เถียนซีและครอบครัวต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงสิ้นปีในวังหลวงอย่างเลี่ยงไม่ได้ พิธีการต่างๆ ในแต่ละขั้นตอนมากมายจนเถียนซีหัวหมุน หลังจากต้องตื่นแต่เช้ายังต้องใส่ชุดเต็มพิธีการเพื่อไปเข้าเฝ้าไทเฮาพร้อมกับท่านพ่อและเสด็จลุงที่ตำหนักซือหนิงกงที่ประทับของไทเฮา ตามพระราชประเพณีอันดีงาม เพื่อแสดงความกตัญญูต่อไทเฮา
จากนั้นต้องรีบกลับมาเปลี่ยนชุดอีกชุด เพื่อเตรียมตัวไปรอรับเสด็จของฝ่าาพร้อมขุนนางทั้งหลายที่ตำหนักส่วนหน้า หลังจากขุนนางทั้งหลายถวายพระพรเสร็จ ฝ่าาก็มีพระราชดำรัส แก่ขุนนางและข้าราช บริพานทั้งหลาย ก่อนจะกลับมาพักผ่อนที่ตำหนักท่านพ่อ
รอจนตะวันใกล้ตกดินก็ต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวรอร่วมงานเลี้ยงฉลองส่งท้ายปี เถียนซีพยายามฝืนตัวเต็มที่ สุดท้ายยังอดสัปหงกลงกับตักท่านแม่ไม่ได้ รอจนใกล้เข้าวันใหม่ท่านแม่ก็ปลุกเขาให้เตรียมเข้าไปอวยพรไทเฮาและฝ่าาแล้วค่อยไปจุดพลุกับพวกองค์หญิงองค์ชาย
เถียนซีรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปคุกเข่าต่อแถวกล่าวคำมงคลอวยพรฝ่าาพร้อมกับเหล่าองค์หญิงองค์ชาย จากนั้นก็วิ่งเข้าไปคุกเข่าอวยพรไทเฮาที่นั่งอยู่ด้านข้างต่อจากองค์ชายองค์หญิงคนอื่นๆ แต่ไม่ลืมที่จะปีนขึ้นตักไทเฮาแล้วออดอ้อนไทเฮา
“ไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ...เถียนเอ๋อร์คิดถึงเกี๊ยวฝีมือไทเฮา”
ท่าทางออดอ้อนอยู่บนตักของเถียนซีทำเอาองค์ชายห้าที่คุกเข่ารอจะถวายพระพรไทเฮาต่อถึงกับชักสีหน้า
“น้องเถียนซี...อย่าได้เสียมารยาทกับไทเฮา” เถียนซีลอบมองอวิ๋นเซียงก่อนจะส่งเสียงออดอ้อนไทเฮาอีกครั้งราวกับเสียงของอวิ๋นเซียงเป็เพียงลมผ่านหู
ส่วนไทเฮานั้นแต่เดิมก็เอ็นดูเถียนซีอยู่แล้ว เนื่องจากพระนัดดาคนนี้อยู่นอกวัง นานๆ จะได้เจอหน้ากันสักครั้ง ทั้งเถียนซียังใสซื่อไร้เล่ห์เหลี่ยมเช่นพระนัดดาองค์อื่นที่อยู่ในวังหลวงมาั้แ่เกิด ที่ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง ทุกสีหน้าที่พยายามปกปิดแล้วนางล้วนมองเห็น ก่อนนางจะเป็ไทเฮาเคยเป็ฮองเฮาของวังหลังมาก่อน อยู่มาค่อนชีวิตใยจะเลอะเลือนมองไม่ออกว่าใครจริงใจ ใครแค่เสแสร้ง
“เ้าเด็กเห็นแก่กินคนนี้ ตื่นมาก็จะกินเลยหรือ?”
“หม่อมฉันเปล่านะพ่ะย่ะค่ะ....แค่พักสายตาเท่านั้น” ประโยคหลังจึงตอบรับเสียงอ่อย
“ข้าเห็นเ้านอนตักแม่ไปหนึ่งตื่นด้วยซ้ำ แล้วเกี๊ยวน่ะประเดี๋ยวนางกำนัลก็จะยกเข้ามาหลังจุดพลุ เ้ารีบไปเถอะ” ไทเฮาว่าพลางปล่อยตัวเถียนซีลงจากตัก แต่อีกฝ่ายยังคงจับชายแขนเสื้อไทเฮาไว้แล้วช้อนตามอง
“พ่อครัวในวังหลวงไหนเลยจะทำเกี๊ยวน้ำสู้ไทเฮาได้...เถียนเอ๋อร์ไม่ได้กินเกี๊ยวที่ไทเฮาห่อให้ ปีนี้ทั้งปีคงจะต้องเป็ปีที่ยากลำบากแน่ๆ”
“หลี่มามาเ้าดูเด็กคนนี้สิ! เหตุใดจึงปากหวานเช่นนี้” ไทเฮาพูดพลางหยิกแก้มย้วยๆ นั่น
“เถียนเอ๋อร์มิได้ปากหวานอย่างเดียว แก้มก็ยังหอมอีกด้วย ไม่เชื่อไทเฮาลองดมดูได้” เถียนซียิ้มแก้มป่องแล้วเอียงแก้มให้ไทเฮา ทำเอาไทเฮาและนางกำนัลาุโแซ่หลี่เอาผ้าเช็ดหน้าปิดปากหัวเรา
“เ้าเด็กหน้าเหม็นก่อเื่อีกแล้วใช่หรือไม่! ”
จิ้นเหวินกงสังเกตเห็นแถวที่รอเข้าเฝ้าไทเฮายาวขึ้นเรื่อยๆ โดยมีเถียนซียังปักหลักอยู่ด้านหน้าสุด จึงรีบเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ จะอุ้มเถียนซีออกไปแต่กลับถูกไทเฮายกมือห้าม
“เ้านี่ช่างสั่งสอนลูกออกมาได้ดีจริงๆ” ไทเฮายังคงสรวล
ฝ่าาที่ประทับอยู่ข้างๆ มาตลอดเห็นไทเฮาทรงสรวลออกมาอย่างสำราญใจก็พอใจเถียนซีมาก ซ้ำยังพาลนึกถึงสมัยก่อนที่ตนเองยังเป็องค์รัชทายาท สมัยนั้นฝ่าาประชวรหนักจนไม่อาจจัดงานรื่นเริงได้ ท่านแม่ก็เป็คนนั่งห่อเกี๊ยวให้พวกเขาสองพี่น้องนั่งกินในคืนข้ามปี จึงยกมือห้ามน้องชายแล้วช่วยเถียนซีขอร้องไทเฮาแทนอีกด้วย
“เสด็จแม่...อันที่จริงก็นานมากแล้วที่เราไม่ได้กินเกี๊ยวฝีมือท่าน”
ไทเฮาบ่นว่าฝ่าาตามใจเถียนซีมากเกินไป ซ้ำยังช่วยเด็กน้อยขี้ตะกละใช้งานคนแก่ แต่ก็ยังลุกขึ้นยืนแล้วไล่ให้ฝ่าาและจิ้นอ๋องไปก่อไฟต้มน้ำเหมือนอย่างสมัยก่อน
จากนั้นพวกเขาก็วุ่นวายย้ายที่จากวังหน้าไปยังตำหนักข้างของฝ่าาที่มีห้องครัวเล็กๆอยู่ แต่เพราะจุคนได้ไม่มากจึงมีคนตามไปไม่กี่คน
หนึ่งในนั้นคือครอบครัวจิ้นอ๋องสามคนแม่ลูก และครอบครัวของฝ่าาสามคนพ่อลูกเท่านั้น พระสนมและนางกำนัลทั้งหลายที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่ตำหนักหน้าได้แต่เจ็บใจที่ไม่อาจติดตามไปด้วยได้ และผู้ที่โกรธมากที่สุดเห็นจะเป็อวิ๋นเซียง...องค์ชายห้า
“...เสด็จแม่...” อวิ๋นเซียงที่ั้แ่ต้นจนจบยังคงนั่งคุกเข่าหน้าที่ประทับของไทเฮาน้ำเสียงแหบพร่าขณะช้อนตามองอู่ซูเฟยผู้เป็มารดา
อวิ๋นเซียงตั้งใจจะถวายภาพกวนอิมประทานพรที่เขาหาซื้อมาอย่างยากลำบากนี้ไว้ เพราะรู้ว่าภาพนี้เป็ภาพที่จักรพรรดิพระองค์ก่อนเป็ผู้วาดด้วยตัวเอง หากไทเฮาทอดพระเนตรต้องพึงพอใจมาก แต่ของสิ่งนี้กลับไม่มีโอกาสได้ให้ไทเฮาทอดพระเนตรด้วยซ้ำ เพราะเถียนซีเข้ามาขัดเสียก่อน
และเวลานี้เมื่อเห็นสายตาตำหนิจากซูเฟยผู้เป็มารดา เขายิ่งรู้สึกแย่เมื่อทำให้นางผิดหวัง
“คราวหน้าอย่าได้ทำให้ข้าผิดหวังอีก” ซูเฟยกล่าวเพียงประโยคเดียวแล้วจากไปทันที
อู่ซูเฟยปีนป่ายจนขึ้นมาเป็ซูเฟยด้วยความยากลำบาก กว่านางจะกำจัดหรูอี้กุ้ยเฟยที่ฝ่าารักถนอมออกไปได้ก็สิ้นเปลืองกำลังคนและเรี่ยวแรงไปมาก บัดนี้วังหลังมีนางที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาคือหลิวเต๋อเฟยที่ให้กำเนิดองค์ชายสามและหลู่เสียนเฟยที่มีองค์หญิงรอง ซึ่งไม่น่ากลัวเท่าไหร่
ตอนนี้นอกจากตำแหน่งกุ้ยเฟยจะว่างลง ยังเหลือตำแหน่งฮองเฮาอีก นางหวังว่าบุตรชายของตัวเองจะเป็แรงส่งให้นางได้ตำแหน่งนี้ในอนาคต แต่ดูเหมือนนางจะคาดหวังมากเกินไป บุตรชายของนางจะลงมือแต่ละครั้งชักช้าเกินไป บุตรคนนี้แตกต่างจากนางมาก...ช่างน่าผิดหวังจริงๆ ....
เถียนซีแอบมองภาพสองแม่ลูกจากที่ไกลๆ ก็ค่อนข้างพอใจ เขารู้ว่าคืนนี้อวิ๋นเซียงจะมอบภาพวาดที่มีราคาสูงที่เคยสูญหายไปในรัชกาลก่อน สมัยแผ่นดินผลัดเปลี่ยนจักรพรรดิ ซึ่งภาพนั้นเป็ภาพที่วาดโดยพระอัยกา
หลังงานเลี้ยงไทเฮาจะให้ความสนพระทัยอวิ๋นเซียงมากยิ่งขึ้น แต่ตอนนี้เถียนซีได้ทำลายโอกาสนั้นไปแล้ว จะให้ดีคือต้องทำลายภาพวาดนั้นไปด้วยจะยิ่งดี แต่ตอนนี้เขาไม่มีคนที่ฝีมือเก่งกาจขนาดนั้นเนี่ยสิ
เถียนซีปัดความคิดทิ้งแล้วรีบตามเสด็จฝ่าาไป คืนนั้นในตำหนักข้างของฝ่าามีเสียงพูดคุยกันเบาๆ ภายใต้แสงเทียน องค์หญิงใหญ่ช่วยใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบเขม่าที่ติดอยู่บนใบหน้าของฝ่าาให้
ฝ่าาเองหันไปเห็นไทเฮามีเศษแป้งที่ติดที่แก้มก็ใช้ผ้าซับพระพัตร์ช่วยเช็ดให้ ไทเฮาเองหันไปเห็นหวังเฟยวุ่นเตรียมน้ำแกงก็อดบ่นสะใภ้ที่ท้องอ่อนๆ ที่คอยช่วยหยิบนู่นจับนี่ตอนที่อยู่ในครัว พวกเขาหัวเราะและพูดคุย ราวพวกเขาเป็เพียงครอบครัวเล็กๆ ในชนบทก็ไม่ปาน
คนที่ครึ้มใจที่สุดเห็นจะเป็ฝ่าานี่แหละที่กินเกี๊ยวได้ถึงสามชาม หลังจากได้ยินเสียงพลุด้านนอก พวกเขาก็รีบออกไปยืนดูอย่างมีความสุข
ทุกอย่างเป็ไปตามที่เถียนซีคาดการณ์ วันนี้เขาใช้ไทเฮาเป็หมากในการดึงดูดความสนใจไปจากอวิ๋นเซียง ทั้งยังได้ทำให้จิตใจที่ตึงเครียดของฝ่าาผ่อนคลายขึ้น นอกจากไทเฮาจะยิ่งรักและหลงเขามากขึ้นแล้ว ฝ่าายังเห็นว่าเขามีประโยชน์ในการสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่นานๆ จะได้ััสักครั้ง เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
เถียนซีทอดสายตามองฝ่าาลูบหัวองค์หญิงใหญ่และโอบองค์ชายเก้าแล้วก็อดนึกถึงลูกอีกคนของฝ่าาที่ป่านนี้คงรอเขาอยู่ที่ตำหนักจงเหรินกงไม่ได้ โม่น้อยของเขาก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในงานเลี้ยงนี้เช่นกัน
ใจหนึ่งเขานึกอยากแย่งทุกอย่างที่เป็ของโม่โฉวกลับมาให้อีกฝ่าย แต่อีกใจก็กลัวเหลือเกิน...กลัวว่าเมื่อโม่โฉวมีอำนาจในมือแล้วจะเปลี่ยนไปเป็อีกคน เถียนซีไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก
ดังนั้นเขาต้องเลี้ยงดูโม่น้อยให้ดีๆ สอนให้อีกฝ่ายเห็นค่าของความรักมากกว่าอำนาจชื่อเสียงเงินตรา
....................................................
วันเวลาผ่านจนกระทั่งเข้าเดือนสาม* (ตามปฏิทินจีนเดือน3มักเริ่มในเดือนมีนาคม-เมษายน) ครรภ์ของท่านแม่เข้าสู่เดือนที่สี่มั่นคงและแข็งแรงดีแล้ว ทั้งกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อากาศสดชื่นแจ่มใส เหมาะแก่การเดินทางกลับแคว้น
ท่านพ่อจึงเข้าไปกราบทูลลากับฝ่าา ทว่าฝ่าารั้งตัวท่านพ่อของเขาไว้ ว่าให้กลับหลังเทศกาลล่าปาเสียก่อน เถียนซีได้ยินก็ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย เพราะปกติเทศกาลล่าปาจะจัดขึ้น 8 ค่ำเดือน 12 โดยมีการล่าสัตว์เพื่อเซ่นไหว้เทพเ้าและบรรพบุรุษ ไม่รุ้ว่าเหตุใดปีนี้งานล่าสัตว์จึงเริ่มเร็วกว่าทุกปี
เถียนซีพยายามเค้นสมองคิด แต่พบว่าชาติที่แล้วงานล่าสัตว์เกิดขึ้น่ฤดูร้อนปีที่เขาอายุ10ปี ไม่ได้เกิดเร็วขนาดนี้ ทั้งชาติก่อนท่านพ่อรับอนุลี่กับลี่หลินฟางเข้ามาเงียบๆ ฝ่าาไม่ได้สนใจอนุที่ไม่ถูกแต่งตั้ง ่เวลานั้นพวกเขาจึงอยู่ที่แคว้นจิ้นกันตลอด จนกระทั่งมีงานล่าสัตว์ในตอนที่เขาอายุ10ปี และปีนั้นลี่หลินฟางได้พบกับอวิ๋นเซียงเป็ครั้งแรกและตกหลุมรักกัน
เถียนซีมองดูท่านแม่ให้นางกำนัลและข้ารับใช้จัดเตรียมกระโจมและข้าวของจำเป็ในการออกไปพักแรมในป่าเป็จำนวนมาก ขนาดขนใส่รถม้าไป 3 คันแล้วก็ยังขนออกมาไม่หมด จนท่านพ่อต้องออกมาช่วยเลือกเฉพาะของจำเป็บางอย่างเท่านั้น
อีกด้านท่านหมอจื่อลู่ก็เตรียมหยูกยาและผ้าพันแผล ผงยาห้ามเื ยาลูกกลอนบำรุงร่างกายและสมุนไพรอบแห้งแก้โรคต่างๆ ขนใส่หีบไปอีกจำนวนมาก เนื่องจากท่านหมอจื่อลู่เป็หมอชายจึงไม่อาจเข้าไปในเขตพื้นที่ล่าสัตว์ที่มีพระสนมรวมอยู่ได้ ท่านหมอจึงได้ส่งจื่อรั่วไปเป็ตัวแทน แถมนางยังสามารถนั่งเป็เพื่อนหวังเฟยในกระโจมระหว่างที่คนอื่นๆ ออกไปล่าสัตว์ได้อีกด้วย
“ท่านอ๋อง...โม่โฉวไปล่าสัตว์ด้วย! โม่โฉวเป็องครักษ์ท่านชายได้” โม่โฉวเข้าไปคุกเข่าขอร้องท่านพ่อของเขาทุกที่ ทุกเวลา อยู่นานหลายวันจนกระทั่งท่านพ่อยอมรับปากเพราะตัดรำคาญที่ถูกโม่โฉวตามตื๊อไม่เลิก ส่วนเื่ฝีมือของโม่โฉวนั้นเป็ที่ยอมรับของจิ้นอ๋องเพราะจิ้นอ๋องมักจะมาทดสอบฝีมือของโม่โฉวทุกสัปดาห์และพบว่าอีกฝ่ายฝีมือพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อหลี่ไป๋ได้ยินว่าโม่โฉวได้รับอนุญาตให้ไปงานล่าสัตว์ก็เข้าไปคุกเข่าขอร้องจิ้นอ๋องบ้าง แต่ปรากฏว่าถูกข้ารับใช้ในเรือนพักส่วนตัวจับโยนออกมาจนเ้าตัวร้องไห้โฮ เถียนซีต้องเข้ามาปลอบและหลอกล่ออยู่นานกว่าหลี่ไป๋จะยอมฟังและถอยทัพกลับไป
วันเดินทางรถม้าของจิ้นอ๋องตามหลังขบวนรถม้าของสามพระชายาอันได้แก่ อู่ซูเฟย หลิวเต๋อเฟย และหลู่เสียนเฟย ทว่าคนในรถม้ามีเพียงหวังเฟยและจื่อรั่วอยู่ภายในเพียงสองคนเท่านั้น ด้านนอกรถมีนางกำนัลส่วนตัวของหวังเฟย 3-4 เดิมตามรถม้า และคนคุ้มกันรถม้าอีก 9 คน
ส่วนจิ้นอ๋องนั้นตอนนี้ควบม้าออกไปพร้อมกับฝ่าาเสียแล้ว เถียนซีเองตอนเช้าที่ตั้งแถวรอขึ้นรถม้าอยู่ที่ลานท้องพระโรง องค์หญิงใหญ่ได้ควักมือเรียกเขาและโม่โฉวให้ไปนั่งรถม้าคันเดียวกันเสียก่อน
องค์หญิงใหญ่หรือกู้หลุนกงจู่อายุไล่เลี่ยกับจื่อรั่ว ทั้งยังไม่มีเพื่อนเล่นในวัยใกล้เคียงกันเท่าไหร่ หลังจากที่เคยมาร่วมกินเกี๊ยวรอต้อนรับปีใหม่พร้อมกับเขาก็เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น
องค์หญิงใหญ่ใบหน้ากลมแต่ผิวพรรณเนียนใสเหมือนผิวหยก ละม้ายคล้ายฝ่าาเพียง 2-3 ส่วนตรงจมูกและปากเท่านั้น แต่ก็ยังเป็ที่รักใคร่ของฝ่าา หากเป็ไปได้เขาก็อยากให้นางแต่งกับคนดีๆ มากกว่าจะต้องแต่งงานทางการเมืองกับพวกทูเจี๋ยเหมือนชาติที่แล้ว
เถียนซีเบนสายตาไปยังองค์ชายเก้าที่ตอนนี้ยังนั่งดูดนิ้วอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาจนใจ เด็กคนนี้ช่างไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลยจริงๆ ไม่น่าแปลกที่จะ ถูกอวิ๋นเซียงใช้เป็หมาก เพราะกว่าองค์ชายเก้าจะรู้ความ องค์หญิงใหญ่ก็ถูกจับแต่งงานส่งออกไปนอกแคว้นนานแล้ว
“องค์หญิงทรงทราบหรือไม่ว่าเหตุใดฝ่าาจึงรีบจัดให้มีการล่าสัตว์เร็วกว่าทุกปี?” เถียนซีถามขณะที่นั่งกินขนมที่องค์หญิงใหญ่จัดใส่กล่องไว้เป็ชั้นๆ ให้กินพร้อมกับชาร้อน
“เ้ายังจะเรียกข้าว่าองค์หญิงอีกหรือ? เ้าไม่คิดว่าข้าเป็พี่น้องกับเ้าหรือ? รีบเรียกพี่หญิงใหญ่เร็วเข้า” องค์หญิงใหญ่แสร้งทำหน้าบึ้ง เถียนซียิ้มให้แล้วรีบเรียกนางเสียใหม่
“พี่หญิงใหญ่ตอบข้าหน่อยนะ” เถียนซีรีบเกาะแขนอ้อนนาง
“ก็นังจิ้งจอกแซ่อู่นั่นน่ะสิ! หลังจากที่เสด็จอาเข้ามากราบทูลลากลับแคว้น นังจิ้งจอกนั่นก็เสนอให้เสด็จพ่อฉวยจังหวะนี้ออกไปล่าสัตว์เพื่อพักผ่อนจากการงานก่อนเสด็จอากลับแคว้น...เ้าถามทำไมหรือ?”
“ข้าแค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้น” เถียนซีนั่นหน้านิ่วพลางคิดทบทวน
เหตุใดซูเฟยจึงอยากให้มีการล่าสัตว์? งานล่าสัตว์ทุกปีเป็การแสดงฝีมือของเหล่าองค์ชายเสียมากกว่าพวกองค์หญิง เพราะพวกผู้หญิงทำได้แค่นั่งเฝ้ากระโจม ไม่สิ...นี่เป็การจับเหล่าเชื้อพระวงศ์ชายหญิงมาแยกกันโดยจงใจมากกว่า
“...เถียนซี...สีหน้าเ้าไม่ดีเลย...เ้าคิดอะไรอยู่หรือ?” องค์หญิงใหญ่อยู่ในวังหลวงมาั้แ่เด็ก เห็นเล่ห์กลมาตลอดชีวิต เพียงแค่เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยนางก็สังเกตเห็นพอดี
“พี่หญิง...ข้า...ข้าเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย! งานล่าสัตว์เชื้อพระวงศ์หญิงชายแยกกันชัดเจน ยิ่งเวลาล่าสัตว์อะไรก็เกิดขึ้นได้ กระบี่ไร้ตา แค่อ้างว่าเป็อุบัติเหตุก็จับมือใครดมก็ไม่ได้...ทั้งฝั่งผู้หญิงหากมีใครเล่นเล่ห์บุกเข้าทำร้ายใครจะมาถึงทัน?”
“เ้า....” องค์หญิงใหญ่ทำท่าจะพูดบางอย่าง ก่อนจะปรายตาไปมองโม่โฉวที่นั่งกอดดาบมองพวกเขาอยู่
“พี่หญิงใหญ่วางใจเถอะ...โม่โฉวไว้ใจได้” พอเถียนซีพูดเช่นนั้นองค์หญิงใหญ่จึงได้วางใจและพูดต่อ
“เ้าพูดมีเหตุผล แต่เดิมข้าก็แปลกใจเช่นกัน หรือนี่จะเป็แผน? อู่ซูเฟยชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว! วังหลังตอนนี้นางทั้งหมด ขนาดเสด็จพ่อยังไม่ได้แต่งตั้งรัชทายาท นางยังกุมอำนาจมากขนาดนี้ หากเสด็จพ่อแต่งตั้งรัชทายาท...เถียนซี...ข้ากลัว...หากเสด็จพ่อแต่งตั้งเสี่ยวจิ่ว* (เ้าเก้า) เป็รัชทายาท นางจะกำจัดเสี่ยวจิ่วหรือไม่?” เถียนซีกลับคิดว่าฝ่าาจะยังไม่แต่งตั้งองค์ชายเก้าตอนนี้แน่ๆ เพราะอีกฝ่ายยังเล็กเกินไป
วังหลังของฝ่าาตอนนี้นอกจากฮองเฮามีเพียง ซูเฟย เต๋อเฟย และเสียนเฟยเท่านั้นที่ให้กำเนิดองค์หญิงและองค์ชาย ส่วนพระสนมขั้นสองลงมาไม่มีใครให้กำเนิดองค์หญิงหรืองค์ชายได้เลยสักคน นับว่าฝ่าามีจำนวนทายาทในราชวงศ์น้อยมาก
และไม่ว่าเหตุผลของจำนวนองค์หญิงและองค์ชายลดลงเพราะอู่ซูเฟยหรือไม่ตอนนี้ยังไม่สำคัญเท่ากับว่า ตอนนี้อู่ซูเฟย้าจะทำอะไรกันแน่ กำจัดองค์ชายเก้าตอนนี้จำเป็หรือ? แล้วบางอย่างก็วาบเข้ามาในสมองเถียนซี
อุบัติเหตุทำให้องค์ชายสามสิ้นพระชนม์ั้แ่ยังเด็กนั่นไง! ตอนนั้นหากจำไม่ผิดเมื่อชาติก่อนองค์ชายสามสิ้นพระชนม์จากการพลัดตกจากูเาจำลองหรือจมน้ำสักอย่างั้แ่เด็ก ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่แคว้นจิ้น และไม่ค่อยได้สนใจความเป็ไปในวังหลวงมากนักเลยจำสาเหตุการสิ้นพระชนม์ไม่ได้
“ตลอดวันล่าสัตว์พี่หญิงใหญ่ให้องครักษ์คุ้มกันกระโจมให้มากหน่อย หากเป็ไปได้...อย่าให้องค์ชายเก้าออกไปไหนมาไหนคนเดียว ให้องครักษ์กางกระโจมใกล้ๆ กระโจมของท่านแม่ข้าไว้ ข้าจะให้นางช่วยมาดูพวกท่านบ่อยๆ” เถียนซีกำชับนางก่อนจะปรายตามององค์ชายเก้าที่นั่งตักแม่นมแล้วนอนหลับไปตอนไหนไม่รู้อย่างไร้เดียงสา
“ต่อไปเห็นที...พี่หญิงต้องหาอาจารย์เก่งๆ มาฝึกเพลงดาบและหมัดมวยให้องค์ชายเก้ามากๆ อย่าได้ไว้ใจใครหรือเชื่อใจใคร โดยเฉพาะองค์ชายห้ากับอู่ซูเฟย”
“อื้ม” องค์หญิงใหญ่รับคำ เขาจึงตบหลังมือนางเบาๆ เพื่อให้กำลังใจก่อนจะปล่อยความคิดออกไปนอกหน้าต่างรถม้า
“อาเถียนอย่าคิดมาก....โม่โฉวปกป้องเอง” โม่โฉวใช้นิ้วลูบๆ ที่หว่างคิ้วเขาให้คลายลง เถียนซีจึงยิ้มให้อีกฝ่ายบางๆ
ฝ่าาและท่านพ่อของเถียนซีขี่ม้าออกไปสำรวจพื้นที่แถวๆ ชายป่า ก่อนจะให้พวกทหารมาช่วยกันตั้งกระโจมให้ องค์หญิงใหญ่และองค์ชายเก้าขอตั้งกระโจมใกล้ๆ กับกระโจมของจิ้นอ๋องอย่างที่ตกลงไว้กับเถียนซี
ในวันแรกของการมาถึงป่าหลังจากตั้งกระโจมแล้วคนอื่นๆ ก็แยกย้ายไปพักผ่อน รอการล่าสัตว์ในวันรุ่งขึ้น
เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงเถียนซีก็ให้พวกนางกำนัลมาช่วยแต่งตัวแต่เช้าด้วยผ้าฝ้ายสีขาว มัดชายแขนเสื้อและชายขากางเกงด้วยเชือกสีขาว สวมชุดเกราะอ่อนที่เป็หนังสีน้ำตาลที่ท่านแม่เย็บให้เข้าชุดแบบเดียวกับท่านพ่อ ผมยาวๆ รวบสูงจนเห็นต้นคอขาวๆ แล้วคาดด้วยเชือกประดับหยกสีน้ำตาลท่าทางเหมือนจอมยุทธิ์น้อย
โม่โฉวสวมชุดผ้าฝ้ายแบบเดียวกันแต่เป็สีน้ำเงินเข้มกับชุดเกราะอ่อนสีดำ ท่าทางองอาจกว่าเขาเสียอีก ทั้งที่อีกฝ่ายเพิ่งจะ 5 ขวบแท้ๆ ท่านแม่ดูแลให้พวกเขาดื่มโจ๊กล่าปากับหมั่นโถวรองท้องเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย
พออิ่มท้องเถียนซีก็เดินไปกำชับจื่อรั่วให้ช่วยดูแลท่านแม่กับองค์หญิงใหญ่และองค์ชายเก้าที่พักอยู่อีกกระโจม จากนั้นก็ถูกนางกำชับกลับว่าให้ระวังตัวพร้อมกับให้ขลุ่ยไม้บางๆ ยาวแค่ 3 ข้อนิ้วมือเท่านั้น
“นกหวีดไม้หรือ?”
“ที่เป่าลูกดอกต่างหาก” จื่อรั่วหยิบซองหนังอันเล็กๆ บางๆ ที่มีเข็มปลายแหลมมีฝุ่นสีดำๆ อยู่ส่วนปลายออกมายัดใส่ที่เป่าลูกดอกที่เขาคิดว่าเป็นกหวีดแล้วเป่าออกไปให้ดูเป็ตัวอย่าง
“เ้าระวังปลายด้านนี้ไว้หน่อย ข้าจุ่มยาพิษไว้หลายอย่าง เก็บเอาไว้ป้องกันตัว” เถียนซีกำซองหนังไว้แล้วกอดจื่อรั่ว
“ขอบคุณพี่สาว! ไว้ข้าจะล่ากวางกลับมาเยอะๆ นะ”
“แค่เ้าอย่าซุ่มซ่ามได้แผลกลับมาข้าก็ขอบคุณ์แล้ว!” เถียนซีหัวเราะกับท่าทางเข้มงวดของนางแล้วโบกมือลา
“ท่านพ่อ...ทิ้งคนไว้อารักขากระโจมมากหน่อยนะ...ข้ารู้สึกเป็ห่วงท่านแม่อย่างไรไม่รู้” เถียนซีกระซิบกับท่านพ่อระหว่างเดินไปรวมตัวพร้อมกับคนอื่นๆ ที่หน้ากระโจมของฝ่าา
“ข้ายังต้องให้เ้าสอนอีกรึ?” ท่านพ่อหันมายีหัวเขาแล้วยิ้ม ทว่าเถียนซีเห็นเสี้ยวหน้าที่เป็กังวลของท่านพ่อชัดเจน
เถียนซีส่ายหน้า...ตาแก่ของเขานี่เก็บอารมณ์เก่งจริงๆ
ขณะรวมตัวกันที่ลานเพื่อรอฝ่าาเสด็จ เถียนซีกวาดตามองไปรอบๆ ไม่พบขุนนางอย่างที่ควรจะเป็ ปกติฝ่าามักให้คนตามเสด็จเยอะจะตาย แต่นี่จากที่เขาคะเนด้วยสายตาล้วนมีแต่คนในราชวงศ์กับผู้ติดตามเท่านั้น คนที่ลอยตัวที่สุดน่าจะเป็หลู่เสียเฟยกับองค์หญิงรอง
เถียนซีลอบมองไปที่กระโจมของอู่ซูเฟย เห็นพระนางนั่งเอนกายอยู่บนตั่งยาวท่าทางคล้ายแมวี้เี ไม่นานหลังจากนั้นก็เห็นอวิ๋นเซียงเดินออกมาจากด้านในแล้วคารวะนาง ทว่ามองอยู่ได้ครู่เดียวก็ถูกใบหน้ายับย่นของโม่โฉวเดินมาบัง
“ทำอะไรของเ้า?” คนถูกว่าคว่ำปากทำหน้างอ
“อาเถียนมองแต่คนอื่น! โม่โฉวไม่ชอบ!” เถียนซีมองหน้าโม่โฉวแล้วอดไม่ได้ที่จะบีบปากอีกฝ่ายจนแก้มบี้ปากจู๋
“ข้ามองแต่โม่น้อยคนเดียวเท่านั้น...พอใจหรือยัง!”
เถียนซีปล่อยโม่โฉวไปแล้วหันไปสังเกตกระโจมของหลิวเต๋อเฟยบ้าง นางสั่งความองค์ชายสามอยู่หลายครั้งก่อนจะปล่อยตัวอีกฝ่ายมาตั้งแถวรอ เถียนซีหันไปทักทายองค์ชายสามแต่ไม่ได้ทักอวิ๋นเซียงจนอีกฝ่ายต้องออกปากก่อนจึงได้ทักอวิ๋นเซียงกลับตามมารยาท
ไม่นานหลังจากนั้นฝ่าาก็เดินออกมาจากกระโจมที่ประทับเตรียมขึ้นม้าพร้อมธนูคู่ใจเพื่อเริ่มพิธีล่าสัตว์เพื่อเซ่นไหว้เทพเ้าในเทศกาลล่าปา เมื่อทุกคนขึ้นม้าเตรียมพร้อมเถียนซีก็หันไปหาโม่โฉว
“โม่น้อย...พอฝ่าาควบม้าออกไปพร้อมท่านพ่อพวกเราต้องระวังตัวกันให้มากหน่อย แล้วติดตามองค์ชายสามไปห่างๆ” โม่โฉวได้ยินก็ย่นคิ้ว
“เราไม่ล่าสัตว์กันหรือ?”
“ไม่ล่า...วันนี้เราจะช่วยคน”
เถียนซีรู้สึกว่างานล่าสัตว์ครั้งนี้จะต้องมีแผนลอบปลงพระชนม์องค์ชายสามแน่ๆ เพราะหากกำจัดองค์ชายสามได้ ต่อไปจะเหลือแค่องค์ชายเก้าที่ไร้พิษสง ถ้าถึงเวลานั้นต่อให้ฝ่าาไม่พอใจอวิ๋นเซียงแค่ไหน ยังไงก็ต้องให้เขาขึ้นเป็รัชทายาทแน่นอน
ฝ่าายังไม่แต่งตั้งใครเป็รัชทายาทในตอนนี้น่าจะเป็เพราะรู้ว่าองค์ชายเก้าไม่มีฐานอำนาจ หากแต่งตั้งรัชทายาทขึ้นมาก็จะไม่อาจคานอำนาจของอู่ซูเฟยได้ ดีไม่ดีองค์ชายเก้าอาจจะถูกกำจัดทิ้ง
ไม่สิ! เื่นี้มีช่องโหว่อเยอะเกินไป อู่ซูเฟยจะกล้ากำจัดองค์ชายสามทิ้งในวันล่าสัตว์จริงๆ น่ะหรือ? หรือนางมั่นใจว่านางจะไม่ถูกซ้อนแผนจับ? และถ้าหากเื่พวกนี้เขายังคิดได้ ฝ่าาจะไม่คิดได้เชียวหรือ? ไหนจะท่าทางการแสดงออกของท่านพ่อในเช้าวันนี้อีก หรือทั้งสองฝ่ายต่างมีแผนการอะไรในใจแล้ว
ยิ่งคิดเถียนซียิ่งรู้สึกว่ามีเพียงตนเองเท่านั้นที่ยังคงหัวปั่นอยู่ในเขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ
------------------------------------
To Be Con
เราพยายามสร้างคาแรคเตอร์ของเถียนซีออกมาให้มีความแสบและน่าเอ็นดูไปพร้อมๆกัน
เถียนซีอาจไม่ใช่นายเอกที่เก่งที่สุด หรือต่อสู้ฟาดตัวโกงได้เจ็บแสบอะไร
แต่เถียนซีเป็คนฉลาดที่มีคนรอบกายเก่งๆเยอะค่ะ หวังว่าจะชอบน้องนะคะ
นามิ