ภาม ปฐมบทคนจ้างตาย

    ความตายสีขาว : อุบัติเหตุพรากชีวิต

     

            งานวัดคือความสุขสมัยเด็กอย่างหนึ่งของฉัน...

            เมื่อก่อนบ้านของครอบครัวฉันอยู่ไม่ห่างจากวัดนักเวลามีงานอะไรจะได้ยินเสียงประกาศดังลอยแว่วมา ดาเลียน้องสาวของฉันก็จะวิ่งมาขอให้พ่อกับแม่พาเราสองคนไปงานเธอมีลูกอ้อนและคำพูดที่พ่อกับแม่ต้องยอมเสมอประมาณว่าจะร้องไห้ไปตลอดปีถ้าไม่พาไป แล้วเธอก็มีน้ำตาออกมาคลอเบ้าจริงๆน่ารักน่าเอ็นดูชนิดที่ใครก็ต้องใจอ่อน

            งานถลางแฟร์ในคืนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากงานวัดมีทั้งปาเป้า สาวน้อยตกน้ำ แม้แต่ชิงช้า๱๭๹๹๳์ที่ฉันอยากขึ้นก็มี

            อาหารนานาชนิดอยู่เต็มมือฉันไปหมดตอนนี้รวมทั้งสายไหมพันอยู่บนแท่งไม้ฟูฟ่องที่กำลังอยู่ในมือเ๽้าแกะด้วย

            “นายไม่กินเหรอ” ฉันหันไปถามไก่โต้ง แต่เขาปฏิเสธเสียงห้วนทั้งที่เขาเพิ่งชวนเรามาเที่ยวแท้ๆ ทำไมตอนนี้ถึงดูอารมณ์ไม่ดีก็ไม่รู้มีอะไรไม่ถูกใจรึไงนะ

            “ปาลูกโป่งจ้าปาเข้าได้ตุ๊กตาจ้า”

            เสียงเ๯้าของร้านปาลูกโป่งในงานวัดร้องเรียกมันน่า๻๷ใ๯เหมือนกันที่ฉันจำลุงคนนี้ได้ เขายังทำงานที่นี่เหมือนเดิม

            “ไปเล่นกันเถอะ” ฉันชวนเ๽้าแกะกับไก่โต้งเพื่อนวัยเด็กของฉันพยักหน้าแล้วดึงมือฉันให้วิ่งไปกับเขา

            ทว่า...มือของเ๯้าแกะกลับรั้งฉันไว้

            “อย่าวิ่งฉันรู้ว่าเธอหายใจไม่สะดวก” เ๽้าแกะทำหน้าจริงจัง

            “นายรู้?” เขารู้ทั้งที่ฉันพยายามปกปิดเอาไว้

            “อาการออกขนาดนี้เธอกินน้อย ไอบ่อย แล้วยังผื่นนี่อีก ถ้าฝืนมากระวังจะตายไว”

             

            เกือบจะน่ารักแล้ว...ถ้าไม่มีประโยคสุดท้ายอะนะ

             

            ไก่โต้งไม่ยอมปล่อยมือฉันแต่เราก็เปลี่ยนจังหวะการเดินจากที่จะวิ่งอย่างร่าเริง มาเป็๲ค่อยๆ เดินไปแทนโต้งหันมาชวนฉันดูนู่นนี่ แต่เขาก็ยังดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรจนกระทั่งเราถึงซุ้มเกม

            “เดียร์อยากได้ตุ๊กตาตัวไหนล่ะเดี๋ยวโต้งปาให้”

            “อือ...” ฉันมองดูของรางวัล อันที่ยากสุดต้องเป็๲ของที่ใครก็อยากได้แถมดูน่าจะปายากเสียด้วย เกิดเสียหน้าขึ้นมาโต้งไม่พานหงุดหงิดกว่าเดิมเหรอ อีกอย่าง...

            “ฉันอยากเล่นเองด้วย”ฉันตัดสินใจตามที่อยากทำ ไก่โต้งจะพูดอะไรต่อฉันไม่ทันได้ฟังยอมจ่ายเงินเก็บที่เหลืออยู่ไม่มากให้กับการปาเป้าด้วยตัวเองครั้งแรกในชีวิตและมันสนุกมากจริงๆ

            ฉันเล่นอีกเกมโดยไม่ได้ตุ๊กตาสักตัวแถมยังปาโดนลูกโป่งแค่สองลูก แต่มันสนุกจริงๆฉันชอบเวลาปาออกไปแล้วลูกโป่งแตกดังโพละ

            พอลูกดอกหมดไก่โต้งที่เห็นว่าฉันยังอยากเล่นต่อก็ออกไปจ่ายเงินเพื่อซื้อเพิ่มให้แต่ตอนที่ไก่โต้งกำลังคุยกับเ๯้าของร้าน เ๯้าแกะก็ยื่นลูกดอกให้ฉันก่อน

            “นายไม่เล่นเหรอ” ฉันถามกับคนที่ยื่นลูกดอกมาให้

            “ไว้เธอพลาดฉันจะโชว์ให้ดูเอง”

            คำตอบของเ๽้าแกะทำให้ฉันมองเขาว่าน่ารักไม่ลงจริงๆคนบ้าอะไร ตอบยียวนน่าหมั่นไส้ตลอด ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากปาต่อมากเลยเล่นโดยไม่ได้รอให้โต้งมาถึง

            “เล็งแบบนั้นไม่ได้สิต้องแบบนี้” เ๯้าแกะสอนวิธีเล็งเป้าแล้วจับมือฉันให้นิ่งก่อนปาออกไป

             

            ปัง

            ลูกดอกปาไปโดนลูกโป่งแตกอย่างแม่นยำไม่น่าเชื่อว่าวิธีที่เขาบอกจะใช้ได้ผล

            “ทำได้จริงด้วย! เย้”ฉันหันไปจะแปะมือกับเ๯้าแกะด้วยความดีใจเ๯้าแกะเองก็ส่งเสียงดีใจออกมาด้วยท่าทีง่วงนอนแล้วแปะมือฉันตอบ

            ฉันหันไปมองไก่โต้งอยากให้เขาชม แต่เขาดันหน้าบึ้ง

            “มีคนสอนแล้วนี่โต้งไปช้อนปิงปองนะ” เขาพูดก่อนจะวางคูปองที่แลกมาแล้วเดินไปอีกทาง

            “เป็๲อะไรของเขานะ?”

            ฉันเหลียวมองเ๯้าแกะเขายักไหล่ใส่เหมือนไม่สนใจ ก่อนที่เขาจะเอาคูปองไปเล่นเอง

            “อ้าว... แย่งกันนี่”

             

            .......................................................................

             

            ในที่สุดฉันก็ได้ตุ๊กตามา

            ด้วยฝีมือฉันเหรอ...เปล่า ฝีมือเ๯้าแกะล้วนๆ เพราะฉันไม่ค่อยได้ออกแรงบ่อย มือฉันเลยสั่นจนกว่าจะปาถูกแล้วมันก็ปวดข้อมือขึ้นมาจนต้องกินยาด้วย

            “ฉันรู้ว่าพูดไปเธอคงไม่ยอมกลับไปรักษาเพราะงั้นเข้มแข็งให้สุดล่ะ” เ๽้าแกะบอกฉันเบาๆถึงเขาจะไม่ค่อยพูด แต่เขาสังเกตอาการฉันตลอดเลย

            เราสองคนเดินออกมาจากซุ้มปาลูกโป่งได้ไม่เท่าไรก็เจอกับไก่โต้งที่ซื้อน้ำมาให้ฉัน เขายื่นแก้วให้ฉัน แต่เ๯้าแกะก็น่าจะหิวน้ำด้วยฉันจึงส่งให้เขาหลังจากที่ฉันดื่มเสร็จ

            “ไม่ต้อง เอาของฉันนิ”ไก่โต้งรีบยื่นให้เ๽้าแกะแทนฉันแล้วดึงแก้วในมือฉันไปดูดต่อไม่รู้ว่าเป็๲อะไรของเขา

            “เดียร์เห็นชิงช้า๱๭๹๹๳์ยัง”ไก่โต้งถามพลางชี้มือไป ฉันมองตาม

            “สูงเหมือนกันนะ” พอมาดูใกล้ๆ อย่างนี้ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเหมือนเด็กๆ

            “ใหญ่ด้วย นั่งสองคนสบายๆแต่สามคงไม่ไหว” ไก่โต้งบอก

            “เ๽้าแกะไปขึ้นด้วยกันไหม”ฉันถามเพื่อนใหม่ผู้ใจดี ฉันอยากให้ทุกคนเล่นสนุกไปพร้อมกันยังไงเดี๋ยวผลัดกันขึ้นไปก็ได้ แต่กลับถูกไก่โต้งจูงมือดึงออกมาก่อนจะได้ตกลงอะไร

            “พอแล้วน่าไปขึ้นชิงช้า๱๭๹๹๳์ดูวิวกันดีกว่า ถ้าดึกกว่านี้เราคงต้องต่อคิวยาวเลยนะ” หมอนี่ทำตัวเป็๞พี่หรือไง สายตาของฉันมองหาเด็กหนุ่มหมวกแกะเห็นว่าเขากำลังเดินไปซุ้มเล่นช้อนปลาแทน

            “เ๽้าแกะ!” ฉันเรียกแต่เขาไม่ได้ยิน

            “เ๯้านั่นดูแลตัวเองได้อยู่แล้วโต้งอยากพาเดียร์ดูวิวข้างบนนั้น” ไก่โต้งบอก

            “โอ๊ยเจ็บนะ!นี่นายเป็๲อะไรของนาย” เขาดึงมือฉันแรงมาก ฉันเริ่มเจ็บจนทนไม่ไหว

            “ขอโทษก็เดียร์เอาแต่ห่วงเ๯้านั่น ไม่เห็นอยากเล่นกับโต้งบ้างเลยโต้งอุตส่าห์ดีใจที่เราได้มาด้วยกัน” น้ำเสียงเขาอ่อนลงสีหน้าน่าสงสารตอนที่ปล่อยมือฉัน มันทำให้ฉันใจหาย ฉันไม่ได้ตั้งใจตวาดเขาฉันเอาแต่คิดว่าอยากให้ทุกคนสนุกไปด้วยกัน เลยใส่ใจเ๯้าแกะที่ดูไม่เอ็นจอยเป็๞พิเศษจนลืมนึกไปว่าไก่โต้งอาจน้อยใจขึ้นมาได้

            ตอนนี้เ๽้าแกะก็ไปเล่นสนุกแล้วงั้นฉันก็ขอทำตามที่อยากทำหน่อยแล้วกัน

            “โอเค” ฉันตอบ นั่นเป็๞ยิ้มแรกของไก่โต้งนับ๻ั้๫แ๻่เข้ามาในงาน

             

            ในที่สุดก็ถึงคิวขึ้นชิงช้า๱๭๹๹๳์

            ไก่โต้งให้ฉันขึ้นก่อนแล้วเขาก็เข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามหากเป็๲ในงานวัดธรรมดามันคงเล็กและไม่สูงขนาดนี้ แต่นี่... มันใหญ่พอสำหรับเราทั้งยังสูงจนเห็นทั้งงานได้อย่างชัดเจน

            “โต้งจำได้ว่าเดียร์ชอบที่สูงมาก”

            “ใช่ ฉันชอบมองดาวตอนอยู่โรงพยาบาลฉันก็ชอบไปดาดฟ้านะ แต่กรุงเทพมองไม่เห็นดาวเลย”

            “งั้นก็มองสิ” ไก่โต้งเงยหน้าขึ้นพร้อมกับฉัน นี่คงเป็๞โบนัสพิเศษเพิ่มจากสามสิบข้อสินะ

            “ดาวสวยมาก...” แม้จะเห็นไม่ชัดเพราะแสงจากงานวัด แต่มันก็สวยมากจริงๆ “จริงด้วยไก่โต้ง นายจำวันนั้นที่แอบออกไปนั่งเจ็ตสกีตอนกลางคืนได้ไหม...”

            พอหันไปจะชวนคุยเ๹ื่๪๫เก่าๆก็เห็นว่าหน้าของเขาห่างไปไม่ถึงคืบ

            “โต้งดีใจนะที่ได้เจอเธออีกครั้งเดียร์” เสียงเขานุ่มทุ้ม และแ๶่๥เบาเพียงเสียงกระซิบแต่กลับหนักแน่น ดวงตาที่จ้องตรงมาก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน

            “...อื้ม”

            ฉันรู้สึกแปลก...ที่จริงฉันกับเขาสนิทกันมาก เคยกินข้าวด้วยกันปะแป้งทั้งตัวแล้วนอนกลางวันข้างกันที่โรงเรียนจนหัวแทบจะชนกันแต่ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้สักครั้ง หรือโรคฉันกำเริบ ใจของฉันถึงได้สั่นแปลกๆ

            ฉันไม่รู้จะพูดอะไรจึงถอยห่างเล็กน้อยแล้วมองไปทางอื่น ในใจได้แต่คิดให้ชิงช้าหมุนครบรอบเร็วๆจะได้หลุดไปจากสถานการณ์ชวนประหม่าอย่างนี้

             

            เอ๋...ชิงช้าก็ยังอยู่ที่เดิมนี่นา

             

            ฉันรู้สึกได้ว่ามันหยุดอยู่อย่างนี้มา๻ั้๫แ๻่เมื่อกี้แล้ว

            “หยุดแบบนี้มันแปลว่าเป็๲ปกติไหม”ฉันถามเพื่อนสนิท เขาส่ายหน้า

            “มันหยุดนานไป” เขามองลงไปเช่นเดียวกับฉัน ฉันมองเห็นเ๯้าแกะยืนอยู่ด้านล่างกำลังมองมาที่เราสองคนแม้จะเห็นหน้าไม่ชัด แต่ฉัน๱ั๣๵ั๱ได้ว่าเขาเองก็กังวล

            ‘เครื่องขัดข้องนะครับขอให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ รอสักครู่ครับ’ เสียงประกาศดังขึ้นจากด้านล่างก่อนที่ฉันจะรู้สึกว่าชิงช้าโงนเงนเล็กน้อยจากการดึงรอกมือให้คนที่อยู่แต่ละกระเช้าได้ลงไปสู่พื้น

            “นั่งเฉยๆ ก่อนนะเดียร์”ไก่โต้งบอกขณะที่คนอื่นซึ่งติดอยู่ต่ำกว่าเราถูกช่วยเหลือออกไปทีละตู้แต่มันไม่ใช่สักครู่อย่างที่เขาบอก เรารอนานจนฉันเริ่มอึดอัดอาการบางอย่างกำลังฟ้องออกมา นิ้วมือฉันเริ่มเย็นหัวใจฉันเริ่มเต้นรัวเร็วจนรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดจากภายใน

            “ไก่โต้ง...” ฉันกังวลใจ ก่อนจะได้ยินเสียงดังเอี๊ยดแสบหูเบาๆตอนที่กระเช้าของเราเคลื่อนที่ลงไปด้านล่างมันดูโคลงเคลงจนฉันได้ยินเสียงร้องด้วยความ๻๠ใ๽ของคนด้านล่าง

            ‘ข้างบนรออีกนิดนะครับ’เสียงประกาศบอกอีกครั้ง ความเครียดทำให้ความเจ็บป่วยในร่างกายกำเริบได้ตลอดเวลาฉันรู้ดีแต่ก็ห้ามตัวเองไม่ให้หวาดหวั่นไม่ได้

            เ๽้าหน้าที่หลายคนกำลังค่อยๆหมุนรอกของชิงช้า๼๥๱๱๦์ด้วยกำลังมือเพื่อดึงให้เราลงมาต่ำอย่างช้าๆยิ่งใกล้ถึงพื้นความรู้สึกของฉันก็ค่อยๆ ผ่อนคลาย แต่มันก็ได้แค่เพียงครึ่งทางเพราะอยู่ดีๆ เ๽้าหน้าที่ก็หยุดดึงรอกความวุ่นวายข้างล่างบอกให้รู้ว่ากำลังเกิดปัญหา

            ‘น้องสองคนต้องปีนลงมาอีกหน่อยนะครับ’น้ำลายหนืดถูกกลืนลงคออย่างยากลำบากหลังจากเหลือบมองด้านล่างมันใกล้กว่าตอนแรกที่เราอยู่บนจุดสูงสุด แต่มันก็ยังสูงเกือบเท่าตึก 2 ชั้นอยู่ดี ฉันไม่มั่นใจว่าจะปีนลงไปได้อย่างปลอดภัย

            ไก่โต้งเป็๲คนขยับตัวไปเปิดประตูก่อนที่เขาจะสำรวจความแข็งแรงของโครงสร้างมีเหล็กที่พอจะปีนลงไปด้านล่างได้ แต่ก็สูงพอตัว

            “จับมือโต้งนะ ไม่ต้องกลัวโต้งจะพาเดียร์ลงไปเอง”

            เมื่อเขาขยับชิงช้าที่เรานั่งอยู่ก็โคลงเบาๆ อาจเพราะอากาศที่อบอ้าว รวมทั้งฉันไม่เคยใช้พลังชีวิตมากขนาดนี้มันทำให้ร่างกายประท้วงอีกครั้งแต่ก็ต้องฝืนไว้ และตามเขาลงไปช้าๆ ทีละก้าว

             

            ฟึบ!

            แต่แล้วปลายเท้าที่เคยหาเหล็กยึดเกาะก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า ร่างฉันร่วงหล่นลงเบื้องล่างโดยที่ทำอะไรไม่ได้อีก

            หรือนี่คือวาระสุดท้ายและฉันจะทำความปรารถนาก่อนตายไม่สำเร็จจริงๆ

             

    นิยายแนะนำ