มิลันดาอ้าปากหาวเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ ลุกจากเตียงนอนโซเซเข้าห้องน้ำด้วยความเพลีย หล่อนสายไม่ได้เพราะเป็การเริ่มงานวันแรกถึงโรงพยาบาลเจอเคสหนักๆ เข้ามาทดสอบตลอดเวลา เพราะหล่อนจบจากต่างประเทศหมอใหญ่เลยอนุญาตให้เข้าร่วมการผ่าตัด
หล่อนพอเข้าใจว่านี่คงเป็การทดสอบแค่แพทย์เกียรตินิยมจบมาแต่ภาคปฏิบัติย่ำแย่ก็ใช้ว่าทุกคนจะยอมรับพอได้ร่วมผ่าตัดหมอที่นี่จึงให้การชื่นชมหล่อนเป็อย่างดีมิลันดาเอนกายพิงพนักเก้าอี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยอ่อนรมย์รวัตรกระตุกยิ้มมุมปากเขาเองก็เหนื่อยไม่แพ้กันแต่เพราะเป็ผู้ชายแรงย่อมดีกว่าหญิงสาวอยู่แล้ว
“เหนื่อยไหมมิ”รมย์รวัตรถามแล้วส่งน้ำผลไม้ให้
หล่อนรับมา“เหนื่อยมากเลยวัตร ฉันนี่หมดแรงเลยง่วงมากตาแทบจะหลับ” มิลันดาบ่น
“ก็แกเก่งเื่ผ่าตัดนี่หว่าหมอที่นี่เขามีเคสหนักทั้งนั้นเลยต้องใช้แกเป็พิเศษ”ชายหนุ่มบอกเหตุผล มิลันดาเลยตวัดสายตาค้อนวงใหญ่
“แกก็เก่งเหมือนกันนั้นแหละแต่ชอบทำตัวลอยไปลอยมาคนไข้ที่ไหนจะฝากชีวิตไว้กับแกได้!”
คนถูกบ่นเกาหัวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้“แหม... เก่งมาก็ไม่ดีหรอก”
หล่อนถอนหายใจกับท่าทางเพื่อนแล้วคลี่ยิ้ม รมย์รวัตรนิสัยเป็แบบนี้แต่ไหนแต่ไร จะให้เปลี่ยนคงยากประเภทคมในฝัก ไม่ชอบแสดงออกว่าตัวเองมีฝีมือ
“วันนี้เข้าเวรหรือเปล่า?”
“อืมมีเวรดึกวันนี้กลับบ้านเองนะมิ”
“อืมๆเดี๋ยวฉันกลับเอง”
มิลันดาถอดเสื้อกาวน์ออกแล้วสะพายกระเป๋าเดินออกมาด้านหน้าตึกโรงพยาบาลเป็อีกครั้งที่หล่อนพบเขา รีบหันเดินเลี่ยงเพื่อหนี แต่เขากลับมาขวางเสียก่อน
“น้องมิคุณอาดาวเรืองบอกให้พี่มารับครับ”
“ทำไมแม่ต้องให้คุณมารับด้วยฉันกลับเองได้ค่ะ” หล่อนปฏิเสธ
“จะไปดีๆหรือให้พี่อุ้ม” คมฉณัฐขู่ สีหน้าเอาจริง
“ชักจะมากไปแล้วนะทำไมคุณต้องมายุ่งวุ่นวายกับฉันด้วย ฉันไม่เข้าใจ!” หญิงสาวตวาดกร้าวออกมาด้วยความโกรธทำไมเขาชอบใช้กำลังบังคับหล่อนนัก อยากทำอะไรก็เชิญเถอะไม่อยากสนใจแล้วร่างบางก้าวเลี่ยงหมายหนี แต่กลับถูกรั้งข้อมือไว้เสียก่อน
“ปล่อยนะ!”
“ไม่ปล่อยพี่บอกแล้วไงว่าอาดาวเรืองให้มารับ กลับไปกับพี่ดีๆ เถอะครับน้องมิหรือจะให้พี่อุ้มจริงๆ”
เขาตั้งท่าจะอุ้มมิลันดาใช้มือดันแผงอกสีหน้าตื่นตระหนก จะบ้าหรือไงกันนี่หน้าโรงพยาบาลคนเยอะแยะอุ้มหล่อนแบบนี้คงได้ถูกพูดถึงยกใหญ่
“อย่านะคุณทำแบบนี้ไม่ได้” หญิงสาวร้องห้าม
“ถ้างั้นก็ไปกับพี่ดีๆ”
“ก็ได้!”
หล่อนเปิดประตูขึ้นนั่งเบาะหน้าคู่คนขับแล้วเงียบตลอดเส้นทางบางทีอาจจำต้องตัดสินใจบางอย่าง ย้ายไปอยู่พักภายในโรงพยาบาลน่าจะเข้าท่าเพราะหากปล่อยให้เป็เช่นนี้มีหวังหัวใจหล่อนคงต้องเจ็บหนักอีก ยิ่งเขามาวนเวียนคอยรับคอยส่งเข้านอกออกในบ้านราวกับคนในครอบครัวใจดวงนี้ยิ่งหวั่นไหวกลัวแผลเก่ากำเริบขึ้นมาแล้วยากรักษา กว่าหล่อนจะทำใจได้มันใช้เวลาไม่ใช้น้อยเลย
คมฉณัฐเหลือบมองคนข้างๆ อยากพูดคุยดั่งเช่นเก่าก่อนอยากให้หล่อนอภัยให้และลืมเื่ราวในอดีตเสียเวลานั้นทั้งเขาและน้องมิต่างยังเด็กกันอยู่มากเขาไม่คิดว่าหล่อนจะรู้สึกกับเขาเช่นนั้นจริงๆพอเห็นท่าทีในตอนนี้ความรู้สึกผิดมันแล่นจนจุกอก
“น้องมิทำงานเหนื่อยไหมครับวันนี้?” ชายหนุ่มเริ่มบทสนทนาก่อน
หล่อนไม่ตอบนั่งเงียบเหมือนเดิม หล่อนพยายามห้ามตัวเอง ไม่อยากสานต่อสิ่งใดกับเขาอีกหล่อนไม่อยากต้องมานั่งคิดมากกับเื่ของพี่คมอีก
คมฉณัฐระบายลมหายใจลึกๆ เริ่มขุ่นเคือง หล่อนทำไมถึงไม่เข้าใจความรู้สึกของเขา รถเบรกกระทันหัน เล่นเอาหล่อนเซจนศีรษะเกือบกระแทกหน้ารถมิลันดาตวัดสายตามองสีหน้าไม่พอใจ พอเหมาะกับสายตาอีกฝ่ายพอดี
“พี่ต้องทำยังไงมิถึงจะหายโกรธ!”ชายหนุ่มถามเสียงกร้าว
“คุณไม่ต้องทำอะไรแค่ไม่ยุ่งกับฉันก็พอ!” หญิงสาวสวนทันควัน
“พี่ไม่ยุ่งกับมิไม่ได้!”
“เพราะอะไรฉันไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับคุณเลย แต่ทำไมคุณต้องมาวุ่นวายกับชีวิตฉันด้วย!”
คมฉณัฐอึกอักไม่กล้าพูดความรู้สึกแท้จริงออกไป่เวลาน้องมิไปเรียนเมืองนอกเขาเองคิดถึงหล่อนมากมายความทรงจำใน่เวลาได้อยู่ด้วยกันมันผุดขึ้นมาเสมอ แต่กระนั้นเวลานี้เขาไม่อาจสิ่งที่อยู่ในใจอย่างแท้จริงออกมา เพราะเวลานั้นเขาเองเป็คนปฏิเสธมัน
“เพราะพี่เป็ห่วงน้องมิยังไงล่ะครับ”น้ำเสียงเขาอ่อนลง
“ไม่ต้องมาเป็ห่วงฉันฉันโตแล้ว!” มิลันดาเถียง
“แต่คุณแม่ฝากมิไว้กับพี่ พี่เองก็ยินดีจะดูแลน้องมิแบบนี้” เขาพยายามเลี่ยงไม่พูดความจริง
“บ้าไปแล้วคุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ฉันไม่้าได้ยินไหม!”น้ำตาคนสวยเริ่มไหลริน หล่อนไม่อยากข้องแวะกับเขาอีกตลอดเวลาหลายปีกว่าหล่อนจะมายืนจุดนี้ได้รู้ไหมมันยากแค่ไหน
คนฟังนิ่งเงียบเมื่อเห็นน้ำตาอีกฝ่ายไหลอาบแก้มเขาควรทำเช่นไรกับสถานการณ์เช่นนี้ หากเป็ได้อยากเอื้อมมือเช็ดน้ำตาออกจากผิวแก้มเนียนนั้นจริงๆ
“น้องมิพี่ขอโทษถ้าทำให้มิลำบากใจ”
คนตัวเล็กยกมือปาดน้ำตาออกสบตาเขาสีหน้าจริงจัง ความอดทนหล่อนมีขีดจำกัด พี่คม้าอะไรกันแน่การกระทำเช่นนี้มันมากเกินกว่าคำว่าห่วงใยในฐานะน้องสาว หรือทำตามคำสั่งมารดาหล่อนมันไม่จำเป็เลยสักนิด เราสองคนต่างเป็ผู้ใหญ่แล้ว หล่อนไม่ใช่คนโง่
“แม่ฉันติดเงินคุณเท่าไหร่คุณให้เงินครอบครัวฉันเท่าไหร่ในการส่งเงินให้ฉันเรียน บอกฉันมาหากเื่นี้มันเป็ข้อผูกมัดทำให้คุณต้องมาวุ่นวายกับชีวิตฉันฉันจะทำงานและคืนให้คุณครบทุกบาททุกสตางค์ไม่ขาดเลยแม้แต่แดงเดียว”
“นี่มันจะมากไปแล้วนะน้องมิ!” เขาตวาด หล่อนเห็นเขาเป็อะไรกันแน่ถึงได้พูดจาดูถูกกันเช่นนี้
“มันไม่มากไปหรอกหากว่ามันจะทำให้คุณเลิกยุ่งกับชีวิตฉันได้!”
คนฟังถอนหายใจในเมื่อเป็เช่นนี้เขาคงไม่อาจรบเร้าต่อไป หากมิลันดา้าให้ไปพ้นจากชีวิตหล่อนเขาควรตัดใจทำตามเสียทีหล่อนพูดถึงขนาดนี้แล้วไม่อยากเชื่อเื่ในอดีตสมัยนั้นมันมีผลกระทบต่อจิตใจน้องมิถึงเพียงนี้ ได้...เขาผิดเอง และจะยอมรับผลของมันแต่โดยดี
“ได้มิ...พี่ยอมแล้วต่อไปนี้พี่จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับมิอีก”คมฉณัฐยอมรับ แล้วเคลื่อนรถออกเพื่อส่งคนตัวเล็กให้ถึงที่หมาย
รถจอดหน้าบ้านมิลันดาเปิดประตูแล้วลงหล่อนยืนหันหลังไม่พูดกับคนมาส่งสักคำ ได้ยินเสียงรถเคลื่อนหายริมฝีปากบางกัดแน่นเพื่อกลั้นน้ำตา ดีแล้ว...หล่อนจะได้ไม่ต้องพบกับความเ็ปอีก สองเท้าก้าวเข้าสู่ตัวบ้านข่มความรู้สึกเอาไว้ในอก ผ่านมันมาได้แล้วจะผ่านอีกครั้งมันยากตรงไหน
“ทำงานวันแรกเป็ไงบ้างลูก”คนเป็แม่เอ่ยถาม ขณะเห็นลูกกำลังเดินเข้ามาด้านใน
หล่อนฝืนยิ้มให้แม่“ก็ดีค่ะ”
“พี่คมมาส่งใช่หรือเปล่าทำไมไม่เข้ามาในบ้าน”
“กลับไปแล้วค่ะ”
ดาวเรืองสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาบุตรสาวดูท่าคงมีเื่กับพ่อคมแต่หล่อนไม่อยากถามเพราะลูกสาวเวลาสนทนากับหล่อนเื่คมฉณัฐทีไรมันมีอาการไม่พอใจเอาทุกที
“อ่อ...แล้วมิจะกินข้าวก่อนไหมลูก”
“ยังก่อนค่ะแม่มิขอพักก่อนนะคะ วันนี้ผ่าตัดทั้งวันเลย” หล่อนบอกแล้วสาวเท้าขึ้นชั้นสองเป้าหมายคือห้องนอน
เ้าของร่างบางถึงห้องนอนทิ้งตัวลงบนเตียงน้ำตาเริ่มไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามไว้อีก รู้ตัวดีว่าพูดทำลายน้ำใจพี่คมแต่นี้เป็หนทางเดียวของหล่อน ไม่เช่นนั้นคงถูกทำร้ายหัวใจให้ทรมานอีกหล่อนกลัวเกินกว่าจะทำความเข้าใจกับการกระทำของเขาปล่อยให้ทุกอย่างมันจบลงไปดีกว่า พี่คมคงไม่มายุ่งวุ่นวายกับหล่อนอีกแล้ว
รมย์รวัตรเข้าเวรรอบดึกมือถือในมือแก้เบื่อได้อย่างดี แต่สายตากลับหยุดที่หญิงชราก้าวเข้ามาภายในเขตโรงพยาบาลเนื้อตัวมอมแมม ที่ศีรษะมีร่องรอยของการถูกทำร้าย พยาบาลมองดูสีหน้ากังวลเพราะเกรงว่าจะเป็คนสติไม่สมประกอบแต่หมอคนใหม่กลับวางมือถือตรงเข้าประคองให้หญิงชรามานั่งพักบนเก้าอี้ท่ามกลางสายตาของบุคคลากรคนอื่น
“คุณยายศีรษะไปโดนอะไรมาครับ” เขาถามแล้วมองาแ
“ยายโดนเขาขว้างไม้ใส่เพราะไม่อยากให้ไปเก็บขยะหน้าบ้าน”หญิงชราบอกทั้งน้ำตา
รมย์รวัตรรับฟังด้วยความรู้สึกสงสารจึงพาหญิงชราเข้าห้องพยาบาลทำแผลให้ เขาไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากใครเพราะดูจากท่าทางแล้วคงไม่ไว้ใจหญิงชราสักเท่าไหร่แต่ไม่นานประตูห้องพยาบาลกลับเปิดออก ร่างบางเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเขาจำได้ว่าหล่อนเป็พยาบาลชื่อลักษิณี
“หมอคะเดี๋ยวฉันช่วยนะคะ” หล่อนอาสา หยิบอุปกรณ์ส่งให้หมอ
“เจ็บหน่อยนะคุณยาย”รมย์รวัตรบอกหญิงชรา
จัดการทำแผลเสร็จเลยพาคุณยายมานั่งเก้าอี้ด้านหน้าพูดคุยเื่ส่วนตัวเล็กน้อย
“คุณยายอยู่คนเดียวหรือครับ”
“เปล่าหรอกจ้ะยายอยู่กับหลานอีกคน”
“แล้วทำไมหลานยายปล่อยให้ยายมาเก็บขยะแบบนี้ล่ะครับ”
“หลานยายเป็ปัญญาอ่อนมันช่วยตัวเองไม่ได้” หล่อนตอบหมอทั้งน้ำตาเมื่อนึกถึงความลำบากของตนเอง
รมย์รวัตรถอนใจออกมาชีวิตเขาถึงแม้ไม่เพียบพร้อมแต่ก็ไม่เคยขัดสนเื่เงินทอง ตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าส่งให้หญิงชราจำนวนหนึ่งหล่อนรีบยกมือไหว้แล้วส่ายหน้าจะไม่ยอมรับแต่รมย์รวัตรกลับจับมือคุณยายแล้วยัดเงินใส่ก่อนยิ้มให้หญิงชรายกมือไหว้น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ยายอย่าไหว้ผมเลย”เขาร้องแล้วจับมือหญิงชราไว้
“ขอบคุณมากนะคุณหมอขอบคุณที่ช่วยยายไว้”
“ไม่เป็ไรหรอกครับคุณยาย”เขาบอกแล้วกวาดตามองข้างนอก “ตอนนี้ดึกมาแล้วยายกลับบ้านเถอะครับ”
เขาพายายรอรถหน้าโรงพยาบาลเมื่อหญิงชราเดินทางกลับรมย์รวัตรเลยทำหน้าที่หมอเวรตามเดิมทุกการกระทำนั้นอยู่ในสายตาของพยาบาลสาว ลักษิณีอมยิ้มความรู้สึกเล็กๆผุดขึ้นมาในใจ หล่อนก้าวมาหาคุณหมอ
“เหนื่อยไหมคะหมอวัตร”
คนถูกเรียกชื่อชะงักแล้วผสานสายตาพิศมองใบหน้าคู่สนทนา หล่อนสวยสะอาดหน้าตาหมดจด รูปร่างสมส่วนไม่น้อยเลยแต่ให้เทียบกับเพื่อนสาวเขาแล้วนับว่ายังห่างกันเขาสะบัดไล่ความคิดตนเองเมื่อรู้ว่ากำลังพาตัวเองคิดเรื่อยเปื่อย แล้วยิ้มเจือนๆ
“ไม่หรอกครับแค่แผลศีรษะแตกไม่มีอะไรซับซ้อน” เขาตอบ ลักษิณีส่งกาแฟให้
“ดีแล้วล่ะค่ะที่คุณหมอไม่เหนื่อยณีเห็นคุณหมอมาใหม่กลัวจะเหนื่อย แต่วันนี้ไม่มีอะไรมาก คุณหมออาจต้องเจอวันยุ่งๆอีกมากเลยล่ะค่ะ” หล่อนบอกแล้วยิ้มบางๆ
“คงเหมือนกันทุกที่ล่ะครับโรงพยาบาลที่ไหนก็มีคนป่วย้าให้หมอรักษา” เขาตอบแล้วยิ้มกว้าง
หล่อนชะงักกับรอยยิ้มแล้วปรับสีหน้าตนเอง
“เอ่อ...ณีขอตัวไปเคลียร์เอกสารก่อนนะคะ” หล่อนบอกแล้วเดินเลี่ยงออกมา
ทำไมหล่อนถึงรู้สึกแปลกๆกับรอยยิ้มของหมอวัตรกันนะ ดูท่าหล่อนจะบ้าไปเสียแล้ว
“ครับ”รมย์รวัตรตอบ