเมือง
“ข้าคิดว่าข้าเข้าผิดห้องค่ะ”เธอตอบน้ำเสียงแข็งทื่อพยายามให้เป็มิตรที่สุด
“กลัวรึไง” คำกล่าวจี้ถูกจุดทำเอาคนถูกปรามาสชะงักกึกเขามาเพื่อปั่นประสาทเธอเล่นสินะ ยิ่งแสดงออกว่าหลบหลีกเขากลับยิ่งเข้าหา
“ทำไมข้าต้องกลัวด้วยละคะ” เธอเชิดหน้าน้อยๆ แล้วเดินตรงไปยังเตียงของตนความกล้าที่ไม่รู้มาจากไหนทำให้เด็กสาวพร้อมจะเผชิญหน้ากับวายร้ายตรงๆ “ท่านเข้าผิดห้องนะคะ”
“ทุกห้องที่นี่เป็ของข้า” เขาสวนกลับอย่างคนเหนือกว่า
“แต่ท่านยกให้ข้าแล้ว” เธอพยายามจะเอาชนะเขา ชายหนุ่มคิดว่ามันเป็เพียงความดื้อรั้นน้อยๆที่เขาไม่คิดจะใส่ใจ ยังคงดื่มต่อโดยไม่สนสายตาเอาเื่ของสตรีด้านข้าง
“ว่าธุระของท่านมาจะดีกว่าค่ะ”
ชายหนุ่มวางจอกเหล้าในมือเพียงชั่วครู่ที่เด็กสาวไม่ทันตั้งตัวร่างของเธอก็นอนแผ่อยู่ใต้ร่างใหญ่ของเขาเรียบร้อย
“เฮ้ยยยย” คำอุทานอย่างไม่สมหญิงด้วยความใข้อมือเรียวทั้งสองถูกจับทาบลงกับที่นอนจนมิอาจสลัดหลุดได้ “ปล่อยข้า!”เธอส่งเสียงขู่ฟ่อแววตามองเขาอย่างไม่เป็มิตร
“เ้าให้ข้าว่าธุระไม่ใช่หรือ” หวนฉียื่นหน้าเข้าไปใกล้อ้ายเบือนหน้าหนีกัดฟันกรอด
“ท่านสัญญาแล้วนี่ว่าจะไม่แตะต้องข้า” เธอเน้นย้ำข้อตกลงทว่าเขาหัวเราะเสียงเหี้ยม
“เ้าควรจะรู้จุดยืนของตัวเองบ้างนะการใกล้ชิดกับผู้ชายอื่นสองต่อสองเท่ากับไม่ให้เกียรติข้า”
“ท่านพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ”
“เ้าเป็ของๆ ข้า จงจำไว้ว่าต่อให้ข้าไม่สนใจของชิ้นนั้นแล้วใครก็มาเอาไปไม่ได้” คำพูดของเขาทำให้อ้ายสั่นสะท้านน้ำเสียงเย็นจนน่ากลัวกระซิบข้างหูแทบจะฝังลึกในโสตประสาท
เธอไม่เข้าใจว่าเขาโมโหอะไรและไม่้าจะหาคำตอบไม่อาจรู้ว่าอีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาแบบไหนหากจะต้องหันกลับไปมองตรงๆ สู้เบือนหน้าไปทางอื่นแบบตอนนี้เสียดีกว่าหวนฉียิ้มเยาะคนที่ความกล้าหาญขาดหายอย่างดูแคลนเพียงแค่เขาเลื่อนมือมายังลำคอระหงส์และใส่แรงเพียงเล็กน้อยร่างบางก็คงจะแหลกคามือในชั่วพริบตา
แม่ทัพหวนฉีแม่ทัพโเี้วิปลาสที่ไม่มีใครคาดเดาความคิดและการกระทำของเขาออกดูเหมือนว่าการตัดสินใจตกลงแต่งงานในครั้งนี้ของอ้ายซินจะเป็ความผิดพลาดร้ายแรงถึงแก่ชีวิตตนเองความหวังจะให้เขาหมางเมินไม่สนใจจนปล่อยเธอไปดูจะมลายหายในทันที
มือใหญ่จับคางเรียวให้หันมาประจันหน้ากับตนแววตาของเด็กสาวเต็มไปด้วยความหวาดระแวงตื่นกลัว แต่กระนั้นยังคงมีความท้าทายเจือปนอยู่จนเขาััได้นิ้วหัวแม่มือของชายหนุ่มลูบไร้ริมฝีปากอ่อนนุ่มและพยายามจะกดลงไปทว่าเ้าหล่อนเม้มปากแน่น
เอาสิ!เดี๋ยวจะกัดให้เือาบเลย
“หึ” ร่างสูงผละออกจากร่างเล็กที่ยังนอนนิ่งไม่ไหวติงเขายิ้มอย่างคนมีชัยเหนือกว่า “หวังว่าเ้าจะจดจำคำพูดของข้าจนขึ้นใจนะ”
ชายหนุ่มเดินไปยังประตูห้องก่อนจะหันมาทิ้งคำพูดส่งท้ายที่ทำเอาเด็กสาวชาวาบไปทั้งตัว
“แต่ถ้าเ้าอยากจะจดจำด้วยอย่างอื่น...ข้าก็จะทำให้แน่ใจว่ามันจะซึมลึกลงไปภายในร่างกายของเ้าจนไม่อาจลืมได้อีกเลย”
เป็เวลาเกือบ5 นาทีหลังจากหวนฉีออกไปจากห้องอ้ายซินนอนนิ่งบนเตียงราวกับกำลังซ้อมเป็เ้าหญิงนิทราเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อครู่ทั้งน่ากลัวและสยดสยองจนอยากจะได้ความสามารถแบบปลาทองเสียเหลือเกิน
เบียร์...ไหนเธอบอกว่าถ้าเขาคิดว่าน่าเบื่อก็จะไม่แยแสไงนี่ฉันไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจอะ อุตส่าห์อยู่นิ่งมาตั้งนานแล้วนะฉันจะต้องมานั่งนับว่าอวัยวะว่าจะอยู่ครบ 32 มั้ยเนี่ย
“ท่านพ่อ ข้าว่าคงได้ตามท่านไปเร็วๆ นี้แน่นอน”