“เป็นไปได้อย่างไร! สิงเหล่าซื่อนั่นหรือจะใช้งานข้าได้...เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าบอกกับเจ้าก็ได้ ไฉนจึงต้องกรีดตามองข้าอีกแล้ว” เขาแสร้งทำเป็นหน่ายใจ แล้วถอนหายใจ “เจ้าหลักแหลมถึงเพียงนี้ ปกปิดเจ้าไม่ได้แม้แต่เรื่องเล็กน้อยจริงๆ”
“ก็เพราะวันนั้นเกิดเรื่องที่ค่ายโจรเลี่ยหยาง แล้วมีคนของทางการปรากฏตัวมิใช่หรือ?ตอนนั้นสิงเหล่าซื่อกลัวว่าเขาจะตกกระไดพลอยโจนไปด้วย หากเกิดคนของทางการทลายรัง เขาจะมีชีวิตรอดอีกหรือ ส่วนข้า ก็ไม่อยากให้พวกเขาทำร้ายเจ้า จึงรับปากว่าจะไปสืบข่าวของทางการ แล้วให้เขาช่วยข้าดูแลเจ้า แล้วก็ชี้แนะเรื่องความดีของเจ้าให้เขาฟังไปนิดหน่อย!”
ขณะพูดเขายังไม่ลืมที่จะนำเสนอตนเองต่อหน้าชีเหนียง ชีเหนียงเห็นว่าเขาพูดความจริง จึงลดทอนความสงสัยไปบ้าง
“แต่เจ้าบอกว่าที่คนของค่ายโจรเลี่ยหยางมาจับตัวข้า ต้องมีคนชักใยอยู่เบื้องหลังแน่ ก่อนหน้านั้นเราคุยกันไว้จะแกล้งเป็นพรรคพวกกับพวกเขา เพื่อตรวจดูว่าใครต้องการปองร้ายข้ามิใช่หรือ? เรื่องนี้เจ้าคงไม่ได้ลืมหรอกนะ?”
ชีเหนียงจับจ้องเขาสีหน้าท่าทางของเขาโดยไม่พลาดแม้แต่น้อย จ้าวจือชิงจ้องตาชีเหนียงแน่นิ่งไม่ขยับ อันที่จริงในใจกลับคิดว่าควรจะกลบเกลื่อนอย่างไรดี
“ตอนนั้นข้าคิดมากไป ใครจะรู้ว่าพอบอกกับสิงเหล่าซื่อ เขาบอกแค่จับผิดคน ข้าถึงรู้ว่าที่แท้คนที่พวกเขาจะจับไม่ใช่เจ้าที่ชื่อลั่วชีเหนียง แต่เป็นลั่วชีเหนียงอีกคน เพียงแต่ว่าจับพลัดจับผลู”
“จริงนะ! เรื่องนี้เจ้าไม่เชื่อ กลับไปถามสิงเหล่าซื่อได้ เรื่องของค่ายโจรเลี่ยหยางเขารู้ดีกว่าข้ามากนัก”
เมื่อเห็นเขาอ้างสิงเหล่าซื่อ ชีเหนียงจึงเชื่อขึ้นมาจริงๆ โลกนี้กว้างใหญ่ คนที่ชื่อแซ่เดียวกันมีมากมาย ไม่มีทางมีลั่วชีเหนียงที่เป็นนางผู้เดียว ทว่ารอหาบ้านได้ นางจะกลับไปบ้านพักตากอากาศอันหยาง ถึงเวลานั้นจะต้องสอบถามสิงเหล่าซื่อให้รู้เรื่องแน่
จิ่งเฉินที่อยู่ด้านนอกประตูไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้อง จึงผลักประตูเข้ามา เพียงแต่แววตาที่เขาปกปิดนั้นดูไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนั้น
ท่านแม่เชื่อคำพูดของจ้าวจือชิง แต่เขากลับไม่เชื่อ ตอนนั้นเขาเองก็เคยแอบถามคนในบ้านพักตากอากาศ ว่ามีคนที่ชื่อแซ่เดียวกับท่านแม่และเขาไม่รู้หรือไม่ แต่ก็รู้มาว่าคนของค่ายโจรเลี่ยหยาง เวลาจะรับงานจะต้องขอภาพวาดของเหยื่อ ด้วยว่ากลัวการจับคนผิดและทำงานพลาด ดังนั้น การที่ค่ายโจรเลี่ยหยางเล่นงานท่านแม่หรือครอบครัวเขา ต้องไม่ใช่การจับผิดตัวแน่
นับตั้งแต่ครั้งที่แล้ว หลังจากปิดบังท่านแม่จนทำให้เกิดเรื่องกับท่านแม่ จ้าวจือชิงก็รับปากว่ามีอะไรจะต้องบอกกับท่านแม่ ครั้งนี้เขาเลือกปิดบังอีกครั้ง นั่นเท่ากับว่าคนที่จ้องเล่นงานท่านแม่คือบุคคลร้ายกาจอย่างนั้นหรือ
เมื่อครู่จ้าวจือชิงที่เอาแต่คิดว่าจะตอบคำถามชีเหนียงอย่างไร ชั่วขณะนั้นจึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าลั่วจิ่งเฉินอยู่ด้านนอกห้องนานแล้ว ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดลั่วจิ่งเฉินจึงมองเขาด้าวยสายตาพินิจ เมื่อคิดได้ว่าบนตัวเขาก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เขาจึงตอกกลับลั่วจิ่งเฉินด้วยสายตาท้าทาย
แต่ขณะนี้ลั่วจิ่งเฉินทำเป็นไม่เห็นและท่าทางกลับไปปกติเหมือนเดิม จึงทำให้ความสงสัยเพียงเศษเสี้ยวของจ้าวจือชิงถูกทำลายไป
หลายวันมานี้ชีเหนียงต้องออกไปดูบ้านทุกวัน เฉียงจื่อที่แอบติดตามชีเหนียงกลับทรมานไม่น้อย ชีเหนียงออกจากบ้านมีรถม้าคอยขนส่ง แต่เขากลับต้องเดินเท้า ผ่านไปไม่กี่วันก็ผอมลงไป จนหน้าตอบลึกเห็นแต่โครงหน้า
หลังจากจ้าวจือชิงหาเฉียงจื่อเจอ เขาก็อ่อนระทวยอยู่ตรงตรอกด้านนอกโรงเตี๊ยม
“ลูกพี่จ้าว…นี่ท่านเองหรือ?” เฉียงจื่อล้มลุกคลุกคลานมาข้างเท้าเขา มองดใบหน้าหยาบกระด้างและเริ่มโอดครวญ “ท่านช่วยบอกให้ลั่วฮูหยินพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมสักสองวันได้หรือไม่ ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่ายังหาตัวคนที่ทำร้ายนางไม่เจอ ข้าคงสิ้นชีพก่อน!”
“นอกจากนี้ นายหน้านั่นเป็นพวกตาสุนัขมองคนต่ำ ข้าได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกันแล้วว่า บ้านที่แนะนำลั่วฮูหยิน มีแต่บ้านที่แย่ ไม่มีทางดีแน่ ท่านให้นางเปลี่ยนเจ้าอื่นเถอะ!”
จ้าวจือชิงมองท่าทางไร้กระดูกของเขา “หากเจ้าเหนื่อยก็พักสักสองวัน มีข้าอยู่ด้วย เรื่องชีเหนียงไม่ต้องให้เจ้าห่วง”
“ไม่ได้!” เฉียงจื่อปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “ลั่วฮูหยินมีบุญคุณกับเรา ข้าหาใช่คนที่ไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณไม่ ก่อนที่จะหาตัวคนที่ทำร้ายฮูหยินเจอ ข้าจะต้องปกป้องความปลอดภัยของนาง!”
เรื่องนี้แม้เขาจะเหนื่อยจนตัวตายก็ไม่มีทางถอดใจเด็ดขาด! มิเช่นนั้นเขาจะต้องกลับไปเป็นคนไร้คุณธรรมเหมือนสมัยที่อยู่ค่ายโจรเลี่ยหยางจริงๆ!
เมื่อเห็นเขาตัดสินใจแน่วแน่ จ้าวจือชิงจึงดีดนิ้วเรียกผู้อารักขาลับออกมา
เมื่อเห็นคนปรากฏโผล่พรวดมา เฉียงจื่อก็ระแวดระวัง
จ้าวจือชิงจับบ่าเขาเพื่อให้เขาผ่อนคลาย “วางใจได้ จากความสามารถของเจ้าตอนนี้จะปกป้องชีเหนียงคงยังไม่พอ มิสู้เจ้าลองเล่นกับพวกเขาดูก่อน จากนั้นหากเจ้ายังคิดจะปกป้องชีเหนียง เจ้าค่อยกลับมา หากไม่ไหวเจ้าสามารถกลับไปบ้านพักตากอากาศอันหยางก่อนได้”
เดิมทีเขาอยากไล่เฉียงจื่อไป เรื่องที่เขามาถึงเมืองหลวง เฉียนจี้หวั่งรับรู้แล้ว เดาว่าอีกไม่กี่วันก็คงมาหาเขา พื้นเพของเฉียงจื่อยังเป็นปัญหา คนอย่างเฉียนจี้หวั่ง เกรงว่าคงจะดูออกได้ในไม่กี่อึดใจ เขาไม่ต้องการให้เฉียนจี้หวั่งรู้เรื่องราวของชีเหนียงมากเกินไป ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือให้เฉียงจื่อจากไป
เฉียงจื่อมองผู้อารักขาลับ เขารับรู้พลังอันแกร่งกล้าจากอีกฝ่ายได้ ความเยือกเย็นที่สามารถสังหารตนได้ทุกเมื่อ เขากลืนน้ำลายอย่างควบคุมไม่ได้ โชคดีที่ตอนนั้นนายท่านสี่ตัดสินใจร่วมมือกับลูกพี่จ้าว มิเช่นนั้นลำพังแค่คนผู้นี้ก็ไม่ใช่คนที่พวกเขารับมือไหวแล้ว
“ข้าตัดสินใจไม่ไปได้หรือไม่?”
จ้าวจือชิงคิดไม่ถึงว่าเขาจะถามเช่นนี้ จึงทำสายตาขึงขัง “ไหนเจ้าบอกว่าอยากปกป้องชีเหนียง?”
“แหะแหะ ลูกพี่จ้าวอย่าล้อข้าเล่นเลย ข้างกายท่านมีจอมยุทธ์มือดีเช่นนี้ ยังต้องให้ข้าปกป้องอีกหรือ? แค่ฝีมือการต่อสู้กระจอกของข้าไม่เป็นภาระก็ดีแล้ว เวลาแบบนี้มิสู้ข้ากลับไปช่วยงานที่บ้านพักตากอากาศดีกว่า นั่นต่างหากที่เหมาะสมกับข้า”
สำหรับความรู้ตัวของเฉียงจื่อ จ้าวจือชิงพึงพอใจมาก มองดูท่าทางสาวเท้าวิ่งจากไปของเฉียงจื่อ จ้าวจือชิงจึงได้เห็นอีกแง่มุมใหม่ของคนกลุ่มนี้ ใครบอกว่ากลุ่มโจรจะไม่มีคนที่ใช้ได้ เฉียงจื่อผู้นี้ถือว่าเป็นคนมีไหวพริบ
“เจ้าไปบอกเฉียนจี้หวั่ง วันหลังข้าจะไปหาเขาเอง ให้เขาไม่ต้องมาหาข้า”
ครั้งที่แล้วเขาได้ส่งเบาะแสให้แก่เฉียนจี้หวั่ง เดาว่าคนผู้นี้คงคิดอะไรได้บ้าง ก่อนหน้านี้พวกเขาอยู่ห่างกันพันลี้ แม้ว่าเฉียนจี้หวั่งจะสงสัยแต่ก็ไม่สะดวกที่จะส่งสาส์นไปถามเขา ตอนนี้เขามาปรากฏตัวที่เมืองหลวง อีกฝ่ายจำต้องมาไขข้อกระจ่างถึงที่แน่ เทียบกับการให้เฉียนจี้หวั่งแหวกหญ้าให้งูตื่น มิสู้ตนเองไปหาเขาเองดีกว่า
ทุกค่ำคืน เฉียนจี้หวั่งต้องการรอการมาเยือนของจ้าวจือชิง จึงแยกห้องนอนกับฮูหยิน หลายวันมานี้ฮูหยินเริ่มมองเขาอย่างไม่พอใจเพราะสงสัยว่าเขาจะมีใจเป็นอื่น แต่เขาก็มิอาจไปอธิบายกับฮูหยินได้ วันนี้จึงถูกข่วนจนใบหน้ามีรอยสามขีด
“ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที!” ใครจะคิดว่าวันนี้ผลักประตูเข้ามา ก็เห็นชายร่างใหญ่ในห้องตำรา เฉียนจี้หวั่งรีบปิดประตูไว้ดิบดี
“หากเจ้ายังไม่มา ข้าคงจะไปหาเจ้าแล้วจริงๆ!” ขณะพูด สายตาที่เขามองจ้าวจือชิงก็มีความตัดพ้อ “ข้าว่าข้าไปหาเจ้าดีกว่าเพียงใด ทั้งรวดเร็วและไม่ต้องสิ้นเปลืองแรง ไหนเลยจะเหมือนเจ้าที่รั้นจะมาตอนกลางคืน ทำเช่นนี้ต่างอะไรกับโจร?”
“ใต้เท้าเฉียนอยากหัวหลุดจากบ่าหรือ?”
-----