“ที่แท้เมื่อคืนท่านให้ข้าทานยาพิษภายนอกดูงดงามราวกับเทพธิดา แต่ภายในจิตใจกลับอำมหิตดั่งนางงูพิษข้ากับท่านไม่เคยมีความแค้นต่อกัน...นี่ ท่านรอข้าด้วย”
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ทานยาพิษไปแล้วจะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้นชีวิตตกอยู่ในกำมือของนางที่สามารถบีบให้ตายหรือคลายได้ทุกเมื่อตู้เซ่าฝู่คิดว่าจะอย่างไรก็ไร้ทางต่อกรได้ จึงเอาแต่ด่าพึมพำกับตัวเองเสียงเบาๆแล้วจึงพบว่าตนมองไม่เห็นเงาของสตรีงามที่แต่งชุดราบเรียบนางนั้นแล้วจึงต้องรีบปีนเขาตามนางไป
ในเทือกเขาอันสงบเงียบสตรีงามนางนั้นค่อยๆ เดินไปด้านหน้าด้วยความเร็วปกติ
ตู้เซ่าฝู่ตามนางอยู่ข้างหลังเขาแสดงสีหน้าโกรธแค้นเพ่งเล็งแต่สตรีนางนั้นตลอดทาง ทว่าในใจเขารู้ดีด้วยกำลังของเขาในตอนนี้ ต่อให้ฝึกกระบวนวิชาลับนั้นสำเร็จมาแล้วก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสตรีนางนี้
“ฝูอี้ไป๋พอข้ากลับไปได้ต้องคิดบัญชีกับท่านแน่”
ตู้เซ่าฝู่ยังคงต้องระมัดระวังรอบด้านอยู่ตลอดหากมีอสูรตนใดปรากฏตัวออกมา ก็คงไม่ใช่เื่ดีสักเท่าไร ส่วนทุกอย่างที่เกิดขึ้นตู้เซ่าฝู่ล้วนโบ้ยฝากไว้ในบัญชีของฝูอี้ไป๋ทั้งหมดไม่รู้ว่าฝูอี้ไป๋เคยทำอะไรไม่ดีกับแม่นางคนงามคนนี้มาก่อนและคิดว่าไม่ใช่แค่เื่เล็กๆ
“ซู่!”
ทันใดนั้นเองบนต้นไม้ใหญ่ที่สูงเสียดฟ้า มีสายโค้งงอคดเคี้ยวเส้นหนึ่งไหลแว็บราวกับสายฟ้าพุ่งไปทางตู้เซ่าฝู่
“หมัดระบำคลื่น”
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกตัวได้สีหน้ากระตุกด้วยความใใน่สั้นๆ ทันใดนั้นก็รีบตั้งฝ่ามือรวบรวมพลังห้านิ้วประสานเป็กำปั้น เขาปล่อยท่าหมัดระบำคลื่นออกไปพลังอันรุนแรงจนน่าใะเิออกมาอย่างฉับพลัน
“ปึ้ง!”
เกิดเสียงปึ้งดังขึ้นมาคลื่นพลังซ้อนกันแต่ละชั้นจนถึงสิบสามชั้นพุ่งออกไปดั่งคลื่นั์โจมตีไปยังสายฟ้าที่กำลังจะพุ่งมาหาตู้เซ่าฝู่
ลำแสงนั้นหยุดชะงักลงจากนั้นก็มีของสิ่งหนึ่งตกลงบนพื้น มันคืองูสีขาวที่มีลาย ขนาดยาวกว่าห้าศอกเขาหมดแรงจึงนอนแผ่หลาบนพื้นสักครู่ เพราะเหนื่อยจนขยับแทบไม่ไหวแล้ว
“ซู่ๆ!”
มีเสียงลมพัดดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสายฟ้าห้าเส้นกำลังพุ่งไปหาตู้เซ่าฝู่ในชั่วพริบตาก็เกือบจะถึงหลังของเขาแล้ว
“ซู่ๆๆ!”
ห้วงอากาศเกิดสภาวะบิดเบี้ยวจากนั้นก็เกิดคลื่นพลัง ราวกับว่ามีใบมีดคมฟันผ่านห้วงอากาศสายฟ้าห้าเส้นถูกสับแบ่งท่อนออกเป็สิบชิ้นตกกองอยู่รอบๆ ตู้เซ่าฝู่พวกมันคืองูสีขาวที่มีลายอีกแล้ว แต่คราวนี้มีห้าตัว
“อสรพิษสายฟ้าขาว”
ตู้เซ่าฝู่มองงูสีขาวที่มีลายบนพื้นก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจคู่มือตำราที่เล่าถึงอสูรและปีศาจหลากหลายประเภทของบ้านสกุลตู้มีอยู่มากมายโดยเฉพาะอสูรที่อยู่ชายแดนเขตแนวเขาอสุรกายมักจะมีเขียนแนะนำไว้ อสูรอสรพิษสายฟ้าขาวพัฒนาได้ถึงแค่ขั้นสดับเวหาไม่สามารถแกร่งกล้าไปกว่านี้แล้ว ถือเป็แค่อสูรระดับต่ำ
ว่ากันว่าอสรพิษสายฟ้าขาวไร้พิษทว่าเคลื่อนไหวได้ไวดั่งสายฟ้า หากถูกมันกัด ลมปราณในร่างกายจะถูกทำลายทั้งกายจะชาราวกับถูกไฟดูด พอคิดถึงเมื่อสักครู่ที่ถูกอสรพิษสายฟ้าขาวโผล่มาโจมตีเช่นนั้นตู้เซ่าฝู่ก็ยังกลัวอยู่ ในเมื่อนั่นมันคือครั้งแรกที่เขาเผชิญหน้ากับอสูร
“ปฏิกิริยาตอบสนองไม่เลวนี่ แม้ยังไม่ได้ฝึกฌานก็สามารถสู้ชนะอสรพิษสายฟ้าขาวหนึ่งตัวได้ เพียงแต่เมื่อกี้แค่อีกนิดเดียวชีวิตน้อยๆ ของเ้าก็เกือบไม่รอดแล้ว”
สตรีงามนางนั้นยืนอยู่ข้างหน้ามองดูตู้เซ่าฝู่อยู่เงียบๆ จากนั้นก็เดินทางไปข้างหน้าต่อ
ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดีที่จริงเมื่อกี้เขาตื่นเต้นมากๆ หากต้องตื่นเต้นดั่งเมื่อสักครู่นี้อีกเกรงว่าชีวิตของเขาคงหายวับไประหว่างที่กำลังตื่นเต้นในี่แหละ
ตู้เซ่าฝู่มองอสรพิษสายฟ้าขาวที่ถูกหมัดระบำคลื่นของเขาโจมตีจนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นั์ตาของตู้เซ่าฝู่สั่นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดใส่มันไปอย่างแรงอีกครั้งเมื่อมั่นใจว่าอสรพิษสายฟ้าขาวตายแน่นอนไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้อีก เขาจึงตามแม่นางคนงามนั้นไปต่อระหว่างทางก็เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น
หากอยู่ในแนวเขาอสุรกายและอยากหลบหลีกจากพวกอสูรละก็ นั่นถือเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้หรอกแค่เพียงเวลา่เช้า ตู้เซ่าฝู่ที่ตามสตรีงามนางนั้นถูกอสูรพุ่งโจมตีนับไม่ถ้วน
ที่ทำให้ตู้เซ่าฝู่ยิ่งแปลกใจก็คืออสูรพวกนั้นคิดอ่านเหมือนกันหมด ไม่มีตัวไหนเลยที่ลงมือกับสตรีจอมยุทธนางนั้นก่อนล้วนพุ่งตรงมาหาเขาคนเดียว ดีที่อสูรที่เขาพบล้วนเป็อสูรขั้นสดับเวหาทั้งหมดแม้ดูแล้วน่ากลัว ทว่าตู้เซ่าฝู่ยังคงพอรับมือไหว
หลังจากเจออสูรลอบโจมตีหลายต่อหลายครั้งแล้วปฏิกิริยาตอบสนองและทักษะการรับมือของตู้เซ่าฝู่พัฒนาขึ้นไปไม่น้อยแม้กระทั่งแม่นางคนงามคนนั้นก็ยังมีเหลือบมามองเขาอยู่บ้าง
“หมัดคลื่นซัดสะท้าน”
ท่ามกลางพงไพรทึบตู้เซ่าฝู่ถอนหายใจเบาๆ ตั้งฝ่ามือรวบรวมพลัง ลมปราณไหลเวียนรอบฝ่ามืออย่างรวดเร็วท่าทางของเขาดูคลับคล้ายจอมยุทธที่ทรงพลัง ราวกับอสุรกายที่ถูกปลุกรอบกายมีผิวน้ำสั่นไหวรวดเร็วราวกับกำลังเดือดพล่านจนเกิดเป็คลื่นขยับเรื่อยๆพลังหมัดนี้ถูกส่งไปทางอสูรตัวหนึ่ง มันลำตัวยาวที่ทั้งตัวมีเกล็ดแข็งมีสีเป็สีดินเหลือง ความสูงประมาณสามเมตรครึ่ง
“ปึ้ง!”
ในบริเวณที่หมัดปล่อยผ่านมีคลื่นพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถูกส่งออกไปมันกระแทกไปที่หลังของอสูรเกล็ดกล้า เสียงปะทะผิวดังกระหึ่มราวกับเสียงฟ้าผ่าคลื่นพลังของหมัดคลื่นซัดสะท้านพุ่งโจมตีใส่เ้าอสูรเกล็ดกล้าอย่างต่อเนื่อง
“แกว่ก!”
อสูรเกล็ดกล้าตัวนี้ร้องคำรามออกมาด้วยความเ็ปตัวของมันกระเด็นถอยหลังตึกๆ รัวๆสายตาสีโลหิตของมันส่งรังสีอำมหิตจับจ้องมาที่ตู้เซ่าฝู่
“โฮกๆ!”
ทันใดนั้นเองในเทือกเขานี้ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของอสุรกายมากมายราวกับพวกอสูรร้ายพวกนี้กำลังขู่คำราม
“แกว่ก!”
อสูรเกล็ดกล้าคำรามส่งเสียงดังจ้องตู้เซ่าฝู่ราวกับอยากฉีกเนื้อสูบเืเขามากินทว่าทันใดนั้นก็กระโจมหลบเข้าไปในถ้ำหินที่มืดไม่เห็นด้านใน ขนาดราวๆครึ่งเมตรที่อยู่ใกล้ๆ มัน ราวกับว่าเสียงร้องของอสูรจำนวนมากเมื่อกี้ทำให้มันเกิดความกลัว
“อสูรเกล็ดกล้าเมื่อครู่ร้ายกาจใช่ย่อยสมกับเป็อสูรขั้นเบิกนภา”
ตู้เซ่าฝู่มองดูอสูรเกล็ดกล้าหนีไปเขาโล่งอกขึ้นมาเปลาะหนึ่ง มือที่ทรงพลังเมื่อสักครู่สั่นะเืมากจนมือของเขาเองก็ชาไปหมดการใช้ท่าหมัดคลื่นซัดสะท้าน ทำให้เขาสูญเสียแรงกายแรงใจไปมาก
หมัดคลื่นซัดสะท้านที่นับว่าเป็วิทยายุทธขั้นเบิกนภาสำหรับตู้เซ่าฝู่มันคือวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้ นอกเหนือจากกระบวนวิชาลับนั้นแล้วทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้โจมตีเอาชนะอสูรเกล็ดกล้าที่อยู่ในขั้นเบิกนภาได้จริงมือของเขาก็สั่นจนชาแล้ว
ตู้เซ่าฝู่ขบฟันด้วยความแค้นเคืองหากก่อนหน้านี้เขาได้พัฒนาหมัดคลื่นซัดสะท้านให้สมบูรณ์ไปแล้วละก็
พลังก็จะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ บางทีอาจโจมตีเอาชนะอสูรเกล็ดกล้าตัวเมื่อครู่ได้จริง
“ผู้ฝึกฌานที่ยังฝึกวิชาลมปราณไม่ได้สำเร็จสักขั้นกลับใช้วิทยายุทธขั้นเบิกนภาได้ เป็เด็กแปลกประหลาดที่ช่างน่าสนใจจริงๆ”
สตรีงามนางนั้นไม่ได้คิดจะยื่นมือไปช่วยเมื่อสักครู่ที่อสูรเกล็ดกล้าหนีไปก็ยังไม่แม้แต่เหลือบไปมองทว่าราวกับว่านางเริ่มสนใจในตัวตู้เซ่าฝู่มากขึ้นเรื่อยๆแต่ก่อนที่แทบจะไม่ชายตามองตู้เซ่าฝู่ แต่จนถึงตอนนี้นางใเพราะตู้เซ่าฝู่หลายต่อหลายครั้งแล้ว
“พวกเราจะไปไหน?”
ตู้เซ่าฝู่ไม่พอใจกับสตรีคนสวยนางนี้มากๆแต่ก็ไม่มีทางเลือก ทุกครั้งที่มีอสูรโจมตี หากเขาไม่ได้ถึงกับเฉียดตายนางจะไม่มีทางออกแรงช่วยเด็ดขาด
แม้กระทั่งสองชั่วยามที่แล้วที่ตู้เซ่าฝู่ถูกอสูรตนหนึ่งคว้าน่องขาจนได้รับาเ็เกิดรอยแผลลึกและมีเืไหลออกมามากมาย แม่นางคนสวยนางก็ยังไม่สนใจทว่าความไม่พอใจทั้งหมดทั้งมวลนี้ ตู้เซ่าฝู่ทำได้แค่ทนไว้ เพราะก็ช่วยไม่ได้ เขาสู้ชนะนางไม่ได้เองนี่
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาตู้เซ่าฝู่พบว่าทักษะการต่อสู้ของเขาพัฒนาขึ้นไม่น้อย ชัดเจนว่าประสบการณ์เช่นนี้ช่วยในการฝึกฝีมือของเขาได้อย่างดี
“ตรงนี้คึกคักมากขึ้นเยอะเลย ดูท่ามีคนอื่นดึงดูดพวกอสูรไว้ก่อนแล้วต้องเพราะว่ามาตามหาอะไรบางอย่างแน่ๆ”
สตรีงามนางนั้นไม่สนใจที่ตู้เซ่าฝู่พูดจ้องมองไปยังทิศทางต้นตอของเสียงคำรามของเหล่าอสูรที่ร้องอยู่ไม่ขาดสายที่อยู่ในเทือกเขาลึกจากนั้นหันหน้ามาพูดกับตู้เซ่าฝู่ว่า “เ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะเข้าไปดูสถานการณ์สักหน่อย”