ยอดเขาสูงสุดของดันเจี้ยนดินแดนลับ‘แดนจิ้งจอกทมิฬ’ เป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ไพศาลขนาดเท่าสนามฟุตบอล
ณใจกลางของที่ราบนั้น มีพระราชวังที่สร้างจากหินตั้งตระหง่านโดยมีสัตว์อสูรป่าร่างยักษ์คอยเฝ้ารอบด้าน
เมื่อหวังเฉินและปิงชิงร่อนลงสู่ยอดเขาการมาเยือนของแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสามคนก็ดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรป่าด้านนอกพระราชวังทันที
“โฮก!”
เสียงคำรามโหยหวนดังกึกก้องจิ้งจอกทมิฬสิบตัวที่สูงกว่าสามเมตร รูปร่างกำยำราวกับบานประตูก็กรูกันเข้ามาจากสี่ทิศทางพร้อมอาวุธในมือ
เมื่อเห็นสัตว์อสูรป่าเหล่านี้ปรากฏตัวหวังเฉินก็เลิกล้มความคิดที่จะสั่งสอนปิงชิง แล้วหันไปมองสัตว์อสูรป่าเหล่านั้นแทน
“น่าเกลียดจริงๆ!”
เมื่อแรกเห็นเขาก็อดไม่ได้ที่จะเบะปาก
จิ้งจอกทมิฬนักรบที่เขาเจอครั้งแรกในดินแดนลับยังพอจะมีเค้าโครงของจิ้งจอกอยู่บ้าง
แต่เจ้าพวกนี้มันจิ้งจอกทมิฬกล้ามโตชัดๆ!
“ดูเหมือนว่าความคิดที่จะเจอภูตจิ้งจอกในแดนจิ้งจอกทมิฬคงจะพังทลายลงแล้วสิ!”
ขณะที่คิดในใจหวังเฉินก็ใช้ทักษะสำรวจไปยังสัตว์อสูรป่าที่กำลังล้อมเข้ามาไม่นานนักเขาก็ได้ข้อมูลของพวกมัน
[สัตว์อสูร: ผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬ]
[เลเวล: 60]
[รูปแบบการต่อสู้: โจมตีระยะประชิด]
[ทักษะ: ขย้ำ, พุ่งชน, ล่อลวง…]
[ประเภท: สามัญ]
…
เมื่อเห็นข้อมูลของผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬเหล่านี้หวังเฉินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
สัตว์อสูรป่าเลเวล60ก็คุ้มค่ากับความหนาวเย็นที่เขาต้องเผชิญมาตลอดทางเพื่อขึ้นมาบนยอดเขาแห่งนี้
“พวกเธอสองคนอย่าแย่งฉันนะ ขอให้ฉันได้ยืดเส้นยืดสายบ้างเถอะ!”
หวังเฉินสั่งสอนเจ้าตัวเล็กอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้ผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬโจมตีเขาก็ก้าวเท้าพุ่งเข้าใส่ผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬราวกับสายฟ้าแลบ
คมดาบพริบตา!
ชั่วพริบตาเขาก็พุ่งเข้าใส่ร่างของผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬตัวหนึ่งราวกับลูกกระสุนปืน
“โฮก!”
ด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬร่างมหึมาแทบไม่ทันได้ตอบสนองทำได้เพียงคำรามออกมาหนึ่งครั้ง
วินาทีถัดมา
ชิ้ง!
แสงเย็นวาบผ่านกระบี่ฟันเลื่อยก็ฟันคอของมันขาดสะบั้น
สังหารในดาบเดียว!
หลังจากสังหารผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬตัวหนึ่งแล้วหวังเฉินก็ไม่หยุดพักเขาใช้ปลายเท้าดีดตัวพุ่งเข้าใส่ผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬตัวอื่นๆ ต่อไป
คมดาบพริบตาโจมตีต่อเนื่องสองครั้ง!
วิชาลมวายุคลั่ง!
สองทักษะพุ่งออกไปติดๆกัน เพียงชั่วพริบตาผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬทั้งสิบก็ถูกสังหารทั้งหมดภายใต้การโจมตีอันบ้าคลั่งของหวังเฉิน
“เจ้านายสุดยอดไปเลย!”
ปิงชิงที่เฝ้ารออยู่ห่างๆเห็นฉากนี้ก็ส่งเสียงชื่นชมออกมาอย่างกระตือรือร้น
ทว่าในแววตาของมันที่เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่องบ่งบอกชัดเจนว่ามันแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเข้าร่วมการต่อสู้แล้ว
“ทำหน้าที่เป็นกองเชียร์ที่ดีให้ฉันก็พอ!”
หวังเฉินไม่หลงระเริงกับคำชื่นชมเขาจ้องปิงชิงด้วยแววตา ‘ดุดัน’
ถ้าเจ้าตัวเล็กนี่ลงมือละก็ความตั้งใจที่จะขยับแข้งขยับขาของเขาในวันนี้ก็คงต้องเป็นอันยกเลิก
“ก็ได้เจ้าค่ะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาปิงชิงก็แสร้งทำเป็นผิดหวังแล้วหันหน้าหนีทว่าดวงตาคู่นั้นยังคงจับจ้องไปยังบริเวณที่ไม่ไกลนักอย่างลับๆ
ในขณะนั้น
ผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬที่เฝ้าอยู่นอกวังเมื่อพบว่าพวกพ้องของตนถูกจัดการอย่างง่ายดายแววตาที่แดงก่ำก็เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
“กรร กรร กรร!”
เสียงคำรามอันดุดันดังขึ้นหลายครั้งเพียงชั่วพริบตาผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬที่เหลืออีกยี่สิบกว่าตัวก็วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
พวกมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเสียงย่ำเท้าบนพื้นดินดังสนั่นดุจกลองศึก แผ่รัศมีแห่งความข่มขู่
ทว่าเมื่อเห็นฉากนี้แววตาของหวังเฉินกลับปราศจากความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
บัดนี้เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวกระบี่ฟันเลื่อยในมือเฉียงลง พลังเวทมนตร์อันรุนแรงเริ่มหมุนวนรอบกาย
วินาทีถัดมาเขาก็สะบัดกระบี่ฟันเลื่อยฟันออกไปข้างหน้า
ชิ้ง!
จากคมดาบของกระบี่ฟันเลื่อยมีพลังลมปราณขนาดมหึมาที่แข็งแกร่งและมีความยาวถึงสามเมตรพุ่งออกไป
ผ่าจันทรา!
ในพริบตาพลังลมปราณขนาดมหึมาก็ปะทะเข้ากับผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬที่พุ่งเข้ามา
ชิ้ง!
สะบั้น!
พลังลมปราณขนาดมหึมาที่แหลมคมได้ผ่าร่างของผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬสามตัวแรกขาดสะบั้นก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่จิ้งจอกที่อยู่ด้านหลังอีกหลายตัวอย่างต่อเนื่อง
ฉัวะ!
เสียงปะทะอันรุนแรงดังกึกก้องผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬที่ถูกพลังลมปราณขนาดมหึมาพุ่งชนต่างกระเด็นถอยหลังไปอย่างควบคุมไม่ได้
กลางอากาศพวกมันกระอักเลือดไม่หยุดบริเวณที่ถูกพลังลมปราณขนาดมหึมาพุ่งชนปรากฏรอยยุบอย่างเห็นได้ชัดและดูเหมือนจะไม่มีชีวิตรอดแล้ว
“สมแล้วที่เป็นทักษะระดับ A!”
“สังหารสัตว์อสูรป่าเลเวล 60 จำนวนหกตัวได้ในดาบเดียว!”
เมื่อเห็นพลังของผ่าจันทราหวังเฉินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ก้าวเท้าออกไปอย่างไม่ลังเลพุ่งเข้าใส่ผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬที่เหลืออีกครั้ง
ไม่นานนักภายใต้การสังหารอย่างบ้าคลั่งของเขา ผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬบนยอดเขาต่างไร้ทางสู้ถูกเขาเปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ไปจนหมดสิ้น
“เฮ้อ!”
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหวังเฉินก็สะบัดเลือดบนกระบี่ฟันเลื่อยทิ้ง แล้วถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเขารู้สึกสดชื่นราวกับได้อาบน้ำชำระร่างกาย
ร่างกายที่แข็งทื่อเพราะลมหนาวเมื่อครู่ตอนนี้ก็ไม่มีอาการติดขัดอีกต่อไปแล้ว
“ไปกันเถอะ ต่อไปเราจะไปจัดการราชันย์จิ้งจอกทมิฬ เมื่อทำได้ละก็เป้าหมายของเราที่มาที่นี่ก็จะสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว”
เขาเรียกปิงชิงและซูซูแล้วก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังพระราชวัง
แต่ในตอนนั้นเอง…
“เจ้านาย เจ้านาย ดูสิเจ้าคะ!”
ปิงชิงส่งเสียงเรียกอย่างตื่นเต้นพลางยื่นกรงเล็บมังกรขนาดใหญ่มาข้างหน้าอย่างภาคภูมิใจราวกับจะอวดของขวัญ
“หืม?”
หวังเฉินได้ยินดังนั้นก็หยุดเท้าด้วยความสงสัย
เขาหันไปมองและเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกรงเล็บมังกรของปิงชิง เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
บนกรงเล็บมังกรมีกล่องใบเล็กกะทัดรัดเปล่งประกายสีทองแดงวางอยู่
“หีบสมบัติทองแดง?!”
เมื่อเห็นเช่นนั้นหวังเฉินก็ประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้ของดีในครั้งนี้
“สมแล้วที่เป็นดันเจี้ยนดินแดนลับป่าเถื่อน!อัตราการดร็อปหีบสมบัติช่างแตกต่างจากภายนอกโดยสิ้นเชิง!”
ขณะที่คิดในใจเขาก็รับหีบสมบัติมา แล้วเปิดออกอย่างไม่ลังเล
ทันใดนั้นหีบสมบัติก็กลายเป็นจุดแสงแล้วหายไปเหลือเพียงแสงสว่างลูกเดียวที่ลอยอยู่ตรงหน้าเขาอย่างโดดเดี่ยว
เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก
แน่นอนว่าเขาได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำสุดจากหีบสมบัติเท่านั้น
“ได้มาแค่ชิ้นเดียวเอง เจ้านายนี่ไม่มีดวงเลยจริงๆ เจ้าค่ะ!”
ปิงชิงน้อยที่อยู่ข้างๆพูดอย่างรังเกียจ พลางพูดย้ำเติมความซวยของเจ้านายของตนอย่างหนัก
หวังเฉินได้ยินดังนั้นก็กลอกตาอย่างไม่พอใจเขาฉีกม้วนคัมภีร์ตรวจสอบแล้วเล็งไปที่แสงสว่างนั้น
[อุปกรณ์: รองเท้าจิ้งจอกทมิฬ]
[ประเภท: เกราะ]
[ระดับ: ทองแดง]
[เงื่อนไข: เลเวล 60]
[คุณสมบัติ: ความว่องไว +30]
[เวทมนตร์เอฟเฟกต์: เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 5%]
…
“ขยะชัดๆ!”
เมื่อเห็นคุณสมบัติของอุปกรณ์ชิ้นนี้หวังเฉินก็เบะปากอย่างดูถูก
อุปกรณ์เลเวล60เพิ่มคุณสมบัติได้น้อยกว่าอุปกรณ์เงินเลเวล 20 ที่เขาเคยใช้ก่อนหน้านี้เสียอีก
คงต้องเก็บไว้ขายเป็นเศษเหล็กในตลาดการค้าแล้วล่ะ
“ไปกันเถอะ!”
เขาเก็บรองเท้าจิ้งจอกทมิฬไปอย่างไม่ใส่ใจเรียกปิงชิงและซูซู แล้วก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังพระราชวังกลางยอดเขา
ไม่นานนัก
เมื่อไม่มีผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬขัดขวางหวังเฉินก็มาถึงประตูพระราชวังได้โดยตรง
เขาจ้องมองประตูพระราชวังที่สูงเจ็ดแปดเมตรแล้วเตะเปิดออกอย่างไม่ลังเล