หลังถึงลานจอดรถเขาค่อยๆ วางฉันลงบนเบาะข้างคนขับแล้วเ้าตัวก็อ้อมไปนั่งอีกฝั่ง พลางถอนหายใจออกมา
“ทำไมไม่ตอบข้อความ”
“เรียน”
“แค่พิมพ์ตอบก็ไม่ได้เลยรึไง”
“อืม”
“ปิ่นมุก…”
“วันนี้ไม่มีธุระสำคัญแล้วหรอ”
“อย่าประชด”
“ฉันไม่ได้ประชด....”
ฉันหับไปสบตากับเขาเพื่อแสดงว่าฉันพูดความจริง แต่เพียงแค่เห็นใบหน้าเขา ภาพแผ่นหลังเปลือยก็เด่นขึ้นมาจนฉันต้องหันหน้าหนีอีกรอบ
“ถ้าไม่ได้ประชดแล้วจะพูดจาแบบนี้ทำไม...”
“ถ้าฉันใกล้ตายก็คงตายอยู่ตรงนั้นแล้วมั้ง”
“........”
“ธุระที่นายบอก คือนอนกับผู้หญิงคนอื่นงั้นหรอ”
“......”
“ฉันผิดเองแหละที่โทรไปขัดจังหวะนาย”
“โกธรให้ถูกประเด็นหน่อยปิ่นมุกเธอโกธรฉันที่ลืมโทรกลับ รึโกธรที่ฉันไปนอนกับคนอื่น”
“....” ใช่ ฉันโกธร...ที่เขาไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น
“เฮ้อ ขอโทษ..ถึงจะไม่รู้ว่าผิดอะไรแต่ฉันผิดเองแหละ”
เมื่อเห็นฉันยังนั่งนิ่งไม่หันสบตาเขา ภามม์ก็ยอมเป็ฝ่ายขอโทษ(แบบจำยอม) แล้วลูบหัวเอาใจฉันเบาๆ
“.....”
“ฉันจะไปรับไปส่งเธอจนกว่าจะหายดีละกัน”
“ไม่เป็ไรพ่อฉันคงส่งคนมารับแล้ว”
“ก็ไล่กลับไปสิ”
“ภามม์ นายก็รู้ว่าพ่อฉันไม่ใช่คนใจดีเหมือนพ่อนาย”
“แล้วลูกสาวนี่ได้เชื้อความใจร้ายจากพ่อมาด้วยรึไง”เขาพยายามพูดหยอก เพื่อให้ฉันอารมณ์ดี
“.....”
ฉันเลือกที่จะเงียบและเอาแต่นั่งมองกระจกฝั่งตัวเองเพราะยังโกธร ..โกรธทั้งเขาที่ไม่เคยมองว่าฉันสำคัญและโกธรทั้งตัวเองที่รู้อยู่แบบนั้น ก็ยังรักเขาอยู่ดี
‘คนที่ใจร้าย คือนายต่างหากภามม์’
หลังภามม์มาส่งฉันถึงที่บ้านแล้วเขาจะขึ้นไปทักทายพ่อฉัน แต่ฉันห้ามไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้เขามาเห็นฉากที่ฉันกำลังโดนพ่อด่า
“สวัสดีค่ะคุณหนู”
สาวแม่บ้านสองคนรีบเข้ามาทักทายและช่วยพยุงฉันไปถึงห้องรับแขกที่พ่อนั่งดูข่าวสารต่างประเทศอยู่
“พ่อ…”
“แกคิดจะบอกฉันเมื่อไร” เสียงเข้มทุ้มถามเบาๆ โดยสายตานั้นยังจดจ้องที่จอทีวีั์อยู่
“....”
“ทำไมฉันต้องมารับรู้เื่ของแกจากปากคนอื่นตลอดเลยนะแกทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็พ่อที่ไม่ได้เื่”
“หนู…แค่ไม่อยากให้พ่อเดือดร้อนค่ะ”
ฉันจิกเล็บตัวเองเพื่อคลายความกดดันก้มใบหน้าหลบสายตาของพ่อ มองเพียงปลายเท้าตัวเองเท่านั้น
“ฉันดูเป็พ่อที่พึ่งพาไม่ได้ในสายตาแกงั้นหรอ”
“ไม่.. หนูขอโทษค่ะ”
“ฉันตามคู่กรณีแกแล้วมันไม่มีปัญญาชดเชย เพราะเห็นว่าแกเดินไม่ดูตาม้าตาเรือฉันเลยเอาความมันไม่เต็มที่”
“หนูผิดเอง ไม่ต้องเอาความเขาก็ได้ค่ะ”
พ่อกอดอกมองฉัน ก่อนจะถอนหายใจแล้วโบกมือไล่
“ไปพักผ่อนซะ่นี้ฉันจะให้คนขับรถคอยไปรับไปส่งแก”
“เดี๋ยวเพื่อนหนูมาระ…”
เพียงหางตาที่จ้องเขม็งเข้ามาปากฉันก็หยุดชะงักดั่งถูกสะกดเสียงไว้ทันที
“ค่ะ.. พ่อ”
ฉันตอบรับอย่างขัดไม่ได้ก่อนจะหันตัวเดินกะเผกออกจากโถงรับแขกขึ้นห้องนอนตัวเอง
ั้แ่จำความได้พ่อฉันก็เป็คนเ้าระเบียบ เคร่งในกฏ และไม่เคยปราณีคนที่ขัดขา ขัดใจท่านยิ่งหลังจากที่หย่ากับแม่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พ่อก็ยิ่งเอาตัวเองเป็ที่ตั้ง ทุกอย่างต้องอยู่ในการควบคุมของพ่อเสมอ
ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องกลัวพ่อขนาดนั้นทั้งๆ ที่พ่อไม่เคยลงไม้ลงมือกับฉันเลยแต่ทุกครั้งที่ยืนต่อหน้าพ่อฉันกลับรู้สึกตัวสั่น หายใจไม่ออก และอยากไปให้พ้นๆจากจุดนั้นเสียที
‘หรือมันอาจจะเป็ความรู้สึกของแม่ที่ฝังผ่าน DNA ในตัวฉัน’
ทั้งชีวิตนี้มีแค่สองสิ่งที่พ่อตามใจให้เป็ของขวัญคือหนึ่งใช้เงินได้ไม่จำกัด กับสองคอนโดส่วนตัวแบบที่ไม่ต้องมีแม่บ้านหรือคนขับรถมาสอดส่องแทนสายตาพ่อ
ฉันเคยพยายามขัดใจพ่ออยู่ครั้งนึงพ่อจึงมอบบทเรียนที่ฉันต้องจำและกลัวการขัดใจพ่อมาตลอดบทเรียนอันล้ำค่าที่ทำให้รู้ว่า โลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยเงินและอำนาจถ้าฉันไม่มีบารมีพ่อคลุมหัว ฉันก็ไม่เหลืออะไรในชีวิตเลย แม้กระทั่งคุณค่าของ “คุณหนูปิ่นมุก”
ตุ้บ!
ฉันทิ้งตัวลงบนฟูกหลุยส์นุ่มๆสูดอากาศหอมจากแอร์เข้าเต็มปอด เพื่อคลายความเครียดที่เผชิญหน้ากับพ่อเมื่อครู่
ติ้ง
ข้อความใหม่จาก Pham
ภามม์ :
ปิ่นมุก :
ภามม์ :
ปิ่นมุก :
ภามม์ :
ปิ่นมุก :
ภามม์ :
ปิ่นมุก :
ภามม์ :
ปิ่นมุก :
ภามม์ :
พอเขาพิมพ์ประโยคกำกวมแบบนี้มาฉันก็โยนโทรศัพท์ลงข้างเตียงทันที สำหรับเขา ฉันคงมีค่าเฉพาะเื่แบบนั้นสินะ