เมื่อเห็นว่าผู้ที่มาคือหลี่ยวน โหวจุนจี๋รีบถวายการคำนับในทันที “ไท่ซ่างหวง มีบางอย่างที่ยังไม่ทรงทราบพ่ะย่ะค่ะ! องค์ชายแปดแห่งต้าถังคือเทพจากสรวง์ เมื่อวานองค์ชายน้อยเข้าฟังการหารือระหว่างขุนนางเป็ครั้งแรก แต่กลับคิดแผนการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ มาเสนอต่อฝ่าาได้ ซึ่งความคิดนี้จะแก้ไขปัญหาภัยทางธรรมชาติที่รบกวนฝ่าามานับครั้งไม่ถ้วน!”
“อืม! เื่นั้นข้าได้ยินมาแล้ว แต่พอเ้าพูดขึ้นมา ข้ายิ่งรู้สึกชื่นชมแิอัจฉริยะ ที่หลานชายของข้าเป็ผู้เสนอออกมา!”
อดีตฮ่องเต้หลี่ยวนลูบเคราและพยักหน้าด้วยความพอใจ
แม้หลี่ยวนจะยังไม่เคยพบหลี่เฉิงเฟิงตัวเป็ ๆ แต่ความเฉลียวฉลาดของหลี่เฉิงเฟิงได้ยินไปถึงหูของเขานานแล้ว
“แต่... เื่นี้เกี่ยวข้องอันใดกับการที่ฝ่าาสั่งปะาสามขุนนางใหญ่?”
เมื่อได้ฟังคำถาม โหวจุนจี๋ตอบว่า “ยังมีเื่ที่ไท่ซ่างหวงไม่ทรงทราบพ่ะย่ะค่ะ!”
โหวจุนจี๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“กระหม่อมเองก็ไม่แน่ใจว่าผู้ใดมอบสมุดบันทึกเล็ก ๆ เล่มนั้นให้แก่องค์ชายแปด แต่ในสมุดบันทึกเล่มนั้น มีความผิดของขุนนางทั้งหมดในราชสำนักเขียนเอาไว้! วันนี้องค์ชายแปดไปฟังประชุม และรายงานความผิดของขุนนางเป็สิบคนต่อฝ่าา ผลคือขุนนางเก้าคนถูกลงโทษหนัก สามคนถูกสั่งปะาพ่ะย่ะค่ะ แม้กระทั่งท่านเสนาบดีเว่ยเจิง และไหลกว๋อกงยังยอมรับโทษโบยหนึ่งร้อยไม้ด้วยตนเอง!”
“หา? ฮ่า ๆ ๆ ร่างกายเหี่ยว ๆ ของตาเฒ่าเว่ยเจิงจะทนรับโทษได้รึ? เขาคิดอะไรอยู่จึงเสนอโทษให้ตนเองเช่นนั้น?”
หลี่ยวนหัวเราะชอบใจ
ในยุคสมัยของหลี่ยวน เว่ยเจิงรับหน้าที่เป็อัครมหาเสนาบดีแห่งต้าถัง แต่ในด้านคุณสมบัติ เขานับว่าเป็ขุนนางที่แก่มากคนหนึ่ง
กลับกลายเป็ว่าวันนี้ เว่ยเจิงกำลังลูบก้นที่ปวดแสบปวดร้อนของตนเองอยู่ใต้แท่นปะา พร้อมเหงื่อที่ไหลท่วมหน้าผาก
โดยเฉพาะตอนที่เว่ยเจิงได้เห็นฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินสั่งปะาขุนนางสามคนติดต่อกัน ใบหน้าของตาเฒ่าเว่ยเจิงยิ่งซีดลง ขาเหี่ยว ๆ ก็สั่นผับ ๆ
‘อย่าคิดมากเลย สิ่งที่องค์ชายแปดทำย่อมเป็เื่ดี’ เว่ยเจิงคิด
แต่เมื่อคิดได้เช่นนั้น เว่ยเจิงกลับรู้สึกว่างเปล่าอยู่ในใจ
เขาตระหนักในทันที หลังจากนี้เขาไม่สมควรทำให้องค์ชายแปดขุ่นข้องหมองใจอีก
แม้องค์ชายแปดจะเป็เพียงเด็กอายุหกขวบ แต่ไม่มีผู้ใดในราชสำนักสามารถล้อเล่นกับองค์ชายแปดได้
ยิ่งไปกว่านั้นองค์ชายแปดยังเป็เด็กฉลาด มีเล่ห์เหลี่ยม ความคิดแยบยล ถ้าเขายังฝืนไปขัดแข้งขัดขาองค์ชายแปดเช่นนั้นอีก นั่นไม่เท่ากับเขากำลังสร้างปัญหาให้ตนเองหรอกหรือ?
……
หลี่ยวนมองโหวจุนจี๋ ความขบขันเมื่อครู่ของพระองค์ได้แปรเปลี่ยนเป็ความจริงจัง “เฉินกว๋อกง ถามหน่อยเถอะ ความผิดของขุนนางเ่าั้หนักพอที่จะสั่งปะาเชียวหรือ?”
“ทูลไท่ซ่างหวง จากสิ่งที่องค์ชายแปดกล่าว หากพวกเขากระทำสิ่งเ่าั้จริง ๆ พวกเขาย่อมมีความผิดพ่ะย่ะค่ะ สมควรถูกปะา!”
“โอ้?”
“แต่กระหม่อมเกรงว่าสิ่งที่องค์ชายแปดกล่าว จะเป็เพียงเื่เหลวไหล!”
ใบหน้าของโหวจุนจี๋แสดงความหวาดกลัวออกมา
หลี่ยวนตรัสถามอีกครั้ง “เฉินกว๋อกง เ้าไม่คิดหรือ ไม่ว่าองค์ชายแปดจะพูดจาเหลวไหลหรือไม่ แต่ฝ่าานั้นทรงทราบเื่ทั้งหมดอยู่แล้ว?”
“หา? ไท่ซ่างหวงหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“หืม... ก็ฝ่าาทรงยืมมือองค์ชายแปดอย่างไรเล่า! พระองค์้าสำเร็จโทษ และกวาดล้างขุนนางชั่วออกไปจากราชสำนัก! ในเมื่อขุนนางเ่าั้สมควรตาย ก็สั่งปะาเสียั้แ่ตอนนี้เลย!”
หลี่ยวนสอดมือไว้ใต้แขนเสื้อ มองภาพตรงหน้าด้วยพระพักตร์ที่แจ่มแจ้ง
ครั้งหนึ่งพระองค์ก็เคยเป็จักรพรรดิ พระองค์จึงเข้าใจเจตนาของหลี่ซื่อหมินเป็อย่างดี
ั้แ่โบราณกาล ผู้ที่เป็จักรพรรดิมิเคยมีความปรานีให้แก่ผู้ใด ขุนนางที่ทำชั่วหากฆ่าได้ต้องฆ่า ปะาได้ต้องปะา
คิดย้อนไปในครั้งนั้น วันที่เกิดเหตุการณ์ ณ ประตูเสวียนอู่ แม้กระทั่งพี่ชายแท้ ๆ ของตนเอง หลี่ซื่อหมินยังฆ่าได้ลงคอ
แต่มิใช่ว่าหลี่ยวน้าจะตำหนิหลี่ซื่อหมิน หากหลี่ซื่อหมินไม่ฆ่าหลี่เจี้ยนเฉิงในวันนั้น หลี่เจี้ยนเฉิงก็จะฆ่าหลี่ซื่อหมินอยู่ดี
‘ผู้ชนะครองบัลลังก์’ นี่คือสัจธรรม แต่ผู้ใดจะได้ครองบัลลังก์ หลี่ยวนก็ยังจะมีความสุขในฐานะไท่ซ่างหวงอยู่ดี
แม้อดีตฮ่องเต้หลี่ยวนจะไม่สบายพระทัยที่เห็นบุตรชายสังหารกันเองเช่นนั้น แต่ถึงอย่างไรการสืบทอดบัลลังก์ก็นองไปด้วยเืเช่นนี้มาั้แ่สมัยโบราณ มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่จะได้ขึ้นเป็จักรพรรดิ
แต่เื่ในท้องพระโรงวันนี้ หลี่ยวนมีความคิดว่า สิ่งที่หลี่ซื่อหมินทำค่อนข้างจะเป็ภัยต่อตัวองค์ชายแปด
“ไม่ได้การล่ะ ข้าจะไปหาหลานชายที่จวนเจิ้นอ๋องด้วยตนเอง! ข้าจะไปดูเขากับตาของข้าเอง!”
พูดจบหลี่ยวนใช้สองมือไพล่หลัง เดินเซซ้ายเซขวาออกไปจากบริเวณแท่นปะา
เื่ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หลี่ยวนคิดว่าผู้ที่มอบบันทึกเล่มนั้นให้แก่หลี่เฉิงเฟิงคือหลี่ซื่อหมิน แต่หลี่ซื่อหมินคิดว่าผู้ที่มอบบันทึกให้แก่หลี่เฉิงเฟิงคือหลี่ยวน
โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ความจริงแล้วหลี่เฉิงเฟิงได้แลกบันทึกเล่มนั้นออกมาจากระบบวิเศษที่ติดตัวเขามาด้วย
......
“ตัวขุน! เสี่ยวหลานตาเ้าเดิน!”
“บ่าว... บ่าวแพ้แล้วองค์ชายแปด!”
“ไม่! เ้ายังไม่แพ้ เ้าเอาตัวม้ามาป้องกันตัวปืนใหญ่ของเราก็ได้นี่!”
“องค์ชายแปด บ่าวเดินหมากไม่เป็เพคะ องค์ชายแปดลงโทษบ่าวเถอะ!”
ในจวนเจิ้นอ๋องอันกว้างขวาง หลี่เฉิงเฟิงกำลังเล่นหมากรุกกับสาวใช้ประจำจวนทั้งสอง
เสี่ยวหลานและอาไฉ สาวใช้สองคนนี้ แม้พวกนางจะมีอายุได้เพียง 13 ปี แต่รูปร่างหน้าตางดงามเช่นบุปผาแรกแย้ม อ่อนช้อยราวกับหยกล้ำค่า
หลี่เฉิงเฟิงก้มมองเป้ากางเกงเล็ก ๆ ของเขา
น่าเสียดาย! ทำไม์ให้เขาข้ามภพกลับมาเกิดเป็เด็กน้อยหกขวบกันนะ อะไรต่อมิอะไรของเขายังไม่รู้จักทำงานด้วยซ้ำ!?
เพราะอย่างนี้หลี่เฉิงเฟิงจึงทำได้แค่เล่นหมากรุกกับสาวใช้ทั้งสองคน เพื่อบรรเทาความเบื่อหน่ายของตนเอง
ขณะเดียวกัน ชายชราคนหนึ่งกำลังเดินผ่านประตูจวนเจิ้นอ๋องเข้ามา
เห็นแวบแรกชายชราก็บอกได้ทันที ว่าเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่ภายในจวนเจิ้นอ๋องคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง เด็กอัจฉริยะหลี่เฉิงเฟิง!
เมื่อเห็นว่าผู้ใดมาที่จวน หวูกงกงรีบคุกเข่าลงด้วยความใ
เห็นหวูกงกงทำเช่นนั้น หลี่ยวนถึงกับย่นคิ้ว เขากระซิบบอกขันทีหวูว่า “จุ๊ ๆ อย่าเอะอะ ข้ามาหาหลานชาย อย่าเพิ่งเปิดเผยตัวตนของข้า เข้าใจไหม!”
“พ่ะ... พ่ะย่ะค่ะไท่ซ่างหวง!”
หวูกงกงลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกหวั่นใจ หลี่ยวนจึงโบกมือไล่ให้หวูกงกงออกไป ก่อนพระองค์จะตรงไปหาองค์ชายน้อยหลี่เฉิงเฟิง
เมื่อมาถึงที่ที่หลี่เฉิงเฟิงอยู่ พระองค์เห็นว่าหลี่เฉิงเฟิงกำลังเล่นหมากรุกกับสาวใช้สองคนในจวน?
เห็นเช่นนั้นไท่ซ่างหวงหลี่ยวนก็อดรู้สึกสนใจไม่ได้
“องค์ชายแปด ให้กระหม่อมเล่นกับท่านสักตาจะได้หรือไม่?”
“หืม?” หลี่เฉิงเฟิงเงยหน้าขึ้นมามอง ชายชราท่าทางใจดีผู้นี้กำลังมองเขาด้วยสายตาสนอกสนใจ
แต่ทางด้านหลังของชายชรา หวูกงกงกำลังขยิบตาถี่ ๆ ราวกับกำลังจะบอกหลี่เฉิงเฟิงว่า ‘องค์ชายแปดอย่าพูดอะไรไร้สาระเด็ดขาด’
หลี่เฉิงเฟิงเห็นเช่นนั้นจึงยิ้มร่า “ท่านผู้เฒ่ารู้จักเราด้วยรึ ท่านผู้เฒ่าต้องเป็ขุนนางในราชสำนักแน่เลย?”
“มิใช่ มิใช่ กระหม่อมหาใช่ขุนนาง กระหม่อมเป็เพียงชายชราเลอะเลือนอยู่รอวันตายเท่านั้นองค์ชายแปด!”
หลี่ยวนไม่ยอมเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตนเอง
เขาแค่นั่งลงตรงข้ามหลี่เฉิงเฟิง เตรียมตัวจะเดินหมากบนกระดาน
หลี่เฉิงเฟิงค่อนข้างประหลาดใจ ผู้เฒ่าคนนี้ทำให้หวูกงกงรู้สึกใและหวาดกลัวได้ เื่นี้พิสูจน์แล้วว่า เขาต้องเป็คนที่สูงศักดิ์และมีสถานะเหนือคนธรรมดา
พิจารณาดูแล้ว ทั่วแผ่นดินต้าถังแห่งนี้ เห็นจะมีแต่คนตระกูลหลี่ซึ่งเป็ผู้ครองบัลลังก์ปกครองแผ่นดินต้าถังเท่านั้น ที่กล้าเทียบตนเองกับองค์ชายเช่นเขา
และชายชราผู้นี้ดูแก่กว่าฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินมาก
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงได้คำตอบในใจเรียบร้อยแล้ว
ถ้าไม่มีอะไรพลิกโผ ชายชราที่นั่งอยู่ตรงข้ามและกำลังเล่นหมากรุกกับเขา คือปู่แท้ ๆ ของเขาเอง อดีตฮ่องเต้แห่งต้าถัง ‘ไท่ซ่างหวงหลี่ยวน!’
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มร่า ตาเฒ่านิสัยไม่ดี ตั้งใจปกปิดตัวตนมาทำความรู้จักเราสินะ?
คิดจะหลอกเรางั้นสิ? ไม่มีทางหรอกเฟ้ย!
“องค์ชายแปด ให้กระหม่อมเดินก่อนหรือท่านจะเดินก่อนดี?”
“ท่านผู้เฒ่าเชิญก่อนเลย!”
“งั้นรึ! เช่นนั้นกระหม่อมไม่เกรงใจแล้วนะ!”
หลี่ยวนเป็ผู้ที่มีฝีมือในการเดินหมากคนหนึ่ง
ในพระราชวังต้าถังแห่งนี้ แม้หลี่ยวนจะไม่ใช่ที่หนึ่ง แต่อย่างไรก็ต้องติดหนึ่งในสามอันดับแรก
วันนี้ที่หลี่ยวนมายังจวนเจิ้นอ๋อง ประการแรกเขา้าจะพบหน้าหลานชายของตนเอง ประการที่สองเขา้าจะทดสอบว่าองค์ชายแปดที่คนเล่าลือกันอัจฉริยะแค่ไหน เหตุใดคนจึงเรียกเขาว่า เด็กอัจฉริยะที่ไม่ได้พบในต้าถังมาหลายศตวรรษ