วันที่หนึ่ง
ไป๋หลันค่อยๆ ประคองร่างน้องชายขึ้นจากเตียง นางเรียกชื่อไป๋จิ้งเบาๆ อยู่หลายครั้งจนเปลือกตาของเขากระตุกไหว เขาครางออกมาแ่เบาด้วยความเ็ปที่ยังไม่ทุเลา “จิ้งเอ๋อร์…ตื่นเถิดนะ เ้าต้องดื่มยานี้” นางกระซิบข้างหูพยายามปลุกให้เขารู้สึกตัว
ดวงตาของไป๋จิ้งปรือขึ้นเล็กน้อย มองเห็นลางๆ ถึงใบหน้าพี่สาวที่อยู่ชิดใกล้ ริมฝีปากเขาขยับเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไร้เสียง มีเพียงลมหายใจแ่รวยริน ไป๋หลันจึงค่อยๆ จ่อขอบชามยาที่ริมฝีปากน้องชาย แล้วรินยาเข้าปากทีละน้อย
น้ำยาสีดำข้นไหลผ่านลำคอลงไป รสขมปร่าทำให้ไป๋จิ้งสำลัก ไอออกมาเล็กน้อย ไป๋หลันรีบใช้มืออีกข้างลูบอกน้องชายเพื่อช่วยให้ยานั้นไหลลงสู่ท้อง นางอดทนป้อนต่อจนยาหมดชาม
เพียงครู่เดียว ยาก็เริ่มออกฤทธิ์แทบจะทันที ร่างของไป๋จิ้งสั่นสะท้านรุนแรง ราวกับมีพลังบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วทุกกระเบียดนิ้ว ิัของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงเข้มดั่งเืที่สูบฉีดแรง ไป๋จิ้งสะดุ้งเฮือกทั้งที่หลับตาแน่น ร่างเกร็งจนแผ่นหลังแอ่นโค้ง ก่อนเสียงร้องโหยหวนจะหลุดจากลำคอของเขา ความเ็ปอย่างแสนสาหัสแล่นไปทั่วทั้งร่าง
ไป๋หลันใจนน้ำตาร่วง แต่นางก็นึกถึงคำเตือนของหมอหลี่ิว่านี่เป็อาการปกติเมื่อพิษในร่างถูกตัวยากระตุ้น หมอภูติบอกไว้ว่าพิษร้ายจะต่อต้านอย่างหนักใน่แรก นางจึงพยายามรวบรวมสติ ประคองร่างน้องชายที่ดิ้นทุรนทุรายไว้ไม่ให้ตกเตียง
เมื่อยาเริ่มขับพิษ ก็ถึงขั้นตอนสำคัญตามที่หมอภูติสั่ง ไป๋หลันกัดฟันกรอด ฝืนออกแรงยกร่างไป๋จิ้งที่กำลังชักเกร็งขึ้นจากเตียง แล้วลากมาใส่ลงในอ่างน้ำยาสมุนไพรที่เตรียมไว้ข้างๆ ทันทีที่หย่อนตัวเขาลงในน้ำอุ่น ร่างของไป๋จิ้งก็ผวากระตุกอีกครั้งอย่างแรง น้ำสีเขียวคล้ำปั่นป่วนเป็ฟองเมื่อร่างที่เต็มไปด้วยพิษจุ่มลงไป กล้ามเนื้อของเขาเกร็งแน่นจนเส้นเืนูนเด่นขึ้นมาทั่วร่าง
ไม่ช้า น้ำในอ่างก็เริ่มเปลี่ยนสี กระแสพิษสีดำข้นไหลซึมออกจากรูขุมขนของเขาเจือปนลงในน้ำ หยดเหงื่อสีดำคล้ำผุดซึมออกมาจากทั่วผิวกายไป๋จิ้งปนลงในน้ำสมุนไพรที่รายล้อมร่างนั้น ตัวยาในอ่างช่วยเร่งให้พิษถูกขับออกมาเร็วขึ้น น้ำสีเขียวใสค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็สีดำขุ่นมัวภายในเวลาไม่กี่อึดใจ
ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นคาวฉุนจัดก็อบอวลไปทั่วเรือน กลิ่นพิษที่ถูกขับออกมาผสมกับตัวยาสมุนไพรนั้นชวนคลื่นไส้จนแทบสำลัก มันคาวคลุ้งราวกับกลิ่นเืเน่าและซากสิ่งมีชีวิตที่เปื่อยผุ ไป๋หลันต้องกลั้นใจหายใจตื้นๆ น้ำตาไหลพร่าเพราะกลิ่นแสบจมูก ทว่ามือทั้งสองของนางยังคงประคองร่างน้องชายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ขณะเดียวกัน ไป๋จิ้งก็ไออย่างหนักหลายครั้ง เขาสำลักเอาของเหลวสีดำคล้ำข้นคาวคละออกมาทางปากเป็ระยะ ทุกครั้งที่ไอหยาดพิษสีดำก็หยดลงเปื้อนอกเสื้อ ส่งกลิ่นคาวจนไป๋หลันต้องรีบใช้ผ้าซับเช็ดสิ่งสกปรกนั้นออกอย่างไม่รังเกียจ
ระหว่างที่พิษสีดำทะลักออกจากิัและลมหายใจนั้น ไป๋หลันก็สังเกตเห็นเส้นบางๆ สีดำไหลวนอยู่ใต้ิัของน้องชาย มันขยับเลื้อยไปมาเหมือนสิ่งมีชีวิตที่แอบแฝงอยู่ภายใน! ใจของนางหล่นวูบ นึกถึงคำบอกเล่าของหมอภูติเกี่ยวกับพิษร้ายนี้ พิษที่สะสมเนิ่นนานสามารถแปรสภาพเป็หนอนพิษชอนไชไปตามกระดูกและเส้นลมปราณ บัดนี้พวกมันกำลังดิ้นรนหนีตายออกจากร่างเหยื่อเมื่อเผชิญตัวยาทำลายพิษ
ทันใดนั้น ตุ่มหนองเล็กๆ บริเวณหัวไหล่ของไป๋จิ้งก็ปูดโปนขึ้นแล้วแตกออก ของเหลวสีดำทะลักตามด้วยสิ่งคล้ายหนอนตัวเล็กสีดำมะเมื่อมดิ้นกระเส่า ไหลปนลงไปในน้ำเบื้องล่าง ไป๋หลันผงะไปเล็กน้อยด้วยความขยะแขยงและหวาดหวั่น แต่ก็ยังฝืนจ้องมองภาพนั้น นางรู้ดีว่าพิษร้ายกำลังถูกขับออกมา นี่ถือเป็สัญญาณที่ดี แมลงพิษตัวนั้นพอโดนน้ำสมุนไพรก็ค่อยๆ หยุดดิ้นและสลายตัวกลายเป็คราบดำปะปนไปกับน้ำ
เมื่อพิษสีดำและหนอนพิษถูกขับออกจากร่างไปมากแล้ว ร่างของไป๋จิ้งที่เคยดิ้นพล่านก็เริ่มอ่อนแรงลง เขาสลบไสลหมดสติไปในที่สุด ไป๋หลันรีบเอานิ้วแตะที่ข้อมือน้องชายเพื่อตรวจชีพจร ก็พบว่ายังคงเต้นอยู่แม้จะแ่เบา นางถอนใจโล่งอกที่ไป๋จิ้งยังมีลมหายใจ
เวลาผ่านไปพักใหญ่ น้ำในอ่างกลายเป็สีดำสนิท ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงคลุ้งไปทั่วห้อง ไป๋หลันเห็นว่าพิษระยะแรกถูกขับออกมามากแล้ว จึงค่อยๆ ช้อนร่างน้องชายขึ้นจากน้ำอย่างระมัดระวัง ร่างของไป๋จิ้งแน่นิ่งไม่ได้สติ ผิวกายเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเมือกพิษสีดำเหนอะหนะ นางอุ้มเขามาวางบนผ้าผืนสะอาดที่ปูเตรียมไว้ข้างอ่าง
ด้วยความทะนุถนอม ไป๋หลันใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นค่อยๆ เช็ดคราบพิษตามตัวน้องชายออกจนหมด แม้คราบเ่าั้จะส่งกลิ่นคาวน่าสะอิดสะเอียน แต่นางก็มิได้รังเกียจแม้แต่น้อย จากนั้นจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนพิษให้ไป๋จิ้ง สวมชุดผ้าฝ้ายสะอาดและห่มผ้าหนาๆ ให้เขาเพื่อคลายความหนาวเย็นที่แทรกซึมสู่ร่างหลังแช่น้ำยา
ไป๋หลันจัดการยกอ่างน้ำพิษนั้นออกไปเททิ้งนอกเรือนตามคำแนะนำของหมอภูติ ให้อากาศบริสุทธิ์พัดพากลิ่นพิษจางหายไป นางเห็นน้ำพิษสีดำถูกเทลงดินห่างจากตัวเรือน กลิ่นฉุนทำให้แมลงเล็กๆ ยังต้องบินหนี นางรีบใช้น้ำสะอาดล้างอ่างหลายรอบจนหมดคราบ ก่อนจะกลับเข้ามาดูอาการน้องชายต่อ
ใบหน้าของไป๋จิ้งที่เมื่อครู่แดงก่ำบัดนี้กลับขาวซีด ริมฝีปากยังคงม่วงคล้ำชวนให้ใจหาย นางเอามืออังหน้าผากก็ยังรู้สึกร้อนผ่าวทั้งพิษและฤทธิ์ยา ไป๋หลันดึงผ้าห่มห่มร่างเขาไว้ให้ความอบอุ่น แล้วนั่งลงข้างเตียง จับมือเย็นเฉียบของน้องชายขึ้นมากุมแนบแก้มตนเอง
“อดทนนะน้องพี่…เ้าต้องอยู่กับพี่หลันนะ” นางกระซิบเสียงสั่น น้ำตาใสหยดหนึ่งร่วงลงบนหลังมือไป๋จิ้ง ก่อนที่ไป๋หลันจะยกมือปาดมันออก นางสูดลมหายใจลึก สาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมแพ้หรืออ่อนแอ
คืนนั้นทั้งคืน ไป๋หลันเฝ้าน้องชายอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง ดวงตาของนางแทบไม่ทันได้ปิดลงขณะที่คอยจับชีพจรตรวจดูลมหายใจของไป๋จิ้งทุกครึ่งชั่วยามเพื่อให้แน่ใจว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อล่วงเข้าสู่ยามใกล้รุ่ง นางจึงผล็อยหลับไปเพียงครู่เดียว โดยศีรษะยังเอนซบอยู่ชิดข้างเตียงน้องชาย