ยามอิ่ว (17.00-18.59)ร่างบางที่ได้สลบจากความเ็ปก็ได้ค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นนางได้โอบกอดเด็กทารกที่นอนหลับอยู่ข้างกายของนางขึ้นมาด้วยความเป็ห่วงและวิตกกังวลเพราะตอนนี้นางรู้แล้วว่านางและลูกของนางนั้นถูกขับไล่ออกจากบ้านตระกูลเย่เพราะว่าพ่อแม่ของเธอรู้สึกอับอายที่ลูกสาวได้อุ้มท้องไม่มีพ่อกลับมาที่บ้าน
“เ้าตัวน้อยเราสองคนลำบากแล้วละ”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับมองไปรอบด้านที่เริ่มมืดของตนด้วยแววตาเป็กังวล
“แอ้”เสียงเด็กน้อยร้องออกมาเบาๆทำให้ฉีหลินที่กำลังมองไปรอบด้านด้วยความหวาดกลัวก้มลงมามองที่เด็กน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนทันที
“เด็กน้อยเรามาลองสู้กันสักตั้งกันเถอะ”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ทารกในอ้อมแขนของตนด้วยสายตาอ่อนโยน
“ก่อนอื่นเราต้องรีบหาที่พักก่อนหากมืดค่ำสัตว์จะออกหากินนางกับลูกน้อยจะลำบากเสียเปล่าๆ”ฉีหลินที่คิดได้เช่นนั้นจึงได้เริ่มออกเดินทางทันทีแต่เื่แปลกก็คือนางรู้สึกว่าั้แ่นางตื่นขึ้นมานางก็รู้สึกว่าร่างกายของนางรู้สึกเบาสบายไม่เหมือนกับในตอนแรกที่นางได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ที่รู้สึกเ็ปแทบจะตลอดเวลา
ฟุบ ฟุบ ฟุบเสียงแปลกทำให้ฉีหลินที่เดินอยู่หันกลับไปมองตามที่มาของเสียงด้วยสีหน้าใแต่เมื่อนางพบว่าที่มาของเสียงเป็กระต่ายตัวน้อยนางจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ฟุบ ฟุบ ฟุบกระต่ายตัวน้อยะโเข้ามาหาฉีหลินด้วยท่าทางที่เชื่องราวกับมันเป็สัตว์เลี้ยงของนางก็ไม่ปานมันะโรอบตัวของฉีหลินราวกับมันดีใจอะไรสักอย่าง ฉีหลินที่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้แต่มองไปที่เ้าตัวขาวปุยนั้นด้วยความสงสัยแต่เมื่อนางคิดได้ว่ากำลังจะค่ำแล้วนางก็จะก้าวเท้าเดินออกมาจากเ้ากระต่ายตัวน้อยตัวนั้นทันทีแต่เ้ากระต่ายกลับะโมาขวางทางฉีหลินเอาไว้ทำให้นางที่กำลังจะก้าวเท้าชะงักทันที เ้ากระต่ายพยักหน้าคลายจะบอกให้นางเดินตามมันไปนางที่แต่เดิมก็เชื่อเื่โชครางอยู่แล้วได้ตัดสินใจเดินตามเ้ากระต่ายนอนไปด้วยใจที่ลุ้นระทึก
“เ้ากระต่ายน้อยจะพาเราไปที่ไหนนะ”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับมองไปรอบตัวของนางที่ตอนนี้ได้มีหมอกหนาจนนางไม่สามารถมองเห็นสิ่งรอบข้างได้มากนัก
“ฟุบ”เสียงการะโของเ้ากระต่ายหยุดลงทำให้ฉีหลินที่เดินตามไปหยุดชะงักลงทันทีเพราะตอนนี้แทนที่นางจะได้ยินเสียงะโของกระต่ายนางกลับได้ยินเสียงก้าวเดินของมนุษย์เข้ามาแทนที่
“ใครนะ”ฉีหลินเอ่ยถามด้วนน้ำเสียงวิตกกังวลด้วยนางไม่รู้ว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาหานางนั้นมีจุดประสงค์อะไรกับนางกันแน่
“ข้าต้องขออภัยแทนลูกสาวของข้าด้วยนางเป็ห่วงแม่ของนางมากเกินไปจึงได้หลอกลวงผู้วิเศษมาที่นี้”ชายหนุ่มรูปหล่อเดินเข้ามาเอ่ยขอโทษฉีหลินด้วยสีหน้าเศร้า
“ลูกสาว”ฉีหลินเอ่ยถามด้วยสีหน้ามึนงงพร้อมกับมองไปที่เ้ากระต่ายตัวน้อยในมือของชายตรงหน้าด้วยสีหน้าสงสัย
“ใช่นางเป็ลูกสาวของข้าเอง”ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยตอบพร้อมกับโอบกอดเ้ากระต่ายตัวน้อยในอ้อมแขนของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“หืมม”ฉีหลินที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่เลิกคิ้วด้วยสีหน้าแปลกใจทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ายกยิ้มขึ้นมาให้กับฉีหลินอย่างนอบน้อมแล้วค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างของตนเป็กระต่ายั์ที่มีขนาดเท่ากับวัวฉีหลินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ตาเหลือกแล้วเป็ลมหมดสติไปในทันที
ในความฝันมารีที่อยู่ในร่างของฉีหลินได้ถูกเฟยเฟิงตบหน้าจนล้มลงไปที่พื้น
“นางคนชั้นต่ำเ้าคงคิดว่าเ้าชนะข้าแล้วสินะ หึข้าจะบอกอะไรให้เ้ารู้เอาไว้นะว่าคนชั้นต่ำเช่นเ้าไม่มีวันชนะและเ้าก็ไม่มีวันทำให้พี่ิรักเ้าได้หรอกเพราะว่าในใจของพี่ิจะต้องมีข้าเพียงคนเดียวเท่านั้นตบมันให้มันรู้ว่าคนเช่นมันต่ำต้อยเพียงใด”กวางเฟยเฟิงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ฉีหลินด้วยแววตาเย้ยหยัน
“คุณหนูกวางปล่อยข้าไปเถอะเ้าค่ะข้าไม่เคยคิดตีเสมอท่านเลยนะเ้าคะข้าขอแค่อยู่อย่างสงบไม่ได้เลยหรือเ้าคะ”ฉีหลินที่ถูกตบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเศร้า