ตอนที่ 10 หนิงซื่อไม่สบาย (2)
เฉี่ยวเอ๋อร์เหลือบมองนาง ก่อนจะยัดหญ้าแห้งกำหนึ่งเข้าเตาในครัวแล้วจุดไฟ จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียบว่า “ยามเฉินหนึ่งเค่อ[1] ยามอู่สองเค่อ[2] ยามโหย่วสองเค่อ[3]”
“ขอบคุณพี่เฉี่ยวเอ๋อร์” เจียงเย่ว์เหยาชะงักเล็กน้อย แล้วจึงนึกได้ว่านางพูดถึงเวลาที่กู้อวิ๋นหวงกินข้าว หลังจากขัดหม้อและหุงข้าวพร้อมกับพุทราจีนเสร็จแล้วจึงถอดกำไลหยกที่ข้อมือออกพลางกล่าวว่า “นี่เป็ของที่ฮูหยินผู้เฒ่ามอบให้ข้า เมื่อก่อนอยู่ในชนบทสวมแล้วมักรู้สึกว่าไม่ชิน พี่เฉี่ยวเอ๋อร์พอจะช่วยเก็บรักษาไว้ให้ข้าได้หรือไม่”
กำไลหยกนั้นโปร่งใส เพียงมองก็รู้ว่าเป็หยกชั้นดี เฉี่ยวเอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงยื่นมือไปรับมา “ข้าช่วยดูแลให้เ้าก่อน เ้า้าเมื่อใดก็มาเอาที่ข้าแล้วกัน”
“เ้าค่ะ” เจียงเย่ว์เหยารับคำตาหยี
สายแล้ว เจียงเย่ว์เหยาจึงผัดกับข้าวได้เพียงสองจานเล็ก นางตักโจ๊กลงในถ้วยเคลือบ แล้ววางซ้อนกันบนถาดไปพร้อมกับเครื่องเคียงสองจาน ก่อนจะยกขึ้นไปยังเรือนชิงจื่อ
ทว่าในเรือนชิงจื่อกลับไร้ผู้คน
เมื่อวางอาหารลงบนโต๊ะแล้ว เจียงเย่ว์เหยาจึงเดินออกมาถามชิวเอ๋อร์ที่กำลังตัดแต่งกิ่งดอกไม้อยู่ว่า “คุณหนูออกไปแล้วหรือ”
เมื่อวานชิวเอ๋อร์ได้รับปิ่นหรูอี้สีแดงทองจากนาง จึงมีความประทับใจต่อนางอยู่มาก เมื่อได้ยินนางถามจึงตอบทันทีว่า “เพิ่งจะออกไป ฮูหยินไม่สบาย คุณหนูเลยไปดูนาง”
หนิงหว่านโหรวป่วยหรือ เจียงเย่ว์เหยาพลันคิ้วกระตุก ก่อนจะถามว่า “ฮูหยินป่วยเป็อะไรหรือ”
ชิวเอ๋อร์ส่ายหน้า
เจียงเย่ว์เหยาเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าคนอื่นไม่ได้สนใจทางนี้จึงรีบหยิบเศษเงินจากแขนเสื้อออกมายัดใส่มือชิวเอ๋อร์ “เ้าคุ้นเคยกับจวนอัครเสนาบดี จะช่วยสืบให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่”
ชิวเอ๋อร์กลืนน้ำลายด้วยความประหม่า หลังจากลูบคลำเศษเงินที่รับมาในแขนเสื้อเบาๆ นางก็ร้องอุทานขึ้นมาแล้วกุมท้องวิ่งไปทางห้องน้ำ ซวงเอ๋อร์และเสียวอวี่ที่อยู่ไม่ไกลเหลือบมองมาแวบหนึ่งแล้วจึงถอนสายตากลับ เจียงเย่ว์เหยาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกและมองออกไปด้านนอกประตูใหญ่ของเรือนชิงจื่อ
“คุณหนู ท่านไม่ต้องรีบร้อน บ่าวสอบถามมาแล้ว จวิ้นจู่เพียงเป็ไข้ตอนกลางคืนเท่านั้น” กู้อวิ๋นหวงเร่งรุดฝีเท้าจนชิงอวี้ต้องวิ่งเหยาะตลอดทางเพื่อตามนางให้ทัน
นางจะไม่ร้อนรนได้อย่างไร
ท่านแม่ไม่สบาย หากไม่ใช่เพราะความตะกละของนางที่สั่งให้ชิงอวี้ไปห้องครัวใหญ่เพื่อเอาขนมมาให้นาง ทำให้ชิงอวี้บังเอิญเจอกับตงเหมยที่ต้มยาอยู่ในห้องครัวใหญ่ นางก็ไม่รู้เื่นี้หรอก!
อีกทั้งเมื่อวานท่านแม่ก็ยังดีๆ อยู่เลย วันนี้กลับล้มป่วยเสียแล้ว บนโลกนี้จะมีเื่บังเอิญขนาดนั้นที่ไหน!
“คุณหนู จวิ้นจู่เพิ่งกินยาแล้วเข้านอน ก่อนจะนอนได้กำชับไว้ว่าไม่ให้ผู้ใดรบกวนเ้าค่ะ” กู้อวิ๋นหวงรีบร้อนรุดมาถึงเรือนจิ้งอี๋ แต่กลับถูกชุนหลานขวางไว้ที่หน้าประตูเรือน
“หลีกไป!” กู้อวิ๋นหวงเอ่ยด้วยโทสะ
“คุณหนู...”
กู้อวิ๋นหวงผลักนางออกแล้วยกกระโปรงพุ่งเข้าไปในเรือนจิ้งอี๋
“คุณหนู” ซย่าเหอออกมาจากในห้องพร้อมขวางอยู่ด้านหน้านางอีกครั้ง “ก่อนหน้านี้ท่านหมอได้มาดูอาการแล้ว เป็เพียงไข้หวัดธรรมดา หากคุณหนูเป็ห่วงจวิ้นจู่ไม่สู้รอให้จวิ้นจู่ตื่นแล้วค่อยมาเยี่ยมจะดีกว่านะเ้าคะ”
กู้อวิ๋นหวงี้เีต่อความยาวสาวความยืดจึงผลักนางออกเช่นกัน แล้วเดินทะลุโถงเข้าไปในห้องด้านใน
หนิงหว่านโหรวนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าแดงก่ำ ชิวจวี๋ใช้ผ้าขนหนูบิดหมาดพับอย่างเรียบร้อยก่อนจะวางบนหน้าผากของนาง กู้อวิ๋นหวงชะงักไปพักหนึ่งแล้วค่อยๆ เดินไปที่เตียง จากนั้นจึงนำมือของนางออกจากผ้าห่ม แล้วแสร้งเอามือของนางมาวางที่แก้มเพื่อแอบจับชีพจรนาง
ชีพจรสม่ำเสมอ เพียงแต่ลอยและอ่อนแรงเล็กน้อย แสดงถึงอาการไข้หวัดจริงๆ
กู้อวิ๋นหวงแอบโล่งอก และนำมือของนางกลับเข้าไปในผ้าห่ม ก่อนจะถามสองสามคำเกี่ยวกับผลการวินิจฉัยของท่านหมอรวมถึงตัวยาที่จ่าย หลังจากตงเหมยตอบทีละข้อและกู้อวิ๋นหวงไม่พบปัญหาจึงนั่งอยู่อีกครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าท่านแม่หลับสนิทและเกรงว่าคงไม่ตื่นขึ้นมาเร็วๆ นี้ จึงลุกขึ้นเดินจากไป
หลังออกจากเรือนจิ้งอี๋มาได้ไกลระยะหนึ่ง กู้อวิ๋นหวงจึงหยุดฝีเท้าแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมหยาดน้ำตาเป็ประกายในดวงตา ท่านแม่ไม่ได้หลับ หากแต่แสร้งทำเป็หลับเพราะไม่อยากพบนาง
ติดตามอ่านรายตอนก่อนใครได้ที่
https://www.readawrite.com/a/9e3982be3d0b2e7aabf590b5eb89cab2
เชิงอรรถ
^ ช่วงเวลาประมาณ 7.15 น.^ ช่วงเวลาประมาณ 11.30 น.^ ช่วงเวลาประมาณ 17.30 น.