คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงบรรยากาศดีมีลมพัดโชยแ่เบา ขณะที่ตอนนี้จางซูเหยานั่งชมจันทร์พร้อมกับจิบชาอุ่นๆอยู่คนเดียวที่ศาลาริมบึงบัวที่่นี้แข่งกันออกดอกมากมายจนเต็มบึงแม้ว่าจะตัดไปถวายวัดอยู่บ่อยๆก็ตาม ในจวนแม่ทัพเว่ยไม่ได้ประดับตกแต่งดอกไม้หรือต้นไม้สวยงามมากมายมีเพียงบึงบัวแห่งนี้ที่ทำให้บรรยากาศภายในจวนแลดู
สดชื่นน่าอยู่ไม่เบาเธอนั่งเหม่อลอยคิดถึงเื่ความเป็อยู่ที่แสนลำบากของครอบครัวนางเกาจูหลิงแม้แต่ยามเจ็บป่วยถึงไม่ใช่โรคร้ายแรงเมื่อไม่มีเงินรักษาก็อาจป่วยตายได้ง่ายๆ
"หากจะเปิดโรงหมอรักษาผู้ยากไร้จะดีมั้ยนะ"
"ดีซิ ข้าเห็นด้วย"
"เสียงใครน่ะ"บุรุษรูปร่างสูงผิวพรรณเรียบเนียนดวงตาสีแดงหน้าตาหล่อเหลายิ่งนักอยู่ในอาภรณ์สีแดงเสื้อคลุมสีดำทอมาจากผ้าไหมเนื้อดีะโลงมาจากต้นไม้ข้างๆ ศาลาริมบึงบัว เดินตรงเข้ามาในศาลาจางซูเหยาใอย่างมากรีบคว้าพัดที่วางของบนโต๊ะพร้อมลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วมือกำพัดแน่นชี้ไปทางบุรุษที่อยู่ตรงหน้าหวังจะใช้ป้องกันตัวเพราะมีสิ่งเดียวพอจะใช้เป็อาวุธได้
"เ้ากำลังทำอะไรอย่าบอกนะว่าจะใช้พัดด้ามเดียวสู้กับข้างั้นรึ"บุรุษหนุ่มปริศนาใช้พัดที่ตนเองพกมาด้วยแกล้งทำเป็จะเข้าไปต่อสู้ทำร้ายจางซูเหยาเธอรีบตั้งรับได้เพียงสามกระบวนท่าก็พลาดโดนบุรุษปริศนาใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่ข้อมือข้างที่ถือพัดของจางซูเหยาและใช้วงแขวนรวบเข้าที่เอวบางของเธอกระชับแน่นจนส่วนที่นุ่นนิ่มกระแทรกเข้าที่อกแกร่งแแ่ด้วยความใเธอเริ่มดิ้นทำให้ส่วนนั้นยิ่งเบียดเสียดเข้ากับอกแกร่งเมื่อบุรุษปริศนารับรู้ถึงััร่างกายก็รู้สึกร้อนวูบวาบอีกทั้งหัวใจก็ยังเต้นแรงเขารีบผลักจางซูเหยาออกจนนางล้มลงกับพื้น
"เกิดอะไรขึ้นกับข้าทำไมหัวใจเต้นแรงหรือว่าการจุติยังไม่สมบูรณ์"ยมบาลเอามือข้างหนึ่งกุมที่หน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจขณะที่จางซูเหยาร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บที่ก้นกระแทกพื้นอย่างจัง
"โอ๊ย!!!เจ็บ ไอ้โรคจิตแกเป็ใครเข้ามาที่นี่ได้ยังไง"ด้วยความโกรธเธอลืมตัวเลยพูดภาษาในโลกเดิมของเธอ พร้อมกับชี้นิ้วไปบุรุษปริศนายมบาลรีบหันไปมองแล้วรีบตอบกลับทันที เมื่อเห็นว่าได้เผลอผลักแรงไปหน่อย
"จางซูเหยา นี่ข้าเอง"เธอชะงักเมื่อบุรุษตรงหน้าเรียกชื่อจริงๆ ของเธอซึ่งในโลกนี้น่าจะไม่มีใครที่รู้จักชื่อนี้
"ท่านเป็ใครกัน ทำไมรู้จักชื่อของข้า"เธอถามด้วยสีหน้าที่สงสัย
"ข้าคือยมบาลที่ส่งเ้ามาเกิดในโลกนี้ยังไงล่ะ"ยมบาลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบขณะที่ปรับสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นด้วยตอนนี้ความรู้สึกร้อนวูบวาบและหัวใจเต้นแรงนั้นคลายลงมากแล้ว
"ห๊า!!! อย่าบอกนะว่าท่านเปลี่ยนใจจะมาจับข้ากลับไปที่ยมโลกอีกข้าไม่ไปนะ" เธอมีท่าทางกระวนกระวายใจรีบวิ่งไปกอดเสาเอาไว้ก่อนหันหน้าไปจ้องหน้าท่านยมบาล แต่เมื่อสังเกตดีๆก็พบว่าหน้าตาบุรุษผู้นี้ไม่เหมือนกับของท่านยมบาลที่เธอเคยเห็นมาก่อนจึงเอ่ยถามขึ้น
"เอ๊ะ! ว่าแต่ทำมั้ยหน้าตาท่านยมบาลไม่ใช่แบบนี้นี่น๊าข้าว่าความจำข้าไม่ได้เสื่อมหรอกน่ะ"
"เ้าไม่ได้ความจำเสื่อมหรอกแต่เป็ข้าที่ต้องมาจุติในร่างนี้ แต่รู้สึกว่าการจุติน่าจะยังไม่สมบูรณ์ข้ารู้สึกว่าเมื่อตอนที่ข้าโดนกับสิ่งนั้นของเ้า หัวใจก็เต้นแรงผิดปกติ"ยมบาลเอานิ้วชี้ไปตรงหน้าอกของจางซูเหยาจนเธอต้องเอามือขึ้นมาปิดอย่างรวดเร็วและสีหน้าเริ่มแดงก่ำ
"เ้าเป็อะไรทำไมหน้าแดงๆหรือว่าร่างของเ้าก็ยังไม่สมบูรณ์เช่นนั้นรึ" ยมบาลมีสีหน้าเป็กังวลด้วยว่าไม่น่าจะเป็ไปได้เพราะพลังบำเพ็ญที่ถ่ายโอนให้ร่างของนางนั้น มากถึง 7ใน 10 ส่วนถ้าให้เต็มนางคงได้เป็ยมบาลแทนไปแล้ว จางซูเหยารีบตอบดูท่าทีตะกุกตะกัก
"ร่างข้าสมบูรณ์มากมันไม่เกี่ยวกับที่ข้าหน้าแดงหรอก เอาเป็ว่าทำไมท่านถึงมาจุติได้ท่านไม่อยู่ดูแลยมโลกแล้วเหรอ"
"ก็พลังบำเพ็ญที่ข้าถ่ายโอนให้เ้าทำให้ข้าไม่มีพลังพอที่จะทำหน้าที่ยมบาลได้จึงต้องมาจุติเพื่อรอพลังบำเพ็ญฟื้นกลับมาซึ่งจะเกิดขึ้นทุกคืนที่พระจันทร์เต็มดวง พลังจะค่อยๆ ฟื้นกลับมาทีละนิด ซึ่งสังเกตได้จากดวงตาข้าจะเป็สีแดงพูดง่ายก็คือวันที่พระจันทร์เต็มดวงข้าจะเป็ยมบาลทุกความรู้สึกนึกคิดจะเหลือความเป็มนุษย์แค่เพียงนิดหน่อยหากแต่สำหรับตอนนี้พลังบำเพ็ญยังไม่กลับมาอย่างสมบูรณ์รวมถึงวันปกติจะมีความรู้สึกนึกคิดเป็เหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปที่มีกิเลสยังไม่หลุดพ้น"
"ก็ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้ท่านจับดวงิญญามาผิดเอง" จางซูเหยาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์
"ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรเ้าที่มาวันนี้เพียงแต่นำของมาส่ง นี่เป็สิ่งที่เ้าขอข้าไว้ยังจำได้หรือไม่" ยมบาลล่วงถุงผ้าสองใบขึ้นมาจากออกเสื้อก่อนจะยื่นให้กับจางซูเหยาแต่เมื่อจางซูเหยากำลังยื่นมือจับถุงผ้า ยมบาลกลับยกถุงผ้าขึ้นจนสุดแขนตนเอง
"แต่เดี๋ยวก่อน"จางซูเหยาพยายามจะะโเอื้อมมือจับที่ถุงแต่ก็ยังสูงไม่พอ
"อะไรอีกท่าน ไหนบอกจะเอามาให้"จางซูเหยาเริ่มหงุดหงิด ที่ยมบาลยังไม่ยอมให้ของสักที
"ข้าอาจมีเื่ที่ต้องขอให้เ้าช่วยระหว่างที่ข้าอยู่บนโลกมนุษย์"
"ท่านเป็ยมบาลส่วนข้า...เป็มนุษย์ธรรมดาจะไปช่วยอะไรท่านได้"จางซูเหยาพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันพลางเอานิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกของยมบาลย้ำๆสองสามที ก่อนที่จะเอานิ้วมาชี้ที่หน้าของตัวเอง
"ก็เพราะเ้าเป็มนุษย์นั้นแหละข้าถึงต้องให้เ้าช่วยหากว่าข้าไม่เคยเป็มนุษย์มาก่อนบางครั้งที่ข้าอ่านในตำราก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ เพียงต้องปกปิดเื่ที่ข้าเป็ยมบาลซึ่งเ้าเป็เพียงคนเดียวที่รู้ว่าข้าเป็ยมบาล ถ้าไม่ใช่เ้าจะเป็ใครได้อีก เ้าเข้าใจหรือไม่" ยมบาลพูดเชิงออกคำสั่งกับจางซูเหยา
"โอเคได้เห็นแก่ที่ท่านส่งข้ามาเกิดในครอบครัวที่ดี ข้าจะช่วยท่านก็ได้แต่ท่านห้ามก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของข้า"
"ได้...ข้าจะไม่ก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของเ้า"ด้วยที่ยมบาลยังคงสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของมนุษย์จึงเอ่ยถามจางซูเหยาขึ้น
"ว่าแต่ข้าขอถามจริงๆ เถอะสิ่งที่นุ่นนิ่มของเ้าทำไมเมื่อัักับตัวข้าแล้วหัวใจถึงเต้นแรงแต่ข้าไม่ค่อยแน่ใจว่าที่หัวใจเต้นแรงเป็เพราะสิ่งนั้นหรือไม่ข้าขอทดสอบอีกครั้งได้หรือไม่" เขาพูดพร้อมเหลือบมองที่หน้าอกจางซูเหยา
"นี่ท่านยมบาล มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยน่ะ"จางซูเหยาร้องเสียงสูง พร้อมกับเอาพัดตียมบาลรัวๆ ซึ่งตอนนี้หน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย
"พูดออกมาได้ ยมบาลโรคจิต"
"เ้ากล้าตีข้าเหรอ" ยมบาลทำสีหน้าจริงจังเพราะไม่เคยโดนผู้ใดกล้าทำร้ายมาก่อน
"ข้าไม่สนแล้ว กลับไปเลยนะก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจไม่ช่วยท่าน" จางซูเหยาผลักยมบาลจนร่างเซ
"ได้ได้ข้าไปแล้วเดี๋ยวข้าไม่หาอ่านในตำราเองก็ได้ ไปล่ะ"จากนั้นก็ใช้วิชาตัวเบาะโหายไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยที่วันนี้พระจันทร์เต็มดวงร่างนี้ก็เลยเหมือนกับว่ามีความเป็ยมบาลและมีความเป็มนุษย์อย่างละครึ่งครั้นตอนที่ัักันแนบชิดถึงเพียงนั้นจึงมีความรู้สึกทางร่างกายอย่างมนุษย์ที่มีอาการร้อนวูบวาบหัวใจเต้นแรงอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับสติหลุดลอยหากเป็วันอื่นท่านยมบาลคงถึงขั้นได้ล่วงเกินจางซูเหยาเป็แน่