เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80

    ตอนที่ 29 เธอคือหญิงร่ำรวย

            หลังจากนั้นเมื่อสองสาวคิดเห็นตรงกันจึงเริ่มวางแผนและทำข้อตกลงร่วมกันทันทีส่วนแรกคือเงินทุนโดยจางซิ่วอิงและเยว่ผิงอันจะลงทุนกันคนละครึ่ง

            จางซิ่วอิงรับหน้าที่ในการออกแบบตกแต่งร้านจัดหาของที่จะนำมาขายและการตลาดต่าง ๆส่วนเยว่ผิงอันรับบทบาทในการดูแลหน้าร้านทั้งหมด ตั้งแต่รับคนงาน เช็คสต็อคสินค้า ทำบัญชีรายรับรายจ่ายและขายสินค้า

            เมื่อวางแผนงานและแบ่งหน้าที่กันอย่างลงตัวแล้วพี่สาวที่มีความกระตือรือร้นอย่างเต็มเปี่ยมอย่างเยว่ผิงอันก็เสนอตัวเป็นผู้เจรจาขอเช่าพื้นที่เอง

            แม้พ่อของเธอจะจากไปหลายปีแล้วแต่สหายของพ่อที่พร้อมช่วยเหลือครอบครัวเยว่นั้นมีอยู่ทั่วทั้งเมืองแห่งนี้ แค่การเจรจาเช่าร้านไม่นับว่ายากเกินความสามารถของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเยว่สายรองอย่างแน่นอน

            จางซิ่วอิงกลับบ้านไปพร้อมกับเงินของการขายสินค้าในรอบที่แล้วตอนนี้ที่ร้านผ้าสกุลเยว่นั้น มีทั้งเสื้อโค้ดหลากหลายรูปแบบ เครื่องประดับผมต่างๆ และล่าสุดยังมีผ้าพันคอเนื้อดีที่เธอนำไปวางขายอีก รายได้ในแต่ละครั้งที่เธอได้รับนับว่าคนทั่วไปก็คงคาดไม่ถึงตอนนี้หากนับว่าจางซิ่วอิงเป็นหญิงสาวที่ร่ำรวยที่สุดในอำเภอก็ถือว่าไม่เกินจริง

            “สามีขา ภรรยากลับมาแล้ว”เสียงใสร้องเรียกสามีตั้งแต่เดินพ้นรั้วบ้านเข้ามาใบหน้าเรียวเล็กมีรอยยิ้มกว้างประดับอยู่พร้อมประกายสดใสในแววตาอย่างเช่นทุกวัน

            หยางซีห่าวไม่ได้มีท่าทีตื่นตกใจเช่นเมื่อก่อนแล้วเพราะภรรยาของเขามักจะพูดเช่นนี้ทุกครั้งที่กลับบ้านมากลับกันคำพูดเหล่านี้ของเธอนั้นทำให้ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาได้ไม่ยากก่อนจะเดินออกไปรับเธอ “เหนื่อยไหมครับ?”

            การกลับเข้าบ้านมาแล้วมีสามีหน้าตาหล่อเหลายืนรอรับพร้อมกับคำถามว่า ‘เหนื่อยไหมครับ’  เช่นนี้ ต่อให้เหนื่อยแทบขาดใจเธอก็จะหายเหนื่อยให้เร็วที่สุดจนได้เชียวล่ะ

            “แค่เห็นหน้าคุณฉันก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้วค่ะ”

            หญิงสาวไม่รอช้ารีบก้าวเข้าไปสวมกอดร่างหนาอย่างที่ชอบทำคนเป็นสามีก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เขาสวมกอดร่างเล็กของภรรยาไว้พลางลูบแผ่นหลังเล็กไปมากลิ่นกายของภรรยาช่วยให้เขารู้สึกสบายใจจนอยากสูดดมเธอไปทั้งวัน

            บางครั้งเขาก็รู้สึกแปลกใจที่ภรรยาตัวสูงเพียงแค่อกทั้งยังบอบบางขนาดนี้แต่กลับมีเรี่ยงแรงจัดการหลายสิ่งหลายอย่างในแต่ละวันได้โดยไม่บ่นว่าเหนื่อยสักคำสองมือเล็ก ๆ คู่นี้นั้นพยายามทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวจนสำเร็จมาถึงทุกวันนี้เขาช่างเป็นผู้ชายที่โชคดี…

            “คุณเกี้ยวผมทุกวัน ไม่เบื่อบ้างเหรอ? หืมมม!!”หยางซีห่าวถามขึ้นอย่างไม่จริงจังนักทันทีที่ภรรยาผละออกจากอ้อมแขน เรียกเสียงหัวเราะจากคนถูกถามได้อย่างง่ายดาย

            “ไม่เลยค่ะ ก็สามีของฉันน่ารักนี่คะ”มือเรียวลูบลงบนแก้มสากของสามีแผ่วเบาดวงตาคู่เรียวสบมองอีกฝ่ายอย่างรักใคร่เทิดทูน

            “สำหรับผมคุณน่ารักที่สุดแล้วครับ ภรรยา”สันจมูกโด่งกดลงบนแก้มนุ่มของหญิงสาวเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากร่างบางได้ไม่ยาก ก่อนจะพากันเข้ามานั่งที่โซฟาตัวกว้าง

            “คุณหิวหรือยังคะ?”

            “ยังครับ คุณทำอย่างอื่นก่อนเลย”ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างคนรู้ใจภรรยาดูจากสีหน้าคิดว่าเธอคงมีเรื่องต้องทำก่อนอย่างแน่นอน

            จางซิ่วอิงพยักหน้ารับ หญิงสาวขยับตัวลงมานั่งบนพื้นพรมเพื่อจะได้เขียนงานได้สะดวกยิ่งขึ้นก่อนจะนำเงินส่วนแบ่งที่ได้รับในวันนี้ขึ้นมานับและเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายเสร็จแล้วจึงเรียกกระดาษและเครื่องเขียนมากมายออกมาจากในมิติเพื่อเริ่มเขียนแผนธุรกิจที่พึ่งไปคุยมา

            ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ถามขึ้น “คุณเขียนอะไรอยู่ครับ?”

            “ฉันกำลังจะลงทุนเปิดร้านเสื้อผ้ากับพี่สาวเยว่น่ะค่ะ ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านของเรากำลังจะกลับมาเปิดแล้วฉันคิดว่านั่นคือทำเลทองเลยล่ะค่ะ”

            เสียงหวานอธิบายอย่างลื่นไหลในขณะที่มือก็กำลังเขียนสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาทีละขั้นตอน ความคล่องแคล่วของภรรยายิ่งทำให้หยางซีห่าวแปลกใจมากขึ้นไปอีกเพราะนอกจากจางซิ่วอิงในตอนนี้จะอ่านออกเขียนได้แล้ว ตอนนี้มือเล็ก ๆกำลังร่างแผนงานอะไรสักอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดจะทักท้วงอะไรให้ภรรยาเสียความมั่นใจแต่ทว่าเขามีสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกกับภรรยาเอาไว้ก่อน

            พลันเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะต้องคุยใบหน้าหล่อเหลาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนจะตัดสินใจกล่าวออกไป

            “ผมมีเรื่องหนึ่งต้องบอกคุณครับ”

            “เรื่องงานของคุณสินะคะ”ไม่ใช่เพียงหยางซีห่าวเท่านั้นที่รู้ทันเธอเพราะจางซิ่วอิงก็เดาอะไรหลายอย่างออกจากสีหน้าและท่าทางของสามีเช่นกัน

            “คุณรู้อยู่แล้วเหรอครับ?”คิ้วหนาขมวดเข้าหากันมากขึ้นในหนึ่งวันภรรยาของเขามีเรื่องให้แปลกใจอีกกี่เรื่องกัน

            “ก็พอเดาได้ แต่ไม่ทั้งหมดหรอกค่ะ”เธอตอบออกไปอย่างไม่คิดมาก เพราะสามีไม่เคยบอกว่าออกจากการเป็นทหารแล้วอีกอย่างเธอกับเขาตัวติดกันแทบจะตลอดเวลาหากไม่ใช่เรื่องงานของเขาก็คงไม่มีเรื่องอื่นอีกแล้ว

            “ผมยังคงเป็นทหารอยู่ครับและตอนนี้อยู่ระหว่างปฎิบัติหน้าที่อยู่ระหว่างที่รักษาตัวภารกิจส่วนนี้ถูกจัดการโดยสหายอีกคน แล้วหลังจากที่แผลหายดีผมจะต้องกลับไปทำภารกิจที่เหลือให้เสร็จ”

            ที่จริงนั้นตามแผนแล้วเขาจำต้องถูกพักงานไประยะหนึ่งเพื่อให้หน่วยอื่นเข้ามาจัดการปัญหาภายในหน่วยของเขาเอง เพราะสหายคนสนิทที่คิดเข้ากับฝ่ายกบฏโดยอ้างชื่อหยางซีห่าวในการทำเรื่องผิดกฎหมายผู้บัญชาการเห็นว่าเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงถูกกันตัวออกห่างจากเรื่องนี้เพื่อไม่ให้คนทำผิดเอาชื่อเขาไปอ้างได้อีกต่อไป

            แต่ยังไม่ทันที่ภารกิจจะดำเนินไปถึงไหนกลับมีการจับลูกสาวผู้บัญชาการไปเป็นตัวประกัน เขาคือหนึ่งในทีมที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือเมื่อชิงตัวประกันสำเร็จกลับมาหนึ่งคนในทีมเหยียบกับระเบิดเขาที่อยู่ไม่ไกลจึงได้รับบาดเจ็บไปด้วย จึงถือโอกาสนี้แสร้งว่าออกจากราชการแล้วกลับมารักษาตัวที่บ้าน

            อีกไม่นานเขาจะต้องกลับไปรวบรวมหลักฐานและจัดการส่วนที่เหลือให้เรียบร้อยซึ่งภารกิจนี้ค่อนข้างใหญ่พอสมควรเพราะเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย

            และหากสำเร็จไปได้ เขาจะได้เลื่อนขั้นอีกด้วยแต่ในเมื่อมันยังไม่ถึงตอนนั้นเขาจึงยังไม่บอกกับภรรยาเพราะหากว่าภารกิจล้มเหลวหรือเขาเป็นอะไรไปเสียก่อน เขาไม่อยากให้ภรรยาคาดหวังมากจนเกินไป

            จางซิ่วอิงเมื่อฟังรายละเอียดที่สามีเล่าจบแล้วก็วางงานในมือลงพลันเหลือบมองไปที่ขาของเขาที่ยังไม่หายดีขอบตารู้สึกร้อนผ่าวรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เสี่ยงมากใช่ไหมคะ?”

            เธอรู้สึกภูมิใจกับหน้าที่การงานของสามีไม่น้อยและเขาเองก็ยินดีที่จะเสียสละเพื่อประเทศชาติ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็เป็นห่วงเขามากเช่นกัน

            ชีวิตก่อนเธอเลือกตัดสัมพันธ์กับเขานั่นคิดว่าเจ็บปวดมากแล้วแต่นับจากที่เธอตายจากโลกนั้นมาพี่ซีห่าวคงเจ็บปวดไม่ต่างกันและหากชาตินี้เขาต้องเป็นอะไรไปก่อน เธอจะทำอย่างไรต่อไปดีในเมื่อชีวิตนี้เธอเลือกที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่เคียงข้างกัน

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินภายในใจจนรู้สึกเจ็บแปลบ

            “ฉันยังยืนยันคำเดิมนะคะว่าฉันเลี้ยงคุณได้”หญิงสาวพูดไปพลางบังคับเสียงไม่ให้สั่นเครือ แม้จะมีหยาดน้ำตาซึมออกมา แต่ริมฝีปากบางกลับคลี่ยิ้มเบาบางส่งให้สามีเพื่อให้เขาสบายใจเธอไม่อยากให้เขาเจ็บตัวอีกแล้ว แต่การห้ามเขาก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย

            “ผมรู้ครับ แต่ผมก็อยากจะเป็นที่พึ่งให้คุณบ้างผมอาจจะต้องไปหลายเดือน คุณรอผมนะ”หยางซีห่าวรั้งร่างบางขึ้นมานั่งในระดับเดียวกันโอบกอดร่างสั่นเทาจากการร้องไห้ไว้ในอ้อมกอดจนจมอก

            เขาไม่รู้ว่าภารกิจนี้จะจบลงตอนไหนอย่างเร็วที่สุดก็คงสองเดือน แต่หากช้ากว่านั้น…เขาเองก็ไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้นสักเท่าไหร่

            “ค่ะ ฉันจะรอ แล้วคุณก็ต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะคะฉันขอให้งานคุณราบรื่นจะได้กลับมาหาฉันเร็ว ๆ”เธออวยพรให้กับเขาทั้งที่หยดน้ำตายังเปื้อนทั้งสองแก้มเธอกลัวมากจริง ๆ

            “ผมจะรีบกลับมาหาคุณให้เร็วที่สุดครับ”มือหนาลูบลงบนผมนิ่มของภรรยา เขาสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ภรรยากำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้หยางซีห่าวโอบกอดเธออยู่อย่างนั้นพลางปลอบโยนเธอด้วยคำพูดมากมายเพื่อให้ภรรยาสบายใจและคลายความกังวลอยู่เนิ่นนาน

            หลังจากพูดคุยเรื่องสำคัญกันจนเข้าใจบรรยากาศภายในบ้านก็เงียบลง หยางซีห่าวนั่งมองภรรยขีดเขียนแผนงานของเธอไปเงียบ ๆพอได้พูดสิ่งที่เก็บไว้ออกมาให้ภรรยาฟังแล้วราวกับสิ่งที่กดทับอยู่ในใจนั้นถูกยกออกจนรู้สึกเบาสบายมากขึ้นเป็นกอง