งานวัดคือความสุขสมัยเด็กอย่างหนึ่งของฉัน...
เมื่อก่อนบ้านของครอบครัวฉันอยู่ไม่ห่างจากวัดนักเวลามีงานอะไรจะได้ยินเสียงประกาศดังลอยแว่วมา ดาเลียน้องสาวของฉันก็จะวิ่งมาขอให้พ่อกับแม่พาเราสองคนไปงานเธอมีลูกอ้อนและคำพูดที่พ่อกับแม่ต้องยอมเสมอประมาณว่าจะร้องไห้ไปตลอดปีถ้าไม่พาไป แล้วเธอก็มีน้ำตาออกมาคลอเบ้าจริงๆน่ารักน่าเอ็นดูชนิดที่ใครก็ต้องใจอ่อน
งานถลางแฟร์ในคืนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากงานวัดมีทั้งปาเป้า สาวน้อยตกน้ำ แม้แต่ชิงช้า์ที่ฉันอยากขึ้นก็มี
อาหารนานาชนิดอยู่เต็มมือฉันไปหมดตอนนี้รวมทั้งสายไหมพันอยู่บนแท่งไม้ฟูฟ่องที่กำลังอยู่ในมือเ้าแกะด้วย
“นายไม่กินเหรอ” ฉันหันไปถามไก่โต้ง แต่เขาปฏิเสธเสียงห้วนทั้งที่เขาเพิ่งชวนเรามาเที่ยวแท้ๆ ทำไมตอนนี้ถึงดูอารมณ์ไม่ดีก็ไม่รู้มีอะไรไม่ถูกใจรึไงนะ
“ปาลูกโป่งจ้าปาเข้าได้ตุ๊กตาจ้า”
เสียงเ้าของร้านปาลูกโป่งในงานวัดร้องเรียกมันน่าใเหมือนกันที่ฉันจำลุงคนนี้ได้ เขายังทำงานที่นี่เหมือนเดิม
“ไปเล่นกันเถอะ” ฉันชวนเ้าแกะกับไก่โต้งเพื่อนวัยเด็กของฉันพยักหน้าแล้วดึงมือฉันให้วิ่งไปกับเขา
ทว่า...มือของเ้าแกะกลับรั้งฉันไว้
“อย่าวิ่งฉันรู้ว่าเธอหายใจไม่สะดวก” เ้าแกะทำหน้าจริงจัง
“นายรู้?” เขารู้ทั้งที่ฉันพยายามปกปิดเอาไว้
“อาการออกขนาดนี้เธอกินน้อย ไอบ่อย แล้วยังผื่นนี่อีก ถ้าฝืนมากระวังจะตายไว”
เกือบจะน่ารักแล้ว...ถ้าไม่มีประโยคสุดท้ายอะนะ
ไก่โต้งไม่ยอมปล่อยมือฉันแต่เราก็เปลี่ยนจังหวะการเดินจากที่จะวิ่งอย่างร่าเริง มาเป็ค่อยๆ เดินไปแทนโต้งหันมาชวนฉันดูนู่นนี่ แต่เขาก็ยังดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรจนกระทั่งเราถึงซุ้มเกม
“เดียร์อยากได้ตุ๊กตาตัวไหนล่ะเดี๋ยวโต้งปาให้”
“อือ...” ฉันมองดูของรางวัล อันที่ยากสุดต้องเป็ของที่ใครก็อยากได้แถมดูน่าจะปายากเสียด้วย เกิดเสียหน้าขึ้นมาโต้งไม่พานหงุดหงิดกว่าเดิมเหรอ อีกอย่าง...
“ฉันอยากเล่นเองด้วย”ฉันตัดสินใจตามที่อยากทำ ไก่โต้งจะพูดอะไรต่อฉันไม่ทันได้ฟังยอมจ่ายเงินเก็บที่เหลืออยู่ไม่มากให้กับการปาเป้าด้วยตัวเองครั้งแรกในชีวิตและมันสนุกมากจริงๆ
ฉันเล่นอีกเกมโดยไม่ได้ตุ๊กตาสักตัวแถมยังปาโดนลูกโป่งแค่สองลูก แต่มันสนุกจริงๆฉันชอบเวลาปาออกไปแล้วลูกโป่งแตกดังโพละ
พอลูกดอกหมดไก่โต้งที่เห็นว่าฉันยังอยากเล่นต่อก็ออกไปจ่ายเงินเพื่อซื้อเพิ่มให้แต่ตอนที่ไก่โต้งกำลังคุยกับเ้าของร้าน เ้าแกะก็ยื่นลูกดอกให้ฉันก่อน
“นายไม่เล่นเหรอ” ฉันถามกับคนที่ยื่นลูกดอกมาให้
“ไว้เธอพลาดฉันจะโชว์ให้ดูเอง”
คำตอบของเ้าแกะทำให้ฉันมองเขาว่าน่ารักไม่ลงจริงๆคนบ้าอะไร ตอบยียวนน่าหมั่นไส้ตลอด ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากปาต่อมากเลยเล่นโดยไม่ได้รอให้โต้งมาถึง
“เล็งแบบนั้นไม่ได้สิต้องแบบนี้” เ้าแกะสอนวิธีเล็งเป้าแล้วจับมือฉันให้นิ่งก่อนปาออกไป
ปัง
ลูกดอกปาไปโดนลูกโป่งแตกอย่างแม่นยำไม่น่าเชื่อว่าวิธีที่เขาบอกจะใช้ได้ผล
“ทำได้จริงด้วย! เย้”ฉันหันไปจะแปะมือกับเ้าแกะด้วยความดีใจเ้าแกะเองก็ส่งเสียงดีใจออกมาด้วยท่าทีง่วงนอนแล้วแปะมือฉันตอบ
ฉันหันไปมองไก่โต้งอยากให้เขาชม แต่เขาดันหน้าบึ้ง
“มีคนสอนแล้วนี่โต้งไปช้อนปิงปองนะ” เขาพูดก่อนจะวางคูปองที่แลกมาแล้วเดินไปอีกทาง
“เป็อะไรของเขานะ?”
ฉันเหลียวมองเ้าแกะเขายักไหล่ใส่เหมือนไม่สนใจ ก่อนที่เขาจะเอาคูปองไปเล่นเอง
“อ้าว... แย่งกันนี่”
.......................................................................
ในที่สุดฉันก็ได้ตุ๊กตามา
ด้วยฝีมือฉันเหรอ...เปล่า ฝีมือเ้าแกะล้วนๆ เพราะฉันไม่ค่อยได้ออกแรงบ่อย มือฉันเลยสั่นจนกว่าจะปาถูกแล้วมันก็ปวดข้อมือขึ้นมาจนต้องกินยาด้วย
“ฉันรู้ว่าพูดไปเธอคงไม่ยอมกลับไปรักษาเพราะงั้นเข้มแข็งให้สุดล่ะ” เ้าแกะบอกฉันเบาๆถึงเขาจะไม่ค่อยพูด แต่เขาสังเกตอาการฉันตลอดเลย
เราสองคนเดินออกมาจากซุ้มปาลูกโป่งได้ไม่เท่าไรก็เจอกับไก่โต้งที่ซื้อน้ำมาให้ฉัน เขายื่นแก้วให้ฉัน แต่เ้าแกะก็น่าจะหิวน้ำด้วยฉันจึงส่งให้เขาหลังจากที่ฉันดื่มเสร็จ
“ไม่ต้อง เอาของฉันนิ”ไก่โต้งรีบยื่นให้เ้าแกะแทนฉันแล้วดึงแก้วในมือฉันไปดูดต่อไม่รู้ว่าเป็อะไรของเขา
“เดียร์เห็นชิงช้า์ยัง”ไก่โต้งถามพลางชี้มือไป ฉันมองตาม
“สูงเหมือนกันนะ” พอมาดูใกล้ๆ อย่างนี้ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเหมือนเด็กๆ
“ใหญ่ด้วย นั่งสองคนสบายๆแต่สามคงไม่ไหว” ไก่โต้งบอก
“เ้าแกะไปขึ้นด้วยกันไหม”ฉันถามเพื่อนใหม่ผู้ใจดี ฉันอยากให้ทุกคนเล่นสนุกไปพร้อมกันยังไงเดี๋ยวผลัดกันขึ้นไปก็ได้ แต่กลับถูกไก่โต้งจูงมือดึงออกมาก่อนจะได้ตกลงอะไร
“พอแล้วน่าไปขึ้นชิงช้า์ดูวิวกันดีกว่า ถ้าดึกกว่านี้เราคงต้องต่อคิวยาวเลยนะ” หมอนี่ทำตัวเป็พี่หรือไง สายตาของฉันมองหาเด็กหนุ่มหมวกแกะเห็นว่าเขากำลังเดินไปซุ้มเล่นช้อนปลาแทน
“เ้าแกะ!” ฉันเรียกแต่เขาไม่ได้ยิน
“เ้านั่นดูแลตัวเองได้อยู่แล้วโต้งอยากพาเดียร์ดูวิวข้างบนนั้น” ไก่โต้งบอก
“โอ๊ยเจ็บนะ!นี่นายเป็อะไรของนาย” เขาดึงมือฉันแรงมาก ฉันเริ่มเจ็บจนทนไม่ไหว
“ขอโทษก็เดียร์เอาแต่ห่วงเ้านั่น ไม่เห็นอยากเล่นกับโต้งบ้างเลยโต้งอุตส่าห์ดีใจที่เราได้มาด้วยกัน” น้ำเสียงเขาอ่อนลงสีหน้าน่าสงสารตอนที่ปล่อยมือฉัน มันทำให้ฉันใจหาย ฉันไม่ได้ตั้งใจตวาดเขาฉันเอาแต่คิดว่าอยากให้ทุกคนสนุกไปด้วยกัน เลยใส่ใจเ้าแกะที่ดูไม่เอ็นจอยเป็พิเศษจนลืมนึกไปว่าไก่โต้งอาจน้อยใจขึ้นมาได้
ตอนนี้เ้าแกะก็ไปเล่นสนุกแล้วงั้นฉันก็ขอทำตามที่อยากทำหน่อยแล้วกัน
“โอเค” ฉันตอบ นั่นเป็ยิ้มแรกของไก่โต้งนับั้แ่เข้ามาในงาน
ในที่สุดก็ถึงคิวขึ้นชิงช้า์
ไก่โต้งให้ฉันขึ้นก่อนแล้วเขาก็เข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามหากเป็ในงานวัดธรรมดามันคงเล็กและไม่สูงขนาดนี้ แต่นี่... มันใหญ่พอสำหรับเราทั้งยังสูงจนเห็นทั้งงานได้อย่างชัดเจน
“โต้งจำได้ว่าเดียร์ชอบที่สูงมาก”
“ใช่ ฉันชอบมองดาวตอนอยู่โรงพยาบาลฉันก็ชอบไปดาดฟ้านะ แต่กรุงเทพมองไม่เห็นดาวเลย”
“งั้นก็มองสิ” ไก่โต้งเงยหน้าขึ้นพร้อมกับฉัน นี่คงเป็โบนัสพิเศษเพิ่มจากสามสิบข้อสินะ
“ดาวสวยมาก...” แม้จะเห็นไม่ชัดเพราะแสงจากงานวัด แต่มันก็สวยมากจริงๆ “จริงด้วยไก่โต้ง นายจำวันนั้นที่แอบออกไปนั่งเจ็ตสกีตอนกลางคืนได้ไหม...”
พอหันไปจะชวนคุยเื่เก่าๆก็เห็นว่าหน้าของเขาห่างไปไม่ถึงคืบ
“โต้งดีใจนะที่ได้เจอเธออีกครั้งเดียร์” เสียงเขานุ่มทุ้ม และแ่เบาเพียงเสียงกระซิบแต่กลับหนักแน่น ดวงตาที่จ้องตรงมาก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน
“...อื้ม”
ฉันรู้สึกแปลก...ที่จริงฉันกับเขาสนิทกันมาก เคยกินข้าวด้วยกันปะแป้งทั้งตัวแล้วนอนกลางวันข้างกันที่โรงเรียนจนหัวแทบจะชนกันแต่ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้สักครั้ง หรือโรคฉันกำเริบ ใจของฉันถึงได้สั่นแปลกๆ
ฉันไม่รู้จะพูดอะไรจึงถอยห่างเล็กน้อยแล้วมองไปทางอื่น ในใจได้แต่คิดให้ชิงช้าหมุนครบรอบเร็วๆจะได้หลุดไปจากสถานการณ์ชวนประหม่าอย่างนี้
เอ๋...ชิงช้าก็ยังอยู่ที่เดิมนี่นา
ฉันรู้สึกได้ว่ามันหยุดอยู่อย่างนี้มาั้แ่เมื่อกี้แล้ว
“หยุดแบบนี้มันแปลว่าเป็ปกติไหม”ฉันถามเพื่อนสนิท เขาส่ายหน้า
“มันหยุดนานไป” เขามองลงไปเช่นเดียวกับฉัน ฉันมองเห็นเ้าแกะยืนอยู่ด้านล่างกำลังมองมาที่เราสองคนแม้จะเห็นหน้าไม่ชัด แต่ฉันััได้ว่าเขาเองก็กังวล
‘เครื่องขัดข้องนะครับขอให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ รอสักครู่ครับ’ เสียงประกาศดังขึ้นจากด้านล่างก่อนที่ฉันจะรู้สึกว่าชิงช้าโงนเงนเล็กน้อยจากการดึงรอกมือให้คนที่อยู่แต่ละกระเช้าได้ลงไปสู่พื้น
“นั่งเฉยๆ ก่อนนะเดียร์”ไก่โต้งบอกขณะที่คนอื่นซึ่งติดอยู่ต่ำกว่าเราถูกช่วยเหลือออกไปทีละตู้แต่มันไม่ใช่สักครู่อย่างที่เขาบอก เรารอนานจนฉันเริ่มอึดอัดอาการบางอย่างกำลังฟ้องออกมา นิ้วมือฉันเริ่มเย็นหัวใจฉันเริ่มเต้นรัวเร็วจนรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดจากภายใน
“ไก่โต้ง...” ฉันกังวลใจ ก่อนจะได้ยินเสียงดังเอี๊ยดแสบหูเบาๆตอนที่กระเช้าของเราเคลื่อนที่ลงไปด้านล่างมันดูโคลงเคลงจนฉันได้ยินเสียงร้องด้วยความใของคนด้านล่าง
‘ข้างบนรออีกนิดนะครับ’เสียงประกาศบอกอีกครั้ง ความเครียดทำให้ความเจ็บป่วยในร่างกายกำเริบได้ตลอดเวลาฉันรู้ดีแต่ก็ห้ามตัวเองไม่ให้หวาดหวั่นไม่ได้
เ้าหน้าที่หลายคนกำลังค่อยๆหมุนรอกของชิงช้า์ด้วยกำลังมือเพื่อดึงให้เราลงมาต่ำอย่างช้าๆยิ่งใกล้ถึงพื้นความรู้สึกของฉันก็ค่อยๆ ผ่อนคลาย แต่มันก็ได้แค่เพียงครึ่งทางเพราะอยู่ดีๆ เ้าหน้าที่ก็หยุดดึงรอกความวุ่นวายข้างล่างบอกให้รู้ว่ากำลังเกิดปัญหา
‘น้องสองคนต้องปีนลงมาอีกหน่อยนะครับ’น้ำลายหนืดถูกกลืนลงคออย่างยากลำบากหลังจากเหลือบมองด้านล่างมันใกล้กว่าตอนแรกที่เราอยู่บนจุดสูงสุด แต่มันก็ยังสูงเกือบเท่าตึก 2 ชั้นอยู่ดี ฉันไม่มั่นใจว่าจะปีนลงไปได้อย่างปลอดภัย
ไก่โต้งเป็คนขยับตัวไปเปิดประตูก่อนที่เขาจะสำรวจความแข็งแรงของโครงสร้างมีเหล็กที่พอจะปีนลงไปด้านล่างได้ แต่ก็สูงพอตัว
“จับมือโต้งนะ ไม่ต้องกลัวโต้งจะพาเดียร์ลงไปเอง”
เมื่อเขาขยับชิงช้าที่เรานั่งอยู่ก็โคลงเบาๆ อาจเพราะอากาศที่อบอ้าว รวมทั้งฉันไม่เคยใช้พลังชีวิตมากขนาดนี้มันทำให้ร่างกายประท้วงอีกครั้งแต่ก็ต้องฝืนไว้ และตามเขาลงไปช้าๆ ทีละก้าว
ฟึบ!
แต่แล้วปลายเท้าที่เคยหาเหล็กยึดเกาะก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า ร่างฉันร่วงหล่นลงเบื้องล่างโดยที่ทำอะไรไม่ได้อีก
หรือนี่คือวาระสุดท้ายและฉันจะทำความปรารถนาก่อนตายไม่สำเร็จจริงๆ